ญี่ปุ่น (Japan)

20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ตามรอยอนิเมะ เช็กอินฉากดัง แฟนอนิเมะห้ามพลาด

ญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางในฝันของสายอนิเมะ เพราะหลายสถานที่จริงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นฉากจำสุดประทับใจในเรื่องดังๆ มากมาย บทความนี้จะพาไป ตามรอยอนิเมะ 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด ตั้งแต่เมืองเล็กๆ พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น หรือแม้แต่แลนด์มารก์ที่คุ้นตา ให้คุณได้ออกเดินทางตามรอยฉากดัง พร้อมเก็บโมเมนต์เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะด้วยกัน

1. Your Name (Kimi no Na wa) : บันไดศาลเจ้าซูงะ (Suga Shrine) | โตเกียว

Suga Shrine
ตามรอย Your Name

บันไดหน้าศาลเจ้าซูงะ (Suga Shrine) กลายเป็นจุดเช็กอินในฝันที่แฟนอนิเมะทั่วโลกอยากมา หลังจากถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในฉากสำคัญของอนิเมะเรื่อง Your Name (Kimi no Na wa) จนทำให้สถานที่เล็กๆ ในย่านโยสึยะกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สายอนิเมะมาตามรอยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว บรรยากาศจริงๆ เงียบสงบ มีเสน่ห์ และเมื่อยืนบนบันไดมองลงไป จะเห็นวิวเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเขาไปในฉากหนังจริงๆ

แม้ตัวศาลเจ้าจะไม่ใหญ่โตมาก แต่ให้ความรู้อบอุ่นและได้กลิ่นอายของชุมชนท้องถิ่นด้วย นักท่องเที่ยวมักแวะมาถ่ายรูปมุมเดียวกับโปสเตอร์หนัง แล้วเดินขึ้นไปไหว้ขอพรด้านบนได้ด้วย ตัวพื้นที่ศาลเจ้าเปิดให้เดินเข้าชมได้ตลอดวัน จึงเหมาะทั้งช่วงเช้าตรู่ที่คนน้อยหรือช่วงเย็นที่แสงอ่อนนุ่ม 

ไฮไลต์ของ บันไดศาลเจ้าซูงะ คือ บันได Otokozaka ที่มีราวจับสีแดง เป็นมุมเดียวกันกับฉากจบของ Your Name ทำให้แฟนอนิเมะทั่วโลกมาถ่ายภาพตามรอย โดยเฉพาะช่วงเช้าคนจะน้อย ถ่ายภาพได้สวยและเห็นมุมเมืองชัดเจน อีกจุดที่น่าสนใจคือความเรียบง่ายของโลเคชัน เพราะเมื่อยืนตรงนั้นจะรู้สึกเหมือนฉากอนิเมะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ

2. Love Live! school Idol Project : ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) | โตเกียว

Kanda Myojin Shrine
ตามรอยอนิเมะ

ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ใจกลางโตเกียวที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านอากิฮาบาระ ทำให้บรรยากาศที่นี่มีความพิเศษตรงการผสมกันระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับโลกป๊อปคัลเจอร์ยุคใหม่ นักท่องเที่ยวมักแวะมาขอพรเรื่องความสำเร็จ การงาน และโชคลาภ โดยเฉพาะสายธุรกิจและคนทำงานในสายเทคโนโลยีที่นิยมมากราบไหว้กันตลอดปี

สำหรับสายอนิเมะที่นี่ถือเป็นจุดตามรอยยอดฮิตจากเรื่อง Love Live! school Idol Project ซึ่งในเรื่องถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมและจุดที่เหล่าสมาชิกวง μ’s มาขอพร โดยเฉพาะฉากบันไดและแผ่นเอมะที่แฟนๆ มักมาเขียนข้อความหรือวาดตัวละครไว้จริงๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมของแฟนคลับไปเลย

ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน คือ ประตูสีแดงสดและอาคารศาลเจ้าหลักสไตล์เอโดะที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม รวมถึงโซนขายเครื่องรางที่มีดีไซน์ร่วมสมัย บางช่วงยังมีสินค้าคอลแลบกับอนิเมะหรือคาแรกเตอร์ดัง ทำให้ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่แฟนอนิเมะรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงง่ายกว่าศาลเจ้าทั่วไป 

3. Slam Dunk : ทางรถไฟเอโนะเด็น (Enoden) | คามาคุระ

Kamakura Kokomae
ตามรอย Slam Dunk

ทางรถไฟเอโนะเด็น (Enoden) คือรถไฟท้องถิ่นสายเล็กสุดคลาสสิกที่วิ่งเลียบชายฝั่งโชนัน เชื่อมระหว่างเมืองคามาคุระและฟูจิซาวะ ระยะทางประมาณ 10 กิลโมเตร บรรยากาศตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยวิวทะเล บ้านเรือนญี่ปุ่นเก่าๆ และสถานีเล็กๆ ที่ให้ฟีลอบอุ่นมาก เหมาะกับการนั่งชิล ชมวิว และลงเที่ยวแบบสโลวไลฟ์สุดๆ

