ญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางในฝันของสายอนิเมะ เพราะหลายสถานที่จริงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นฉากจำสุดประทับใจในเรื่องดังๆ มากมาย บทความนี้จะพาไป ตามรอยอนิเมะ 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด ตั้งแต่เมืองเล็กๆ พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น หรือแม้แต่แลนด์มารก์ที่คุ้นตา ให้คุณได้ออกเดินทางตามรอยฉากดัง พร้อมเก็บโมเมนต์เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะด้วยกัน
1. Your Name (Kimi no Na wa) : บันไดศาลเจ้าซูงะ (Suga Shrine) | โตเกียว


บันไดหน้าศาลเจ้าซูงะ (Suga Shrine) กลายเป็นจุดเช็กอินในฝันที่แฟนอนิเมะทั่วโลกอยากมา หลังจากถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในฉากสำคัญของอนิเมะเรื่อง Your Name (Kimi no Na wa) จนทำให้สถานที่เล็กๆ ในย่านโยสึยะกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สายอนิเมะมาตามรอยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว บรรยากาศจริงๆ เงียบสงบ มีเสน่ห์ และเมื่อยืนบนบันไดมองลงไป จะเห็นวิวเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเขาไปในฉากหนังจริงๆ
แม้ตัวศาลเจ้าจะไม่ใหญ่โตมาก แต่ให้ความรู้อบอุ่นและได้กลิ่นอายของชุมชนท้องถิ่นด้วย นักท่องเที่ยวมักแวะมาถ่ายรูปมุมเดียวกับโปสเตอร์หนัง แล้วเดินขึ้นไปไหว้ขอพรด้านบนได้ด้วย ตัวพื้นที่ศาลเจ้าเปิดให้เดินเข้าชมได้ตลอดวัน จึงเหมาะทั้งช่วงเช้าตรู่ที่คนน้อยหรือช่วงเย็นที่แสงอ่อนนุ่ม
ไฮไลต์ของ บันไดศาลเจ้าซูงะ คือ บันได Otokozaka ที่มีราวจับสีแดง เป็นมุมเดียวกันกับฉากจบของ Your Name ทำให้แฟนอนิเมะทั่วโลกมาถ่ายภาพตามรอย โดยเฉพาะช่วงเช้าคนจะน้อย ถ่ายภาพได้สวยและเห็นมุมเมืองชัดเจน อีกจุดที่น่าสนใจคือความเรียบง่ายของโลเคชัน เพราะเมื่อยืนตรงนั้นจะรู้สึกเหมือนฉากอนิเมะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง Tokyo Metro Marunouchi Line ลงสถานี Yotsuya-Sanchome (M11) ออกทางออกหลัก แล้วเดินตามถนนในย่านที่อยู่อากาศัยประมาณ 7-8 นาที ถึงบริเวณศาลเจ้า ให้มองหาบันไดใหญ่ราวสีแดงทางด้านข้าง
ที่ตั้ง: 5-6 Sugacho, Shinjuku City, Tokyo 160-0018 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ArL1fgvJiTuMA4bD6
2. Love Live! school Idol Project : ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) | โตเกียว


ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ใจกลางโตเกียวที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านอากิฮาบาระ ทำให้บรรยากาศที่นี่มีความพิเศษตรงการผสมกันระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับโลกป๊อปคัลเจอร์ยุคใหม่ นักท่องเที่ยวมักแวะมาขอพรเรื่องความสำเร็จ การงาน และโชคลาภ โดยเฉพาะสายธุรกิจและคนทำงานในสายเทคโนโลยีที่นิยมมากราบไหว้กันตลอดปี
สำหรับสายอนิเมะที่นี่ถือเป็นจุดตามรอยยอดฮิตจากเรื่อง Love Live! school Idol Project ซึ่งในเรื่องถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมและจุดที่เหล่าสมาชิกวง μ’s มาขอพร โดยเฉพาะฉากบันไดและแผ่นเอมะที่แฟนๆ มักมาเขียนข้อความหรือวาดตัวละครไว้จริงๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมของแฟนคลับไปเลย
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน คือ ประตูสีแดงสดและอาคารศาลเจ้าหลักสไตล์เอโดะที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม รวมถึงโซนขายเครื่องรางที่มีดีไซน์ร่วมสมัย บางช่วงยังมีสินค้าคอลแลบกับอนิเมะหรือคาแรกเตอร์ดัง ทำให้ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่แฟนอนิเมะรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงง่ายกว่าศาลเจ้าทั่วไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Akihabara ออกทางออก Electric Town Exit เดินตามถนนไปทางเหนือประมาณ 7 นาที จะถึงศาลเจ้าแบบสบายๆ
ที่ตั้ง: 2 Chome-16-2 Sotokanda, Chiyoda City, Tokyo 101-0021 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Yohwb4VUT6A1AjEfA
3. Slam Dunk : ทางรถไฟเอโนะเด็น (Enoden) | คามาคุระ


ทางรถไฟเอโนะเด็น (Enoden) คือรถไฟท้องถิ่นสายเล็กสุดคลาสสิกที่วิ่งเลียบชายฝั่งโชนัน เชื่อมระหว่างเมืองคามาคุระและฟูจิซาวะ ระยะทางประมาณ 10 กิลโมเตร บรรยากาศตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยวิวทะเล บ้านเรือนญี่ปุ่นเก่าๆ และสถานีเล็กๆ ที่ให้ฟีลอบอุ่นมาก เหมาะกับการนั่งชิล ชมวิว และลงเที่ยวแบบสโลวไลฟ์สุดๆ
สำหรับสายอนิเมะ เส้นทางนี้คือจุดหมายในฝัน เพราะฉากรถไฟตัดกับทะเลบริเวณสถานี Kamakura-Kokomae กลายเป็นแลนด์มาร์กตามรอยอนิเมะเรื่อง Slam Dunk ใช้เป็นต้นแบบฉากเปิดในตำนานที่แฟนๆ จำได้ทันที นอกจากนี้บรรยากาศเมืองชายทะเลและรถไฟเอโนะเด็นยังถูกนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานแนวชีวิตประจำวันอีกหลายเรื่อง ทำให้แค่ได้นั่งรถไฟสายนี้ก็เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอนิเมะจริงๆ
ไฮไลต์ของ ทางรถไฟเอโนะเด็น คือ ความโลดอลแต่มีเสน่ห์ รถไฟวิ่งใกล้บ้านคนแบบแทบเอื้อมถึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิวทะเลกว้างสวยๆ ในบางช่วง โดยเฉพาะแถวสถานี Kamakura-Kokomae ที่เห็นรถไฟวิ่งผ่านฉากหลังเป็นทะเลแบบเป๊ะๆ เหมือนในอนิเมะ นั่งไปเรื่อยๆ ก็สามารถแวะจุดเที่ยวดังอย่างเอโนะชิมะ วัดฮาเสะหรือชายหาดชิจิริงะฮามะได้ในทริปเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR สาย Yokosuka Line จากสถานี Tokyo หรือ Shinagawa ลงที่สถานี Kamakura ออกจากสถานีแล้วเดินไปยังชานชาลารถไฟเอโนะ
ที่ตั้ง: 1 Chome-8-16 Katasekaigan, Fujisawa, Kanagawa 251-0035 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/yYzj6McLkM7DEuiU9
4. Ghibli : พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) | โตเกียว


พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) เป็นเหมือนประตูที่พาแฟนอนิเมะเข้าไปอยู่ในโลกของสตูดิโอจิบลิแบบเต็มตัว ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นใกล้สวนอิโนะคาชิระ ทำให้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากการ์ตูนจริงๆ ตัวอาคารออกแบบให้เหมือนเขาวงกต มีทางเดินวน บันไดโค้ง และหน้าต่างกระจกสีที่เต็มไปด้วยรายละเอียดจากผลงานของสตูดิโอ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีเสน่ห์แบบโลกแฟนตาซี
การมาเยือนที่นี่คือการตามรอยอนิเมะหลายเรื่องในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นโทโทโร่จาก My Neighbor Totoro ที่แอบซ่อนอยู่ตามมุต่างๆ หรือบรรยากาศเวิร์กช้อปทำอนิเมชันที่ทำให้เข้าใจเบื้องหลังงานของ Spirited Away และ Kiki’s Delivery Service มากขึ้น เรียกได้ว่า ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเดินเข้าสู่โลกสร้างสรรค์ของอนิเมะจิบลิแบบจับต้องได้จริง
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์จิบลิ คือ การได้สัมผัสโลจิบลิของจริงผ่านนิทรรศการเบื้องหลังการสร้างอนิเมชัน โรงภาพยนตร์เล็ก Satur Theater ที่ฉายหนังสั้นเฉพาะในพิพิธภัณฑ์ และโซนดาดฟ้าที่มีหุ่นยนต์จาก Castle in the Sky ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของแฟนๆ นอกจากนี้ยังมีร้านของที่ระลึกเฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้การมาเยือนมีความพิเศษมากกว่าแค่การชมงานนิทรรศการ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์, วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
・อายุ 13-18 ปี 700 เยน
・อายุ 7-12 ปี 400 เยน
・เด็ก 4-6 ปี 100 เยน
・ต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี (ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น)
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line จากสถานี Shinjuku ลงสถานี Mitaka ออกจาก South Exit แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือขึ้นรถบัสชุมชนลายจิบลิจากหน้าสถานีใช้เวลาประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-83 Shimorenjaku, Mitaka, Tokyo 181-0013 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1mU3XHZTcZwg1kYTA
5. Ghibli : สวนสนุกจิบลิพาร์ค (Ghibli Park) | ไอจิ


สวนสนุกจิบลิพาร์ค (Ghibli Park) สวนสนุกที่พาผู้มาเยือนก้าวเข้าไปในโลกของแอนิเมชันจาก Studio Ghibli โดยไม่เน้นเครื่องเล่นหวือหวา แต่เน้นการเดินสำรวจ ฉากจำลอง และสถาปัตยกรรมที่ถอดบรรยากาศจากภาพยนต์ออกมาได้อย่างละเอียด ภายในตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างของสวนสาธารณะ Expo 2005 Aichi Commemorative Park ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการใช้เวลาเดินเล่นแบบสโลว์ไลฟ์เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูนจริงๆ
แฟนอนิเมะจะได้ตามรอยผลงานดังหลายเรื่อง เช่น My Neighbor Totoro ผ่านบ้านซัทสึกิและเมน์ที่สร้างขึ้นขนาดจริง, โลกแฟนตาซีจาก Princess Mononoke ในโซนอยู่บ้านเอมชิ และกลิ่นอายยุโรปขาก Howl’s Moving Castle กับ Kiki’s Delivery Service ที่ถ่ายทอดผ่านอาคารและพร็อปต่างๆ อย่างพิถีพิถัน การเดินแต่ละโซนจึงเหมือนกำลังไล่เก็บฉากโปรดทีละเรื่องแบบมีชีวิต
ไฮไลต์ของ สวนสนุกจิบลิพาร์ค คือ การได้เข้าไปอยู่ในฉากมากกว่าการเป็นสวนสนุกทั่วไป โดยเฉพาะ Ghibil’s Grand Warehouse ที่รวมฉากถ่ายรูป มุมจัดแสดงงานศิลป์ โมเดลขนาดใหญ่ และมุมลับจากหนังหลายเรื่องไว้ในอาคารเดียว เหมาะมากสำหรับแฟนอนิเมะที่อยากซึมซับรายละเอียดงานของ Studio Ghibli แบบใกล้ชิดและถ่ายรูปได้เพลินทั้งวัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ และ วันพุธ – วันศุกร์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้า:
・Ghibli Park O-Sanpo Day Pass (Premium) (เข้าได้ทั้ง 5 โซน รวมอาคารพิเศษ)
วันธรรมดา 7,300 เยน / วันหยุด 7,800 เยน
・Ghibli Park O-Sanpo Day Pass (Standard) (เข้าได้ทั้ง 5 โซน ยกเว้นอาคารพิเศษ)
วันธรรมดา 3,500 เยน / วันหยุด 4,000 เยน
・Ghibli Park Light Sanpo Pass (เข้าได้ 4 โซน ยกเว้น Ghibli’s Grand Warehouse)
วันธรรมดา 1,500 เยน / วันหยุด 2,000 เยน
・เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี
วิธีไป: จากสถานี Nagoya ขึ้นรถไฟสาย Higashiyama Line นั่งไปลงสถานี Fujigaoka ต่อรถไฟ Linimo Line ไปลงสถานี Ai-chikyuhaku-Kinen-Koen เดินจากสถานีประมาณ 3-5 นาที ก็ถึงทางเข้าสวน
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒480-1342 Aichi, Nagakute, Ibaragabasama, 乙1533−1
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/q7nXZHa5s4us6xR39
6. Doraemon : พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio Museum) | คานางาวะ

พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์การ์ตูนอนิเมะในเมืองควาซากิที่รวบรวมผลงานของนักวาดมังงะระดับตำนานอย่าง ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้ให้กำเนิดผลงานดังหลายเรื่อง ภายในออกแบบให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความฝัน ความมหัสจรรย์ และจินตนาการ ผ่านต้นฉบับภาพวาด ห้องจัดแสดงและมุมอินเทอร์แอ็กทีฟที่เล่ากระบวนการสร้างมังงะอย่างใกล้ชิด เหมาะทั้งกับแฟนอนิเมะและคนที่อยากเห็นเบื้องหลังงานศิลป์จริงๆ
ที่นี่ถือเป็นจุดตามรอยอนิเมะเรื่องโดราเอมอนแบบเต็มอรรถรส เพราะหลายมุมในพิพิธภัณฑ์จำลองบรรยากาศจากการ์ตูน เช่น โซนสนามหญ้ากับตัวละครขนาดใหญ่ คาเฟ่ธีมโดราเอมอน และโรงภาพยนตร์สั้นที่ฉายอนิเมะเฉพาะที่นี่เท่านั้น นอกจากโดราเอมอน ยังมีผลงานอื่นๆ ของผู้วาดอย่าง Perman และ Kiteretsu Daihyakka ให้ได้ตามรอบผ่านภาพต้นฉบับและเรื่องราวเบื้องหลัง ทำให้แฟนมังงะรู้สึกเหมือนเดิมอยู่ในโลกที่คุ้นเคยจริงๆ
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ คือ โซนจัดแสดงต้นฉบับจริงๆ ที่เผยให้เห็นเส้นวาดและรายละเอียดงานแบบใกล้ชิด รวมถึงห้องทำงานจำลองของอาจารย์ฟูจิโกะ เอก ฟูจิโอะ ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการติดและการสร้างสรรค์มังงะอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งไฮไลต์คือคาเฟ่ธีมโดราเอมอนและลานดาดฟ้าที่มีมุมถ่ายรูปกับตัวละครขนาดใหญ่ เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินที่แฟนอนิเมะห้ามพลาดเลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์, วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
・อายุ 13–17 ปี 700 เยน
・เด็ก 4–12 ปี 500 เยน
・เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟไปสถานี Noborito ออกจากสถานีแล้วขึ้นรถ Shuttle Bus ของพิพิธภัณฑ์ที่วิ่งตรงถึงหน้าอาคาร ใช้เวลาประมาณ 9 นาทีก็ถึง
ที่ตั้ง: 2 Chome-8-1 Nagao, Tama Ward, Kawasaki, Kanagawa 214-0023 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WKrhwjusWtc8iEhF9
7. Pokémon : โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ (Pokémon Center Mega Tokyo) | โตเกียว

โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ (Pokémon Center Mega Tokyo) คือร้านแฟลกชิปขนาดใหญ่ของซีรีส์โปเกมอน ตั้งอยู่ในย่านอิเคะบุคุโระ ภายในศูนย์การค้า Sunshine City ที่รวมทั้งสินค้า เกม กิจกรรม และมุมถ่ายรูปไว้ครบในที่เดียว บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันและตัวละครคุ้นตา เหมาะกับทั้งแฟนอนิเมะและนักเดินทางที่อยากสัมผัสโลกโปเกมอนแบบใกล้ชิด
สายตามรอยอนิเมะ ที่นี่ถือเป็นเหมือนการก้าวเข้าไปในโลกของโปเกมอนโดยตรง เพราะดีไซน์ร้านและโซนต่างๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองและฉากในอนิเมะ เช่น โซนโปเกบอล โซนเทรนเนอร์ และมุมตกแต่งที่ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในศูนย์โปเกมอนของแต่ละภูมิภาค ซึ่งแฟนการ์ตูนจะรู้สึกคุ้นหาเหมือนเจอฉากที่เห็นในเรื่องจริง
ไฮไลต์ของ โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ คือ รูปปั้นโปเกมอนขนาดใหญ่กลางร้าน โดนเฉพาะ Pikachu เวอร์ชันต่างๆ ที่เปลี่ยนธีมตามฤดูกาล รวมถึงสินค้าลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น เช่น ฟิกเกอร์ เสื้อผ้า และของสะสมสำหรับแฟนโปเกมอน นอกจากนี้ยังมีโซน Pokémon GO Lab และพื้นที่กิจกรรมพิเศษที่จัดเป็นช่วงๆ ทำให้แต่ละรอบที่ไปเยือนได้ประสบการณ์ไม่ซ้ำกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงสุานี Ikebukuro ออกทางออก East Exit เดินตามป้ายไปยัง Sunshine City ใข้เวลาประมาณ 8-10 นาที ขึ้นไปชั้น 2 ของอาคาร Sunshine City World Import Mart จะเจอ Pokémon Center Mega Tokyo
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒170-6002 Tokyo, Toshima City, Higashiikebukuro, 3 Chome−1−2 サンシャインシティ 専門店街アルパ 2F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/z1sAawrB54UsDH3Z7
ดูข้อมูลสาขาอื่นๆ ของ Pokémon Center ได้ที่นี่: พาเที่ยว 22 Pokemon Center ร้านขายของโปเกม่อน ทุกสาขาทั่วญี่ปุ่น !
8. พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน (Toei Animation Museum) | โตเกียว

พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน (Toei Animation Museum) พิพิธภัณฑ์อนิเมะขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในสตูดิโอ Toei Animation ที่ย่านเนริมะ โตเกียว จุดเด่นคือการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อนิเมะตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงผลงานร่วมสมัย ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งสเกตช์ต้นฉบับ แผ่นเซลอนิเมะ และโซนกิจกรรมที่อธิบายการบวนการทำอนิเมะแบบเข้าใจง่าย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้ว่าอนิเมะแต่ละเรื่อง เกิดขึ้นได้ยังไง ในบรรยากาศเป็นกันเอง
ที่นี่ถือเป็นสวรรค์ของแฟนอนิเมะสายคลาสสิก เพราะหลายเรื่องดังของ Toei มีมุมให้ตามรอย เช่น Dragon Ball, One Piece, Sailor Moon และผลงานยุคบุกเบิกของสตูดิโอ คุณจะได้เจอกับตัวละครขนาดเท่าจริง มุมฉายวิดีโอและโซนอินเทอร์แอ็กทีฟที่เปิดเพลงให้ดูแบบจัดเต็ม ฟีลเหมือนย้อนกลับไปดูการ์ตูนเช้าวันหยุดในวัยเด็ก
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน คือ โซนแสดงผลงานต้นฉบับและจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่รวบรวมฉากเปิด-ปิดของอนิเมะดังหลายยุค รวมถึงลานด้านนอกที่มีน้ำพุสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์และมุมให้ถ่ายรูปกับคาแรกเตอร์ยอดฮิต เหมาะทั้งกับแฟนอนิเมะสายจริงจังและคนที่อยากมาเช็กอินเบาๆ เพราะใช้เวลาเดินประมาณ 30-60 นาทีก็เก็บครบแล้ว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์, วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 15:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคารและวันพุธ
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Seibu Ikebukuro Line ไปลงสถานี Oizumi-gakuen ออกทาง North Exit เดินประมาณ 15 นาทีถึง
ที่ตั้ง: 2 Chome-10-5 Higashioizumi, Nerima City, Tokyo 178-8567 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/JniEdCT2D8Wscrak6
9. พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต (Kyoto International Manga Museum) | เกียวโต

พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเคียวโตะ (Kyoto International Manga Museum) คือสวรรค์ของสายการ์ตูนที่อยากเข้าใจโลกมังงะแบบลึกจริงๆ เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมมังงะกว่า 300,000 เล่ม จากหลายยุคหลายสมัย ให้ผู้เข้าชมสามารถหยิบอ่านได้จริงทั่วพื้นที่ ตัวอาคารเดิมเป็นโรงเรียนเก่า บรรยากาศเลยอบอุ่นและคลาสสิก เดินไปมาจะเห็นนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นนั่งอ่านมังงะกันตามโถง ทางเดิน หรือสนามหญ้าแบบชิลสุดๆ
แม้ที่นี่จะไม่ได้รู้สึกว่าตามรอยอนิเมะเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเจอต้นกำเนิกของอนิเมะหลายเรื่อง เพราะมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติวงการมังงะ เทคนิคการวาด และผลงานต้นฉบับของนักเขียนชื่อดัง ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นว่าการ์ตูนยอดฮิตตั้งแต่ยุคคลาสสิกไปจนถึงยุคใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างไร บางช่วงยังมีอีเวนต์พิเศษหรือเวิร์กช้อปที่เกี่ยวกับศิลปินและผลงานดังๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกเบื้องหลังของอนิเมะที่เรารัก
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเคียวโตะ คือ Wall of Manga กำแพงหนังสือการ์ตูนยาวตลอดทางเดินที่เรียงมังงะเต็มชั้นตั้งแต่พื้นจรดพดาน นักท่องเที่ยวสามารถหยิบมาอ่านได้จริงแบบไม่จำกัดเวลาในวนันนั้น นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงวิวัฒนากรของมังงะ เวิร์กช้อปวาดการ์ตูน และบางวันอาจได้เจอนักวาดมืออาชีพกำลังทำงานอยู่ด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอังคาร, วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
・อายุ 13-18 ปี 400 เยน
・เด็ก 6-12 ปี 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line ไปทาง Kokusaikaikan ลงสถานี Karasuma Oike ออกทาง Exit 2 ขึ้นบันไดมาแล้วให้ยูเทิร์นเล็กน้อย เดินตรงขึ้นเหนือบนถนน Karasuma-dori ประมาณ 2 นาที จะเห็นตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ด้านหน้าเลย
ที่ตั้ง: 452 Kinbukicho, Nakagyo Ward, Kyoto, 604-0846 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NdNvnoFmADftWvzD8
10. อสูรน้อยคิทาโร่ : เมืองสะไกมินาโตะ (Sakaiminato) | ทตโตริ

เมืองสะไกมินาโตะ (Sakaiminato) เมืองท่าเล็กๆ ในจังหวัดทตโตริที่ถูกขนานนามว่าเมืองโยไค เพราะเป็นบ้านเกิดของชิเงรุ มิซึกิ ผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังอย่าง GeGeGe no Kitaro ทั้งเมืองจึงถูกตกแต่งด้วยธีมภูตผีปีศาจญี่ปุ่นแบบน่ารัก เดินเล่นแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นโยไคที่กระจายอยู่ตามถนน ร้านขายของที่ระลึก หรือแม้แต่ฝาท่อยังออกแบบเป็นลายตัวละคร
ถ้าเป็นสายตามรอยอนิเมะ จุดสำคัญที่สุดคือถนน Mizuki Shigeru Road ซึ่งมีรูปปั้นบรอนซ์ตัวละครจาก GeGeGe no Kitaro มากกว่ารอยตัวเรียงรายตลอดทางเดิน แฟนๆ สามารถถ่ายรูปคิทาโร่, เนซึมิ โอโตโกะ และเหล่าโยไคได้แบบใกล้ชิด พร้อมแวะพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวผลงานของอาตารย์มิซึกิ ถือเป็นการตามรอยการ์ตูนที่ไม่ได้ดูแค่ฉาก แต่ได้สัมผัสวัฒนธรรมโยไคที่เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้จริงๆ
ไฮไลต์ของ เมืองสะไกมินาโตะ คือ การเดินถนน Mizuki Shigeru Road ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นโยไคกว่า 170 ตัวตลอดระยะทางประมาณ 800 เมตร บรรยากาศช่วงเย็นจะมีการเปิดไฟเพิ่มความขลังแบบน่ารักๆ เหมาะมากกับการเดินถ่ายรูปชิลๆ ซื้อของลิมิเต็ดธีม GeGeGe no Kitaro และแวะคาเฟ่โยไคที่ตกแต่งตามคาแรกเตอร์จากเรื่อง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR ,าลงสถานี Yonago เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Sakai Line ลงที่สถานี Sakaiminato ออกจากสถานีแล้วเดินไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว
ที่ตั้ง: 62-1 Taishomachi, Sakaiminato, Tottori 684-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HmgcUs6NXv5AAhpw9
11. เมืองโดราเอมอน ทากาโอกะ (Takaoka) | โทยามะ

เมืองทากาโอกะ (Takaoka) ในจังหวัดโทยามะเป็นบ้านเกิดของ Fujiko F. Fujio ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนระดับตำนานอย่างโดราเอมอน จึงไม่น่าแปลกที่ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโดราเอมอน ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม ตัวละครตามทางเดิน หรือรถรางลายโดราเอมอนที่กลายเป็นสัญลักษณ์ยอดฮิจของที่นี่ บรรยากาศโดยรวมเป็นเมืองสงบ เดินเที่ยวง่าย เหมาะกับแฟนการ์ตูนที่อยากมาสัมผัสสถานที่ต้นกำเนิดแรงบันดาลใจจริงๆ
สำหรับสายตามรอยอนิเมะ จุดที่ห้ามพลาดคือ Doraemon no Sampo Michi หรือทางเดินโดราเอมอนใกล้สถานี ที่มีรูปปั้นเหล่าตัวละครจากเรื่องเดียวกันให้ถ่ายรูปครบทีม ทั้งโดราเอมอน โนบิตะ ชิซุกะ ไจแอนท์ และซูเนโอะ ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูน นอกจากนี้ยังมีตู้ไปรษณีย์โดราเอมอนและงานอาร์ตกระจายอยู่ทั่วเมือง เป็นการตามรอยที่ไม่ต้องรีบ เดินชอลๆ ก็สนุกได้ตลอดทั้งวัน
ไฮไลต์ของ เมืองทากาโอกะ คือ การได้มานั่งรถรางโดราเอมอนที่วิ่งจริงภายในเมือง ภายนอกตกแต่งด้วยลายการ์ตูน ส่วนด้านในมีธีมสีฟ้าสดใสเหมือนนั่งไทม์แมชชีนของโดราเอมอน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเริ่มจากนั่งรถราง แล้วลงเดินเก็บจุดถ่ายรูปตามรอยตัวละครไปเรื่อยๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่แฟนโดราเอมอนควรลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 21:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า แต่ถ้าต้องการนั่งรถราง จะมีค่าบริการเพิ่มเติม ค่าโดยสาร: เริ่มต้น 200 เยน สูงสุดประมาณ 400-500 เยน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)
วิธีไป: นั่งรถไฟชินคันเซ็นสาย Hokuriku จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin-Takaoka แล้วต่อรถไฟ JR Johana Line หรือรถบัสท้องถิ่นไปสถานี Takaoka เมื่อถึงสถานี Takaoka สามารถเริ่มเดินตามรอยโดราเอมอนได้ทันที
ที่ตั้ง: 1-8 Suehiromachi, Takaoka, Toyama 933-0023 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1N3fNfrVyT5YQvTV7
12. เมือง One Piece | คุมาโมโตะ

เมืองคุมาโมโตะ เมืองที่แฟนอนิเมะชื่อดังอย่าง One Piece ใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัสสักครั้ง หลังจากที่จังหวัดจับมือกับผู้เขียนมังงะ One Piece สร้างโปรเจกต์ “Kumaomoto Revival Project” เพื่อฟื้นฟูเมืองหลังเหตุแผ่นดินไหวปี 2016 โดยการติดตั้งรูปปั้นสูกเรือหมวกฟางขนาดเท่าจนจริงกระจายอยู่ทั่วจังหวัด ทำให้การเที่ยวที่นี่เหมือนเป็นการออกเดินทางตามล่าขุดทรัพย์จริง
นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวตามรอยอนิเมะแบบอินสุดๆ เพราะแต่ละรูปปั้นถูกวางในเมืองหรือจุดท่องเที่ยวที่ความหมายเชิงสัญลักษณ์เช่น ลูฟี่ ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด ส่วนแฟรงกี้อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟที่กำลังฟื้นฟูเสมือนเป็นกำลังให้คนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเก็บให้ครบทั้ง 10 ตัว หรือจะเดินทางเฉพาะโซนได้เลย
ไฮไลต์ของ เมืองคุมาโมโตะ คือ การตามล่ารูปปั้นลูกเรือหมวกฟางทั้ง 10 จุดทั่วจังหวัด ซึ่งแต่ละตัวมีธีมและโลเคชันที่ต่างกัน ทำให้การเที่ยวไม่ใช่แค่ถ่ายรูป แต่เหมือนได้ออกทริปผจญภัยในโลกของ One Piece จริงๆ บางจุดอยู่ริมทะเล บางจุดอยู่ภูเขาหรือเมืองเล็กๆ จนกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของแฟนอนิเมะที่มาเที่ยวคิวชู
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่ง Kyushu Shinkansen จากสถานี Hakata ไปที่สถานี Kumamoto หลังจากนั้นนั่งรถรางหรือรถบัสไปยังแต่ละจุดที่ต้องการไปได้เลย
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒860-0047 Kumamoto, Nishi Ward, Kasuga, 3 Chome−15番地26 アミュプラザくまもと 6F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/5jgwVfiPkvioJSNh6
13. ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะ อาซากุสะ | โตเกียว

ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะในอาซากุสะ (Nakamise Shopping Street) ถนนช้อปปิงเก่าแก่ที่ทอดยาวเข้าสู่บริเวณวัด Sensō-ji ในย่านอาซากุสะบรรยากาศเต็มไปด้วยร้านเล็กๆ เรียงรายตลอดทาง ทั้งขนมญี่ปุ่นโบราณ ของฝาก งานฝีมือ และของที่ระลึกสไตล์เอโดะ เดินแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในญี่ปุ่นยุคดั้งเดิม โดยถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 250 เมตร และเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
นอกจากความคลาสสิกแล้ว นาคามิเวะยังเป็นจุดที่สายอนิเมะชอบมาเช็กอิน เพราะฉากบรรยากาศวัดและถนนการค้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมคล้ายกับหลายเรื่อง Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba (ให้ฟีลยุคไทโช), Detective Conan ที่มักมีฉากท่องเที่ยวโตเกียวเก่า ๆ รวมถึงงานภาพสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุคแบบที่เห็นใน Spirited Away แม้จะไม่ใช่โลเคชันตรง แต่บรรยากาศโคมไฟ ร้านขนม และทางเดินสู่ศาลเจ้าให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอนิเมะได้ไม่ยากเลย
ไฮไลต์ของ ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะในอาซากุสะ คือ การเดินชิลผ่านร้านขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น ningyo-yaki และขนมเซมเบ้ พร้อมวิวประตูวัดและโคมแดงยักษ์ที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินจากประตูคามินาริมงเข้ามาเรื่อยๆ แวะกิน แวะซื้อของฝาก แล้วไปไหว้พระต่อที่วัดเซ็นโซจิในทริปเดียว ถือเป็นจุดที่ได้ทั้งบรรยากาศคลาสสิกและความคึกคักแบบตลาดท้องถิ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: จาก Tokyo Metro Ginza Line ลงสถานี Asakusa แล้วเดินตามป้าย Kaminarimon ออกฝั่งประตู 1 จะใกล้ที่สุด
ที่ตั้ง: 1 Chome-36-3 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6EgHdeUy2dc2ZB6SA
14. พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ฮาโกเนะ | คานางาวะ

พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย (Museum of The Little Prince) พิพิธภัณฑ์ธีมวรรณกรรมและอนิเมะที่จำลองโลกของเจ้าชายน้อยไว้อย่างอบอุ่นราวกับหลุดเข้าไปในนิทาน ตั้งอยู่ในเมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ บรรยากาศด้านในถูกออกแบบให้เป็นหมู่บ้านฝรั่งเศสสไตล์ยุโรป มีทั้งสวนกุหลาบ อาคารหิน และนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้เขียน พร้อมมุมถ่ายรูปที่แฟน ๆ ชอบมาก เพราะให้ความรู้สึกโรแมนติกและสงบเหมือนในเรื่องจริงๆ
สถานที่แห่งนี้ถือเป็นการตามรอยอนิเมะ จากเรื่อง The Little Prince (เจ้าชายน้อย) ซึ่งเคยถูกดัดแปลงเป็นทั้งอนิเมะและภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเวอร์ชัน จุดเด่นคือการพาผู้ชมเข้าใจธีมสำคัญของเรื่อง เช่น มิตรภาพ ความไร้เดียงสา และการมองโลกผ่านหัวใจ ผ่านฉากจำลองดาวต่าง ๆ และประติมากรรมตัวละคร ทำให้แฟนอนิเมะรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในโลกเดียวกับเจ้าชายน้อยแบบใกล้ชิด
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย คือ โซนหมู่บ้านฝรั่งเศสและสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล รวมถึงนิทรรศการอินเทอร์แอกทีฟที่เล่าเรื่องการเดินทางของเจ้าชายน้อยอย่างละมุนละไม บวกกับคาเฟ่ธีมเจ้าชายน้อยที่เสิร์ฟเมนูน่ารัก เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากดื่มด่ำกับความรู้สึกแบบอนิเมะช้าๆ สบายๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอังคาร, วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 1,600 เยน
・นักเรียน (มัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย) / ผู้สูงอายุ 65+: 1,100 เยน
・เด็ก (ต่ำกว่ามัธยมต้น): 700 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟจาก Tokyo ไปลงสถานี Odawara ด้วย JR Tokaido Shinkansen แล้วต่อรถบัสสาย Hakone Tozan Bus มุ่งหน้าไป Sengoku-Annaijo ลงป้าย Kawamukai แล้วเดินไม่ไกลจะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 909 Sengokuhara, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0631 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FGXBwTgYw7CVyuag6
15. The Gundam Base Tokyo | โตเกียว

The Gundam Base Tokyo คือสวรรค์ของแฟนหุ่นยนต์จากจักรวาลกันดั้ม ที่ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะ ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงของโตเกียว ภายในเป็นทั้งศูนย์รวมโมเดลกันพลา ร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ และโซนจัดแสดงผลงานสุดอลังที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกไซไฟจริงๆ บรรยากาศโดยรวมถูกออกแบบมาให้เข้ากับธีมอนาคต เหมาะทั้งคนที่สะสมโมเดลและคนที่อยากมาดูความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ระดับตำนาน
จุดมุ่งหมายที่สายตามรอยอนิเมะจากซีรีส์ Mobile Suit Gundam และภาคต่ออีกหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการได้เห็นหุ่น Unicorn Gundam RX-0 ขนาดเท่าของจริงด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นฉากที่แฟนๆ คุ้นตา หลายคนตั้งใจมาเพื่อชมช่วงแปลงร่างที่มีแสง สี เสียง จำลองอารมณ์เหมือนอยู่ในฉากการต่อสู้จริง ถือเป็นโมเมนต์ที่แฟนกันดั้มไม่ควรพลาดเลย
ไฮไลต์ของ The Gundam Base Tokyo คือ Unicorn Gundam ขนาด 1:1 หน้าศูนย์การค้า DiverCity Tokyo Plaza ที่สูงกว่า 19 เมตร พร้อมโชว์แสงและเสียงตามรอบเวลา นอกจากนี้ ภายในยังมีโซนจัดแสดง Gunpla ระดับโปร รวมถึงโมเดลลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่ ทำให้ทั้งสายสะสมและสายถ่ายรูปได้เพลินกันแบบเต็มอิ่ม
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11:00 น. – 20:00 น. , วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ Yurikamome Line จากสถานี Shimbashi ลงสถานี Daiba เดินต่อประมาณ 5 นาที จะถึงห้าง DiverCity Tokyo Plaza
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒135-0064 Tokyo, Koto City, Aomi, 1 Chome−1−10 ダイバーシティ東京 プラザ7F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XRixP94ujZr11UAw8
16. พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน โยโกฮามะ | คานางาวะ

พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน (Anpanman Children’s Museum) เป็นสถานที่ยอดฮิตในย่านมินาโตะมิไร เมืองโยโกฮามะ ที่พาเด็กๆ และแฟนอนิเมะเข้าสู่โลกสีสันสดใสของฮีโร่ขนมปังอย่างอันปังแมนได้แบบเต็มอิ่ม ภายในแบ่งเป็นโซนพิพิธภัณฑ์ (ชั้น 2–3) สำหรับกิจกรรมและการแสดง และโซนร้านค้า-อาหาร (ชั้น 1) ที่สามารถเข้าได้ฟรี เหมาะทั้งครอบครัวและคนที่อยากแวะถ่ายรูปเช็กอินธีมอนิเมะน่ารักๆ
ใครที่รักอันปังแมน มีการจำลองฉากสำคัญจากการ์ตูนเช่น ร้านเบเกอรี่ของลุงแจม, รถอันปังแมน และเวทีโชว์ที่ตัวละครจะออกมาทักทายจริงๆ ทำให้เหมือนเดินเข้าไปอยู่ในโลกของอนิเมะ โดยเฉพาะครอบครัวที่โตมากับการ์ตูนเรื่องนี้ จะได้เห็นองค์ประกอบที่คุ้นตาในเวอร์ชันของจริง พร้อมกิจกรรมให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นและมีส่วนร่วมตลอดทั้งวัน
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน คือ การแสดงบนเวทีและโซนพบปะตัวละคร ที่อันปังแมนและเพื่อนๆ จะออกมาสร้างความสนุกแบบใกล้ชิด รวมถึง “Uncle Jam’s Bread Factory” ร้านขนมปังธีมตัวละครที่น่ารักจนแทบไม่กล้ากิน นอกจากนี้ตัวพิพิธภัณฑ์ยังเป็นสถานที่ในร่ม เหมาะสำหรับวันที่ฝนตกหรืออากาศหนาว เพราะเดินเที่ยวได้สบายและครบทั้งเล่น ช้อป และกินในที่เดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น. , วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:30 น. – 18:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ประมาณ 2,000 – 2,600 เยน (สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่), เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี: เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Line มาลงที่สถานี Yokohama จากทางออกฝั่ง East Exit เดินต่อประมาณ 10 นาที จะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 6 Chome-2-9 Minatomirai, Nishi Ward, Yokohama, Kanagawa 220-0012 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3mePBQZu6U1jUJy7A
17. Chibi Maruko-chan Land เมืองชิมิซุ | ชิซุโอกะ

Chibi Maruko-chan Land คือพิพิธภัณฑ์ธีมอนิเมะแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อการ์ตูนสุดคลาสสิกเรื่อง Chibi Maruko-chan (มารูโกะจัง) โดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในเมืองชิมิซุ จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เขียนอย่าง Sakura Momoko ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของมารูโกะจริงๆ
การตามรอยอนิเมะคือการได้เดินชมฉากจำลองจากเรื่อง ทั้งห้องเรียน สวนสาธารณะ และบ้านของครอบครัวซากุระ พร้อมมุมถ่ายรูปกับตัวละครแบบใกล้ชิด รวมถึงโซนจัดแสดงภาพสเก็ตช์และเบื้องหลังการผลิตที่ทำให้แฟน ๆ เห็นเสน่ห์ของการ์ตูนเรื่องนี้มากขึ้น เหมาะมากสำหรับสายอนิเมะที่อยากสัมผัสโลกของมารูโกะแบบจับต้องได้จริง
ไฮไลต์ของ Chibi Maruko-chan Land คือ โซน immersive ที่พาเราเข้าไปใช้ชีวิตเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของมารูโกะ ทั้งฉากเปิดอนิเมะแบบ projection mapping มุมถ่ายรูปน่ารักๆ และร้านขายของลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้การมาเที่ยวไม่ได้เป็นแค่การดูนิทรรศการ แต่เป็นการ “เข้าไปอยู่ในเรื่อง” จริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
・เด็ก (3 ปี–ประถม) 700 เยน
・เด็กเล็กเข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงที่สถานี Shizuoka ต่อรถไฟ JR Yokaido Line ไปสถานี JR Shimizu แล้วนั่งรถบัสรับส่งฟรีไป S-Pulse Dream Plaza
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒424-0942 Shizuoka, Shimizu Ward, Irifunecho, 13−15 エスパルスドリームプラザ 3階
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/EpNrBB52CUzu4seh7
18. พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Aoyama Gosho Furusato Museum) | ทตโตริ

พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Aoyama Gosho Furusato Museum) แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโฮคุเอะ จังหวัดทตโตริ บ้านเกิดของอาจารย์โกโช อาโอยามะ ผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังอย่าง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) ภายในจัดแสดงผลงานต้นฉบับ มุมจำลองห้องทำงาน และโซนกิจกรรมที่พาผู้ชมไปรู้จักเบื้องหลังการสร้างตัวละครและคดีต่างๆ แบบใกล้ชิด ใครที่โตมากับโคนันจะรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เปิดอ่านมังงะเล่มแรกอีกครั้ง
นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว ทั้งเมืองยังถูกเรียกว่าConan Town เพราะมีรูปปั้นตัวละครกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่สถานีรถไฟไปจนถึงถนนหลัก แฟน ๆ สามารถเดินตามรอยฉากและบรรยากาศจากเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นสะพานลายโคนัน รูปปั้นโคโกโร่ หรือมุมถ่ายรูปที่ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของการ์ตูนเลยทีเดียว
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน คือ โซนจัดแสดงภาพต้นฉบับและไอเดียการสร้างเรื่อง ที่เผยให้เห็นกระบวนการทำงานของผู้เขียน รวมถึงมุมทดลองอุปกรณ์จากในเรื่อง เช่น กิมมิกแนวสืบสวน และร้านขายของลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น แฟนโคนันตัวจริงจะได้ทั้งความรู้ ความสนุก และของที่ระลึกกลับบ้านแบบครบจบในที่เดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:30 – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 700 เยน
・นักเรียนมัธยม 500 เยน
・เด็กประถม 300 เยน
・เด็กเล็กเข้าฟรี
วิธีไป: นั่งชินคันเซ็นจากสถานี Tokyo ไปลง Okayama ต่อรถไฟสาย JR Limited Express ไปสถานี Kurayoshi เปลี่ยนเป็นรถไฟสาย JR San’in Main Line ลงสถานี Yura และเดินประมาณ 20 นาทีจะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒689-2221 Tottori, Tōhaku District, Hokuei, Yurashuku, 1414 青山剛昌ふるさと館
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HCfsuZLggqDmFBry5
19. SUGINAMI Animation Museum | โตเกียว

Suginami Animation Museum พิพิธภัณฑ์อนิเมะเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านซูกินามิ โตเกียว ซึ่งถือว่าเป็นย่านแห่งวงการอนิเมชัน เพราะเป็นที่ตั้งของสตูดิโออนิเมะหลายแห่งในญี่ปุ่น ภายในจะพาเราย้อนดูประวัติศาสตร์อนิเมะญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมโซนจัดแสดงที่อธิบายขั้นตอนการสร้างอนิเมะอย่างละเอียด ทั้งการวาดต้นฉบับ การพากย์เสียง ไปจนถึงการตัดต่อภาพและเสียง ทำให้คนที่ชอบเบื้องหลังวงการอนิเมะสนุกได้แบบไม่รู้ตัว
จุดที่แฟนอนิเมะชอบมากคือโซนที่ให้ทดลองทำจริง เช่น ลองพากย์เสียงเข้าฉากอนิเมะ หรือวาดเฟรมการ์ตูนด้วยตัวเอง เหมือนได้เข้าไปเป็นทีมงานอนิเมะหนึ่งวัน ที่นี่ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับอนิเมะคลาสสิกหลายเรื่อง เช่น Crayon Shin-chan, Doraemon และ Rascal the Racoon ทำให้เหมาะกับการตามรอยอนิเมะ แบบภาพรวม เราจะได้เห็นพัฒนาการของงานอนิเมะ และเข้าใจว่าฉากที่เราคุ้นตาถูกสร้างขึ้นอย่างไรจริงๆ
ไฮไลต์ของ Suginami Animation Museum คือ โซน Interactive ที่ให้ผู้เข้าชมลงมือทำอนิเมะเอง ตั้งแต่การวาดภาพเคลื่อนไหว ทดลองพากย์เสียง ไปจนถึงห้องฉายอนิเมะขนาดเล็กและห้องสมุดอนิเมะ เหมาะมากสำหรับสายอนิเมะที่อยากรู้ว่าเบื้องหลังฉากดังทำกันยังไง เพราะที่นี่ออกแบบให้เข้าใจง่ายและสนุกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้า
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลงที่สถานี Ogikubo ออกทาง North Exit ขึ้นรถบัส Kanto Bus ที่เป้าหมายเลข 0 หรือ 1 ลงป้าย Ogikubo Keisatsusho-mae แล้วเดินต่อ 1 นาทีถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒167-0043 Tokyo, Suginami City, Kamiogi, 3 Chome−29−5 杉並会館
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hmGWKGLk2ootyupu7
20. SNOOPY MUSEUM TOKYO | โตเกียว

SNOOPY MUSEUM TOKYO คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโลกของสนูปปี้และผองเพื่อนจากการ์ตูนคลาสสิก Peanuts ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งอยู่ในย่านมินามิมาจิดะ บรรยากาศอบอุ่นและออกแบบให้แฟนๆ ได้เดินชมแบบเพลิน ๆ ตั้งแต่โซนจัดแสดงภาพวาดต้นฉบับ ไปจนถึงนิทรรศการหมุนเวียนที่เล่าเรื่องราวของตัวละครอย่างลึกซึ้ง เหมาะทั้งสายอนิเมะ สายคาแรกเตอร์ และคนที่อยากหาสถานที่ถ่ายรูปน่ารัก ๆ ในโตเกียว
การมาตามรอยการ์ตูนเรื่อง Peanuts จะได้แบบเต็มที่ เพราะหลายโซนจำลองฉากสำคัญและช่วงเวลาคลาสสิกของสนูปปี้กับชาร์ลี บราวน์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นโลกจินตนาการบนบ้านสุนัขสีแดง หรือมุมที่เล่าการผจญภัยสุดกวนของสนูปปี้ในบทบาทต่างๆ แฟนการ์ตูนจะรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปอยู่ในหน้ากระดาษการ์ตูนจริงๆ เลยทีเดียว
ไฮไลต์ของ SNOOPY MUSEUM TOKYO คือ โซนแสดงภาพต้นฉบับของ Peanuts ซึ่งมีการคัดเลือกงานจากคลังของพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ มาจัดแสดง รวมถึงมุมถ่ายรูปกับสนูปปี้ขนาดใหญ่ คาเฟ่ธีมพีนัทส์ และร้านของที่ระลึกที่มีไอเทมลิมิเต็ดเฉพาะสาขานี้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเก็บของฝากแนวคาแรกเตอร์กลับบ้านแบบไม่ซ้ำใคร
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น. , วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 2,000 เยน
・มัธยมต้น/ปลาย: 1,000 เยน
・เด็ก (4 ขวบ – ประถม): 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Tokyo Den-en-toshi Line จากย่านใจกลางโตเกียว ลงสถานี Minami-machida Grandberry Park ออกทางเชื่อมไปยังโซน Grandberry Park แล้วเดินต่อประมาณ 3-5 นาทีก็ถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 3 Chome-1-4 Tsuruma, Machida, Tokyo 194-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jDU4bM52dFM1jRKQ7
ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนอนิเมะสายไหน การได้เดินทางไปยังสถานที่จริงที่เคยเห็นผ่านหน้าจอ ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นมีชีวิตมาอีกครั้ง และนี่คือ 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ตามรอยอนิเมะ ที่ไม่ใช่แค่จุดเช็กอิน แต่ได้สัมผัสความทรงจำและแรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่องโปรดแบบใกล้ชิด บางที่อาจทำให้คุณนึกถึงฉากซึ้งๆ บางที่ก็ชวนให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยไปกับตัวละครที่รัก ถ้าม๊โอกาสไปญี่ปุ่นครั้งหน้า ลองเลือกสักไม่กี่ที่แล้วออกเดินทางตามที่เราแนะนำได้เลย
















