โตเกียว (Tokyo) 

,

คันโต (Kanto)

แจกพิกัด 20 ที่เที่ยวโตเกียว เอาใจสายเดินเล่น ครบทั้งแลนด์มาร์กและมุมลับน่าไป

โตเกียว เมืองที่ยิ่งเดินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเจอเสน่ห์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ตั้งแต่แลนด์มาร์กชื่อดังระดับโลกไปจนถึงตรอกเล็กๆ ที่ซ่อนมุมลับน่าแวะไม่แพ้กัน บทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ 20 ที่เที่ยวโตเกียว ที่เหมาะกับสายเดินเล่น เดินชิล เที่ยวง่าย ไม่ต้องนั่งรถไกล ครบทั้งจุดเช็กอินยอดฮิต และสถานที่ที่ควรไป ใครวางแผนเที่ยวโตเกียวอยู่ ลิสต์นี้จะช่วยให้เดินเที่ยวได้สนุก ครบ และไม่พลาดมุมดีๆ ของเมืองอย่างแน่นอน

1. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

Tokyo Skytree

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในประเทศ ด้วยความสูง 634 เมตร ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดชมวิวมุมสูงของกรุงโตเกียวที่หลายคนใฝ่ฝันจะมาเยือน เมื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวจะได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา ทั้งตึกระฟ้า แม่น้ำสุมิดะ ไปจนถึงวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากไกลๆ

นอกจากจุดชมวิวแล้ว ด้านล่างของโตเกียวสกายทรียังมี โตเกียว โซลามาจิ (Tokyo Solamachi) ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวมร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก และร้านดังจากทั่วญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่สามารถใช้เวลาได้ทั้งวัน เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูป ช้อปปิ้ง และคนที่อยากเก็บแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองไว้ในทริปเดียว

ไฮไลต์ของ โตเกียวสกายทรี คือ จุดชมวิว Tembo Deck และ Tembo Galleria ที่มีทางเดินกระจกและทางลาดโค้ง ให้ความึกเหมือนเดิมลอยอยู่เหนือเมืองโตเกียว โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน แสงไฟของเมืองจะค่อยๆ เปิดขึ้นทีละจุด เป็นภาพที่สวยและโรแมนติกมาก เหมาะทั้งการมาถ่ายรูปและมาเดินชมวิวแบบชิลๆ

2. วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)

Sensoji Temple

วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวและถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโตเกียวที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมมาเยือนมากที่สุด วัดนี้ตั้งอยู่ในย่านอะซากุสะ บรรยากาศโดยรอบผสมผสานความขลังแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความคึกคักของเมืองใหญ่ได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ก้าวผ่านประตูคามินาริมง ก็จะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้ทันที

ด้านหน้าทางเข้าวัดคือถนนนากามิเสะ (Nakamise-dori) ถนนสายสั้นที่เรียงรายไปด้วยร้านขายของฝาก ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึก เหมาะกับใครที่อยากมาเดินเล่น เดินชิล ถ่ายรูป และชิมขนมท้องถิ่นไปเรื่อยๆ ก่อนเข้าสู่ด้านในวัด เมื่อเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าในวัดสงบมาก ต่างจากถนนด้านหน้าอย่างชัดเจน

ไฮไลต์ของ วัดเซ็นโซจิ คือ ประตูคามินาริมง (Kaminari-mon) โคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของอะซากุสะ รวมถึงถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นายในวัดยังมีจุดให้สักการะขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน และความเป็นสิริมงคลด้วย นอกจากนี้ช่วงเย็นถึงหัวค่ำ วัดจะเปิดไฟสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปบรรยากาศอีกแบบที่ต่างจากตอนกลางวัน

3. ห้าแยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Crossing)

ห้าแยกชิบูย่า

ห้าแยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Crossing) คือหนึ่งในแลนด์มาร์กของโตเกียวที่ทุกคนต้องมาเช็กอินและเห็นกับตา เมื่อไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนจากทุกทิศจะหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกัน กลายเป็นภาพการเคลื่อนไหวที่ดูโกลาหลแต่เป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด นี่คือเสน่ห์แบบโตเกียวแท้ๆ ที่ผสมความเร่งรีบของเมืองใหญ่เข้ากับจังหวะชีวิตของผู้คนได้อย่างลงตัว

พื้นที่รอบๆ ห้าแยกเต็มไปด้วยตึกสูง จอ LED ขนาดยักษ์ ร้านค้าแฟชั่น คาเฟ่ และห้างดัง ทำให้บริเวณนี้คึกคักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน แสงไฟนีออนจะเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูเหมือนฉากในหนังหรืออนิเมะ หลายคนใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นเดินเที่ยวชิบูย่า หรือแวะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศก่อนเดินต่อไปยังย่านช้อปปิ้งใกล้เคียง

ไฮไลต์ของ ห้าแยกชิบูย่า คือ ความวุ่นวายในการข้ามถนนนี่แหละ การยืนดูผู้คนหลายร้อยชีวิตข้ามถนนพร้อมกันเป็นประสบการณ์ที่ดูธรรมดาแต่กลับสะกดสายตาอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าอยากได้มุมมองพิเศษ แนะนำให้ขึ้นไปชมบนคาเฟ่หรือจุดชมวิวในอาคารรอบๆ จะเห็นภาพสี่แยกจากมุมสูงที่สวยและไม่เหมือนที่ไหนในโลกนี้

4. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu Shrine)

ศาลเจ้าเมจิ

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu Shrine) เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่บรรยากาศต่างจากในเมืองอย่างชัดเจน แม้จะอยู่ใกล้ฮาราจูกุและชิบูย่า แต่ทันทีที่เดินผ่านเสาโทริอิขนาดใหญ่เข้ามา เราจะเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เพราะตลอดเส้นทางเข้าศาลเจ้าเมจิเต็มไปด้วยต้นไม้สูง ให้ความรู้สึกสงบ ร่มรื่น และเหมาะกับการเดินแบบชิลๆ มาก

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเคน ถือเป็นศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมมาขอพรเรื่องความรัก การงาน และความสำเร็จในชีวิต นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังนิยมมาจัดพิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมที่นี่ ระหว่างเดินเที่ยว เราอาจจะได้เห็นขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวในชุดกิโมโนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ อีกด้วย

ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าเมจิ คือ เส้นทางเดินผ่านป่ากลางเมืองที่ยาวและเงียบสงบ รวมถึงโซนถังสาเกและถังไวน์ที่ถูกนำมาถวายแด่เทพเจ้า ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือการล้างมือชำระร่างกายตามธรรมเนียมชินโตก่อนเข้าสักการะ ถือเป็นประสบการณ์วัฒนธรรมที่ทำได้จริง 

5. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)

Tokyo Tower

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองโตเกียวที่หลายคนคุ้นตา ด้วยโครงสร้างสีส้ม-ขาวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหอไอเฟล แม้จะไม่ใช่หอคอยที่สูงที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะบรรยากาศรอบๆ ที่ให้ความรู้สึกโตเกียวยุคดั้งเดิมผสมความโมเดิร์น นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมแวะมาเดินเล่น ถ่ายรูป และชมวิวเมืองในมุมที่ต่างจากตึกระฟ้าสมัยใหม่

ภายในโตเกียวทาวเวอร์มีทั้งจุดชมวิว ร้านค้า คาเฟ่ และโซนจัดแสดงขนาดเล็ก เหมาะกับการแวะเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ใครเป็นสายเดินเล่นสามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยังย่านใกล้เคียงอย่างสวนสาธารณะหรือวัดต่างๆ ได้ง่าย ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่เข้าถึงสะดวกและเหมาะทั้งกับมือใหม่และคนที่เคยมาโตเกียวหลายครั้งแล้ว

ไฮไลต์ของ โตเกียวทาวเวอร์ คือ Main deck จุดชมวิวความสูงประมาณ 150 เมตร ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองโตเกียวแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืนจะได้เห็นแสงไฟเมืองสวยมาก อีกจุดที่คนชอบคือพื้นกระจกที่มองลงไปเห็นด้านล่าง เพิ่มความตื่นเต้นเบาๆ และเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม

วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: 
ราคา Main Deck 150 เมตร
・ผู้ใหญ่: 1,200 เยน 
・มัธยมปลาย: 1,000 เยน 
・ประถม-มัธยมต้น: 700 เยน 
・เด็กเล็ก (4-6 ปี): 500 เยน 
ราคา Top Deck Tour (150 และ 250 เมตร) 
・ผู้ใหญ่: 3,000 เยน 
・มัธยมปลาย: 2,800 เยน
・ประถม-มัธยมต้น: 2,000 เยน 
・เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 4 ขวบ): 1,400 เยน
วิธีไป: สาย Tokyu Metro Hibiya Line ลงสถานี Kamiyacho ออกทาง Exit 1 เดินประมาณ 7-8 นาที
ที่ตั้ง: 4 Chome-2-8 Shibakoen, Minato City, Tokyo 105-0011 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/c1bDjSRPuUAUHAq39 

6. สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

Ueno Park

สวนอุเอโนะ (Ueno Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโตเกียว ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายแบบโลคอลแท้ๆ ท่ามกลางความคึกคักของเมืองใหญ่ ที่นี่เป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่คนญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อน เดินเล่น ปิกนิก หรือวิ่งออกกำลังกาย เหมาะมากสำหรับสายเดินเล่นที่อยากพักจังหวะจากการช้อปปิ้งหรือเดินเมืองแบบเร่งรีบ

ภายในสวนยังเป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งพิพิธภัณฑ์ระดับประเทศ สวนสัตว์อุเอโนะ วัด ศาลเจ้า และสระน้ำชิโนบาสุ ทำให้สวนอุเอโนะไม่ใช่แค่สวนธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่สามารถใช้เวลาได้ครึ่งวันแบบไม่เบื่อเลย

ไฮไลต์ของ สวนอุเอโนะ คือ จุดชมซากุระอันดับต้นๆ ของโตเกียว ถนนซากุระยาวภายในสวนจะถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้สีชมพูในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งให้เลือกเข้าชม และบรรยากาศริมสระน้ำที่เหมาะกับการเดินเล่นแบบชิลๆ ได้ทั้งวัน 

7. อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)

Shinjuku Gyoen

อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) โอเอซิสกลางเมืองโตเกียวอย่างแท้จริง เพียงก้าวพ้นประตูสวน ความวุ่นวายของย่านชินจูกุก็เหมือนถูกปิดเสียงลงทันที ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยสนามหญ้าโล่ง ทางเดินร่มรื่น และสวนที่ออกแบบอย่างประณีต ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่เหมาะกับการเดินเล่น พักผ่อน และใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

ความน่าสนใจของชินจูกุเกียวเอนคือการผสมผสานสวน 3 สไตล์ไว้ในที่เดียว ทั้งสวนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เงียบสงบ สวนอังกฤษแบบสนามหญ้ากว้างและสวนฝรั่งเศสที่เรียงต้นไม้เป็นระเบียบสวยงาม ไม่ว่าจะมาในฤดูซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูร้อนที่เขียวชอุ่ม ที่นี่ก็ให้บรรยากาศต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายเดินเล่น และคนที่อยากหลบความเร่งรีบของเมืองใหญ่

ไฮไลต์ของ อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน คือ ช่วงฤดูซากุระ ที่ทั้งสวนจะกลายเป็นสีชมพู เพราะที่นี่มีต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์กว่า 60 ชนิด ทำให้สามารถชมดอกไม้บานได้นานกว่าสวนอื่นๆ ในโตเกียว นอกจากนี้ยังมีเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่รวบรวมพืชเขตร้อนจากทั่วโลก และมุมสนามหญ้าที่เปิดโล่ง เหมาะกับการนั่งปิกนิกหรือพักผ่อนแบบสบายๆ ใจกลางเมือง

8. พิพิธภัณฑ์มิไรคัง (Miraikan)

miraikan

พิพิธภัณฑ์มิไรคัง (Miraikan) คือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สุดล้ำย่านโอไดบะ ที่พาเราไปสู่โลกอนาคตได้ง่ายกว่าที่คิด ผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟ เหมาะกับสายเดินเล่น ครอบครัว ไปจนถึงคนที่อยากเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี โลก และมนุษยชาติ

ภายในจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ อวกาศ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงชีววิทยาและอนาคตของสังคมมนุษย์ จุดเด่นคือการเล่าเรื่องด้วยภาพ แสง เสียง และกิจกรรมที่ชวนให้ลองคิดลองเล่นมากกว่ายืนอ่านป้ายเฉยๆ ทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวโตเกียวที่เดินเพลิน ได้ทั้งความรู้และแรงบันดาลใจ

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์มิไรคัง คือ Geo-Cosmos ลูกโลกขนาดยักษ์ที่แสดงภาพโลกแบบเรียลไทม์จากข้อมูลดาวเทียม เห็นทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เมฆ พายุ และปรากฏการณ์ธรรมชาติแบบสดๆ นอกจากนี้ยังมีโซนหุ่นยนต์และ AI ที่ผลัดเปลี่ยนธีมการจัดแสดงตลอดปี ทำให้มาได้ซ้ำโดยไม่รู้สึกช้ำ

9. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

Tokyo Disneyland

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) คือสวนสนุกระดับโลกที่ไม่ว่าใครที่มาโตเกียวก็ต้องมีที่นี่อยู่ในลิสต์เสมอ ด้วยบรรยากาศแฟนตาซีที่ถอดแบบโลกของดิสนีย์มาอย่างละเอียด ตั้งแต่ปราสาทซินเดอเรลล่าที่เป็นสัญลักษณ์ ไปจนถึงโซนธีมต่างๆ เช่น Adventureland, Fantasyland และ Tomorrowland ที่เดินเล่นได้เพลินเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เหมาะทั้งกับครอบครัว คู่รัก และสายเดินเล่นที่อยากเก็บบรรยากาศสนุกๆ แบบไม่เร่งรีบ

ความพิเศษของโตเกียวดิสนีย์แลนด์คือระเบียบในแบบญี่ปุ่น การจัดคิว ความสะอาด การแสดง และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในสวนสนุก ทำให้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับดิสนีย์ยังสนุกกับการเดินชม ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศได้ตลอดทั้งวัน 

ไฮไลต์ของ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ คือ ขบวนพาเหรดสุดอลังการและโชว์ไฟยามค่ำคืนหน้าปราสาทซินเดอเรลล่า ซึ่งเปลี่ยนธีมไปตามฤดูกาล ผสานกับดนตรี แสง สี และตัวละครดิสนีย์ชื่อดัง ที่จะออกมาพบปะนักท่องเที่ยว เดินปะปนภายในสวนสนุก และยังสามารถถ่ายรูปพร้อมขอลายเซ็นต์ได้อีกด้วย

10. โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disneysea)

Tokyo Disneysea

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) สวนสนุกที่หลายคนยกให้เป็นสวนสนุกที่สวยที่สุดในเครือดิสนีย์ ด้วยคอนเซ็ปต์โลกแห่งท้องทะเลและการผจญภัย บรรยากาศโดยรวมจะดูหรู ละเอียด และมีโทนผู้ใหญ่มากกว่าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ตั้งแต่โซน Mediterranean Harbor ที่เหมือนหลุดไปยุโรป ไปจนถึงภูเขาไฟ Mount Prometheus ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวนสนุกแห่งนี้

ความน่าสนใจของที่นี่คือการออกแบบแต่ละโซนที่มีธีมชัดเจน เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและสายเล่นเครื่องเล่น มีทั้งเครื่องเล่นระดับตำนาน โชว์กลางน้ำสุดอลังการ และร้านอาหารธีมต่างๆ ที่ทำมาเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ ใครที่ชอบเรื่อง The Little Mermaid ต้องมาที่นี่ เพราะมีโซนเฉพาะที่ทำอย่างยิ่งใหญ่ เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกใต้ทะเลกับเจ้าหญิงแอเรียลเลย

ไฮไลต์ของ โตเกียวดิสนีย์ซี คือ เครื่องเล่นเฉพาะของดิสนีย์ซีที่ไม่มีที่อื่นในโลก เช่น Journey to the Center of the Earth, Tower of Terror และโซนธีมทะเลที่ออกแบบได้สมจริงมาก นอกจากนี้ ช่วงเย็นถึงกลางคืนจะมีโชว์แสง สี เสียง บริเวณท่าเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โรแมนติกและถ่ายรูปสวยที่สุดของสวนสนุก

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลโมริ: ทีมแล็บ บอร์เดอร์เลส (teamLab Borderless)

teamLab Borderless

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลโมริ: ทีมแล็บ บอร์เดอร์เลส (teamLab Borderless) โลกศิลปะดิจิทัลแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างห้อง ไม่มีลูกศรบังคับทางเดิน งานศิลปะทุกชิ้นเชื่อมต่อกันเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และโต้ตอบกับผู้ชมแบบเรียลไทม์ ทำให้การเดินชมที่นี่เหมือนการหลงเข้าไปในจักรวาลแสง สี และเสียงที่มีชีวิต

เสน่ห์ของที่นี่คือไม่ว่าคุณจะเดินเข้ามุมไหน ประสบการณ์ที่ได้จะไม่ซ้ำกันเลย แสงไฟจะไหลตามการเคลื่อนไหวของผู้ชม ภาพดอกไม้ สายน้ำหรือฝูงสัตว์ดิจิทัลจะเปลี่ยนไปตามจังหวะและตำแหน่งที่คุณยืนอยู่ เหมาะมากสำหรับสายเดินเล่น สายถ่ายรูป และคนที่อยากสัมผัสที่เที่ยวโตเกียวในมุมล้ำสมัย ไม่ใช่แค่เดินดู แต่ได้เข้าไปอยู่ในงานศิลปะจริงๆ

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลโมริ: ทีมแล็บ บอร์เดอร์เลส คือ คอนเซ็ปต์ Borderless ที่งานศิลปะจะไหลข้ามห้องเชื่อมต่อกันทั้งอาคาร บางชิ้นเคลื่อนที่ผ่านผนัง เพดาน จะพื้น ทำให้ทุกก้าวที่เดินคือการค้นพบใหม่ นอกจากนี้ยังมีโซนห้องกระจก แสงไฟเปลี่ยนสีแบบ 360 องศา และอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ teabLab 

12. ตึกชิบูย่า สกาย (Shibuya Sky)

Shibuya Sky

ตึกชิบูย่า สกาย (Shibuya Sky) คือจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ตั้งอยู่บนอาคาร Shibuya Scramble Square ใจกลางย่านชิบูย่า ความโดดเด่นอยู่ที่การออกแบบแบบเปิดโล่ง ให้สัมผัสวิวเมืองโตเกียวแบบ 360 องศา ตั้งแต่ตึกระฟ้าถนนสายหลัก ไปจนถึงเส้นขอบฟ้าที่ทอดยาวสุดสายตา สายเดินเล่นกัลสายถ่ายรูปไม่ควรพลาด

บรรยากาศของ Shibuya Sky จะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา กลางวันจะเห็นโครงสร้างเมืองชัดเจน ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำคือไฮไลต์ยอดฮิต เพราะสามารถชมพระอาทิตย์ตกพร้อมแสงไฟของชิบูย่าที่ค่อยๆ สว่างขึ้น เป็นมุมมองที่ให้ฟีลโตเกียวยุคใหม่อย่างแท้จริง เหมาะทั้งการมาเดี่ยว มากับเพื่อน หรือคู่รักที่อยากเก็บภาพความทรงจำพิเศษ

ไฮไลต์ของ ตึกชิบูย่า สกาย คือ Rooftop Sky Stage ดาดฟ้าแบบเปิดโล่งที่ไม่มีสิ่งกีดขวางสายตา ทำให้ถ่ายรุปได้แบบพาโนรามาเต็มๆ อีกจุดที่คนต่อคิวถ่ายรูปมากคือโซนที่มองลงไปเห็น Shibuya Crossing จากมุมสูง ซึ่งให้ภาพที่แตกต่างจากการยืนดูด้านล่างอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปก์และอินสตอลเลชันที่เปลี่ยนตามฤดูกาล เพิ่มลูกเล่นให้การชมวิวไม่น่าเบื่อ

13. โยมิอุริแลนด์ (Yomiuriland)

Yomiuriland

โยมิอุริแลนด์ (Yomiuriland) สวนสนุกขนาดใหญ่ฝั่งตะวันตกของโตเกียว ที่ผสมความสนุกแบบสวนสนุกเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติ โลเคชันอยู่บนเนินเขา ทำให้มองเห็นวิวเมืองและภูเขาโดยรอบ แตกต่างจากสวนสนุกในเมืองแบบแนวตั้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมา เพราะเดินทางไม่ยาก ใช้เวลาเที่ยวได้ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน และไม่แออัดเท่าดิสนีย์ เหมาะทั้งสายเครื่องเล่น สายถ่ายรูป และสายเดินเล่นชิลๆ

นอกจากเครื่องเล่นหลากหลายระดับตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ โยมิอุริแลนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ สวนน้ำในหน้าร้อน ใบไมเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และไฟประดับฤดูหนาวที่อลังการมาก จึงเป็นหนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่ไปได้ทุกช่วงของปี

ไฮไลต์ของ โยมิอุริแลนด์ คือ Jewellumination งานไฟประดับฤดูหนาวระดับท็อปของโตเกียว ใช้ไฟ LED หลายล้านดวงออกแบบเป็นธีมอัญมณี สะท้อนแสงระยิบระยับทั่วทั้งสวนสนุก ยิ่งมาในช่วงเย็นถึงกลางคืนจะได้ทั้งบรรยากาศโรแมนติก วิวเมืองจากมุมสูง และมุมถ่ายรูปสวยๆ แบบเดินเพลินแทบทุกโซน นอกจากนี้ยังมีชิงช้าสวรรค์และเครื่องเล่นวิวสูงที่เห็นแสงไฟโตเกียวแบบพาโนรามา

14. ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street)

Takeshita Street

ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) คือถนนคนเดินชื่อดังใจกลางย่านฮาราจูกุ ความยาวประมาณ 400 เมตร แต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมวัยรุ่นญี่ปุ่นเต็มเปี่ยม ทั้งแฟชั่นสีสันจัดจ้าน ร้านเสื้อผ้าสไตล์สตรีท ร้านของฝากน่ารักไปจนถึงขนมหวานที่กลายเป็นไอคอนของโตเกียว ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวโตเกียวที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถเดินชิล ถ่ายรูป และช้อปได้ครบในถนนเดียว

บรรยากาศของถนนทาเคชิตะจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงสายถึงเย็น โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงคนญี่ปุ่น จะมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และลองแฟชั่นแปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากย่านอื่น แม้จะเป็นถนนเล้กๆ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ชัดเจน เดินเพลินแบบไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเร็วแค่ไหน

ไฮไลต์ของ ถนนทาเคชิตะ คือ ร้านเครปฮาราจูกุ ที่เรียงรายตลอดทั้งสองฝั่งถนน ถือเป็นของกินประจำย่านนี้ที่ต้องมาลอง นอกจากนี้ยังมีร้านเสื้อผ้า แฟชั่นวัยรุ่น ร้านเครื่องประดับราคาน่ารัก ตู้สติ๊กเกอร์ถ่ายรูป และมุมถ่ายรูปสีสันสดใส เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์และคนที่อยากเก็บบรรยากาศดตเกียวในมุมสนุกๆ

15. อากิฮาบาระ (Akihabara)

Akihabara

อากิฮาบาระ (Akihabara) ย่านที่สะท้อนวัฒนธรรมป๊อบญี่ปุ่นได้ชัดที่สุด จะเห็นโลกของอนิเมะ มังงะ เกม ไปจนถึงฟิกเกอร์โมเดล และของสะสมหายาก ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านค้าหลายชั้นที่อัดแน่นด้วยสินค้าเอาใจสาโอตาคุโดยเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นแหล่งรวมร้านอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ Gadget ที่นักท่องเที่ยวแวะมาช้อปตลอดทั้งวัน

นอกจากจะได้มาช้อปปิ้งเพลินๆ แล้ว ยังอยู่ที่บรรยากาศสุดคึกคัก ป้ายไฟนีออนสีสด ตัวละครอนิเมะขนาดยักษ์ และร้านธีมแปลกใหม่อย่างเมดคาเฟ่หรือคาเฟ่อนิเมะต่างๆ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวโตเกียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เดินเพลิน ถ่ายรูปสนุก และได้สัมผัสวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่นแบบเต็มอารมณ์ อากิฮาบาระคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด

ไฮไลต์ของ อากิฮาบาระ คือ ร้านอนิเมะและเกมชื่อดังที่เรียงรายตลอดถนนหลัก และร้านสินค้ามือสองที่ถ้าใครตาดีมือดี ก็จะได้สินค้าลิมิเต็ดราคาดีแน่นอน ใครที่อยากเปิดประสบการณ์แปลกใหม่แบบญี่ปุ่นแท้ๆ การแวะเข้าเมดคาเฟ่สักครั้ง ถือเป็นอะไรใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากย่านอื่นในโตเกียวอย่างแน่นอน

16. กินซ่า (Ginza)

Ginza

กินซ่า (Ginza) ย่านที่จะทำให้เราได้เห็นโตเกียวในแบบใหม่ๆ ได้ชัดเจนที่สุด เพราะที่นี่เต็มไปด้วยอาคารดีไซน์สวย ร้านค้าแบรนด์หรูระดับโลก ห้างสรรพสินค้าชื่อดังและคาเฟ่เก๋ๆ ที่แทรกตัวอยู่ตามซอกตึก แม้จะเป็นย่านหรู แต่บรรยากาศรอบๆ ดูชิลมาก เดินง่าย เป็นระเบียบ และเหมาะกับสายเดินเล่นที่อยากซึมซับความเป็นเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นแบบมีสไตล์

ที่นี่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งวัฒนธรรมเก่าและใหม่ไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน คุณจะได้เห็นทั้งร้านขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เปิดมานานหลายสิบปี ไปจนถึงอาร์ตแกลเลอรี ร้านหนังสือ และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ เรียกได้ว่า เดินเพลินทั้งวันไม่มีเบื่อ 

ไฮไลต์ของ กินซ่า คือ ถนนชูโอ ซึ่งในช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์จะปิดถนนในคนเดินเท้า กลายเป็นสวรรค์ของสายเดินเล่นอย่างแท้จริง บรรยากาศโปร่ง โล่งสบาย เหมาะกับการเดินชมสถาปัตยกรรม และแวะคาเฟ่แบบไม่ต้องรีบ จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครของโตเกียว

17. ตลาดอาเมโยโกะ (Ameyoko)

Ameyoko

ตลาดอาเมโยโกะ (Ameyoko) หนึ่งในที่เที่ยวโตเกียวที่ทำให้เราได้เห็นชีวิตโลคอลชัดเจนที่สุด ตั้งอยู่ระหว่างสถานี Ueno และ Okachimachi เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 400 ร้านเรียวรายตามตรอกยาว บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น เสียงพ่อค้าแม่ค้าเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารหอมๆ จากร้านอาหารริมทาง และนักท่องเที่ยวที่ต่างมุ่งมั่นมาเที่ยวที่ตลาดเห็นนี้

ตลาดแห่งนี้มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ตั้งแต่ของกิน ของฝาก เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ไปจนถึงอาหารทะเลสดๆ ในราคาที่จับต้องได้ ถือเป็นจุดพักขาที่เหมาะมากสำหรับสายเดินเล่นที่อยากเปลี่ยนจากเที่ยวที่แลนด์มาร์กใญ่ๆ มาสัมผัสบรรยากาศแบบตลาดบ้านๆ

ไฮไลต์ของ ตลาดอาเมโยโกะ คือ สตรีทฟู้ดและของกินราคาดี โดยเฉพาะทาโกะยากิ ปลาหมึงย่าง ผลไม้สด ไปจนถึงขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม อีกหนึ่งจุดเด่นเลยก็คือสินค้าลดราคา เช่น เสื้อผ้า สนีกเกอร์ และขนมนำเข้า ที่มักโปรแรงกว่าย่านอื่นๆ ในโตเกียว ใครชอบเดินช้อปปิ้ง เดินที่นี่เพลินเกินคาดแน่นอน

18. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum)

Tokyo National Museum

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) คือพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในสวนอุเอโนะ บรรยากาศร่มรื่น เดินสบาย เหมาะกับสายเดินเล่นที่อยากซึมซับวัมนธรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่นี่รวบรวมศิลปะและโบราณวัตถุญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงสมัยเอโดะ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป งานเซรามิก ดาบซามูไร ไปจนถึงเสื้อผ้าและข้าวของในราชสำนัก

พื้นที่พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นหลายอาคาร แต่ละโซนมีธีมชัดเจน เดินชมได้เป็นลำดับ เข้าใจง่าย ไม้ไม่ใช่สายพิพิธภัณฑ์จ๋าก็เพลินได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายภาษาอังกฤษครบถ้วน ทำให้เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเชิงลึกโดยไม่รู้สึกหนักหรือเครียดเกินไป

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว คือ อาคาร Honkan ซึ่งจัดแสดงศิลปะญี่ปุ่นแบบไทม์ไลน์ ตั้งแต่ยุคโจมง ยาโยอิ จนถึงเอโดะ มีโบราณวัตถุระดับสมบัติประจำชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ ให้ชมอย่างใกล้ชิด อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือสวนญี่ปุ่นด้านในพิพิธภัณฑ์ ที่จะเปิดเป็นช่วงเวลา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักสายตาหลังเดินชมงานศิลป์ยาวๆ

19. พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)

Ghibli Museum

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) คือสถานที่ในฝันของคนรักแอนิเมชันญี่ปุ่น โดยเฉพาะแฟนผลงานของ Studio Ghibli ที่นี่ไม่ได้จัดแสงแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่ออกแบบให้เหมือนการเดินลงเข้าไปในโลกจินตนาการ เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น่ารัก งานศิลป์ ภาพสเก็ตช์ต้นฉบับ และเบื้องหลังการสร้างแอนิเมชันระดับตำนานอย่าง My Neighbor Totoro, Spirited Away และ Howl’s Moving Castle

บรรยากาศโดยรวมอบอุ่น เป็นกันเอง และชวนให้เดินเล่นได้แบบไม่ต้องรีบ ตัวอาคารมีหลายชั้น ทางเดินคดเคี้ยว หน้าต่างกระจกสี และมุมให้ค้นพบเซอร์ไพร์สตลอดทาง เหมาะมากสำหรับสายเดินเล่น สายศิลปะ และใครที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ให้ความรู้สึกสงบและเป็นโลกอีกใบหนึ่งอย่างชัดเจน

ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์จิบลิ คือ รูปปั้นหุ่นยนต์จากเรื่อง Laputa: Castle in the Sky บนดาดฟ้า เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม รวมถึงโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก “Saturn Theater” ที่จะฉายแอนิเมชันสั้นๆ พิเศษของจิบลิซึ่งหาดูที่อื่นไม่ได้ ภายในยังมีห้องจัดแสดงงานวาดต้นฉบับ โต๊ะทำงานจำลองของฮายาโอะ มิยาซากิ และร้านขายของที่ระลึกที่มีไอเทมเพราะที่นี่เท่านั้น ทำให้การมาเยือนแต่ละครั้งไม่คบรู้สึกซ้ำเดิม

20. พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace)

Imperial Palace

พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) คือหัวใจเชิงประวัติศาสตร์ของโตเกียว และเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นในปัจจุบัน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมดวยคูน้ำ สวน และกำแพงหินขนาดใหญ่ แม้อยู่ท่ามกลางย่านธุรกิจที่คึกคัก แต่บรรยากาศภายในกลับสงบ ร่มรื่น และให้ควมรู้สึกแตกต่างจากโตเกียวที่เราคุ้นเคย เหมาะมากสำหรับสายเดินล่นที่อยากพักจากแสงสีและความคึกคักของเมือง

พื้นที่ส่วนใหญ่ของพระราชวังอิมพีเรียลเปิดให้เข้าชมเป็นสวนสาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณสวนตะวันออกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทเอโดะในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากกำแพง ป้อมและสวนญี่ปุ่นที่จัดอย่างประณีต พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผ่านพื้นที่จริง เหมาะทั้งคนที่ชอบถ่ายรูป เดินชิล หรืออยากซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ใจกลางมหานคร

ไฮไลต์ของ พระราชวังอิมพีเรียล คือ สะพานนิจูบาชิ สะพานหินโค้งคู่หน้าพระราชวัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่สวยและเป็นสัญลักษณ์มากที่สุดของโตเกียว ฉากหลังเป็นอาคารพระราชวังกับแนวต้นสนญี่ปุ่น ให้ภาพที่เรียบ สง่างาม และสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง ที่บรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ

โตเกียวเป็นเมืองที่ยิ่งเดินเที่ยวได้ลึกเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเจอเสน่ห์ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน และนี่คือ 20 ที่เที่ยวโตเกียว ที่สามารถไปเที่ยวเล่นได้ง่ายๆ เดินเพลิน ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ว่าจะมาโตเกียวครั้งแรกหรือเคยมาแล้วหลายรอบแล้ว ก็สามารถไปได้ทุกที่ เมืองนี้ยังมีอีกหลายๆ มุมให้ค้นหาอีกมา และทุกก้าวที่เดิน อาจกลายเป็นความทรงจำดีๆ ในทริปต่อไปได้เลย

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด