ญี่ปุ่น (Japan)

LUPICIA ร้านชาชื่อดัง ที่รวมชาชั้นเลิศมาจากทุกมุมโลก

ถ้าถามว่าอะไรในญี่ปุ่นที่ฮิตติดตลาดสุดๆ ในช่วงนี้ ใครๆ ก็ต้องตอบว่าเป็น “ชาเขียวมัทฉะ” ใช่ไหมล่ะ ซึ่งในครั้งนี้เราจะไม่ได้แนะนำแค่ร้านชาเขียวเพียงอย่างเดียว แต่จะแนะนำร้านที่มีชาดีๆ ทุกประเภทจากทุกมุมโลกมาให้ทุกคนรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชากุหลาบ หรือชาอื่นๆ ร้านนี้ก็มีให้เลือกซื้อทั้งหมด ร้านชาที่ว่านั้นก็คือ ร้าน LUPICIA นั้นเอง  

ทำความรู้จักกับ LUPICIA 

LUPICIA

อันดับแรกสุด เรามาทำความรู้จักกับร้านชาแห่งนี้กันก่อน ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1994 โดยมีสาขาแรกสุดอยู่ที่จังหวัดฮอกไกโด โดยเปิดร้านขึ้นมาในฐานะ “ร้านเฉพาะทางด้านชา” ซึ่งมีชาให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นชาดำ ชาเขียว ชาจีน ไปจนถึงชาเพื่อสุขภาพและชาแต่งกลิ่นรสต่างๆ โดยมีเป้าหมายที่จะเผยแพร่เสน่ห์ของชาไปยังทุกๆ คน จุดเด่นของร้านนี้คือมีประเภทชาให้เลือกเป็นจำนวนมากและมีชาจากหลายแหล่งกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชาจากประเทศญี่ปุ่น อินเดีย จีน ไต้หวัน หรือศรีลังกา ด้วยความมุ่งเน้นในด้านคุณภาพ พิถีพิถัน และจริงใจต่อลูกค้า ทำให้ปัจจุบันร้านนี้ได้ขยายสาขาไปทั่วประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยสาขา และยังมีร้านสาขาในต่างประเทศอย่างประเทศฝรั่งเศส, บาหลี, สหรัฐอเมริกาและอื่นๆ อีกมากมาย จนทำให้ในปัจจุบันร้านนี้กลายเป็นร้านขาชาอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเรียบร้อย

ความพิเศษของ LUPICIA 

LUPICIA

แน่นอนว่าในฐานะร้านขายชาเฉพาะทางอย่างเดียวที่เติบโตมาได้ขนาดนี้ ร้านนี้ก็ย่อมมีความพิเศษที่ไม่เหมือนร้านชาประเภทอื่นๆ อยู่แล้ว โดยอันดับแรกสุดที่ทำให้ร้านชาแห่งนี้พิเศษไม่เหมือนใครคือมีจำนวนชาให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว, ชาดำ, ชาจีน, ชาผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมๆ แล้วมีชาให้เลือกเกือบ 400 ชนิดเลยทีเดียว

ในเมื่อมีชาเยอะขนาดนี้ แล้วเราจะเลือกชาที่เหมาะสมได้อย่างไรกันล่ะ หลายๆ คนอาจจะมีความคิดอย่างนี้อยู่ในหัวด้วยใช่ไหม แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะร้านชาแห่งนี้ในแต่ละวันจะมีชาพิเศษที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วประมาณวันละ 3-4 ชนิดให้ทุกคนได้เลือกชิม ซึ่งถ้าใครชิมแล้วชอบก็สามารถซื้อชาเหล่านี้ไปได้ทันที แต่สำหรับใครที่ชิมแล้วยังไม่ถูกใจก็ไม่ต้องกลัว เพราะเราสามารถบอกความต้องการหรือประเภทชาที่เราอยากซื้อกับพนักงานของร้านได้เลย เพราะที่นี่มีชามากมาย เรียกได้ว่าตรงกับความต้องการทุกคนแน่นอน

LUPICIA

พูดถึงเรื่องชากันบ้าง ความพิเศษของชาในร้านนี้คือนอกจากความหลากหลายแล้ว ที่นี่ยังพิถีพิถันในเรื่อง “ชาที่ทุกคนกินได้” มีชาสำหรับคนที่ไม่นอนไม่หลับ ชาสำหรับผู้สูงอายุ หรือชาที่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ยังมีชาตามฤดูกาลที่ทางร้านบรรจงแบลนด์และคัดสรรมาเพื่อให้ได้ประสบการณ์เข้ากับช่วงนั้นๆ เช่นชาช่วงฮัลโลวีน, ชาในวันคริสต์มาส, ชาซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือชาในช่วงเทศกาลปีใหม่ เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ดื่ม

ร้านชาเขียว เกียวโต

และความพิเศษอย่างสุดท้ายที่เราอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับร้านชาแห่งนี้ก็คือความสวยงามของบรรจุภัณฑ์และความเหมาะในการซื้อเป็นของฝาก ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและความพิถีพิถันในการทำบรรจุภัณฑ์มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งร้านชาแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน ร้านนี้มีกล่องชาในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบกล่องเดียว กล่องรวมหลายๆ แบบ กล่องแบบเฉพาะเทศกาล ชาก็มีการดีไซน์ออกมาให้สวยงาม บางรุ่นก็เป็นดอกไม้ที่จะบานเมื่อนำไปชง บางแบบก็มีขายคู่กับแก้วหรืออุปกรณ์ชงด้วย เรียกได้ว่าเหมาะสุดๆ กับการซื้อไปฝากคนที่เรารักและห่วงใย

สินค้าแนะนำ

แนะนำกันมาขนาดนี้ ทุกคนคงจะเริ่มสนใจกันบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่เราสนใจแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบบไหนนี้ เราก็คัดชาดีๆ น่าชงดื่มมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า (อัปเดทล่าสุด ธันวาคม 2025)

Hakuto Oolong Gokuhin (Momo Oolong Super Grade)

Momo Oolong Super Grade

ชาพีชที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของร้านชาแห่งนี้ ความพิเศษของชานี้คือการผสมระหว่างชาอู่หลงไต้หวันคุณภาพสูง ผสมผสานกับกลิ่นหอมของลูกพีชขาวที่หอมจรุงใจ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพีชจะช่วยเสริมรสชาติที่สดชื่นของชาอู่หลงให้ดียิ่งขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัว จนไม่แปลกเลยที่ว่าทำไมสินค้าชนิดนี้ถึงเป็นสินค้าที่เป็นที่นิยมอย่างยาวนาน

Gokujo Sencha ‘Kyoto’

Gokujo Sencha Kyoto

ชาญี่ปุ่นชั้นเยี่ยมที่คัดสรรมาแล้ว ความพิเศษของชาตัวนี้คือการผสมผสานชาชั้นเยี่ยมของจังหวัดเกียวโต 5 ชนิดได้แก่เซ็นฉะ, มัทฉะ, เกียวคุโระ, คาบุเซฉะ และฮิคิฉะเข้าด้วยกัน ผสมผสานกันจนได้สัมผัสที่หรูหรา กลมกล่อมและหอมละมุน ซึ่งเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ทางร้านก็แนะนำว่าให้ชงด้วยน้ำร้อนที่เย็นลงมาหน่อยสักเล็กน้อย

Ujimatcha Ishiusubiki Tokujo

Ujimatcha Ishiusubiki Tokujo

ชามัทฉะชั้นเยี่ยมที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันโดยปรมาจารย์ชาของญี่ปุ่น เริ่มต้นตั้งแต่แหล่งที่ปลูกซึ่งปลูกในอุจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกมัทฉะที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น การปลูกก็เป็นการปลูกในที่ร่มอันเป็นการปลูกแบบอนุรักษ์ของญี่ปุ่นซึ่งใช้ฟาง เสื่อกก หรือผ้าโปร่ง บังแดดให้ต้นชาเป็นเวลานาน โดยมีระดับการบังแดดสุดท้ายอยู่ที่ 95-98% เป็นเวลาประมาณ 20 วัน เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีเยี่ยม คัดแต่ละใบด้วยมือคน และสุดท้าย คือการบดชาด้วยโรงบดหินอย่างระมัดระวัง ทำให้ได้รสชาติที่หวานเข้มข้นและติดทนนาน และมีรสชาติแตกต่างจากการบดด้วยเครื่องจักรโดยสิ้นเชิง ทั้งหมดนี้ทำเพื่อให้ได้คุณภาพชาที่ดีเลิศที่สุดสำหรับผู้ดื่ม

สาขา

LUPICIA โตเกียว

แค่ชา 3 ตัวที่เรายกมาให้ทุกคนรู้จักด้านบนก็ทำให้ทุกคนเริ่มสนใจและอยากลองไปซื้อชาที่ร้านนี้กันบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ อย่างที่บอกว่าร้านนี้มีสาขาหนึ่งร้อยกว่าแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถซื้อได้ตามห้างใหญ่ในย่านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Ikebukuro, Shibuya, Shinjuku, Kichijoji หรือ Tokyo Sky tree แต่ถ้าพูดถึงสาขาที่ดีที่สุด แน่นอนว่าจะต้องเป็นสาขาหลักอย่าง Jiyugaoka เพราะจุดเด่นของสาขานี้คือมีชาให้เลือกสรรและเลือกชิมมากมาย โดยมีชาให้เลือก ราว 200 ชนิดตลอดเวลา และมากกว่า 400 ชนิดต่อปี ซึ่งลูกค้าสามารถคุยกับพนักงานเพื่อเลือกชิมชาที่ตรงรสนิยมและชิมได้ฟรี นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถพูดภาษาอังกฤษและจีน และมีคำแนะนำชาภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้ด้วย เรียกได้ว่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวเอามากๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับชิมชา และคลาสเรียนสอนชงชาจากมืออาชีพให้ลองอีกด้วย ถ้าใครเป็นคนรักชา มาที่สาขานี้ไม่มีผิดหวังแน่นอน

LUPICIA Jiyugaoka main store
ที่อยู่ : 1-26-7 Tanaka Bldg. 1F, Jiyugaoka, Meguro, Tokyo 152-0035
เวลาทำการ : 10:30 - 18:30  (วันเสาร์อาทิตย์เปิดตั้งแต่ 10.00)
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UMmVpFWm53KZbUF89 

สาขาอื่นๆ ตามเมืองใหญ่

LUPICIA Daimaru Fukuoka Tenjin Branch

เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงที่มัทฉะหรือชาญี่ปุ่นฮิตสุดๆ ใครที่กำลังหาของฝากดีๆ จากประเทศญี่ปุ่นไปฝากคนที่คุณรัก ซื้อชาจากร้านนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองดูกัน

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด