ญี่ปุ่น (Japan)

,

อยากไปเจแปน

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ ต้องทำอะไรบ้าง? วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น ครบจบในที่เดียว

ถ้าอยากมา เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง สักครั้ง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดี บอกเลยว่านี่คือเรื่องปกติ เพราะหลายคนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้นสมัยนี้ไม่ยากอย่างที่คิดเลย แค่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง แค่นี้ทริปก็จะง่ายขึ้นเยอะ บทความนี้ เราจะพาไล่ตั้งแต่การวางแผนยันงบที่ต้องใช้แบบเข้าใจง่าย อ่านแล้วสามารถเริ่มจัดทริปได้เลย

1. เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปถ้าจะไป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ต้องทำอะไรบ้าง?

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ก่อนกดจองตั๋ว สิ่งที่ควรเช็กก่อนเลยก็คือความพร้อม เพราะมันช่วยลดความวุ่นวายหน้างานได้จริง อย่างแรกเลยคือ พาสปอร์ต ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน สำหรับคนไทยหากไปเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้น สามารถเที่ยวญี่ปุ่นได้ 15 วัน “โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa)” ตามประกาศ JNTO และ Thaifly โดยการนับจะเริ่มนับวันถัดจากวันที่เดินทางถึงเป็นวันที่ 1 (วันถึง + 15 วัน) หากต้องการอยู่เกิน 15 วัน ต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งสามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน ต่อจากเรื่องพาสปอร์ตคือการจองตั๋วเครื่องบิน พยายามจองตั๋วล่วงหน้าจะทำให้ตั๋วในราคาที่ถูกกว่าการจองแบบกระชั้นชิด ถัดมาคือเรื่องอินเทอร์เน็ตอันนี้สำคัญมาก แนะนำให้เตรียม eSIM หรือ Pocket WiFi จากไทยไปเลยจะง่ายกว่า ส่วนใหญ่จะใช้ไว้ดูแผนที่ แปลภาษา หรือหาร้านอาหาร ทำให้การเดินทางสะดวกสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากเครื่องบินทำให้การเดินทางลื่นไหลได้มากขึ้น

จะไปเที่ยวช่วงไหน จะช่วยให้คุณสามารถจัดกระเป๋าเดินทางหอบสัมภาระไปได้ถูกและสามารถแต่งตัวให้เหมาะกับอากาศ เช่น ถ้าไปในช่วงหน้าหนาว อาจจะไม่ต้องพกไปเยอะมาก เพราะเสื้อกันหนาวที่นู้นถูกมากเผื่อหลายๆ คนมีแพลนอยากจะชอปปิ้งเสื้อผ้าใหม่ ควรศึกษาวิธีการเดินทางจะช่วยทำให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เส้นทางการเดินทางของคุณการซื้อตั๋วรถไฟแบบเหมาหลายวันอาจจะคุ้มกว่าการซื้อแยกเป็นเที่ยวๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถคำนวณเวลาได้เป็นอย่างดี เพราะการเดินทางในญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น รถไฟ รถบัส หรือรถเมลล์ ค่อนข้างจะมาตรงเวลา บางเส้นทางรถอาจจะไม่ได้มาทุกๆ 10 หรือ 15 นาที อาจจะเป็น 30 นาที 60 นาที ถ้าหากพลาดแล้วอาจจะต้องรอนาน หรืออาจจะหมดรอบการให้บริการก็มี จะทำให้คุณรู้ว่าคุณจะมีเวลาในการเที่ยวในแต่ละจุดได้นานแค่ไหน

2. หาข้อมูลเกี่ยวกับ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ขั้นตอนนี้ คือ เรียกว่าเป็นหัวใจของทริปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเลยก็ว่าได้ เพราะมันจะทำให้เรารู้ว่าทริปนี้เราควรจะทำอะไรบ้าง ไปที่ไหนบ้าง จะทำให้ทริปคุณสนุกมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเริ่มต้นจากการเลือกเมืองให้ตรงกับสไตล์ของตัวเองก่อน ว่าอยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบไหน เน้นกิน เน้นชอปปิ้ง ไปเที่ยวแนวธรรมชาติ เพราะแต่ละเมืองก็จะมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน เช่น โตเกียว สำหรับสายเมืองสายช้อป มีแหล่งชอปปิ้งมากมาย หรือ โอซาก้า สำหรับสายกิน และเกียวโต อาจเหมาะสำหรับคนที่อยากไปวัด หรือศาลเจ้ามากกว่า พอเลือกเมืองได้แล้ว ก็ลองวางแผนคร่าวๆ ว่าแต่ละวันจะไปไหนบ้าง อาจจะเก็บเป็นโซนๆ เพื่อที่จะได้หาที่พักให้เหมาะสมจะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมาให้เสียเวลา ไม่งั้นอาจจะหมดเวลาไปกับการเดินทางแบบเปล่าประโยชน์

การเลือกที่พักก็สำคัญ บางครั้งการเลือกที่พักที่เน้นในเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป เช่น การเลือกที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดกับสถานีรถไฟ อาจจะแพงกว่านิดหน่อยแต่ช่วยลดเวลาในการเดินทางกลับที่พัก ให้คุณมีเวลาในการเที่ยวมากขึ้น อาจจะแวะกลับมาเก็บของแล้วออกไปลุยต่อได้อย่างสบาย ไม่ต้องพกของหนักๆ ไปตลอด และที่สำคัญจะช่วยลดอาการเหนื่อยล้าสะสมในแต่ละวันด้วย

การหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวก็สำคัญ จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรไปเที่ยวจุดไหนบ้าง? จุดไหนเป็นอะไร? สถานที่แห่งนั้นมีอะไรเป็นพิเศษ จะได้ไม่พลาดสิ่งสำคัญไป ไม่งั้นเหมือนไปไม่ถึง นอกจากสถานที่แล้วต้องดูสภาพอากาศประกอบด้วยว่าอากาศแต่ละวันเป็นยังไง? ไม่งั้นอาจจะวางแผนผิดไปสถานที่สวยๆ ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ

สุดท้าย ร้านอาหาร ที่ญี่ปุ่นมีร้านอาหารอร่อยและขึ้นชื่อมากมาย และแต่ละที่ก็จะมีร้านที่เราอาจจะต้องไปลองสักครั้ง จะได้ไม่พลาดกับของอร่อยๆ หรือของขึ้นชื่อของแต่ละเมือง เช่น ฮอกไกโด ต้องไปลองกินเจงกิสข่าน โอซาก้าต้องลองกินทาโกะยากิ

ทริคง่ายๆ สำหรับการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในแต่ละวัน คือ ควรเลือกแลนด์มาร์คหลักๆ 1-2 ที่ต่อวันก็พอ หากมีเวลาเหลือค่อยดูที่เที่ยวใกล้ๆ เพิ่มเติมได้ ส่วนร้านอาหาร แนะนำให้ดู Google Map เป็นหลัก ดูรีวิวที่มี 4 ดาวขึ้นไปหรือรีวิวเยอะๆ หรือถ้าอยากได้ร้านที่คนญี่ปุ่นแนะนำจริงๆ ลองดูใน Tabelog เพื่อดูร้านอาหารที่น่าสนใจได้ การรีวิวร้านอาหารของญี่ปุ่นจะจริงจังมาก ให้คะแนนยากมาก ถ้าที่ไหนได้คะแนนสูงๆ รวมไปถึงรีวิวเยอะ แปลว่าที่นั่นเด็ด

3. จองที่พัก ยังไงให้คุ้ม? และควรเลือกแบบไหน?

ที่พักเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อทั้งงบและความสะดวก ถ้าไปครั้งแรก แนะนำให้เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟ โดยเฉพาะสถานีใหญ่ เช่น ที่พักโตเกียว ที่พักชินจูกุ ที่พักอูเอโนะ ที่พักนัมบะ หรือ ที่เกียวโต ข้อดีคือเดินทางง่าย มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อเยอะ แถมลดเวลาการเดินทางในแต่ละวัน ประเภทที่พักมีหลายแบบ เช่น โรงแรม โฮสเทล หรือเรียวกัง (เรียวกัง คือ ที่พักสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เป็นห้องที่ปูด้วยเสื่อทาทามิ นอนบนฟูก)

  • ถ้าเน้นความสะดวกและความเป็นส่วนตัว โรงแรมคือคำตอบ
  • ถ้าอยากประหยัด โฮสเทลก็เป็นตัวเลือกที่ดี
  • ถ้าอยากได้ประสบการณ์ญี่ปุ่นแท้ๆ ลองพักเรียวกังดูสักคืน

เทคนิคจองให้คุ้ม คือ จองล่วงหน้า เปรียบเทียบราคาหลายแพลตฟอร์ม และเลือกแบบที่สามารถยกเลิกฟรีเผื่อเปลี่ยนแผน

4. วิธีการเลือก ร้านอาหาร เลือกจากอะไร?

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อาหารอร่อยแทบทุกที่ แต่ถ้าอยากเลือกให้แม่นขึ้นก็มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้ได้จริง อย่างแรก คือ ดูคะแนนรีวิวใน Google Maps ถ้าร้านไหนได้ 4 ดาวขึ้นไป และมีรีวิวเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านมักจะไว้ใจได้ 

อย่างที่สอง คือ ดูรูปอาหารจากผู้ใช้จริง เพราะจะได้เห็นหน้าตาและปริมาณที่ชัดเจน อีกวิธีที่ง่ายมากคือ ดูคนญี่ปุ่น ถ้าร้านไหนมีคนท้องถิ่นเยอะหรือมีคิวเยอะ แปลว่ามีโอกาสอร่อยสูง ไม่จำเป็นต้องไปร้านดังเสมอไป ยิ่งร้านอาหารในโตเกียว มีร้านให้เลือกเยอะแยะ ทั้งร้านใหญ่ และร้านเล็กๆ ข้างทาง บางร้านอาจจะอร่อยกว่าที่คิด และสำคัญที่สุด คือ อย่ากินแน่นเกินไปในมื้อเดียว เพราะญี่ปุ่นมีของกินให้ลองเยอะมาก จะได้ชิมได้หลายๆ ร้าน เหมือนไปเช็คอินให้รู้ว่าไปลองมาแล้วนะ

5. ควรไปเที่ยวในช่วงไหน?

จริงๆ แล้วญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละช่วงฤดูถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่เดียวกันก็ตาม แต่ก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันแบบคนละฟีลเลย ขึ้นอยู่กับว่า คุณอยากได้ประสบการณ์แบบไหนมากกว่า

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.)
    ช่วงพีคของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลยในฤดูนี้ มีซากุระบานทั่วประเทศ บรรยากาศดี ฟีลโรแมนติกสุดๆ เหมาะกับสายถ่ายรูป คู่รัก และคนที่อยากมาเห็นซากุระครั้งแรก
  • ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.)
    อากาศจะร้อนและชื้น แต่ก็เต็มไปด้วยเทศกาล ทั้งงานดอกไม้ไฟ งานวัด และคนใส่ยูกาตะเดินกันเต็มเมือง เหมาะมากสำหรับสายกิจกรรมและคนชอบบรรยากาศคึกคัก
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.)
    อีกหนึ่งช่วงพีคที่ทำให้ญี่ปุ่นสวยที่สุด ทั้งใบไม้เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดง เหลือง และส้ม เต็มภูเขาและวัดต่างๆ ให้ฟีลดี เหมาะมากสำหรับสายธรรมชาติและสายถ่ายรูป
  • ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.)
    ใครอยากเห็นหิมะต้องช่วงนี้เลย แถมยังได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางอากาศหนาว ฟินแบบบอกไม่ถูก เหมาะกับสายหิมะ คนอยากลองประสบการณ์ใหม่

6. เงินสดไม่พอต้องทำยังไง?

การใช้เงินสดในญี่ปุ่นยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะร้านเล็กๆ ในท้องถิ่น ตู้ขายของอัตโนมัติ หรือแม้แต่ร้านอาหารบางร้านก็ยังรับแต่เงินสด ถ้าเกิดว่าเงินสดไม่พอขึ้นมา ไม่ต้องตกใจ เพราะยังมีวิธีแก้ได้ดังนี้

  1. กดเงินจาก ATM ได้เลย
    แนะนำให้ไปที่ 7-Eleven เพราะตู้ ATM ของที่นี่รองรับบัตรต่างประเทศแทบทั้งหมด ใช้งานง่าย มีเมนูภาษาอังกฤษ และเปิด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ตู้ใน FamilyMart หรือ Lawson ในบางสาขาก็ใช้ได้เหมือนกัน
  2. ใช้บัตรเครดิต/เดบิตในร้านใหญ่
    ร้านในห้าง ร้านแบรนด์ดัง โรงแรม หรือร้านเชนส่วนใหญ่สามารถใช้บัตรได้สบายๆ แต่ร้านท้องถิ่นบางร้านก็ยังไม่รับเช่นกัน
  3. ใช้ IC Card (Suica/Pasmo)
    บัตรพวกนี้ไม่ได้ใช้แค่ขึ้นรถไฟ แต่ยังใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารบางร้าน หรือแม้แต่ตู้กดน้ำก็ยังใช้ได้ สามารถเติมเงินไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดการใช้เงินสดได้เยอะ
  4. แบ่งเงินเก็บหลายที่ ป้องกันพลาด
    อย่าเก็บเงินสดทั้งหมดไว้ที่เดียว เช่น แบ่งไว้ในกระเป๋าสตางค์, กระเป๋าเป้, กระเป๋าเสื้อ เป็นต้น เผื่อกรณีทำหายหรือหยิบผิดที่ จะได้ไม่เสียหายทั้งหมด
  5. เช็กค่าธรรมเนียมก่อนกดเงิน
    การกดเงินจากต่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียม ทั้งจากฝั่งธนาคารไทยและญี่ปุ่น แนะนำให้กดทีเดียวเป็นก้อน จะคุ้มกว่าการกดที่ละน้อยๆ หลายรอบ

7. เที่ยวญี่ปุ่น ครั้งแรก ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่?

งบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยวของแต่ละคน แต่ถ้าเป็นทริป 4-5 วัน

  • ตั๋วเครื่องบิน: 10,000 – 20,000 บาท
  • ที่พัก: 6,000 – 15,000 บาท สำหรับ 4-5 วัน
  • อาหาร: 2,000 – 4,000 บาท
  • เดินทาง: 1,500 – 3,000 บาท
  • ช้อปปิ้ง/ค่าใช้จ่ายอื่น: 3,000 – 10,000 บาท

รวมแล้วจะอยู่ประมาณ 25,000 – 45,000 บาท ถ้าวางแผนดี เลือกช่วงโปรโมชั่น และคุมงบดี สามารถเที่ยวได้ในราคาที่คุ้มมาก

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด