ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตก่อนเป็นเมืองแรกๆ เสมอ แต่ถ้าคุณกำลังแพลนทริปที่ชิลๆ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ได้ฟีลญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ ยามากุจิ เป็นอีกเมืองที่น่าสนใจมากๆ ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติสุดอลังการ ทั้งสะพานไม้โบราณริมแม่น้ำ วิวทะเลสีฟ้าใส ศาลเจ้าริมหน้าผา ไปจนถึงเมืองเก่าที่ยังคงกลิ่นอายซามูไรแบบดั้งเดิม สิ่งที่ทำให้ที่เที่ยว ยามากุจิแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลัก คือความสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน และบรรยากาศที่เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบชิลๆ แวะตรงไหนก็ได้ บทความนี้ เราได้รวม 20 พิกัด ที่เที่ยว ยามากุจิ แบบเน้นจุดฮิตที่ไปจริงแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน คุณสามารถวางแผนทริปญี่ปุ่นที่ทั้งสวย คุ้ม และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ต่างออกไปจากเดิม
1. สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo Bridge)

สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo Bridge) ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สวยที่สุดของจังหวัดยามากุจิ โดดเด่นด้วยโครงสร้างสะพานไม้โค้ง 5 ช่วง ที่ทอดยาวข้ามนิชิกิได้อย่างงดงามและเป็นเอกลักษณ์ ตัวสะพานสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1673 และยังคงได้รับการบูรณะรักษารูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นโบราณอย่างแท้จริง
บรรยากาศรอบสะพานเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่งเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ ฤดูร้อนที่เขียวขจีสดชื่น หรือฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับสะพานไม้สีอบอุ่น ยิ่งถ้าได้มาเดินเล่นข้ามสะพานแบบชิลๆ จะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในยุคเอโดะ เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและคนที่อยากซึมซับบรรยากาศเงียบสงบของเมืองอิวาคุนิ
ไฮไลต์ของ สะพานคินไตเดียว คือ ดีไซน์โค้ง 5 ช่วง ที่หาดูได้ยากในญี่ปุ่นและความสวยงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมมาก นอกจากนี้ ในช่วงกลางคืนของบางวัน จะมีการเปิดไฟประดับสะพาน ทำให้บรรยากาศโรแมนติกและเหมาะกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงยังสามารถเดินทางต่อไปยังปราสาทอิวาคุนิได้อีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 310 เยน, เด็ก 150 เยน
วิธีไป: จากสถานี Hiroshima นั่งรถไฟ JR Sanyo Line ไปลงสถานี Iwakuni ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที จากหน้าสถานี ต่อรถบัส Iwakuni Bus สายที่มุ่งหน้าไป Kintaikyo นั่งประมาณ 15-20 นาที ลงป้าย Kintaikyo แล้วเดินต่อเล็กน้อยจะถึงสะพาน
ที่ตั้ง: 2 Iwakuni, Yamaguchi 741-0062 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/miVHaTXq9MgQhxQz5
2. สะพานสึโนชิมะ (Tsunoshima Bridge)

ถ้ามีภาพจำของที่เที่ยว ยามากุจิ ที่หลายคนเห็นแล้วต้องร้องว้าวทันที ภาพนั้นมักจะเป็นสะพานสีขาวทอดยาวเหนือทะเลสีฟ้าใสแบบเกินจริง และที่นี่ก็คือสะพานสึโนชิมะ (Tsunoshima Bridge) แลนด์มาร์กระดับไอคอนของจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น
สะพานแห่งนี้มีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะสึโนชิมะ จุดเด่นคือสีของน้ำทะเลที่ใสจนเห็นเป็นเฉดฟ้าไล่ระดับ ยิ่งในวันที่อากาศดีจะยิ่งตัดกับสีขาวของสะพานอย่างลงตัว บรรยากาศรอบๆ เปิดโล่ง ทำให้การขับรถผ่านที่นี่ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำของทั้งทริป
ไฮไลต์ของ สะพานสึโนชิมะ คือ ประสบการณ์ขับรถข้ามสะพานที่ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางทะเลสองฝั่ง ยิ่งถ้ามาช่วงแดดดีในตอนสายถึงบ่าย สีของน้ำจะสวยที่สุด นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปยอดนิยมบริเวณ Amagase Park และจุดชมวิวฝั่งแผ่นดินใหญ่ ที่สามารถเก็บภาพสะพานโค้งยาวแบบมุมสูงได้อย่างสวยงาม เป็นอีกหนึ่งจุดที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: แนะนำขับรถจากชิโมโนเซกิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือหากไม่มีรถส่วนตัว นั่งรถไฟไปสถานี Kottoi แล้วต่อรถบัสไปลงใกล้สะพาน
ที่ตั้ง: Hohokucho Oaza Kanda, Shimonoseki, Yamaguchi 759-5331 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/QQiAk927vsVsjdJd9
3. ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ (Motonosumi Shrine)

ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ (Motonosumi Shrine) หนึ่งในจุดถ่ายรูปที่โดดเด่นที่สุดของยามากุจิ บรรยากาศที่นี่ต่างจากศาลเจ้าทั่วไป เพราะตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล ฉากหลังเป็นทะเลสีคราม ทำให้ได้ทั้งฟีลศักดิ์สิทธิ์และวิวธรรมชาติแบบอลังการในที่เดียว
ทางเดินที่เรียงรายด้วยเสาโทริอิกว่า 100 ต้นทอดยาวลงสู่ชายฝั่ง สร้างมิติภาพที่สวยสะดุดตาในทุกมุม ไม่ว่าจะมองจากด้านบนหรือเดินลอดผ่านทีละซุ้ม ยิ่งในวันที่แดดดี สีแดงของเสาจะตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าและทะเลอย่างชัดเจน ทำให้ที่นี่เป็นโลเคชันยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและช่างภาพที่อยากเก็บภาพญี่ปุ่นในมุมที่ไม่เหมือนใคร
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิอินาริ คือ อุโมงค์เสาโทริอิริมทะเล ที่ทอดยาวลงไปยังหน้าผ้า ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในวิวที่สวยและแปลกตาที่สุดในญี่ปุ่น อีกหนึ่งความพิเศษคือกล่องรับบริจาคที่ตั้งอยู่บนเสาโทริอิด้านบน หากสามารถโยนเหรียญให้ลงไปได้ เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและความสำเร็จมาให้ ทำให้กิจกรรมเล็กๆ นี้กลายเป็นสีสันที่นักท่องเที่ยวชอบลองกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: แนะนำขับรถจากตัวเมืองนากาโตะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือ นั่งรถไฟ JR ไปสถานี Nagato-Furuichi แล้วต่อแท็กซี่
ที่ตั้ง: 498 Yuyatsuo, Nagato, Yamaguchi 759-4712 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VNt2enkNuWdLkzus6
4. ถ้ำอะคิโยชิโด (Akiyochido Cave)

ถ้ำอะคิโยชิโด (Akiyochido Cave) เป็นหนึ่งในถ้ำหินปูนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใต้พื้นที่ของที่ราบสูงอะคิโยชิได ภายในถ้ำมีความยาวกว่า 10 กิโลเมตร (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมประมาณ 1 กิโลเมตร) และเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติเป็นเวลาหลายแสนปี บรรยากาศด้านในเย็นสบายตลอดปี เหมาะกับการเดินสำรวจแบบชิลๆ
เส้นทางภายในถ้ำถูกจัดเป็นทางเดินอย่างดี มีการติดตั้งไปส่องสว่าง เพื่อให้เห็นรายละเอียดของหินงอกหินย้อยในมุมต่างๆ อย่างชัดเจน ระหว่างทางจะได้พบกับโครงสร้างธรรมชาติที่มีรูปร่างแปลกตา รวมถึงลำธารใต้ดินที่ไหลผ่านตลอดแนว เสริมให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาและน่าค้นหา เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิ ที่ให้ประสบการณ์แตกต่างจากจุดชมวิวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ไฮไลต์ของ ถ้ำอะคิโยชิโด คือ หินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างหลากหลายและบางจุดมีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น โครงสร้างที่ดูคล้ายขั้นบันไดนาข้าวและโดมถ้ำขนาดใหญ่ที่เปิดโล่งจนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ นอกจากนี้ทางเดินที่ทอดยาวเลียบลำธารใต้ดินยังช่วยให้สามารถชมวิวภายในถ้ำได้อย่างใกล้ชิดแบบไม่ลำบาก ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งกับสายธรรมชาติและนักท่องเที่ยวทั่วไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,300 เยน, เด็ก 700 เยน
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamagushi แล้วต่อรถบัสไป Akiyoshido ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ลงป้ายแล้วเดินต่อไม่ไกล
ที่ตั้ง: 3506-2 Shuhocho Akiyoshi, Mine, Yamaguchi 754-0511 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YPmuvToeXaLyKavv6
5. ย่านซามูไรฮากิ (Hagi Castle Town)

ย่านซามูไรฮากิ (Hagi Castle Town) คือหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ที่ยังคงบรรยากาศของยุคซามูไรไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองฮากิ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกตรองของแคว้นโชชูในอดีต ถนนสายเล็กๆ ที่ล้มอด้วยกำแพงดินสีขาวและแนวต้นสนทอดยาว สร้างภาพจำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
เมื่อเดินเข้าไปในย่านนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยเอโดะ บ้านซามูไรเก่าแก่หลายหลังยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี บางแห่งเปิดให้เข้าชมภายใน ทำให้เห็นวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูปและซึมซับความเป็นญี่ปุ่นแบบแท้ๆ
ไฮไลต์ของ ย่านซามูไรฮากิ คือ แนวกำแพงดินสีขาวที่ตัดกับต้นสนสีเขียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองฮากิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีบ้านซามูไรสำคัญ เช่น บ้านของตระกูลคิคุยะ ที่เปิดให้เข้าชมภายใน พร้อมสวนญี่ปุ่นสวยงาม ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และสุนทรียภาพในที่เดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Higashi-Hagi ต่อรถบัสท้องถิ่นไปลงป้าย Hagi Castle Town เดินต่อประมาณ 5-10 นาที เข้าสู่ย่าน
ที่ตั้ง: 1 Chome Gofukumachi, Hagi, Yamaguchi 758-0072 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/D2ve2j1kzAsFksjp9
6. ปราสาทฮะงิ (Hagi Castle Ruins)

ปราสาทฮะงิ (Hagi Castle Ruins) หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮากิ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาชิซึกิ ติดกับชายฝั่งทะเล ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคเอโดะโดยตระกูลโมริ แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากกำแพงหินและคูน้ำ แต่ก็ยังคงสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้อย่างชัดเจน
บรรยากาศรอบๆ ปราสาทเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวของสวนชิซึกิที่กลายเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่บานสะพรั่งตัดกับกำแพงหินโบราณ สร้างภาพที่ทั้งสวยและมีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
ไฮไลต์ของ ปราสาทฮะงิ คือ ซากปราสาทที่ตั้งอยู่ติดทะเล ซึ่งหาได้ยากในญี่ปุ่น ทำให้สามารถเดินชมวิวได้ทั้งกำแพงหิน คูน้ำ และทิวทัศน์ของชายฝั่งไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นไปยังบริเวณฐานปราสาทเพื่อชมวิวเมืองฮากิจากมุมสูงได้อีกด้วย เป็นจุดที่เหมาะทั้งสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนที่อยากเดินเล่นถ่ายรูปแบบชิลๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:00 น. – 18:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 220 เยน, เด็ก 100 เยน
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Higashi-Hagi ต่อรถบัวไปลงป้าย Hagi Castle Ruins เดินต่อประมาณ 5 นาทีถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: 1-1 Horiuchi, Hagi, Yamaguchi 758-0057 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/N3gsz7tDHAgUqng3A
7. ศาลเจ้าโชอิน (Shoin Shrine)

ศาลเจ้าโชอิน (Shoin Shrine) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮากิ ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง โยชิดะ โชอิน นักคิดและครูผู้มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายยุคเอโดะ ภายในบริเวณศาลเจ้าเต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนที่ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
จุดที่น่าสนใจภายในคืออาคารเรียนขนาดเล็กชื่อว่า Shoka Sonjuku ซึ่งเป็นสถานที่ที่โยชิดะ โชอิน ใช้สอนลูกศิษย์ แม้จะเป็นอาคารไม้หลังเล็ก แต่กลับมีความสำคัญอย่างมาก เพราะลูกศิษย์หลายคนในที่นี่ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่นในยุคเมจิ ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าอีกด้วย
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าโชอิน คือ การได้เห็นโรงเรียน Shoka Sonjuku ของจริง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยังคงสภาพเดิมไว้อย่างดี สะท้อนแนวคิดการศึกษาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบที่ร่มรื่นและไม่พลุกพล่าน ยังเหมาะกับการเดินเล่นแบบสงบๆ และซึมซับเรื่องราวของบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Higashi-Hagi ต่อรถบัสไปลงป้าย Shoin Shrine เดินต่อประมาณ 3-5 นาที
ที่ตั้ง: 1537 Chinto, Hagi, Yamaguchi 758-0011 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sLXG9ve9dHprk1169
8. ปราสาทอิวาคุนิ (Iwakuni Castle)

ปราสาทอิวาคุนิ (Iwakuni Castle) หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของจังหวัดยามากุจิ เดิมทีปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคเอโดะ ก่อนจะถูกทำลายไปและสร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง ปัจจุบันตัวปราสาทที่เห็นเป็นการจำลองขึ้นใหม่ แต่ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้อย่างสวยงาม
การเดินทางขึ้นไปยังตัวปราสาทถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจ โดยสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนภูเขา ใช้เวลาไม่นานก็จะถึงด้านบน จากนั้นเดินต่ออีกเล็กน้อยก็จะถึงปราสาท ระหว่างทางจะได้ชมวิวธรรมชาติรอบด้าน ทั้งภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิที่ให้ทั้งบรรยากาศธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในที่เดียว
ไฮไลต์ของ ปราสาทอิวาคุนิ คือ จุดชมวิวบนยอดปราสาทที่สามารถมองเห็นสะพานไม้ชื่อดัง สะพานคินไตเคียว ได้จากมุมสูง พร้อมวิวแม่น้ำนิชิกิที่ไหลผ่านเมืองอย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนและฤดูซากุระ จะยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับทัศนียภาพรอบๆ อย่างมาก นอกจากนี้ภายในปราสาทยังจัดแสดงอาวุธและชุดเกราะซามูไรให้เข้าชมอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:45 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 270 เยน, เด็ก 120 เยน
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Iwakuni หรือ Shine-Iwakuni ต่อรถบัสไปลงป้าย Kintaikyo Bridge ประมาณ 15-20 นาที เดินไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Iwakuni Ropeway นั่งกระเช้าขึ้นไปแล้วเดินต่อประมาณ 10 นาทีก็ถึงตัวปราสาท
ที่ตั้ง: 3 Yokoyama, Iwakuni, Yamaguchi 741-0081 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UzYkDUZY9F1A6YPbA
9. วัดรุริโคจิ (Rurikoji Temple)

วัดรุริโคจิ (Rurikoji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดยามากุจิ ตั้งอยู่ภายในสวนโคซังและโดดเด่นด้วยเจดีย์ไม้ 5 ชั้นที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้และสวนญี่ปุ่นที่จัดอย่างประณีต
เมื่อเดินเข้ามาภายในวัด จะสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายแต่ทรางเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ตัวเจดีย์ไม้มีอายุกว่า 600 ปี และยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี วิวของเจดีย์ที่ตัดกับธรรมชาติรอบๆ จะยิ่งสวยเป็นพิเศษ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิ ที่สายถ่ายรูปและสายวัฒนธรรมต้องไม่พลาด
ไฮไลต์ของ วัดรุริโคจิ คือ เจดีย์ 5 ชั้น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น ด้วยรูปทรงที่สมดุลและรายละเอียดงานไม้ที่ประณีต นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนบางฤดูกาลจะมีการเปิดไฟประดับ ทำให้เจดีย์ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืด สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและแตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างสิ้นเชิง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamaguxhi ต่อรถบัสไปลงป้าย Kozan Park / Rurikoji เดินต่อประมาณ 5-10 นาทีถึงวัด
ที่ตั้ง: 7-1 Kozancho, Yamaguchi, 753-0081 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fvYpEF8rSbsW69xu6
10. สระน้ำเบปปุเบ็นเท็น (Beppu Benten Pond)

สระน้ำเบปปุเบ็นเท็น (Beppu Benten Pond) เป็นสระน้ำธรรมชาติขนาดไม่ใหญ่ แต่มีชื่อเสียงระดับประเทศจากความใสของน้ำที่แทบจะมองทะลุถึงก้อนสระได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาในเมืองมิเนะ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและให้ความรู้สึกสดชื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปใกล้
สีของน้ำในสระจะออกเป็นฟ้าอมเขียวใสราวกับมรกต ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติและการกรองของชั้นหินใต้ดิน ทำให้แสงสะท้อนออกมาเป็นเฉดสีที่สวยแปลกตา ยิ่งในวันที่แดดส่องลงมาจะยิ่งเห็นความใสและสีของน้ำได้ชัดเจนมากขึ้น ใครที่ชอบธรรมชาติแบบสงบๆ และบริสุทธิ์ต้องที่นี่เลย
ไฮไลต์ของ สระน้ำเบปปุเบ็นเท็น คือ ความใสของน้ำที่ได้รับยกย่องว่าใสระดับต้นๆ ของญี่ปุ่น จนสามารถมองเห็นปลาและรายละเอียดใต้น้ำได้อย่างชัดเจนเหมือนกระจก นอกจากนี้น้ำจากสระยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 100 แหล่งน้ำที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และสามารถตักดื่มได้ ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่จุดถ่ายรูป แต่ยังเป็นสถานที่ที่ความสำคัญทางธรรมชาติและความเชื่ออีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Ofuku ต่อแท็กซี่ประมาณ 10-15 นาที ถึงสระน้ำ
ที่ตั้ง: 1578 Shuhocho Beppu, Mine, Yamaguchi 754-0603 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ChHs5x6DCReDdV417
11. ยามากุจิฟลาวเวอร์แลนด์ (Yamaguchi Flower Land)

ยามากุจิฟลาวเวอร์แลนด์ (Yamaguchi Flower Land) คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ในเมืองยาไน ที่รวบรวมความสวยงามของดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์เอาไว้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนก็จะได้เห็นดอกไม้บานสลับกันไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ทิวลิป ซากุระ ไปจนถึงดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเล่นชิลๆ
พื้นที่ภายในสวนถูกออกแบบอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งโซนสวนกลางแจ้งและเรือนกระจกที่จัดแสดงดอกไม้แบบใกล้ชิด ทางเดินกว้าง เดินสบายและมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะแปลงดอกไม้ที่จัดเรียงเป็นลวดลายสีสันสวยงาม ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิ ที่เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูป คู่รัก หรือครอบครัว
ไฮไลต์ของ ยามากุจิฟลาวเวอร์แลนด์ คือ การได้ชมดอกไม้เปลี่ยนฤดูที่จะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดปี ทำให้มาเที่ยวได้ทุกช่วงเวลาโดยไม่ซ้ำเดิม นอกจากนี้ยังมีเรือนกระจกที่รวบรวมพืชพรรณหายาก และโซนกิจกรรมสำหรับเด็กๆ รวมถึงร้านคาเฟ่เล็กๆ ภายในสวนที่สามารถนั่งพักชมวิวได้แบบเพลินๆ เป็นจุดที่เที่ยวได้ยาวแบบไม่เบื่อ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 510 เยน, เด็ก 250 gpo
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yanai ต่อแท็กซี่ประมาณ 10 นาทีถึงสวน
ที่ตั้ง: 500-1 Shinjo, Yanai, Yamaguchi 742-0033 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Scu2P5Ejs4JWxy8e6
12. สวนสาธารณะโคซัน (Kozan Park)

สวนสาธารณะโคซัน (Kozan Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองยามากุจิ ที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้อย่างลงตัว ภายในพื้นที่เดียวกันยังเป็นที่ตั้งของวัดรุริโค ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สามารถเดินเที่ยวได้แบบครบทั้งสวนและวัดในครั้งเดียว
บรรยากาศภายในสวนร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้า และบ่อน้ำที่จัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม ทางเดินถูกออกแบบให้เดินง่าย เหมาะกับการมาเดินเล่น พักผ่อน หรือถ่ายรูป โดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระแบบใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวนจะเต็มไปด้วยสีสันสวยงาม เพิ่มความโรแมนติกให้กับบรรยากาศโดยรอบอย่างมาก
ไฮไลต์ของ สวนสาธารณะโคซัน คือ วิวของเจดีย์ 5 ชั้นของวัดรุริโคจิที่ตั้งอยู่ภายในสวน ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากหลายมุม พร้อมฉากหลังเป็นธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ในบางช่วงยังมีการเปิดไฟประดับในเวลากลางคืน ทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะกับทั้งการเดินเล่นแบบชิลๆ และถ่ายภาพแบบแลนด์สเคป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamagushi ต่อรถบัสไปลงป้ายสวนสาธารณะโคซาน เดินต่อประมาณ 5 นาทีถึงสวน
ที่ตั้ง: 7-1 Kozancho, Yamaguchi, 753-0081 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HcpUdu6L5sqxSHBR6
13. สวนฮิโนะยามะ (Hinoyama Park)

สวนฮิโนะยามะ (Hinoyama Park) เป็นสวนสาธารณะบนภูเขาที่ตั้งอยู่ในเมืองชิโมโนเซกิ โดดเด่นด้วยจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นช่องแคบคันมง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญระหว่างเกาะฮอนชูและคิวชูได้อย่างชัดเจน จากด้านบนจะเห็นทั้งทะเล เมือง และสะพานที่ทอดข้ามระหว่างสองเกาะ เป็นวิวที่ให้ความรู้สึกกว้างไกลและโล่งสบายตา
พื้นที่สวนค่อนข้างกว้าง มีทั้งจุดชมวิว สนามหญ้า และโซนสำหรับพักผ่อน เหมาะกับการมาเดินเล่นแบบชิลๆ หรือปิกนิกเบาๆ ในช่วงกลางวัน ขณะเดียวกันช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน ที่นี่จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นจุดชมวิวแสงไฟเมืองที่สวยติดอันดับของญี่ปุ่น ทำให้เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยว ยามากุจิ ที่มาได้ทั้งกลางวันและกลางคืนในอารมณ์ที่ต่างกัน
ไฮไลต์ของ สวนฮิโนะยามะ คือ วิวพาโนรามาของช่องแคบคันมงจากมุมสูง ที่สามารถมองเห็นทั้งฝั่งฮอนชูและคิวชูได้ในเฟรมเดียว โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่แสงไฟของเมืองและสะพานส่องประกายสะท้อนผิวน้ำ สร้างภาพที่โรแมนติกและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Hinoyama Ropeway เพื่อชมวิวระหว่างทางได้อีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Shimonoseki ต่อรถบัสไปลงป้ายใกล้ Hinoyama Ropeway นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปด้านบน
ที่ตั้ง: Mimosusogawacho, Shimonoseki, Yamaguchi 751-0813 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zEgkKuBrbvp9gu9Y7
14. ที่ราบสูงอะคิโยชิได (Akiyoshidai)

ที่ราบสูงอะคิโยชิได (Akiyoshidai) คือภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยทุ่งหน้ากว้างไกลสุดสายตา สลับกับหินปูนรูปร่างแปลกตาที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินทั่วทั้งพื้นที่ ภาพรวมให้ความรู้สึกโล่ง โปร่ง และแตกต่างจากภูเขาหรือป่าไม้แบบที่คุ้นเคยในญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
เสน่ห์ของที่นี่คือความเปิดกว้างของวิวที่ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา ทำให้สามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าและภูมิประเทศได้แบบเต็มตา ถนนที่ตัดผ่านกลางที่ราบสูงยังกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถที่สวยที่สุด เหมาะมากสำหรับสาย Road Trip ที่อยากขับรถชมวิวแบบเพลินๆ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกกระทบกับทุ่งหญ้า จะยิ่งเพิ่มมิติของสีและเงาให้ดูสวยงามมากขึ้น
ไฮไลต์ของ ที่ราบสูงอะคิโยชิได คือ ภูมิประเทศแบบหินปูนที่หาดูได้ยากในญี่ปุ่น พร้อมถนนสาย Akiyoshidai Karst Road ที่สามารถขับรถชมวิวได้แบบ 360 องศา นอกจากนี้ยังเป็นขุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากแห่งหนึ่งของจังหวัดและอยู่ใกล้กับถ้ำอะคิโยชิโด ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวทั้งบนพื้นดินและใต้ดินในทริปเดียวได้อย่างลงตัว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Shin-Yamagushi ต่อรถบัสไปลงป้าย Akiyoshidai แล้วเดินหรือเช่าจักรยานเที่ยวรอบพื้นที่
ที่ตั้ง: 11237-862 Shuhocho Akiyoshi, Mine, Yamaguchi 754-0511 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/U9Dc6fhNERGNFSBq9
15. พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ (Yamaguchi Prefectural Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ (Yamaguchi Prefectural Art Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะและวัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของเมืองอิวาคุนิ โดยเฉพาะสิ่งของจากยุคซามูไร เช่น ชุดเกราะ ดาบ และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชนชั้นนักรบ ภายในอาคารจัดแสดงอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเข้าใจง่าย
บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะกับการเดินชมแบบใช้เวลา ไม่เร่งรีบ แต่ละโซนมีรายละเอียดเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่นในมุมที่ลึกขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเรื่องซามูไรหรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จะยิ่งอินกับการจัดแสดงของที่นี่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิที่เติมเต็มทริปให้มีมิติทางวัฒนธรรมมากขึ้น
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดยามากุจิ คือ คอลเลกชันชุดเกราะและดาบซามูไรที่จัดแสดงอย่างใกล้ชิด พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานและความเป็นมา นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะและโบราณวัตถุที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ทำให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจทั้งด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็ก 400 เยน
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Iwakuni ต่อรถบัสไปลงป้าย Kintaikyo เดินต่อประมาณ 5-10 นาที ถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 3-1 Kameyamacho, Yamaguchi, 753-0089 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/tR1ESbHBhP2cpHap8
16. ศาลเจ้ายามากุจิ ไดจิงกู (Yamaguchi Daijingu)

ศาลเจ้ายามากุจิ ไดจิงกู (Yamaguchi Daijingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญทางจิตใจของชาวเมืองยามากุจิ และมักถูกเรียกว่าอิเสะจิ้งกูแห่งยามากุจิ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเดียวกันกับศาลเจ้าอิเสะ ตัวศาลเจ้าถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ทางเข้า
เมื่อเดินผ่านซุ้มโทริอิเข้าไปด้านใน จะพบกับพื้นที่ศาลเจ้าที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความขลัง สถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมถูกดูแลอย่างดี สะท้อนความงดงามในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะกับการมาไหว้ขอพรหรือเดินเล่นแบบสงบๆ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ยามากุจิที่ให้ฟีลผ่อนคลายและได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้ายามากุจิ ไดจิงกู คือ ความเป็นศาลเจ้าที่มีความเชื่อมโยงกับศาลเจ้าอิเสะ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของศาสนาชินโตในญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้คนมักมาขอพรด้านความเป็นสิริมงคลและความสำเร็จในชีวิต นอกจากนี้บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ยังช่วยให้การมาเยือนที่นี่รู้สึกเป็นส่วนตัวและได้ดื่มด่ำกับความสงบอย่างแท้จริง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamaguchi ต่อรถบัสไปลงป้ายใกล้ Daijingu Shrine เดินต่อประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: 4-4 Takimachi, Yamaguchi, 753-0071 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UHSUR5TXFfV3PHj7A
17. วัดโจเอจิ (Jyoei-ji Temple)

วัดโจเอจิ (Jyoei-ji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงจากสวนญี่ปุ่นแบบเซนที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมายทางศิลปะ โดยเฉพาะ “Sesshu Garden” ที่ออกแบบโดบเซสชู จิตรกรและพระเซนชื่อดังในยุคมุโรมาจิ บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เหมาะกับการมาพักใจและดื่มด่ำกับความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น
ภายในสวนมีการจัดวางหิน ต้นไม้ และสระน้ำอย่างมีจังหวะและสมดุล สะท้อนแนวคิดของศิลปะเซนที่เน้นความนิ่งและความลึกซึ้ง มุมมองของสวนจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวสดในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือความเงียบสงบในฤดูหนาว ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนให้ความรู้สึกแตกต่างกัน
ไฮไลต์ของ วัดโจเอจิ คือ Sesshu Garden ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสวนเซนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น การจัดวางองค์ประกอบทุกอย่างมีความหมายและถูกออกแบบให้มองจากมุมของอาคารหลัก ทำให้เกิดภาพที่เหมือนภาพวาดธรรมชาติ นอกจากนี้ความเงียบสงบและผู้คนที่ไม่พลุกพล่าน ยังช่วยให้สามารถนั่งชมสวนและซึมซับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 300 เยน, นักเรียนมัธยมต้น – มัธยมปลาย 200 เยน, เด็กประถมและต่ำกว่า เข้าฟรี
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamaguchi ต่อรถบัสไปลงป้าย Joeiji Temple เดินต่อประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: 2001-1 Miyanoshimo, Yamaguchi, 753-0011 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://mapse.app.goo.gl/QUwvdriwB7U7g9KJA
18. ศาลเจ้าฟุรุคุมะ (Furukuma Shrine)

ศาลเจ้าฟุรุคุมะ (Furukuma Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ในเมืองยามากุจิที่มีบรรยากาศเงียบสงบและเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ทำให้พื้นที่โดยรอบร่มรื่นและให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป เหมาะกับการมาไหว้ขอพรหรือแวะพักใจระหว่างทริป
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีโครงสร้างไม้แบบดั้งเดิมที่ได้รับการดูแลอย่างดี พร้อมทางเดินที่ทอดผ่านซุ้มโทริอิและโคมไฟหิน สร้างบรรยากาศที่สงบและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะมาในช่วงฤดูไหนก็สามารถสัมผัสความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าฟุรุคุมะ คือ บรรยากาศที่เงียบสงบและไม่พลุกพล่าน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นส่วนตัวมากกว่าศาลเจ้าชื่อดังอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นนิยมมาขอพรด้านความเป็นสิริมงคลและความโชคดี จึงให้ฟีลโลคอลแท้ๆ ที่หาได้ยากในแหล่งท่องเที่ยวหลัก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yamaguchi ต่อรถบัสไปลงป้ายใกล้
ที่ตั้ง: 1 Chome-10-3 Furukuma, Yamaguchi, 753-0031 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rpj79RzR4mJ7CbPs6
19. ศาลเจ้าโทคุสะ ฮาจิมัง (Tokusa Hashiman Shrine)

ศาลเจ้าโทคุสะ ฮาจิมัง (Tokusa Hashiman Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในเขตชนบทของยามากุจิ ให้บรรยากาศที่สงบ เรียบง่าย และแตกต่างจากศาลเจ้าที่อยู่ในเมืองอย่างชัดเจน เส้นทางเข้าสู่ศาลเจ้าจะผ่านแนวต้นไม้และซุ้มโทริอิที่ทอดยาว สร้างความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ตัวอาคารหลักยังคงสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมที่ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ ด้วยความที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ทำให้ที่นี่เหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อน หรือใช้เวลาซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นชนบทอย่างแท้จริง
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าโทคุสะ ฮาจิมัง คือ บรรยากาศญี่ปุ่นโลคอลที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความเงียบสงบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้รอบศาลเจ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและส้ม สร้างภาพที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นศาลเจ้าที่ผู้คนมาขอพรด้านความปลอดภัยและความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของศาลเจ้าฮาจิมัง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Tokusa แล้วต่อแท็กซี่ประมาณ 10-15 นาทีถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 3673 Atotokusanaka, Yamaguchi, 759-1512 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Ch76GnG3qhNiYjHy6
20. สวนอิโนอุเอะ (Inoue Park)

สวนอิโนอุเอะ (Inoue Park) เป็นสนสาธารณะขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย ตั้งอยู่ใกล้ย่านออนเซ็นชื่อดังอย่าง ยูดะ ออนเซ็น ทำให้ที่นี่เหมาะมากสำหรับแวะเดินเล่นหลังแช่ออนเซ็นหรือใกล้เวลาพักผ่อนเบาๆ ในช่วงเย็น ภายในสวนมีทั้งบ่อน้ำ ทางเดิน และพื้นที่สีเขียวที่จัดอย่างเรียบง่ายแต่สบายตา
บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสงบและเป็นกันเอง เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานหรือฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี สวนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยสีสันที่สวยงามและน่าประทับใจ อีกทั้งในช่วงกลางคืนบางวันยังมีการเปิดไฟ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและแตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างสิ้นเชิง
ไฮไลต์ของ สวนอิโนอุเอะ คือ บรรยากาศสวยเล็กๆ แต่ฟีลดีมาก สามารถเดินเล่นได้แบบสบายๆ พร้อมวิวบ่อน้ำและต้นไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล นอกจากนี้ความใกล้กับยูดะออนเซ็นยังทำให้สามารถวางแผนเที่ยวแบบผ่อนคลายได้ครบ ทั้งแช่ออนเซ็นและเดินเล่นในสวนในวันเดียว เป็นจุดที่เหมาะกับการปิดท้ายวันแบบชิลๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง JR ไปลงสถานี Yudaonsen เดินต่อประมาณ 10-15 นาทีถึงสวน
ที่ตั้ง: 2 Chome-5 Yudaonsen, Yamaguchi, 753-0056 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Dw8mUBdexmTCHRgB6
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปญี่ปุ่นที่ไม่วุ่นวาย เช่ารถขับชิลๆ ได้ทั้งธรรมชาติ วิวทะเล เมืองเก่า และวัฒนธรรมสะพานวิวหลักล้าน ที่เที่ยว ยามากุจิ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุดแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีอะไรให้ค้นหาอยู่ตลอดเวลา สามารถแวะจุดเล็กๆ ระหว่างทาง เห็นวิวสวยๆ ได้แบบไม่ต้องรีบ และออกแบบทริปได้ตามสไตล์ของตัวเองอย่างเต็มที่
สุดท้ายแล้ว ยามากุจิอาจไม่ใช่จังหวัดที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น แต่ก็เป็นเมืองที่ได้เห็นญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่งที่สงบ เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ที่ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน













