ญี่ปุ่น ไม่ได้มีดีแค่ที่เที่ยวสวยหรือวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นสวรรค์ของสายกินที่เต็มไปด้วยเมนูอร่อยหลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ไปจนถึงสตรีทฟู้ดที่หากินได้ตามตลาดและย่านดังทั่วประเทศ ไม่ว่าจะไปโตเกียว โอซาก้า หรือฮอกไกโด ก็มีของกินเด็ดๆ ให้ลองแทบทุทมุมถนน ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น และอยากไปกินอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัล นี่คือ 20 ของกินญี่ปุ่น ที่ไปแล้วต้องกินให้ได้สักครั้ง ทั้งของคาว ของหวาน และเมนูยอดฮิตที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ควรพลาด!
1. ซูชิ

ซูชิ (Shushi) หนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกรู้จัก เนื่องจากเป็นอาหารที่มีการใช้วัตถุดิบสดใหม่ โดยเฉพาะปลาและอาหารทะเล เสิร์ฟบนข้าวที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแบบพอดีคำ เมื่อกินแล้วจะได้ทั้งความหวานของปลา ความนุ่มของข้าว และความละเมียดของเทคนิคแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งแต่ละร้านก็มีสไตล์ต่างกัน ตั้งแต่ซูชิสายพานราคาสบายกระเป๋า ไปจนถึงร้านโอมากาเสะระดับพรีเมียม ใครไปญี่ปุ่นครั้งแรกไม่ควรพลาดเมนูนี้เลย
ร้านซูชิสายพานแนะนำ
KURA SUSHI ซูชิสายพานเจ้าดัง ที่ได้สุ่มของเล่นทุกครั้งที่กิน
ทำความรู้จักกับ Toriton ร้านซูชิจานหมุนชื่อดังจากฮอกไกโด
2. ซาชิมิ

ซาชิมิ (Sashimi) เมนูปลาดิบที่เน้นความสดของวัตถุดิบแบบเต็มๆ โดยไม่ผ่านการปรุงรสหรือปรุงสุก ทำให้ได้สัมผัสรสชาติหวานธรรมชาติของปลาและอาหารทะเลอย่างแท้จริง จุดเด่นของซาชิมิอยู่ที่การแล่ปลาอย่างประรีต ความหนาพอดีคำ และการคัดเลือกปลาตามฤดูกาล เช่น ทูน่า, แซลมอน, ฮามาจิ หรือหอยเชลล์ เวลากินมักจิ้มโชยุเล็กน้อยพร้อมวาซาบิเพื่อดึงรสชาติให้เด่นขึ้น ถือเป็นเมนูที่สายอาหารญี่ปุ่นต้องลองอย่างน้อยสักครั้งเมื่อไปถึงญี่ปุ่น
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Uogashi Nihon-Ichi Standing Sushi Bar (Tsukiji)

ร้าน Uogashi Nihon-Ichi Standing Sushi Bar (Tsukiji) เป็นร้านซูชิและซาชิมิแบบยืนกินที่ได้รับความนิยมมากในย่านตลาดปลาเก่า Tsukiji จุดเด่นคือใช้วัตถุดิบสดใหม่จากตลาดโดยตรง ทำให้ได้ซาชิมิคุณภาพดีในราคาค่อนข้างเข้าถึงง่าย บรรยากาศร้านจะคึกคักแบบท้องถิ่น เหมาะสำหรับคนที่อยากลองประสบการณ์กินอาหารทะเลสดสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบรวดเร็วแต่คุณภาพไม่ลดลง โดยเฉพาะเมนูซาชิมิรวมที่หลายคนรีวิวว่าคุ้มค่าและสดมากจนต้องกลับมากินซ้ำ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 23:00น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 3,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒160-0023 Tokyo, Shinjuku City, Nishishinjuku, 1 Chome−12−12 河西ビル 1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BkYRvaJ8YcpDaGnX6
3. ราเมง

ราเมง (Ramen) เมนูเส้นยอดฮิตที่แทบกลายเป็นอาหารประจำชาติญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปซึ่งแต่ละร้านจะมีสูตรเฉพาะตัว เช่น ทงคตสึซุปกระดูกหมูที่เข้มข้น โชยุซุปโชยุรสกลมกล่อมหรือมิโสะราเมงรสหอมมัน ตัวเส้นมีทั้งแบบเล็กและเส้นหนา กินคู่กับหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม และท็อปปิงต่างๆ ทำให้ราเมงหนึ่งชามมีทั้งความอุ่นและความออิ่มแบบเต็มๆ จนหลายคนยกให้เป็นเมนูที่ไปญี่ปุ่นแล้วต้องกินอย่างน้อยสักครั้ง
ร้านราเมงแนะนำ
10 อันดับร้าน ราเมง ยอดนิยมใน โตเกียว
4. อุด้ง

อุด้ง (Udon) คือเส้นก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่นเส้นหนานุ่มที่ทำจากแป้งสาลี จุดเด่นอยู่ที่ความเหนียวเด้งและรสสัมผัสนุ่ม กินได้ทั้งแบบน้ำซุปร้อนๆ หรือแบบเส้นเย็นจิ้มซอส แต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นก็มีสไตล์อุด้งต่างกันไป เช่น น้ำซุปใสแบบคันไซหรือรสเข้มแบบคันโต เมนูยอดนิยมที่หลายคนต้องลองคือคิทสึเนะอุด้ง เทมปุระอุด้ง และนิคุอุด้ง เป็นเมนูที่กินได้ทุกวันและเป็นเมนูที่เลือกกินได้ง่ายของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Udon Shin

ถ้าพูดถึงร้านอุด้งที่ได้รับความนิยมและอยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวสายกินเสมอ ต้องยกให้ร้าน Udon Shin เลย เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเส้นอุด้งทำสด มีความหนึบกำลังดี น้ำซุปกลมกล่อม และเทมปุระทอดใหม่แบบกรอบเบา จุดเด่นของร้านนี้คือความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนวดเส้นไปจนถึงการจัดจาน ทำให้รสชาติออกมาสมดุลและไม่หนักเกินไป แม้จะต้องต่อคิวค่อนข้างนาน แต่หลายคนยอมรอเพราะนี่คือหนึ่งในร้านอุด้งระดับท็อปของโตเกียวที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวพูดถึง โดยเฉพาะเมนูบูโกะคะเกะอุด้งและเทมปุระที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 2,500 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒151-0053 Tokyo, Shibuya, Yoyogi, 2 Chome−20−16 相馬ビル 1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/i5wSb2THnmh4Ynbc8
5. โซบะ

โซบะ (Soba) คือเส้นบัควีตสีน้ำตาลอ่อนที่เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม กินได้ทั้งแบบร้อนและเย็น จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นหอมเฉพาะตัวของแป้งบัควีตและสัมผัสหนึบเบาๆ ต่างจากราเมงหรืออุด้ง โดยคนญี่ปุ่นนิยมกินแบบซารุโซบะ เสิร์ฟเย็นแล้วจิ้มซอส ในหน้าร้อน หรือแบบน้ำซุปอุ่นๆ ในหน้าหนาว ทำให้เป็นเมนูที่กินได้ตลอดปี รสชาติจะเรียบง่าย แต่ยิ่งกินร้านดีๆ จะยิ่งสัมผัสได้ถึงความละเอียดของเส้นและความกลมกล่อมของซุปแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Kanda Yabu Soba

ร้านดังระดับตำนานของโตเกียวต้องร้าน Kanda Yabu Soba ร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 100 ปี และถูกยกให้เป็นหนึ่งในร้านโซบะคลาสสิกที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวตามไปกิน จุดเด่นของร้านนี้คือเส้นโซบะทำสด กลิ่นบัควีตชัด เสิร์ฟแบบง่ายๆ แต่อาหารมีคุณภาพสูง บรรยากาศร้านเป็นอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ให้ฟีลเหมือนย้อนเวลามากินโซบะในยุคเก่า จึงเป็นร้านที่คนรักโซบะตัวจริงมักแนะนำว่าไปญี่ปุ่นอย่างน้อยควรลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อังคาร และ วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 11:30 น. – 20.30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
ราคา: ประมาณ 1,000 – 3,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒101-0063 Tokyo, Chiyoda City, Kanda Awajicho, 2 Chome−10
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/GbKFnStzE67RRmkx7
6. เทมปุระ

เทมปุระ (Tempura) เมนูของทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความเบาและกรอบไม่อมน้ำมัน วัตถุดิบยอดฮิตได้แก่ กุ้ง ปลา และผักหลากชนิด ซึ่งจะถูกชุบแป้งเบาๆ แล้วทอดด้วยอุณหภูมิที่พอดีจนได้สัมผัสกรอบฟู ต่างจากของทอดทั่วไปตรงที่แป้งไม่หนา ทำให้ยังคงรสชาติของวัตถุดิบเอาไว้เต็มๆ เวลากินมักเสิร์ฟคู่ซอสเทนสึยุหรือเกลือญี่ปุ่น เพิ่มความกลมกล่อแบบพอดีคำ เป็นเมนูง่ายๆ แต่ต้องอาศัยเทคนิคสูงมากที่จะทำให้ของทอดง่ายๆ เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยจริง
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Tempura Kondo

ร้านเทมปุระระดับตำนานในโตเกียวที่สายกินทั่วโลกอยากลองสักครั้ง ต้องยกให้ Tempura Kondo ในย่านกินซ่าเลย ร้านนี้โด่งดังระดับมิชลิน จุดเด่นคือการทอดเทมปุระต่อหน้าลูกค้า ใช้วัตถุดิบพรีเมียมและเน้นผักตามฤดูกาล ทำให้แต่ละคำทั้งกรอบ เบา และดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาเต็มๆ ร้านนี้เทมปุระไม่เลี่ยนเหมือนของทอดทั่วไป ใครอยากลองเทมปุระแบบระดับเชฟ ต้องลองไปร้านนี้ให้ได้
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 12:00 น. – 15:00 น. และ 17:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 10,000 เยนต่อคน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 5 Chome−5−13 Sakaguchi Bld., 9F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/cKH6PGGvsEXx5hu3A
7. ทงคัตสึ

ทงคัตสึ (Tonkatsu) เมนูหมูชุบเกล็ดขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่คำแรก เพราะความกรอบของแป้งด้านนอกตัดกับเนื้อหมูด้านในที่ยังคงความฉ่ำและนุ่ม เสิร์ฟคู่กะหล่ำปลีซอยละเอียดและซอสทงคัตสึ รสหวานเค็มเข้มข้น ทำให้รสชาติลงตัวแบบพอดีๆ เมนูนี้ไม่ได้เป็นแค่อาหารทอดธรรมดา แต่เป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นเลือกกินในทุกๆ วัน ใครไปญี่ปุ่นแล้วอยากรู้ว่าทงคัตสึแท้ๆ ต่างจากที่เคยกินยังไง ต้องลองสักครั้งจริงๆ
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Tonkatsu Marugo

Tonkatsu Marugo ร้านดังในย่านอากิฮาบาระ ร้านที่ใช้เทคนิคไปอ่อนในการทอด แม้จะใช้เวลาทอดนนาน แต่หมูกรอบแบบไม่อมน้ำมัน เนื้อในยังนุ่มและฉ่ำมากจนแทบไม่ต้องจิ้มซอสเพิ่ม เป็นร้านที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวไทยและคนญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศร้านเป็นแบบสไตล์ดั้งเดิม ขนาดไม่ใหญ่ แต่คุณภาพอาหารเยี่ยม จนหลายคนยอมต่อคิวเพื่อรอเข้าไปชิม หากอยากรู้ว่าทงคัตสึขั้นเทพเป็นยังไง ร้านนี้คือคำตอบเลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 11:30 น. – 14:00 น. และ 17:00น. – 20:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
ราคา: ประมาณ 2,000 – 3,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: 1 Chome-8-14 Sotokanda, Chiyoda City, Tokyo 101-0021 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/uEb8HeuiCnp7qJT28
8. ยากินิกุ (เนื้อย่าง)

ยาิกินิกุ (Yakiniku) เมนูเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่ลูกค้าได้ย่างเนื้อเองบนเตาร้อนๆ จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อวากิลที่มีไขมันแทรกสวยๆ เมื่อนำมาย่างจะหอม นุ่ม ละลายในปาก มักเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มรสกลมกล่อม ผักสด และข้าวญี่ปุ่น ความสนุกของยากินิคึคือการได้เลือกความสุกเอง ทำให้เป็นเมนูยอดฮิตทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ใครเป็นสายเนื้อบอกเลยว่าไปญี่ปุ่นแล้วควรลองสักครั้ง เพราะรสชาติและคุณภาพต่างจากร้านทั่วไปอย่างชัดเจน
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Yakiniku Jumbo Hanare

ถ้าพูดถึงร้านยากินิกุที่สายกินจริงๆ รู้จักกันดี Yakiniku Jumbo Hanare คือหนึ่งในร้านดังของโตเกียวที่หลายคนยอมจองคิวยาวเพื่อให้ได้ลอง จุดเด่นคือการคัดเนื้อวากิวคุณภาพสูง โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่างเนื้อส่วนสันและเนื้อหมักซอสสูตรพิเศษที่ย่างแล้วหอมมาก ร้านมีบรรยากาศอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เน้นเคาน์เตอร์และโต๊ะไม่เยอะ ทำให้บริการค่อนข้างใส่ใจ และหลายรีวิวแนะนำว่าที่นี่คือหนึ่งในร้านที่สายเนื้อห้ามพลาด เพราะคุณเนื้อคุ้มค่ากับราคาจริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 17:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 8,000 – 15,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: 3 Chome-27-9 Hongo, Bunkyo City, Tokyo 113-0033 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/x3uU7FL9VThTvQuv5
9. ยากิโทริ (ไก่ย่างเสียบไม้)

ยากิโทริ (Yakitori) คือไก่ย่างเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่นที่นิยมกินกันตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านระดับมิชลิน จุดเด่นคือการย่างบนเตาถ่านบินโจตันที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อไก่จะถูกตัดเป็นชิ้นพอดีคำ ทั้งส่วนอก หนัง ตับ หรือเครื่องใน แล้วปรุงด้วยเกลือหรือซอสทาเระรสหวานเค็มแบบญี่ปุ่น พอกัดเข้าไปจะได้ทั้งความฉ่ำ ความหอมควันถ่านและรสชาติที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เป็นเมนูที่คนญี่ปุ่นกินได้บ่อยแบบไม่เบื่อ และนักท่องเที่ยวก็ต้องลองสักครั้งเมื่อไปถึงญี่ปุ่น
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Yakitori BIRD LAND Ginza

ร้าน Yakitori BIRD LAND Ginza คือหนึ่งในตัวเลือกที่สายกินทั่วโลกรู้จัก เพราะเป็นร้านยากิโทริได้รับการแนะนำใน Michelin Guide และขึ้นชื่อเรื่องการย่างไก่แบบพิถีพิถัน ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง พร้อมเสิร์ฟเป็นคอรส์ที่ได้ลองหลายส่วนของไก่ในมื้อเดียว บรรยากาศร้านเป็นเคาน์เตอร์สไตล์ญี่ปุ่น ดูเชฟย่างสดๆ ตรงหน้า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสยากิโทริแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 17:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ปิดทุกวันจันทร์และวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 10,000 /คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 4 Chome−2−15 塚本素山ビルディング B1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/PZCFJyuXRcD2vriD8
10. โอโคโนมิยากิ

โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) อาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่หลากคนเรียกว่า พิซซ่าญี่ปุ่น เพราะเป็นแป้งผสมกะหล่ำปลีและวัตถุดิบหลากหลาย เช่น หมู, กุ้ง หรือปลาหมึก แล้วนำไปย่างบนกระทะร้อนจนหอมกรุ่น ก่อนราดด้วยซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และปลาโอแห้งที่ขยับไปมาตอนเสิร์ฟ จุดเด่นของเมนูนี้คือความสนุกในการทำและกิน เพราะบางร้านให้ลูกค้าลงมือย่างเอง ทำให้ได้ทั้งประสบการณ์และรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะสไตล์โอซาก้าที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของเมนูนี้
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Okonomiyaki Mizuno

ร้าน Okonomiyaki Mizuno ที่ดังจริงและนักท่องเที่ยวไทยนิยมไปแบบไม่ต้องคิดเยอะ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับย่านโดทงโบริ โอซาก้า เปิดมายาวนานหลายสิบปี เพราะวัตถุดิบสด คุณภาพดี และรสชาติกลมกล่อมแบบดั้งเดิม จุดเด่นคือโอโคโนมิยากิที่ย่างโดยเชฟให้ตรงหน้า ใช้ไฟและเทคนิคที่ทำให้แป้งกรอบนอกนุ่มใน ใครอยากลองเมนูนี้แบบต้นตำรับโอซาก้าจริงๆ ต้องมาร้านนี้เลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,500 – 3,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: 1 Chome-4-15 Dotonbori, Chuo Ward, Osaka, 542-0071 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/AZWphGDXi1scgEZw6
11. ทาโกะยากิ

ทาโกะยากิ (Takoyaki) สตรีทฟู้ดชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซาก้า ลักษณะเป็นแป้งกลมๆ ด้านนอกกรอบนิดๆ แต่ด้านในนุ่มละมุน สอดไส้ปลาหมึกชิ้นพอดีคำ ก่อนราดด้วยซอสสูตรเข้มข้น มายองเนส และโรยปลาแห้งที่ขยับพลิ้วบนความร้อน เสน่ห์ของเมนูนี้คือการกินตอนร้อนๆ ที่ให้ทั้งความหอม ความหนึบ และรสชาติกลมกล่อมในคำเดียว จนกลายเป็นของกินที่ใจคนทุกวัย
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Aizuya Honten

Aizuya Honten ร้านต้นตำรับทาโกะยากิสไตล์ดั้งเดิมของโอซาก้า ที่เปิดมานานหลายสิบปี เสิร์ฟทาโกะยากิแบบออริจิทัลที่ต่างจากร้านทั่วไปตรงที่ไม่ราดซอสหนักๆ แต่เน้รสชาติแป้งและปลาหมึกแท้ๆ ทำให้ได้สัมผัสความคลาสสิกแบบญี่ปุ่นแท้ คนญี่ปุ่นเองก็มากินเยอะมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่อยากลองรสต้นตำรับจริง จึงถือว่าเป็นร้านที่สายกินตัวจริงไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนโอซาก้า
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 500 – 1,200 เยน
ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Tamadenishi, Nishinari Ward, Osaka, 557-0045 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bUYN5UewaPNYfPGz8
12. คาราอาเกะ

คาราอาเกะ (Karaage) ไก่ทอดสไตล์ญี่ปึ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความกรอบนอกนุ่มใน เนื้อไก่จะถูกหมักด้วยโชยุ ขิง กระเทียม และเครื่องปรุงเฉพาะ ก่อนคลุกแป้งบางๆ แล้วทอดจนสีทองสวย จุดเด่นของเมนูนี้คือความหอมจากการหมักและความฉ่ำของเนื้อไก่ที่ยังคงอยู่แม้ทอดจนกรอบ มักเสิร์ฟเป็นเซ็ตพร้อมข้าว ซุปมิโสะ หรือกินเล่นเป็นสแน็กก็ได้ ทำให้คาราอาเกะกลายเป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมสั่งแทบทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่น
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Torikatsu Chicken

ร้านคาราอาเกะที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวไปซ้ำบ่อยๆ ก็คือร้าน Torikatsu Chicken ย่านชิบูย่าถือว่าเป็นร้านยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องไก่ทอดชิ้นใหญ่ ราคาเข้าถึงง่าย และเสิร์ฟไวแบบร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โลคอลแท้ๆ เมนูเด่นคือเซ็ตคาราอาเกะที่ทอดใหม่จานต่อตาน ทำให้กรอบนอกแต่ยังชุ่มฉ่ำด้านใน บรรยากาศร้านเรียบง่าย นั่งสบาย เหมาะทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ใครอยากลองคาราอาเกะแบบที่คนญี่ปุ่นกินจริง ร้านนี้ไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 11:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 1,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒150-0043 Tokyo, Shibuya, Dogenzaka, 2 Chome−16−19 都路ビル 2F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FBQu5iAf1kRsHnyo6
13. เกี๊ยวซ่า

เกี๊ยวซ่า (Gyoza) เมนูยอดฮิตที่คนญี่ปุ่นกินกันได้ทุกวัน จุดเด่นอยู่ที่แป้งบาง ไส้แน่น มักทำจากหมูสับ ผักกะหล่ำปลี กระเทียม และขิง แล้วนำไปทอดบนกระทะจนฐานด้านล่างกรอบ แต่ด้านบนยังคงนุ่มฉ่ำ เวลากินมักจิ้มกับซอสโชยุผสมน้ำส้มสายชูและพริกน้ำมัน รสชาติออกเค็มกลมกล่อม กินเปล่าๆ ก็อร่อย หรือจะสั่งมากินคู่ราเมงก็เข้ากันแบบสุดๆ เลยเป็นเมนูที่เจอได้ตั้งแต่ร้านเล็กข้างทางไปจนถึงร้านดัง
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Osaka Ohsho Shinjuku Branch

ร้านเกี๊ยวซ่าที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวไทยรู้จักเป็นอย่างดี เป็นร้านที่เดินทางไปง่ายและคึกคักตลอดวัน ร้านเชนเก่าแก่ที่ขึนชื่อเรื่องเกี๊ยวซ่าชิ้นโต หนังบาง ไส้ฉ่ำ และทอดออกมาได้กรอบกำลังดี ทีเด็ดคือราคาสบายกระเป๋า สั่งได้ทั้งแบบจานเดี่ยวหรือเซ็ตพร้อมข้าวและราเมง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองรสชาติเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบที่คนท้องถิ่นกินกันจริงๆ บรรยากาศร้านออกแนวสบายๆ กินเร็ว อร่อยจริง และคุ้มค่า เหมาะกับการแวะฝากท้องหลังเดินเที่ยวในโตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 300 – 1,000 เยนต่อเมนู
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒160-0022 Tokyo, Shinjuku City, Shinjuku, 2 Chome−11−7 1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hZhr3jRCMPoymnYE8
14. ข้าวหน้าเนื้อ (กิวด้ง)

ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon) หนึ่งในอาหารจานด่วนสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่าย อิ่มเร็ว และเป็นเมนูประจำวันของคนท้องถิ่น จุดเด่นคือเนื้อวัวสไลซ์บางๆ นำไปตุ๋นกับซอสโชยุ มิริน และหัวหอมจนรสชาติกลมกล่อม ก่อนโปะลงบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ บางร้านเพิ่มไข่ออนเซ็นหรือไข่ดิบเพื่อให้รสสัมผัสนุ่มละมุนขึ้น ความอร่อยของข้าวหน้าเนื้ออยู่ที่ความเรียบง่ายแต่ลงตัว จึงเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจไปลงกินแบบต้นตำรับเมื่อไปญี่ปุ่น
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Yoshinoya Akihabara

Yoshinoya Akihabara เป็นร้านข้าวหน้าเนื้อระดับตำนานของญี่ปุ่น และเป็นชื่อแรกๆ ที่คนญี่ปุ่นจะนึกถึงเมื่อพูดถึงข้าวหน้าเนื้อ ด้วยสไตล์ร้านอาหารจานด่วนที่เข้าถึงง่าย ราคาไม่แรง และเสิร์ฟไว ทำให้เป็นที่นิยมทั้งคนทำงานและนักท่องเที่ยว จุดเด่นคือเนื้อที่ตุ๋นซอสสูตรเฉพาะของร้านจนหอมหวานเค็มพอดี กินคู่ขิงดองและพริกญี่ปุ่นจะยิ่งช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองข้าวหน้าเนื้อแบบคลาสสิก รสชาติสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะกินสาขาไหนในญี่ปุ่นก็มั่นใจได้ว่าอร่อยเหมือนกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 5:00 น. – 2:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 400 – 800 เยน/ชาม
ที่ตั้ง: 10-1 Kanda Matsunagacho, Chiyoda City, Tokyo 101-0023 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/MicqXrN7Ys8f3FqX8
15. ข้าวหน้าปลาไหล

ข้าวหน้าปลาไหล (Unadon) หนึ่งในเมนูญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สายกินต้องลองสักครั้ง จุดเด่นอยู่ที่ปลาไหลน้ำจืด ซึ่งนำไปย่างบนเตาถ่านจนหอม ก่อนทาซอสหวานเค็มสูตรพิเศษหลายชั้น ทำให้เนื้อปลานุ่มฟู หนังบาง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ดูเรียบง่าย แต่รสชาติละเมียดมาก คนญี่ปุ่นนิยมกินเมนูนี้ เพื่อเพิ่มพลังงาน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน และถือเป็นอาหารที่สะท้อนเทคนิคการย่างแบบญี่ปุ่นได้ชัดเจนที่สุดเมนูหนึ่ง
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Unatoto Shimbashi

ถ้าพูดถึงร้านข้าวหน้าปลาไหลต้องร้าน Unatoto Shimbashi ร้านชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า เพราะเสิร์ฟปลาไหลชิ้นใหญ่ ย่างใหม่ๆ กลิ่นหอมเตะจมูกในราคาจับต้องได้ บรรยากาศร้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่นเรียบง่าย นั่งกินได้สบายทั้งคนเดียวและเป็นกลุ่ม จุดเด่นคือซอสสูตรเฉพาะที่หวานเค็มกำลังดี ทำให้เมนูข้าวหน้าปลาไหล รสชาติเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองข้าวหน้าปลาไกลแบบต้นตำรับในราคาที่ไม่แพงเกินไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 11:00 น. – 22:00 น., วันศุกร์ เวลา 11:00 น. – 23:00 น. และ วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: 3 Chome-16-19 Shinbashi, Minato City, Tokyo 105-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/tDemkGk2V7i6btcw9
16. ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry) เป็นเมนูยอดฮิตที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชอบ เพราะรสชาติจะต่างจากแกงกะหรี่แบบอินเดียหรือไทย โดยเนื้อซอสมีความข้น นุ่ม และรสหวานเค็มกลมกล่อม กินง่าย ไม่เผ็ดจัด มักเสิร์ฟคู่ข้าวสวยญี่ปุ่นและท็อปปิ้งหลากหลาย เช่น หมูทอดทงคัตสึ ไก่ทอด หรือเนื้อตุ๋น ทำให้เป็นอาหารที่อิ่มท้องและเข้าถึงง่าย เหมาะทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ใครไปญี่ปุ่นแล้วอยากลองอาหารสไตล์โฮมเมดที่คนท้องถิ่นกินจริงๆ เมนูนี้ห้ามพลาดเลย
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
CoCo Ichibanya Tokyo Metro Shinjuku Gyoenmae station shop

CoCo Ichibanya Shinjuku Station West Exit เชนแกงกะหรี่ชื่อดังที่มีสาขาทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือสามารถเลือกความเผ็ด ปริมาณข้าว และท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ ทำให้เหมาะทั้งคนที่อยากลองครั้งแรกและสายกินจริงจัง รสชาติคงที่ กินง่าย ราคาไม่แรง และเมนูมีภาษาอังกฤษช่วยให้สั่งสะดวก โดยเฉพาะสาขาใกล้ย่านท่องเที่ยวอย่างชินจูกุที่เดินทางง่ายและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 22:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 800 – 1,500 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒160-0022 Tokyo, Shinjuku City, Shinjuku, 2 Chome−9−20 Lions Mansion Shinjukugyoenmae, 1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/us44k4pXxREnq3pM8
17. โมจิ

โมจิ (Mochi) ขนมหวานญี่ปุ่นที่ทำจากข้าวเหนียวญี่ปุ่นตำจนเนื้อเนียนนุ่มและมีความหนึบเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นขนมดั้งเดิมที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมายาวนาน ทั้งในเทศกาลและในชีวิตประจำวัน จุดเด่นของโมจิคือเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบกำลังดี กินแล้วให้ความรู้สึกละมุน โดยมักสอดไส้ถั่วแดงกวน ผลไม้สด หรือครีมสมัยใหม่ ทำให้กลายเป็นขนมที่กินง่าย ถูกใจนักท่องเที่ยว และเป็นของฝากยอดฮิตที่ใครไปญี่ปุ่นก็มักต้องลองสักครั้ง
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Ginza Akebono

ร้าน Ginza Akebono ร้านขนมวากาชิชื่อดังที่มีประวัติยาวนานในโตเกียว และเป็นหนึ่งในร้านที่คนญี่ปุ่นรวมถึงนักท่องเที่ยวนิยมมากซื้อโมจิและไดฟุกุ จุดเด่นคือการทำขนมสดใหม่ทุกวัน เนื้อโมจินุ่มกำลังดี ไม่หวานจัด ทำให้ได้รสชาติแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่กินง่าย เมนูยอดฮิตคือโมจิไส้ถั่วแดงและไดฟุกุผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งหลายคนตั้งใจแวะซื้อเพราะคุณภาพวัตถุดิบดีและแพ็กเกจสวย เหมาะทั้งกินเองและซื้อเป็นของฝาก ถ้าอยากลองโมจิแบบต้นตำรับ บรรยากาศร้านขนมญี่ปุ่นแท้ ที่นี่ถือว่าไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ 10:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 200 – 600 เยน/ชิ้น
ที่ตั้ง: 5 Chome-7-19 Ginza, Chuo City, Tokyo 104-0061 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/DZ6eRJVqyU1wZKqT8
18. ไดฟุกุ

ไดฟุกุ (Daifuku) ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำจากแป้งโจิเนื้อนุ่มหนึบ ห่อไส้หวานด้านใน โดยไส้ยอดนิยมคือถั่วแดงกวน แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นไส้ผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รี่หรือชาเขียว ทำให้รสชาติสดชื่นและกินง่ายมากขึ้น จุดเด่นของไดฟุกุคือสัมผัสนุ่มละลายในปาก ความหวานกำลังดี และความเรียบง่ายที่สะท้อนเสน่ห์ขนมญี่ปุ่นแบบแท้ๆ จึงเป็นเมนูที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชอบซื้อกินเล่นหรือเป็นของฝาก
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Gion Ninigi

Gion Ninigi ร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังจากเกียวโตที่โดดเด่นเรื่องไดฟุกุผลไม้สด โดยเฉพาะอิจิโกะไดฟุกุ ที่ใช้สตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ห่อด้วยถั่วแดงกวนและแป้งโมจิบางๆ ทำให้รสหวานเปรี้ยวสดชื่นแบบลงตัว ร้านนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะหน้าตาขนมสวย ถ่ายรูปขึ้น และรสชาติบาลานซ์ไม่หวานเลี่ยน เหมาะทั้งซื้อกินระหว่างเดินเที่ยวหรือของฝากสไตล์ญี่ปุ่นพรีเมียม
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์, วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคารและวันพุธ
ราคา: ประมาณ 300-700 เยน/ชิ้น
ที่ตั้ง: 347-115 Gionmachi Kitagawa, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0073 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VMnvJDy7GFFYKWTH6
19. โดรายากิ

โดรายากิ (Dorayaki) ขนมญี่ปุ่นยอดฮิตที่หลายคนคุ้นตาจากเรื่องโดราเอมอน ลักษณะเป็นแพนเค้กเนื้อนุ่มสองชิ้นประกบกัน ตรงกลางสอดไส้ถั่วแดงกวน รสหวานละมุน ตุดเด่นคือเนื้อแป้งที่หอมไข่และนุ่มฟู กินคู่กับไส้ถั่วแดงที่ไม่หวานจัด ทำให้เป็นขนมที่กินง่าย ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในญี่ปุ่นโดรายากิถือเป็นวากาชิที่นิยมซื้อเป็นของฝาก
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Usagiya

ร้านโดรายากิที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าต้องมา กับร้าน Usagiya ย่านอุเอโนะ ร้านนี้เป็นร้านวากาชิเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องโดรายากิแบบทำสดใหม่ แป้งจะนุ่งและยังอุ่นเสมอ ส่วนไส้ถั่วแดงเนื้อละเอียด รสหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน หลายคนบอกว่านี่เป็นร้านโดรายากิที่ดีที่สุดของโตเกียว ถ้าจะมาซื้อแนะนำให้มาตั้งแต่ร้านเปิด เพราะช่วงบ่ายๆ คนจะมาต่อคิวจำนวนมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอังคาร และ วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 18:00น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
ราคา: ประมาณ 240 – 400 เยน/ ชิ้น
ที่ตั้ง: 1 Chome-10-10 Ueno, Taito City, Tokyo 110-0005 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oUePsoANEoJh1aLB7
20. ขนมหวานมัทฉะ

ขนมหวานมัทฉะ (Matcha dessert) หนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจมาชิมถึงญี่ปุ่น เพราะมัทฉะญี่ปุ่นจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสเข้มข้นไม่ขมจนเกินไป จึงถูกนำมาทำเป็นของหวานหลากหลายทั้งพาร์เฟต์ ไอศกรีม โมจิ และเค้กชาเขียว เสน่ห์อยู่ที่การทำให้รสขมอ่อนๆ กับขนมหวานเข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้กินได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน โดยเฉพาะมัทฉะจากเมืองอุจิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งชาคุณภาพดีที่สุดของญี่ปุ่น
ร้านแนะนำที่ต้องไปกินเมนูนี้
Nakamura Tokichi

ร้าน Nakamura Tokishi ร้านแบรนด์ชาเก่าแก่จากเมืองอุจิที่มีประวัติยาวนานกว่า 160 ปี และขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวคุณภาพสูง ปัจจุบันมีหลายสาชาในญี่ปุ่น มีเมนูให้ลองหลอกหลายมาก และเมนูที่แนะนำอยากให้มาลองคือพาร์เฟต์มัทฉะซิกเนเจอร์ที่รวมหลายเท็กซ์เจอร์ไว้ในแก้วเดียว รวมถึงโมจิมัทฉะและไอศกรีมมัทฉะที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองขนมมัทฉะแท้ระดับพรีเมียมของญี่ปุ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:30 น. – 19:30 น.
วันหยุด: ไม่มีค่าเข้า
ราคา: ประมาณ 1,000 -2,000 เยน/คน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 6 Chome−10−1 GINZA SIX 4F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9LNYmwSzJDbxcMF1A
การได้มาลองชิม ของกินญี่ปุ่น ที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ตั้งแต่ซูชิคำพอดี ราเมงร้อนๆ ไปจนถึงขนมมัทฉะที่นั่งกินช้าๆ แล้วรู้สึกเหมือนได้พักใจระหว่างการเดินทาง ทำให้การกินหลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำของการเดินทางเสมอ ลิสต์ 20 ของกินญี่ปุ่นนี้ รับรองว่าจะช่วยให้การเดินทางสนุกขึ้น และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแบบครบทั้งของคาว ของหวาน และความฟินที่สายกินไม่ควรพลาดแน่นอน
