สำหรับสายอนิเมะ เส้นทางนี้คือจุดหมายในฝัน เพราะฉากรถไฟตัดกับทะเลบริเวณสถานี Kamakura-Kokomae กลายเป็นแลนด์มาร์กตามรอยอนิเมะเรื่อง Slam Dunk ใช้เป็นต้นแบบฉากเปิดในตำนานที่แฟนๆ จำได้ทันที นอกจากนี้บรรยากาศเมืองชายทะเลและรถไฟเอโนะเด็นยังถูกนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานแนวชีวิตประจำวันอีกหลายเรื่อง ทำให้แค่ได้นั่งรถไฟสายนี้ก็เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอนิเมะจริงๆ

ไฮไลต์ของ ทางรถไฟเอโนะเด็น คือ ความโลดอลแต่มีเสน่ห์ รถไฟวิ่งใกล้บ้านคนแบบแทบเอื้อมถึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิวทะเลกว้างสวยๆ ในบางช่วง โดยเฉพาะแถวสถานี Kamakura-Kokomae ที่เห็นรถไฟวิ่งผ่านฉากหลังเป็นทะเลแบบเป๊ะๆ เหมือนในอนิเมะ นั่งไปเรื่อยๆ ก็สามารถแวะจุดเที่ยวดังอย่างเอโนะชิมะ วัดฮาเสะหรือชายหาดชิจิริงะฮามะได้ในทริปเดียว

4. Ghibli : พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) | โตเกียว

Ghibli Museum
ตามรอยอนิเมะ

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) เป็นเหมือนประตูที่พาแฟนอนิเมะเข้าไปอยู่ในโลกของสตูดิโอจิบลิแบบเต็มตัว ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นใกล้สวนอิโนะคาชิระ ทำให้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากการ์ตูนจริงๆ ตัวอาคารออกแบบให้เหมือนเขาวงกต มีทางเดินวน บันไดโค้ง และหน้าต่างกระจกสีที่เต็มไปด้วยรายละเอียดจากผลงานของสตูดิโอ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีเสน่ห์แบบโลกแฟนตาซี

การมาเยือนที่นี่คือการตามรอยอนิเมะหลายเรื่องในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นโทโทโร่จาก My Neighbor Totoro ที่แอบซ่อนอยู่ตามมุต่างๆ หรือบรรยากาศเวิร์กช้อปทำอนิเมชันที่ทำให้เข้าใจเบื้องหลังงานของ Spirited Away และ Kiki’s Delivery Service มากขึ้น เรียกได้ว่า ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเดินเข้าสู่โลกสร้างสรรค์ของอนิเมะจิบลิแบบจับต้องได้จริง

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์จิบลิ คือ การได้สัมผัสโลจิบลิของจริงผ่านนิทรรศการเบื้องหลังการสร้างอนิเมชัน โรงภาพยนตร์เล็ก Satur Theater ที่ฉายหนังสั้นเฉพาะในพิพิธภัณฑ์ และโซนดาดฟ้าที่มีหุ่นยนต์จาก Castle in the Sky ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของแฟนๆ นอกจากนี้ยังมีร้านของที่ระลึกเฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้การมาเยือนมีความพิเศษมากกว่าแค่การชมงานนิทรรศการ

5. Ghibli : สวนสนุกจิบลิพาร์ค (Ghibli Park) | ไอจิ

Ghibli Park
ตามรอยอนิเมะ

สวนสนุกจิบลิพาร์ค (Ghibli Park) สวนสนุกที่พาผู้มาเยือนก้าวเข้าไปในโลกของแอนิเมชันจาก Studio Ghibli โดยไม่เน้นเครื่องเล่นหวือหวา แต่เน้นการเดินสำรวจ ฉากจำลอง และสถาปัตยกรรมที่ถอดบรรยากาศจากภาพยนต์ออกมาได้อย่างละเอียด ภายในตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างของสวนสาธารณะ Expo 2005 Aichi Commemorative Park ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการใช้เวลาเดินเล่นแบบสโลว์ไลฟ์เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูนจริงๆ

แฟนอนิเมะจะได้ตามรอยผลงานดังหลายเรื่อง เช่น My Neighbor Totoro ผ่านบ้านซัทสึกิและเมน์ที่สร้างขึ้นขนาดจริง, โลกแฟนตาซีจาก Princess Mononoke ในโซนอยู่บ้านเอมชิ และกลิ่นอายยุโรปขาก Howl’s Moving Castle กับ Kiki’s Delivery Service ที่ถ่ายทอดผ่านอาคารและพร็อปต่างๆ อย่างพิถีพิถัน การเดินแต่ละโซนจึงเหมือนกำลังไล่เก็บฉากโปรดทีละเรื่องแบบมีชีวิต

ไฮไลต์ของ สวนสนุกจิบลิพาร์ค คือ การได้เข้าไปอยู่ในฉากมากกว่าการเป็นสวนสนุกทั่วไป โดยเฉพาะ Ghibil’s Grand Warehouse ที่รวมฉากถ่ายรูป มุมจัดแสดงงานศิลป์ โมเดลขนาดใหญ่ และมุมลับจากหนังหลายเรื่องไว้ในอาคารเดียว เหมาะมากสำหรับแฟนอนิเมะที่อยากซึมซับรายละเอียดงานของ Studio Ghibli แบบใกล้ชิดและถ่ายรูปได้เพลินทั้งวัน

6. Doraemon : พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio Museum) | คานางาวะ

Fujiko F. Fujio Museum

พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์การ์ตูนอนิเมะในเมืองควาซากิที่รวบรวมผลงานของนักวาดมังงะระดับตำนานอย่าง ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้ให้กำเนิดผลงานดังหลายเรื่อง ภายในออกแบบให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความฝัน ความมหัสจรรย์ และจินตนาการ ผ่านต้นฉบับภาพวาด ห้องจัดแสดงและมุมอินเทอร์แอ็กทีฟที่เล่ากระบวนการสร้างมังงะอย่างใกล้ชิด เหมาะทั้งกับแฟนอนิเมะและคนที่อยากเห็นเบื้องหลังงานศิลป์จริงๆ

ที่นี่ถือเป็นจุดตามรอยอนิเมะเรื่องโดราเอมอนแบบเต็มอรรถรส เพราะหลายมุมในพิพิธภัณฑ์จำลองบรรยากาศจากการ์ตูน เช่น โซนสนามหญ้ากับตัวละครขนาดใหญ่ คาเฟ่ธีมโดราเอมอน และโรงภาพยนตร์สั้นที่ฉายอนิเมะเฉพาะที่นี่เท่านั้น นอกจากโดราเอมอน ยังมีผลงานอื่นๆ ของผู้วาดอย่าง Perman และ Kiteretsu Daihyakka ให้ได้ตามรอบผ่านภาพต้นฉบับและเรื่องราวเบื้องหลัง ทำให้แฟนมังงะรู้สึกเหมือนเดิมอยู่ในโลกที่คุ้นเคยจริงๆ

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ คือ โซนจัดแสดงต้นฉบับจริงๆ ที่เผยให้เห็นเส้นวาดและรายละเอียดงานแบบใกล้ชิด รวมถึงห้องทำงานจำลองของอาจารย์ฟูจิโกะ เอก ฟูจิโอะ ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการติดและการสร้างสรรค์มังงะอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งไฮไลต์คือคาเฟ่ธีมโดราเอมอนและลานดาดฟ้าที่มีมุมถ่ายรูปกับตัวละครขนาดใหญ่ เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินที่แฟนอนิเมะห้ามพลาดเลย

7. Pokémon : โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ (Pokémon Center Mega Tokyo) | โตเกียว

Pokemon Center Mega Tokyo

โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ (Pokémon Center Mega Tokyo) คือร้านแฟลกชิปขนาดใหญ่ของซีรีส์โปเกมอน ตั้งอยู่ในย่านอิเคะบุคุโระ ภายในศูนย์การค้า Sunshine City ที่รวมทั้งสินค้า เกม กิจกรรม และมุมถ่ายรูปไว้ครบในที่เดียว บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันและตัวละครคุ้นตา เหมาะกับทั้งแฟนอนิเมะและนักเดินทางที่อยากสัมผัสโลกโปเกมอนแบบใกล้ชิด

สายตามรอยอนิเมะ ที่นี่ถือเป็นเหมือนการก้าวเข้าไปในโลกของโปเกมอนโดยตรง เพราะดีไซน์ร้านและโซนต่างๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองและฉากในอนิเมะ เช่น โซนโปเกบอล โซนเทรนเนอร์ และมุมตกแต่งที่ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในศูนย์โปเกมอนของแต่ละภูมิภาค ซึ่งแฟนการ์ตูนจะรู้สึกคุ้นหาเหมือนเจอฉากที่เห็นในเรื่องจริง

ไฮไลต์ของ โตเกียวโปเกม่อนเซ็นเตอร์ คือ รูปปั้นโปเกมอนขนาดใหญ่กลางร้าน โดนเฉพาะ Pikachu เวอร์ชันต่างๆ ที่เปลี่ยนธีมตามฤดูกาล รวมถึงสินค้าลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น เช่น ฟิกเกอร์ เสื้อผ้า และของสะสมสำหรับแฟนโปเกมอน นอกจากนี้ยังมีโซน Pokémon GO Lab และพื้นที่กิจกรรมพิเศษที่จัดเป็นช่วงๆ ทำให้แต่ละรอบที่ไปเยือนได้ประสบการณ์ไม่ซ้ำกัน

8. พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน (Toei Animation Museum) | โตเกียว

Toei Animation Museum

พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน (Toei Animation Museum) พิพิธภัณฑ์อนิเมะขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในสตูดิโอ Toei Animation ที่ย่านเนริมะ โตเกียว จุดเด่นคือการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อนิเมะตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงผลงานร่วมสมัย ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งสเกตช์ต้นฉบับ แผ่นเซลอนิเมะ และโซนกิจกรรมที่อธิบายการบวนการทำอนิเมะแบบเข้าใจง่าย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้ว่าอนิเมะแต่ละเรื่อง เกิดขึ้นได้ยังไง ในบรรยากาศเป็นกันเอง

ที่นี่ถือเป็นสวรรค์ของแฟนอนิเมะสายคลาสสิก เพราะหลายเรื่องดังของ Toei มีมุมให้ตามรอย เช่น Dragon Ball, One Piece, Sailor Moon และผลงานยุคบุกเบิกของสตูดิโอ คุณจะได้เจอกับตัวละครขนาดเท่าจริง มุมฉายวิดีโอและโซนอินเทอร์แอ็กทีฟที่เปิดเพลงให้ดูแบบจัดเต็ม ฟีลเหมือนย้อนกลับไปดูการ์ตูนเช้าวันหยุดในวัยเด็ก

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์โทเอแอนิเมชัน คือ โซนแสดงผลงานต้นฉบับและจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่รวบรวมฉากเปิด-ปิดของอนิเมะดังหลายยุค รวมถึงลานด้านนอกที่มีน้ำพุสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์และมุมให้ถ่ายรูปกับคาแรกเตอร์ยอดฮิต เหมาะทั้งกับแฟนอนิเมะสายจริงจังและคนที่อยากมาเช็กอินเบาๆ เพราะใช้เวลาเดินประมาณ 30-60 นาทีก็เก็บครบแล้ว

9. พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต (Kyoto International Manga Museum) | เกียวโต

Kyoto International Manga Museum

พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเคียวโตะ (Kyoto International Manga Museum) คือสวรรค์ของสายการ์ตูนที่อยากเข้าใจโลกมังงะแบบลึกจริงๆ เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมมังงะกว่า 300,000 เล่ม จากหลายยุคหลายสมัย ให้ผู้เข้าชมสามารถหยิบอ่านได้จริงทั่วพื้นที่ ตัวอาคารเดิมเป็นโรงเรียนเก่า บรรยากาศเลยอบอุ่นและคลาสสิก เดินไปมาจะเห็นนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นนั่งอ่านมังงะกันตามโถง ทางเดิน หรือสนามหญ้าแบบชิลสุดๆ

แม้ที่นี่จะไม่ได้รู้สึกว่าตามรอยอนิเมะเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเจอต้นกำเนิกของอนิเมะหลายเรื่อง เพราะมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติวงการมังงะ เทคนิคการวาด และผลงานต้นฉบับของนักเขียนชื่อดัง ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นว่าการ์ตูนยอดฮิตตั้งแต่ยุคคลาสสิกไปจนถึงยุคใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างไร บางช่วงยังมีอีเวนต์พิเศษหรือเวิร์กช้อปที่เกี่ยวกับศิลปินและผลงานดังๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกเบื้องหลังของอนิเมะที่เรารัก

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเคียวโตะ คือ Wall of Manga กำแพงหนังสือการ์ตูนยาวตลอดทางเดินที่เรียงมังงะเต็มชั้นตั้งแต่พื้นจรดพดาน นักท่องเที่ยวสามารถหยิบมาอ่านได้จริงแบบไม่จำกัดเวลาในวนันนั้น นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงวิวัฒนากรของมังงะ เวิร์กช้อปวาดการ์ตูน และบางวันอาจได้เจอนักวาดมืออาชีพกำลังทำงานอยู่ด้วย

10. อสูรน้อยคิทาโร่ : เมืองสะไกมินาโตะ (Sakaiminato) | ทตโตริ

ตามรอยอนิเมะ

เมืองสะไกมินาโตะ (Sakaiminato) เมืองท่าเล็กๆ ในจังหวัดทตโตริที่ถูกขนานนามว่าเมืองโยไค เพราะเป็นบ้านเกิดของชิเงรุ มิซึกิ ผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังอย่าง GeGeGe no Kitaro ทั้งเมืองจึงถูกตกแต่งด้วยธีมภูตผีปีศาจญี่ปุ่นแบบน่ารัก เดินเล่นแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นโยไคที่กระจายอยู่ตามถนน ร้านขายของที่ระลึก หรือแม้แต่ฝาท่อยังออกแบบเป็นลายตัวละคร

ถ้าเป็นสายตามรอยอนิเมะ จุดสำคัญที่สุดคือถนน Mizuki Shigeru Road ซึ่งมีรูปปั้นบรอนซ์ตัวละครจาก GeGeGe no Kitaro มากกว่ารอยตัวเรียงรายตลอดทางเดิน แฟนๆ สามารถถ่ายรูปคิทาโร่, เนซึมิ โอโตโกะ และเหล่าโยไคได้แบบใกล้ชิด พร้อมแวะพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวผลงานของอาตารย์มิซึกิ ถือเป็นการตามรอยการ์ตูนที่ไม่ได้ดูแค่ฉาก แต่ได้สัมผัสวัฒนธรรมโยไคที่เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้จริงๆ

ไฮไลต์ของ เมืองสะไกมินาโตะ คือ การเดินถนน Mizuki Shigeru Road ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นโยไคกว่า 170 ตัวตลอดระยะทางประมาณ 800 เมตร บรรยากาศช่วงเย็นจะมีการเปิดไฟเพิ่มความขลังแบบน่ารักๆ เหมาะมากกับการเดินถ่ายรูปชิลๆ ซื้อของลิมิเต็ดธีม GeGeGe no Kitaro และแวะคาเฟ่โยไคที่ตกแต่งตามคาแรกเตอร์จากเรื่อง

11. เมืองโดราเอมอน ทากาโอกะ (Takaoka) | โทยามะ

Takaoka

เมืองทากาโอกะ (Takaoka) ในจังหวัดโทยามะเป็นบ้านเกิดของ Fujiko F. Fujio ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนระดับตำนานอย่างโดราเอมอน จึงไม่น่าแปลกที่ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโดราเอมอน ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม ตัวละครตามทางเดิน หรือรถรางลายโดราเอมอนที่กลายเป็นสัญลักษณ์ยอดฮิจของที่นี่ บรรยากาศโดยรวมเป็นเมืองสงบ เดินเที่ยวง่าย เหมาะกับแฟนการ์ตูนที่อยากมาสัมผัสสถานที่ต้นกำเนิดแรงบันดาลใจจริงๆ

สำหรับสายตามรอยอนิเมะ จุดที่ห้ามพลาดคือ Doraemon no Sampo Michi หรือทางเดินโดราเอมอนใกล้สถานี ที่มีรูปปั้นเหล่าตัวละครจากเรื่องเดียวกันให้ถ่ายรูปครบทีม ทั้งโดราเอมอน โนบิตะ ชิซุกะ ไจแอนท์ และซูเนโอะ ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูน นอกจากนี้ยังมีตู้ไปรษณีย์โดราเอมอนและงานอาร์ตกระจายอยู่ทั่วเมือง เป็นการตามรอยที่ไม่ต้องรีบ เดินชอลๆ ก็สนุกได้ตลอดทั้งวัน

ไฮไลต์ของ เมืองทากาโอกะ คือ การได้มานั่งรถรางโดราเอมอนที่วิ่งจริงภายในเมือง ภายนอกตกแต่งด้วยลายการ์ตูน ส่วนด้านในมีธีมสีฟ้าสดใสเหมือนนั่งไทม์แมชชีนของโดราเอมอน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเริ่มจากนั่งรถราง แล้วลงเดินเก็บจุดถ่ายรูปตามรอยตัวละครไปเรื่อยๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่แฟนโดราเอมอนควรลองสักครั้ง

12. เมือง One Piece | คุมาโมโตะ

รูปปั้น One Piece

เมืองคุมาโมโตะ เมืองที่แฟนอนิเมะชื่อดังอย่าง One Piece ใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัสสักครั้ง หลังจากที่จังหวัดจับมือกับผู้เขียนมังงะ One Piece สร้างโปรเจกต์ “Kumaomoto Revival Project” เพื่อฟื้นฟูเมืองหลังเหตุแผ่นดินไหวปี 2016 โดยการติดตั้งรูปปั้นสูกเรือหมวกฟางขนาดเท่าจนจริงกระจายอยู่ทั่วจังหวัด ทำให้การเที่ยวที่นี่เหมือนเป็นการออกเดินทางตามล่าขุดทรัพย์จริง

นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวตามรอยอนิเมะแบบอินสุดๆ เพราะแต่ละรูปปั้นถูกวางในเมืองหรือจุดท่องเที่ยวที่ความหมายเชิงสัญลักษณ์เช่น ลูฟี่ ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด ส่วนแฟรงกี้อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟที่กำลังฟื้นฟูเสมือนเป็นกำลังให้คนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเก็บให้ครบทั้ง 10 ตัว หรือจะเดินทางเฉพาะโซนได้เลย

ไฮไลต์ของ เมืองคุมาโมโตะ คือ การตามล่ารูปปั้นลูกเรือหมวกฟางทั้ง 10 จุดทั่วจังหวัด ซึ่งแต่ละตัวมีธีมและโลเคชันที่ต่างกัน ทำให้การเที่ยวไม่ใช่แค่ถ่ายรูป แต่เหมือนได้ออกทริปผจญภัยในโลกของ One Piece จริงๆ บางจุดอยู่ริมทะเล บางจุดอยู่ภูเขาหรือเมืองเล็กๆ จนกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของแฟนอนิเมะที่มาเที่ยวคิวชู

13. ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะ อาซากุสะ | โตเกียว

Nakamise Shopping Street

ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะในอาซากุสะ (Nakamise Shopping Street) ถนนช้อปปิงเก่าแก่ที่ทอดยาวเข้าสู่บริเวณวัด Sensō-ji ในย่านอาซากุสะบรรยากาศเต็มไปด้วยร้านเล็กๆ เรียงรายตลอดทาง ทั้งขนมญี่ปุ่นโบราณ ของฝาก งานฝีมือ และของที่ระลึกสไตล์เอโดะ เดินแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในญี่ปุ่นยุคดั้งเดิม โดยถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 250 เมตร และเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

นอกจากความคลาสสิกแล้ว นาคามิเวะยังเป็นจุดที่สายอนิเมะชอบมาเช็กอิน เพราะฉากบรรยากาศวัดและถนนการค้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมคล้ายกับหลายเรื่อง Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba (ให้ฟีลยุคไทโช), Detective Conan ที่มักมีฉากท่องเที่ยวโตเกียวเก่า ๆ รวมถึงงานภาพสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุคแบบที่เห็นใน Spirited Away แม้จะไม่ใช่โลเคชันตรง แต่บรรยากาศโคมไฟ ร้านขนม และทางเดินสู่ศาลเจ้าให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอนิเมะได้ไม่ยากเลย

ไฮไลต์ของ ย่านช้อปปิ้งนาคามิเสะในอาซากุสะ คือ การเดินชิลผ่านร้านขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น ningyo-yaki และขนมเซมเบ้ พร้อมวิวประตูวัดและโคมแดงยักษ์ที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินจากประตูคามินาริมงเข้ามาเรื่อยๆ แวะกิน แวะซื้อของฝาก แล้วไปไหว้พระต่อที่วัดเซ็นโซจิในทริปเดียว ถือเป็นจุดที่ได้ทั้งบรรยากาศคลาสสิกและความคึกคักแบบตลาดท้องถิ่น

14. พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ฮาโกเนะ | คานางาวะ

Museum of The Little Prince

พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย (Museum of The Little Prince) พิพิธภัณฑ์ธีมวรรณกรรมและอนิเมะที่จำลองโลกของเจ้าชายน้อยไว้อย่างอบอุ่นราวกับหลุดเข้าไปในนิทาน ตั้งอยู่ในเมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ บรรยากาศด้านในถูกออกแบบให้เป็นหมู่บ้านฝรั่งเศสสไตล์ยุโรป มีทั้งสวนกุหลาบ อาคารหิน และนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้เขียน พร้อมมุมถ่ายรูปที่แฟน ๆ ชอบมาก เพราะให้ความรู้สึกโรแมนติกและสงบเหมือนในเรื่องจริงๆ

สถานที่แห่งนี้ถือเป็นการตามรอยอนิเมะ จากเรื่อง The Little Prince (เจ้าชายน้อย) ซึ่งเคยถูกดัดแปลงเป็นทั้งอนิเมะและภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเวอร์ชัน จุดเด่นคือการพาผู้ชมเข้าใจธีมสำคัญของเรื่อง เช่น มิตรภาพ ความไร้เดียงสา และการมองโลกผ่านหัวใจ ผ่านฉากจำลองดาวต่าง ๆ และประติมากรรมตัวละคร ทำให้แฟนอนิเมะรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในโลกเดียวกับเจ้าชายน้อยแบบใกล้ชิด

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย คือ โซนหมู่บ้านฝรั่งเศสและสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล รวมถึงนิทรรศการอินเทอร์แอกทีฟที่เล่าเรื่องการเดินทางของเจ้าชายน้อยอย่างละมุนละไม บวกกับคาเฟ่ธีมเจ้าชายน้อยที่เสิร์ฟเมนูน่ารัก เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากดื่มด่ำกับความรู้สึกแบบอนิเมะช้าๆ สบายๆ

15. The Gundam Base Tokyo | โตเกียว

The Gundam Base Tokyo

The Gundam Base Tokyo คือสวรรค์ของแฟนหุ่นยนต์จากจักรวาลกันดั้ม ที่ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะ ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงของโตเกียว ภายในเป็นทั้งศูนย์รวมโมเดลกันพลา ร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ และโซนจัดแสดงผลงานสุดอลังที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกไซไฟจริงๆ บรรยากาศโดยรวมถูกออกแบบมาให้เข้ากับธีมอนาคต เหมาะทั้งคนที่สะสมโมเดลและคนที่อยากมาดูความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ระดับตำนาน

จุดมุ่งหมายที่สายตามรอยอนิเมะจากซีรีส์ Mobile Suit Gundam และภาคต่ออีกหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการได้เห็นหุ่น Unicorn Gundam RX-0 ขนาดเท่าของจริงด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นฉากที่แฟนๆ คุ้นตา หลายคนตั้งใจมาเพื่อชมช่วงแปลงร่างที่มีแสง สี เสียง จำลองอารมณ์เหมือนอยู่ในฉากการต่อสู้จริง ถือเป็นโมเมนต์ที่แฟนกันดั้มไม่ควรพลาดเลย

ไฮไลต์ของ The Gundam Base Tokyo คือ Unicorn Gundam ขนาด 1:1 หน้าศูนย์การค้า DiverCity Tokyo Plaza ที่สูงกว่า 19 เมตร พร้อมโชว์แสงและเสียงตามรอบเวลา นอกจากนี้ ภายในยังมีโซนจัดแสดง Gunpla ระดับโปร รวมถึงโมเดลลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่ ทำให้ทั้งสายสะสมและสายถ่ายรูปได้เพลินกันแบบเต็มอิ่ม

16. พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน โยโกฮามะ | คานางาวะ

Anpanman Children's Museum

พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน (Anpanman Children’s Museum) เป็นสถานที่ยอดฮิตในย่านมินาโตะมิไร เมืองโยโกฮามะ ที่พาเด็กๆ และแฟนอนิเมะเข้าสู่โลกสีสันสดใสของฮีโร่ขนมปังอย่างอันปังแมนได้แบบเต็มอิ่ม ภายในแบ่งเป็นโซนพิพิธภัณฑ์ (ชั้น 2–3) สำหรับกิจกรรมและการแสดง และโซนร้านค้า-อาหาร (ชั้น 1) ที่สามารถเข้าได้ฟรี เหมาะทั้งครอบครัวและคนที่อยากแวะถ่ายรูปเช็กอินธีมอนิเมะน่ารักๆ

ใครที่รักอันปังแมน มีการจำลองฉากสำคัญจากการ์ตูนเช่น ร้านเบเกอรี่ของลุงแจม, รถอันปังแมน และเวทีโชว์ที่ตัวละครจะออกมาทักทายจริงๆ ทำให้เหมือนเดินเข้าไปอยู่ในโลกของอนิเมะ โดยเฉพาะครอบครัวที่โตมากับการ์ตูนเรื่องนี้ จะได้เห็นองค์ประกอบที่คุ้นตาในเวอร์ชันของจริง พร้อมกิจกรรมให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นและมีส่วนร่วมตลอดทั้งวัน

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมน คือ การแสดงบนเวทีและโซนพบปะตัวละคร ที่อันปังแมนและเพื่อนๆ จะออกมาสร้างความสนุกแบบใกล้ชิด รวมถึง “Uncle Jam’s Bread Factory” ร้านขนมปังธีมตัวละครที่น่ารักจนแทบไม่กล้ากิน นอกจากนี้ตัวพิพิธภัณฑ์ยังเป็นสถานที่ในร่ม เหมาะสำหรับวันที่ฝนตกหรืออากาศหนาว เพราะเดินเที่ยวได้สบายและครบทั้งเล่น ช้อป และกินในที่เดียว

17. Chibi Maruko-chan Land เมืองชิมิซุ | ชิซุโอกะ

Chibi Maruko-chan Land

Chibi Maruko-chan Land คือพิพิธภัณฑ์ธีมอนิเมะแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อการ์ตูนสุดคลาสสิกเรื่อง Chibi Maruko-chan (มารูโกะจัง) โดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในเมืองชิมิซุ จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เขียนอย่าง Sakura Momoko ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของมารูโกะจริงๆ

การตามรอยอนิเมะคือการได้เดินชมฉากจำลองจากเรื่อง ทั้งห้องเรียน สวนสาธารณะ และบ้านของครอบครัวซากุระ พร้อมมุมถ่ายรูปกับตัวละครแบบใกล้ชิด รวมถึงโซนจัดแสดงภาพสเก็ตช์และเบื้องหลังการผลิตที่ทำให้แฟน ๆ เห็นเสน่ห์ของการ์ตูนเรื่องนี้มากขึ้น เหมาะมากสำหรับสายอนิเมะที่อยากสัมผัสโลกของมารูโกะแบบจับต้องได้จริง

ไฮไลต์ของ Chibi Maruko-chan Land คือ โซน immersive ที่พาเราเข้าไปใช้ชีวิตเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของมารูโกะ ทั้งฉากเปิดอนิเมะแบบ projection mapping มุมถ่ายรูปน่ารักๆ และร้านขายของลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้การมาเที่ยวไม่ได้เป็นแค่การดูนิทรรศการ แต่เป็นการ “เข้าไปอยู่ในเรื่อง” จริงๆ

18. พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Aoyama Gosho Furusato Museum) | ทตโตริ

Aoyama Gosho Furusato Museum

พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Aoyama Gosho Furusato Museum) แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโฮคุเอะ จังหวัดทตโตริ บ้านเกิดของอาจารย์โกโช อาโอยามะ ผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังอย่าง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) ภายในจัดแสดงผลงานต้นฉบับ มุมจำลองห้องทำงาน และโซนกิจกรรมที่พาผู้ชมไปรู้จักเบื้องหลังการสร้างตัวละครและคดีต่างๆ แบบใกล้ชิด ใครที่โตมากับโคนันจะรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เปิดอ่านมังงะเล่มแรกอีกครั้ง

นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว ทั้งเมืองยังถูกเรียกว่าConan Town เพราะมีรูปปั้นตัวละครกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่สถานีรถไฟไปจนถึงถนนหลัก แฟน ๆ สามารถเดินตามรอยฉากและบรรยากาศจากเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นสะพานลายโคนัน รูปปั้นโคโกโร่ หรือมุมถ่ายรูปที่ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของการ์ตูนเลยทีเดียว

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน คือ โซนจัดแสดงภาพต้นฉบับและไอเดียการสร้างเรื่อง ที่เผยให้เห็นกระบวนการทำงานของผู้เขียน รวมถึงมุมทดลองอุปกรณ์จากในเรื่อง เช่น กิมมิกแนวสืบสวน และร้านขายของลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น แฟนโคนันตัวจริงจะได้ทั้งความรู้ ความสนุก และของที่ระลึกกลับบ้านแบบครบจบในที่เดียว

19. SUGINAMI Animation Museum | โตเกียว

SUGINAMI Animation Museum

Suginami Animation Museum พิพิธภัณฑ์อนิเมะเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านซูกินามิ โตเกียว ซึ่งถือว่าเป็นย่านแห่งวงการอนิเมชัน เพราะเป็นที่ตั้งของสตูดิโออนิเมะหลายแห่งในญี่ปุ่น ภายในจะพาเราย้อนดูประวัติศาสตร์อนิเมะญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมโซนจัดแสดงที่อธิบายขั้นตอนการสร้างอนิเมะอย่างละเอียด ทั้งการวาดต้นฉบับ การพากย์เสียง ไปจนถึงการตัดต่อภาพและเสียง ทำให้คนที่ชอบเบื้องหลังวงการอนิเมะสนุกได้แบบไม่รู้ตัว

จุดที่แฟนอนิเมะชอบมากคือโซนที่ให้ทดลองทำจริง เช่น ลองพากย์เสียงเข้าฉากอนิเมะ หรือวาดเฟรมการ์ตูนด้วยตัวเอง เหมือนได้เข้าไปเป็นทีมงานอนิเมะหนึ่งวัน ที่นี่ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับอนิเมะคลาสสิกหลายเรื่อง เช่น Crayon Shin-chan, Doraemon และ Rascal the Racoon ทำให้เหมาะกับการตามรอยอนิเมะ แบบภาพรวม เราจะได้เห็นพัฒนาการของงานอนิเมะ และเข้าใจว่าฉากที่เราคุ้นตาถูกสร้างขึ้นอย่างไรจริงๆ

ไฮไลต์ของ Suginami Animation Museum คือ โซน Interactive ที่ให้ผู้เข้าชมลงมือทำอนิเมะเอง ตั้งแต่การวาดภาพเคลื่อนไหว ทดลองพากย์เสียง ไปจนถึงห้องฉายอนิเมะขนาดเล็กและห้องสมุดอนิเมะ เหมาะมากสำหรับสายอนิเมะที่อยากรู้ว่าเบื้องหลังฉากดังทำกันยังไง เพราะที่นี่ออกแบบให้เข้าใจง่ายและสนุกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

20. SNOOPY MUSEUM TOKYO | โตเกียว

SNOOPY MUSEUM TOKYO

SNOOPY MUSEUM TOKYO คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโลกของสนูปปี้และผองเพื่อนจากการ์ตูนคลาสสิก Peanuts ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งอยู่ในย่านมินามิมาจิดะ บรรยากาศอบอุ่นและออกแบบให้แฟนๆ ได้เดินชมแบบเพลิน ๆ ตั้งแต่โซนจัดแสดงภาพวาดต้นฉบับ ไปจนถึงนิทรรศการหมุนเวียนที่เล่าเรื่องราวของตัวละครอย่างลึกซึ้ง เหมาะทั้งสายอนิเมะ สายคาแรกเตอร์ และคนที่อยากหาสถานที่ถ่ายรูปน่ารัก ๆ ในโตเกียว

การมาตามรอยการ์ตูนเรื่อง Peanuts จะได้แบบเต็มที่ เพราะหลายโซนจำลองฉากสำคัญและช่วงเวลาคลาสสิกของสนูปปี้กับชาร์ลี บราวน์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นโลกจินตนาการบนบ้านสุนัขสีแดง หรือมุมที่เล่าการผจญภัยสุดกวนของสนูปปี้ในบทบาทต่างๆ แฟนการ์ตูนจะรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปอยู่ในหน้ากระดาษการ์ตูนจริงๆ เลยทีเดียว

ไฮไลต์ของ SNOOPY MUSEUM TOKYO คือ โซนแสดงภาพต้นฉบับของ Peanuts ซึ่งมีการคัดเลือกงานจากคลังของพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ มาจัดแสดง รวมถึงมุมถ่ายรูปกับสนูปปี้ขนาดใหญ่ คาเฟ่ธีมพีนัทส์ และร้านของที่ระลึกที่มีไอเทมลิมิเต็ดเฉพาะสาขานี้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเก็บของฝากแนวคาแรกเตอร์กลับบ้านแบบไม่ซ้ำใคร

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนอนิเมะสายไหน การได้เดินทางไปยังสถานที่จริงที่เคยเห็นผ่านหน้าจอ ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นมีชีวิตมาอีกครั้ง และนี่คือ 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ตามรอยอนิเมะ ที่ไม่ใช่แค่จุดเช็กอิน แต่ได้สัมผัสความทรงจำและแรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่องโปรดแบบใกล้ชิด บางที่อาจทำให้คุณนึกถึงฉากซึ้งๆ บางที่ก็ชวนให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยไปกับตัวละครที่รัก ถ้าม๊โอกาสไปญี่ปุ่นครั้งหน้า ลองเลือกสักไม่กี่ที่แล้วออกเดินทางตามที่เราแนะนำได้เลย

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด