โอคายาม่า (Okayama) คือหนึ่งในเมืองรองของญี่ปุ่นที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติอันเงียบสงบและประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าได้อย่างลงตัว ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งแสงแดด อากาศดี เที่ยวสบาย คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับสายชิลที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสวนญี่ปุ่นระดับติดอันดับโลก ปราสาทเก่าแก่ ย่านเมืองโบราณสุดคลาสสิก หรือวิวธรรมชาติสวยๆ ที่ยังคงความบริสุทธิ์ โอคายาม่า ก็มีครบแบบไม่ต้องเร่งรีบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 20 ที่เที่ยว โอคายาม่า ที่น่าไปเยือนสักครั้ง ทั้งสวย เที่ยวง่าย และยังไม่แมสมากในหมู่นักท่องเที่ยวไทย เตรียมปักหมุดแล้วออกไปเจอญี่ปุ่นในมุมๆ ใหม่กันได้เลย
1. สวนโคราคุเอ็น (Korakuen Garden)

สวนโคราคุเอ็น (Korakuen Garden) ถือเป็นหนึ่งในสามสวนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอคายาม่า สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยมีการออกแบบอย่างพิถีพิถันในสไตล์สวนญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสมผสานทั้งสนามหญ้ากว้าง สระน้ำ ทางเดิน และเนินเขาเล็กๆ ที่จัดวางอย่างลงตัว
บรรยากาศภายในสวนให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ ชมวิวธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือวิวเขียวสดชื่นในช่วงหน้าร้อน เรียกได้ว่าเป็นจุดเช็กอินที่สายธรรมชาติและสายถ่ายรูปไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ของ สวนโคราคุเอ็น คือ ความโดดเด่นของที่นี่อยู่ที่วิวสวนญี่ปุ่นแบบเปิดที่สามารถมองเห็นปราสาทโอคายาม่าเป็นฉากหลังอย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือช่วงจัดไฟตอนกลางคืน จะยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกให้กับสวนแห่งนี้แบบสุดๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 7:30 น. – 21:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 400 – 410 เยน, เด็ก (ต่ำกว่ามัธยมปลาย): ฟรี และ ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): ประมาณ 140 – 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Okayama ออกจากสถานีทางฝั่ง East Exit ขึ้นรถราง Okayama Electric Tramway สาย Higashiyama Line ลงที่ป้าย Shiroshita เดินต่อประมาณ 10-15 นาที ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ จะถึงสวนโคราคุเอ็น
ที่ตั้ง: 1-5 Korakuen, Kita Ward, Okayama, 703-8257 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2tTvDJ5gikqjPPoa8
2. ภูเขาวาชูซัง (Mount Washuzan)

ภูเขาวาชูซัง (Mount Washuzan) เป็นจุดชมวิวชื่อดังของจังหวัดโอคายาม่า ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน ที่เที่ยว โอคายาม่า ที่ชมวิวทะเลในแบบ “Seto Inland Sea” ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาเตี้ยๆ ทำให้สามารถขึ้นไปชมวิวได้ง่าย และมองเห็นทัศนียภาพได้แบบพาโนรามา
จากจุดชมวิวด้านบน คุณจะได้เห็นภาพของทะเลเซโตะที่เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยเรียงตัวสลับกันอย่างสวยงาม พร้อมกับสะพานเซโตะโอฮาชิที่ทอดยามข้ามทะเล เป็นภาพที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติแลละวิศวกรรมได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก บรรยากาศจะโรแมนติกและสวยงามเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ ภูเขาวาชูซัง คือ วิวสะพานเซโตะโอฮาชิจากมุมสูงที่สามารถมองเห็นได้แบบเต็มสายตา ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะตอนเย็นที่แสงพระอาทิตย์ตกสะท้อนทะเล และช่วงกลางคืนที่สะพานเปิดไฟเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ทั้งสายถ่ายรูปและสายชิลต้องประทับใจแน่นอน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถไฟ JR สาย Seto-Ohashi Line ไปลงที่สถานี Kojima จากนั้นนั่งรถบัสท้องถิ่นสาย Washazan Line ไปลงป้าย Washuzan Observation Deck และจากป้ายรถบัส เดินต่อประมาณ 5-10 นาที ถึงจุดชมวิว
ที่ตั้ง: Obatake, Kurashiki, Okayama 711-0924, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9PAfA81NLcQEckMs9
3. ฟาร์มวัวเจอร์ซี่ฮิรุเซน (Hiruzen Jersey Land)

ฟาร์มวัวเจอร์ซี่ฮิรุเซน (Hiruzen Jersey Land) หนึ่งในแลนด์มาร์กยอดฮิตที่ราบสูงฮิรุเซ็น จังหวัดโอคายาม่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศธรรมชาติแบบเปิดโล่งสุดสายตา ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และฝูงวัวเจอร์ซี่ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในชนบทญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อน สูดอากาศดีๆ และใช้เวลากับธรรมชาติแบบช้าๆ
นอกจากความสวยงามของวิวภูเขาและทุ่งหญ้าแล้ว ที่นี่ยังเป็นฟาร์มที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงวัวเจอร์ซี่แบบใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมเบาๆ เช่น ให้อาหารสัตว์ เดินเล่น ถ่ายรูป หรือจะนั่งชิลในโซนคาเฟ่ก็ได้ บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว และสายเที่ยวธรรมชาติ
ไฮไลต์ของ ฟาร์มวัวเจอร์ซี่ฮิรุเซน คือ ไอศกรีมนมเจอร์ซี่ที่ขึ้นชื่อกว่ารสชาติเข้มข้น หอมมัน และสดใหม่สุดๆ เพราะผลิตจากนมวิวภายในฟาร์มเอง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ เช่น โยเกิร์ต ชีส และนมสดให้ลองอีกด้วย ใครเป็นสายของกินหรือชอบนม บอกเลยว่าฟินแน่นอน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR สาย Hakubi Line จาก Okayama ไปลงที่สถานี Bitchu-Takahashi หรือ Niimi จากนั้นต่อรถบัสไปยัง Hiruzen Highlands ลงใกล้ Hiruzen Jersey Land แล้วเดินต่อเล็กน้อย
ที่ตั้ง: 956-222 Hiruzennakafukuda, Maniwa, Okayama 717-0501 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/H2VbwNQS1jyYxFNC8
4. สวนสนุกฮิรุเซ็นโคเก็นเซ็นเตอร์ จอยฟูลพาร์ค (Hiruzen Kogen Center & Joyful Park)

สวนสนุกฮิรุเซ็นโคเก็นเซ็นเตอร์ จอยฟูลพาร์ค (Hiruzen Kogen Center & Joyful Park) ตั้งอยู่บนที่ราบสูงฮิรุเซ็น ในจังหวัดโอคายาม่า เป็น ที่เที่ยว โอคายาม่า ที่ผสมผสานความสนุกของสวนสนุกเข้ากับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ได้อย่างลงตัว บรรยากาศรอบๆ โอบล้อมด้วยภูเขาและทุ่งหญ้า ทำให้ที่นี่แตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป เพราะให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และผ่อนคลาย เหมาะทั้งกับครอบครัว คู่รัก และสายชอบเที่ยวสวนสนุก
ภายในสวนสนุกมีเครื่องเล่นหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องเล่นเบาๆ สำหรับเด็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นพอประมาณสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโซนร้านอาหารและร้านขายของฝากที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น นมสด ไอศกรีม และชีสจากฮิรุเซ็น ซึ่งขึ้นชื่อมากในภูมิภาคนี้ ทำให้คุณสามารถทั้งเที่ยว เล่น และกินได้ในที่เดียว
ไฮไลต์ของ สวนสนุกฮิรุเซ็นโคเก็นเซ็นเตอร์ จอยฟูลพาร์ค คือ การได้สนุกกับเครื่องเล่นไปพร้อมกับวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาฮิรุเซ็นได้แบบเต็มตา อีกทั้งบรรยากาศที่ไม่แออัด ทำให้เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ต่างจากสวนสนุกใหญ่ในเมือง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) ประมาณ 900-1000 เยน, เด็ก (ประถม-อนุบาล) ประมาณ 400-500 เยน
วิธีไป: นั่ง JR สาย Hakubi Line ไปลงสถานี Chugoku-Katsuyama จากสถานี ต่อรถบัสท้องถิ่นสาย Hiruzen ไปลง้ทาย Hiruzen Kogen Center เดินต่อเล็กน้อยจะถึงทางเข้าสวนสนุก
ที่ตั้ง: 1205-197 Hiruzenkamifukuda, Maniwa, Okayama 717-0602 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/highTUhz9nPwSE3KA
5. น้ำตกอิวาอิ (Iwai Waterfall)

น้ำตกอิวาอิ (Iwai Waterfall) เป็นอีกหนึ่งในจุดชมธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขาในเมืองคากามิโนะ จังหวัดโอคายาม่า โดดเด่นด้วยบรรยากาศเงียบสงบและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่แล้วมาสัมผัสความสดชื่นแบบใกล้ชิดธรรมชาติจริงๆ
ตัวน้ำตกไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหิน ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี ทำให้ที่นี่มีความชุ่มชื้นและเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง ตัดกับสายน้ำที่ไหลลงมา กลายเป็นวิวที่สวยงามเหมือนภาพวาด
ไฮไลต์ของ น้ำตกอิวาอิ คือ ความเงียบ สงบ และเป็นธรรมชาติแท้ๆ นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ทำให้สามารถนั่งฟังเสียงน้ำไหล สูดอากาศบริสุทธิ์และดื่มด่ำกับวิวป่าเขาได้แบบเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยมาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูเขียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถไฟ JR สาย Tsuyama Line ไปลงที่สถานี Tsuyama จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นไปยังพื้นที่ Kagamino ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ลงป้ายใกล้สุดแล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปยังน้ำตก
ที่ตั้ง: Kamisaibara, Kagamino, Tomata District, Okayama 708-0601 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jqYQ2dV1DbUMtHKF9
6. สวนพฤกษศาสตร์โอคายาม่า (Okayama Botanical Garden)

สวนพฤกษศาสตร์โอคายาม่า (Okayama Botanical Garden) เป็น ที่เที่ยว โอคายาม่า ที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่น ที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีและบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินเล่นชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ภายในสวนมีการจัดแสดงพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชหายากจากหลายภูมิภาค ทำให้ที่นี่มีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
นอกจากพื้นที่สวนกลางแจ้งแล้ว ยังมีโซนเรือนกระจกที่รวบรวมพืชเขตร้อนและพืชพิเศษเอาไว้ให้ชมอย่างใกล้ชิด เหมาะทั้งสำหรับสายธรรมชาติ คนที่ชอบถ่ายรูป หรือครอบครัวที่อยากหาที่เที่ยวสบายๆ ไม่เร่งรีบ บรรยากาศโดยรวมไม่แออัด ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้อย่างเต็มที่
ไฮไลต์ของ สวนพฤกษศาสตร์โอคายาม่า คือ ความหลากหลายของพืชพรรณที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเอกไม้บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือความสดชื่นของต้นไม้เขียวขจีในฤดูร้อน ทำให้มาเที่ยวช่วงไหนก็ได้ภาพสวยและบรรยากาศที่แตกต่างกันทุกครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 310 เยน, เด็ก (ประถม-มัธยมต้น) 125 เยน และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี JR Okayama นั่งรถบัสจากหน้าสถานี สายที่มุ่งหน้าไป Hokaiin ลงที่ป้าย Hokaiin ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงสวน
ที่ตั้ง: 3-1 Hokaiin, Kita Ward, Okayama, 700-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VLGbKMd48LA48RuH8
7. หุบเขาอุคังเค (Ukankei Gorge/Ukan Valley)

หุบเขาอุคังเค (Ukankei Gorge/Ukan Valley) เป็นอีกหนึ่งพิกัดธรรมชาติสุดเงียบสงบของจังหวัดโอคายาม่า ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กลับเต็มไปด้วยความงดงามของภูเขา ป่าไม้ และลำธารใสที่ไหลผ่านหุบเขา บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับการมาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ได้อย่างแท้จริง
พื้นที่ของหุบเขาแห่งนี้ยังเหมาะสำหรับสายเดินป่าเบาๆ และถ่ายภาพธรรมชาติ เพราะมีเส้นทางเดินชมวิวที่สามาถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนก็จะได้เห็นความสวยในมุมที่ต่างกันออกไป ทั้งสีเขียวสดในฤดูร้อน หรือบรรยากาศเงียบสงบในฤดูหนาว
ไฮไลต์ของ หุบเขาอุคังเค คือ ใบไม้เปลี่ยนสี ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งหุบเขาจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลืองตัดกับลำธารด้านล่าง กลายเป็นวิวสุดอลังการที่เหมาะกับการถ่ายรูปแบบพาโนรามา ถือเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและคนยังไม่พลุกพล่านของโอคายาม่า
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Okayama ให้นั่ง JR สาย Tsuyama Line ไปลงสถานี Fukuwatari จากนั้นต่อแท็กซี่ประมาณ 20-30 นาทีไปยังหุบเขา
ที่ตั้ง: Shimogamo, Kibichuo, Kaga District, Okayama 709-2331 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xxais6qS2rQWQURQ9
8. ปราสาทโอคายาม่า (Okayama Castle)

ปราสาทโอคายาม่า (Okayama Castle) หรือ ปราสาทอีกา เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองโอคายาม่า โดดเด่นด้วยตัวปราสาทสีดำสนิทที่แตกต่างจากปราสาทญี่ปุ่นทั่วไปที่มักเป็นสีขาว สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 และได้รับการบูรณะใหม่ให้คงความงดงามไว้จนถึงปัจจุบัน ภายในปราสาทถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแคว้นโอคายาม่าได้อย่างน่าสนใจ
บรรยากาศรอบๆ ปราสาทเงียบสงบและร่มรื่น โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนโคราคุเอ็น หนึ่งในสวนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้สามารถเที่ยวทั้งสองที่ได้ในทริปเดียว ใครที่มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง จะได้เห็นวิวซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับตัวปราสาทสีดำอย่างสวยงาม เป็นอีกจุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาด
ไฮไลต์ของ ปราสาทโอคายาม่า คือ ตัวปราสาทสีดำที่ดูสง่างามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน อีกทั้งด้านบนของปราสาทยังสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโอคายาม่าและแม่น้ำอาซาฮิได้แบบพาโนรามา นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรม เช่น การลองสวมชุดซามูไร หรือเวิร์กช็อปงานหัตถกรรม ทำให้การเที่ยวที่นี่ไม่ได้มีแค่การเดินชม แต่ยังได้ประสบการณ์แบบอินกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมากขึ้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ ประมาณ 400 เยน, เด็ก ประมาณ 100 เยน
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถราง Okayama Electris Tramway สาย Higashiyama ลงป้าย Shiroshita จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที จะถึงตัวปราสาท
ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Marunouchi, Kita Ward, Okayama, 700-0823 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3eszgNHn3qqRLR498
9. ย่านคุราชิกิ บิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter)

ย่านคุราชิกิ บิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter) เป็นย่านเมืองเก่าที่ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณเอาไว้อย่างสมบูรณ์ โดดเด่นด้วยอาคารโกดังเก็บสินค้าสีขาวที่เรียงรายริมคลอง พร้อมต้นหลิวที่ทอดยาวให้บรรยากาศโรแมนติกแบบคลาสสิก เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเห็นศูนย์กลางกาค้าข้าวที่สำคัญในยุคเอโดะ ก่อนจะถูกอนุรักษ์และพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ในปัจจุบัน
เมื่อเดินเล่นในย่านนี้ คุณจะได้สัมผัสความผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างลงตัว ทั้งร้านคาเฟ่เก๋ๆ ร้านของฝาก งานคราฟต์ท้องถิ่นไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังอย่าง Ohara Museum ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเดียวกัน บรรยากาศเงียบสงบ เดินเพลิน ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย เหมาะกับการใช้เวลาแบบไม่ต้องเร่งรีบ
ไฮไลต์ของ ย่านคุราชิกิ บิคัง คือ คลองคุราชิกิ ที่มีเรือไม้ล่องผ่านอย่างช้าๆ ท่ามกลางฉากหลังของอาคารโบรารและต้นหลิว โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่มีการเปิดไฟประดับ จะให้ฟีลโรแมนติกและคลาสสิกมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดของโอคายาม่า
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama ให้นั่งรถไฟ JR สาย Sanyo Line ไปลงสถานี Kurashiki ออกจากสถานีแล้วเดินต่อประมาณ 10-15 นาที ตามป้าย Kurashiki Bikan Historical Quarter
ที่ตั้ง: 4 Central, Kurashiki, Okayama 710-0046 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/uC7UiRfMcrYxk5hT6
10. ศาลเจ้าคิบิสึ (Kibitsu Shrine)

ศาลเจ้าคิบิสึ (Kibitsu Shrine) เป็นหนึ่งใน ที่เที่ยว โอคายาม่า ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดโอคายาม่า เป็นศาลเจ้าชินโตที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า คิบิสึ-สึคุริ ซึ่งหาชมได้ยากในญี่ปุ่น ภายในศาลเจ้าเต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียว เหมาะกับการมาเดินเล่นและสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ
สถานที่แห่งนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับตำนานโมโมทาโร่ หรือเด็กชายลูกท้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่โด่งดังของญี่ปุ่น ทำให้ศาลเจ้าคิบิสึไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและเรื่องเล่าที่อยู่คู่กับเมืองโอคายาม่ามายาวนาน
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าคิบิสึ คือ ทางเดินไม้ยาวกว่า 360 เมตร ที่ทอดยาวเชื่อมอาคารต่างๆ ภายในศาลเจ้า หลังคาทรงโค้งต่อเนื่องกันอย่างสวยงามเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ไม่ว่าไปฤดูไหนก็สวย โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะโรแมนติกและขลังเป็นพิเศษ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี JR Okayama นั่งรถไฟสาย JR Kibisen ไปลงที่สถานี Kibitsu ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที ก็จะถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 931 Kibitsu, Kita Ward, Okayama, 701-1341 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZD2CZs43pP6Q1sdN8
11. ศาลเจ้าไซโจ อินาริ (Saijo Inari)

ศาลเจ้าไซโจ อินาริ (Saijo Inari) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าอินาริที่สง่างามและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีอายุกว่า 1,200 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายวัด แต่มีเสาโทริอิขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ผู้คนมักเดินทางมาขอพรเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจ การเงิน และความสำเร็จในชีวิต ตามความเชื่อของเทพอินาริที่เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าไซโจ อินาริ คือ ที่นี่เป็นที่สักการะทั้งเทพเจ้าและพระพุทธเจ้า ในช่วงวันหยุดปีใหม่จึงมีผู้คนมาสักการะมากที่สุดในจังหวัดโอคายาม่า และยังมีศาลเจ้าขนาดเล็ก En no Massha shrine ที่ผู้คนมักมาขอพรเรื่องความรักยั่งยืน และขอให้ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama ให้นั่งรถบัสสายมุ่งหน้าไป Saijo Inari แล้วลงที่ป้าย Saijo Inari จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-10 นาทีถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 712 Takamatsuinari, Kita Ward, Okayama, 701-1331 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9F9LtGa9yx34neqn8
12. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art) ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิ บิคัง ที่โดดเด่นด้วยอาคารสีขาวสไตล์กรีกคลาสสิก ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปกลางเมืองญี่ปุ่น
ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะระดับโลกมากมาย ทั้งภาพวาด ประติมากรรม และศิลปะสมัยใหม่จากศิลปินชื่อดัง เช่น Claude Monet, El Greco และ Picasso ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมศิลปะที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ คือ การได้ชมผลงานต้นฉบับของศิลปินระดับโลกแบบใกล้ชิด ซึ่งหาได้ยากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาพ “Water Lilies” ของ Monet ที่เป็นหนึ่งในงานเด่น นอกจากนี้ยังมีโซนศิลปะญี่ปุ่นและเอเชีย รวมถึงอาคารแยกที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ทำให้การเดินชมมีความหลากหลายและไม่น่าเบื่อ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 15:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ ประมาณ 1,300 – 2,000 เยน, นักศึกษามหาวิทยาลัย ประมาณ 800 – 1,000 เยน, นักเรียนประถม – มัธยมศึกษา ประมาณ 500 เยน
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถไฟ JR สาย Sanyo Line ไปลงสถานี Kurashiki จากนั้นเดินต่อประมาณ 10-15 นาที เข้าสู่ย่าน Kurashiki Bikan Historical Quarter
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-15 Central, Kurashiki, Okayama 710-8575 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/i6SsEgKRVKLkFnzb6
13. บ้านโอฮาชิ หรือ บ้านซามูไรคุราชิกิ (Ohashi Family Residence)

บ้านโอฮาชิ หรือ บ้านซามูไรคุราชิกิ (Ohashi Family Residence) เป็นบ้านโบราณสมัยเอโดะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิ เดิมทีเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ซึ่งมีสถานะใกล้เคียงชนชั้นซามูไร ทำให้สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านความสง่างามและการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างบ้านพ่อค้าและบ้านซามูไร
ภายในบ้านยังคงบรรยากาศดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นเสื่อทาทามิ ประตูบานเลื่อน โครงสร้างไม้แบบญี่ปุ่นแท้ รวมถึงสวนเล็กๆ ที่จัดอย่างประณีต ผู้เข้าชมสามารถเดินสำรวจแต่ละห้องเพื่อสัมผัสวิถีชีวิจของชนชั้นสูงในอดีตได้อย่างใกล้ชิด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ให้ทั้งความรู้และความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลา
ไฮไลต์ของ บ้านซามูไรคุราชิกิ คือ การเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่รวบรวมผลงานระดับโลกจากศิลปินชื่อดัง เช่น Monet, El Greco และ Gauguin ไว้อย่างน่าทึ่ง โดยตัวอาคารสไตล์ยุโรปผสานกับบรรยากาศญี่ปุ่นรอบข้าง ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและเป็นจุดหมายของคนรักศิลปะจากทั่วโลก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 500 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 250 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Kurashiki ออกทางประตูใต้ เดินตรงไปประมาณ 10-15 นาที ผ่านถนนสายหลักเข้าสู่ย่าน Kurashiki Bikan Historical Quater
ที่ตั้ง: 1 Chome-2-1 Central, Kurashiki, Okayama 710-0046 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/SrqJ6GUPrCRjBDsr6
14. หมู่บ้านฟุคิยะ ฟุรุซาโตะ (Fukiya Furusato Village)

หมู่บ้านฟุคิยะ ฟุรุซาโตะ (Fukiya Furusato Village) เป็นหมู่บ้านโบราณเล็กๆ บนภูเขาในเมืองทาคาฮาชิ จังหวัดโอคายาม่า ที่ยังคงรักษาบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีแดงน้ำตาลที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ซึ่งได้มาจาก เบงการะ หรือเม็ดสีแดงจากแร่เหล็ก วัสดุสำคัญที่เคยทำให้หมู่บ้านแห่งนี้รุ่งเรืองในอดีต
เมื่อเดือนเข้ามาในหมู่บ้าน คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะ ถนนเงียบสงบ รายล้อมด้วยอาคารไม้แบบดั้งเดิม ร้านค้าเล็กๆ พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวของอุตสาหกรรมเบงการะ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป สายวัฒนธรรม และคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบโลคอลจริงๆ
ไฮไลต์ของ หมู่บ้านฟุคิยะ ฟุรุซาโตะ คือ หมู่บ้านสีแดงทั้งหมู่บ้านที่หาได้ยากในญี่ปุ่น บ้านทุกหลังถูกทาด้วยสีเบงการะอย่างเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทั้งหมู่บ้านดูอบอุ่น คลาสสิก และมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน นอกจากนี้ ยังมีจุดให้เข้าชมภายใน เช่น บ้านพ่อค้าเก่าและโรงผลิตสีเบงการะ ที่ช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของคนในอดีตได้ลึกขึ้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถไฟ JR สาย Hakubi Line ไปลงสถานี Bitchu-Takahashi แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปลงป้าย Fukiya ใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที แล้วเดินต่อเล็กน้อยจะถึงหมู่บ้าน
ที่ตั้ง: 838-2 Nariwacho Fukiya, Takahashi, Okayama 719-2341 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/mzZgjiz9XXzeYzxh9
15. พิพิธภัณฑ์เมืองโอคายามะ (Okayama City Museum)

พิพิธภัณฑ์เมืองโอคายามะ (Okayama City Museum) เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวของเมืองโอคายาม่าไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ในสกานี Okayama ทำให้เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจตัวตนของเมืองมากขึ้นก่อนออกไปเที่ยวจุดอื่นๆ
ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงนิทรรศการหมุนเวียนที่น่าสนใจ เช่น งานศิลปะ งานหัตถกรรม หรือเรื่องราวเกี่ยวกับโมโมท่าโร่ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองได้อย่างมีชีวิตชีวา
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เมืองโอคายามะ คือ การจัดแสดงที่เข้าใจง่ายและทันสมัย มีทั้งโมเดลจำลอง ภาพถ่าย และสื่ออินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย แม้จะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด นอกจากนี้ทำเลที่ตั้งติดกับสถานีหลักของเมือง ยังเหมาะสำหรับแวะเที่ยวสั้นๆ ก่อนหรือหลังเดินทาง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 310 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย 210 เยน และนักเรียนมัธยมต้นและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Okayama ออกทาง East Exit เดินต่อประมาณ 5 นาที จะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 14-15-1 Ekimotomachi, Kita Ward, Okayama, 700-0024 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jrxA4hqSGm3sSVtFA
16. มิตซุยเอาท์เล็ทพาร์กคุราชิกิ (Mitsui Outlet Park Kurashiki)

มิตซุยเอาท์เล็ทพาร์กคุราชิกิ (Mitsui Outlet Park Kurashiki) เป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของจังหวัดโอคายามะ ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี JR Kurashiki แบบเดินถึงได้ง่าย เหมาะมากสำหรับสายช้อปที่อยากแวะก่อนหรือหลังเที่ยวในย่านคุราชิกิ บิคัง ตัวเอาท์เล็ทมีบรรยากาศโปร่งโล่ง เดินสบาย ไม่แออัดเท่าเอาท์เล็ทในเมืองใหญ่ ทำให้สามารถเดินเลือกซื้ิอสินค้าได้แบบชิลๆ
ภายในรวบรสมแบรนด์ดังทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงของใช้ในบ้านและไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่สำคัญคือราคาส่วนใหญ่เป็นแบบเอาท์เล็ท ลดราคาค่อนข้างคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีโซนร้านอาหาร คเาฟ่ และพื้นที่นั่งพัก ทำให้สามารถใช้เวลาเดินเล่นได้ยาวๆ แบบไม่มีเบื่อ
ไฮไลต์ของ มิตซุยเอาท์เล็ทพาร์กคุราชิกิ คือ ทำเลที่สะดวกมาก อยู่ใกล้สถานีรถไฟเพียงไม่กี่นาที และมีร้านแบรนด์ดังลดราคาตลอดปี อีกทั้งยังสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างย่าน Kurashiki Bikan ได้ ทำให้เป็นจุดแวะพักเติมพลังหรือช้อปของฝากก่อนกลับไปที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสุดๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama ให้นั่งรถไฟ JR สาย Sanyo Line ไปลงสถานี Kurashiki ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เมื่อถึงแล้วให้ออกทาง South Exit แล้วเดินตรงประมาณ 3-5 นาที จะถึงเอาท์เล็ททันที
ที่ตั้ง: 12-3 Kotobukicho, Kurashiki, Okayama 710-0813 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oEw5Kz9u7T7HETSF7
17. พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ (Momotaro’s Karakuri Museum)

พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ (Momotaro Karakuri Museum) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดยูนีคในย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิ ที่นำเรื่องเล่าพื้นบ้านชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างโมโมทาโร่หรือเด็กชายลูกท้อ มาถ่ายทอดในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟสุดสนุก ภายในพิพิธภัณฑ์จะเต็มไปด้วยกลไก ห้องลับ และฉากจำลองที่ให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เดินดูนิทรรศการเฉยๆ
บรรยากาศด้านในค่อนข้างลึกลับและชวนตื่นเต้นเล็กๆ มีทั้งห้องเขาวงกต ถ้ำปีศาจ และอุปกรณ์ปริศนาที่ต้องลองเล่นเอง เหมาะมากสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป และยังช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมและนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นได้แบบสนุกไม่น่าเบื่อ
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ คือ ความอินเทอร์แอคทีฟที่ให้ผู้เข้าชมได้เล่นและสำรวจจริง ไม่ว่าจะเป็นห้องมายากล ห้องกับดัก หรือภารกิจปราบยักษ์ตามเนื้อเรื่องโมโมทาโร่ ทำให้การเดินชมเหมือนกำลังผจญภัยอยู่ในนิทาน อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปและกิจกรรมให้ลองหลายจุด เหมาะกับสายคอนเทนต์และครอบครัวสุดๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 600 เยน, เด็ก 400 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Kurashiki จากนั้นเดินออกทาง South Exit เดินต่อประมาณ 10-15 นาที เข้าสู่ย่าน Kurashiki Bikan Historical Quarter พิพิธภัณฑ์จะอยู่ในย่านนี้
ที่ตั้ง: 5-11 Honmachi, Kurashiki, Okayama 710-0054 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XNpHL7RZzRpGMaiW7
18. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอินุจิมะ เซอิเรนโช (Inujima Seirensho Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอินุจิมะเซอิเรนโช (Inujima Seirensho Art Museum) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสุดยูนีคของโอคายาม่า ที่เปลี่ยนโรงถลุงทองแดงร้าง บนเกาะอินุจิมะให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยแบบรักษ์โลกได้อย่างน่าทึ่ง ตัวอาคารยังคงโครงสร้างอุตสาหกรรมเดิมเอาไว้ผสมผสานกับงานศิลปะและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ จนเกิดเป็นพื้นที่ที่ทั้งดิบ เท่ และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ในทุกมุม
ภายในพิพิธภัณฑ์เน้นการใช้พลังงานธรรมชาติ เช่น แสงแดด ลม และความร้อนจากวัสดุเดิมของโรงงาน ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่แกลเลอรี่ แต่เป็นงานศิลปะทั้งพื้นที่ที่ผู้เข้าชมต้องค่อยๆ เดินสำรวจและซึมซับบรรยากาศไปทีละจุด เหมาะมากสำหรับสายอาร์ตและคนที่ชอบสถานที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะอินุจิมะ เซอิเรนโช คือ การนำซากโรงงานอุตสาหกรรมเก่ามารีโนเวตเป็นพิพิธภัณฑ์โดยยังคงโครงสร้างเดิมไว้เกือบทั้งหมด พร้อมผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและพลังงานธรรมชาติ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ศิลปะเชิงอนุรักษ์ที่โดดเด่นที่สุดในญี่ปุ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันศุกร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร, วันพุธ, วันพฤหัสบดี
ค่าเข้า: ประมาณ 2,100 – 2,300 เยน
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่งรถไฟ JR สาย Ako Line ไปลงสถานี Nishikata หรือ Uno แล้วเดินไปเท่ารือ Uno Port นั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะ Inujima จากท่าเรือ เดินต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาที จะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 327-4 Inujima, Higashi-ku, Okayama, 704-8153 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/8yFnSQpBth2phokT9
19. สวนมิยาสุมิ (Miyasumi Park)

สวนมิยาสุมิ (Miyasumi Park) เป็นสวนสาธาณะบนเนินเขาในเมืองมิสากิ จังหวัดโอคายาม่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา สามารถมองเห็นวิวภูเขาและชนบทญี่ปุ่นได้แบบกว้างไกลสุดสายตา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์และหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่
ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวตามฤดูกาลที่สวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่งทั่วสวน และฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มภูเขาเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สร้างบรรยากาศโรแมนติกและผ่อนคลาย เหมาะทั้งสำหรับสายถ่ายรูปและสายธรรมชาติ
ไฮไลต์ของ สวนมิยาสุมิ คือ จุดชมวิวบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนและหมู่บ้านเล็กๆ ได้แบบ 360 องศา พร้อมทางเดินในสวนที่จัดไว้อย่างดี ทำให้สามารถเดินชมธรรมชาติได้แบบสบายๆ อีกทั้งยังเป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแต่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ถือเป็น hidden gem ของโอคายาม่าที่ควรค่าแก่การมาเยือน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: จากสถานี Okayama นั่ง JR สาย Tsuyama Line ไปลงสถานี Kamenokō จากนั้นต่อแท็กซี่ประมาณ 15-20 นาที ไปยังสวนมิยาสุมิ
ที่ตั้ง: 400-11 Nishigawakami, Misaki, Kume District, Okayama 709-3406 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/5wf2ze2bEA4AL3i56
20. ปราสาทบิตชู มัตสึยามะ (Bitchu Matsuyama Castle)

ปราสาทบิตชู มัตสึยามะ คือหนึ่งในปราสาทที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในญี่ปุ่น เพราะตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 400 เมตร ในเมืองทาคาฮาชิ จังหวัดโอคายาม่า ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่า ปราสาทลอยฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเช้าของฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ที่จะมีทะเลหมอกปกคลุมด้านล่างอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ยังคงโครงสร้างไม้แท้จากยุคเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ภายในมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคและสามารถชมวิวภูเขาโดยรอบได้แบบพาโนรามา ถือเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับสายประวัติศาสตร์และสายธรรมชาติในทริปเดียวกัน
ไฮไลต์ของ ปราสาทบิตชู มัตสึยามะ คือ ภาพของปราสาทที่โผล่พ้นทะเลหมอกในยามเช้า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิวที่หาชมได้ยากและสวนติดอันดับของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นเขาไปยังตัวปราสาท และสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 200 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Bitchu-Takahashi จากสถานีสามารถนั่งรถบัสหรือแท็กซี่ไปยังจุดเริ่มต้น ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเทาอีกประมาณ 20-30 นาที จะถึง
ที่ตั้ง: 1 Uchisange, Takahashi, Okayama 716-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LRqDpWZggFzfdSfaA
ที่เที่ยว โอคายาม่า กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตที่เที่ยวแล้วประทับใจเกินคาด ด้วยธรรมชาติที่สวยสงบ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และบรรยากาศสบายๆ ไม่เร่งรีบเหมือนเมืองใหญ่ ถ้าคุณกำลังมองหาทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่แตกต่างจากเดิม ลองเปิดใจให้โอคายาม่า แล้วคุณจะได้เจอญี่ปุ่นอีกมุมที่ทั้งสงบ น่าหลงนัก และอยากกลับไปซ้ำอีกครั้งอย่างแน่นอน












