โตเกียว เมืองหลวงที่เป็นแหล่งรวมของกินแสนอร่อยของญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นอาหารดั้งเดิมระดับตำนาน สตรีทฟู้ดชื่อดัง หรือเมนูยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต้องตามไปชิม หากกำลังวางแผนทริปและอยากรู้ว่ามาโตเกียวแล้วควรกินอะไร บทความนี้ได้รวบรวม 15 ของกิน โตเกียว ที่ต้องลองสักครั้ง พร้อมแนะนำเมนูเด็ดที่คนญี่ปุ่นนิยมกินจริง เพื่อให้คุณไม่พลาดรสชาติขึ้นชื่อของเมืองนี้
1. เอโดะมาเอะซูชิ (Edomae Sushi)

เอโดะมาเอะซูชิ (Edomae Sushi) คือซูชิสไตล์ดั้งเดิมของโตเกียวที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยเอโดะกว่า 200 ปี คำว่า เอโดะมาเอะ หมายถึง อาหารทะเลที่จับได้จากอ่าวโตเกียว ในอดีตเชฟจะนำปลาทะเลมาปรุงรสก่อน เช่น หมักซีอิ๊ว ดองน้ำส้มสายชู หรือเคี่ยวซอส เพื่อถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติ ก่อนนำมาวางบนข้าวซูชิพอดีคำ กลายเป็นซูชิที่มีรสชาติกลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันเอโดะมาเอกซูชิถือเป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของโตเกียวได้ดีที่สุด เป็นเมนูที่สายอาหารญี่ปุ่น หรือคนรักซูชิจะต้องลิ้มลอง
ร้านแนะนำ
Sushi Dai

ร้าน Sushi Dai เป็นร้านซูชิชื่อดังในตลาดปลา Toyosu Market ของโตเกียว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ใช้วัตถุดิบสดที่สุดในเมือง เพราะอยู่ใกล้แหล่งประมูลปลาทะเล ที่ร้านจะมีเคาน์เตอร์ซูชิแบบดั้งเดิมที่เชฟจะปั้นซูชิแบบสดๆ ต่อหน้าลูกค้า ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบร้านซูชิญี่ปุ่นแท้ๆ เมนูที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสั่งก็คือ ชุดโอมากาเสะซูชิ ที่รวมปลาทะเลสดตามฤดูกาล
เหตุผลที่หลายคนแนะนำให้มากินเอโดะมาเอะซูชิที่ร้านนี้ คือ ความสดของปลา และฝีมือของเชฟที่พิถีพิถันในการปรุงรสปลา แต่ละชนิดก่อนวางบนข้าวซูชิ ไม่ว่าจะเป็นการหมักซีอิ๊วหรือทาซอสสูตรเฉพาะ ทำให้ซูชิมีรสชาติดี โดยไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่มก็อร่อย เป็นร้าน ของกิน โตเกียว ที่นักชิมส่วนใหญ่บอกว่า ถ้าอยากมาลองซูชิสไตล์โตเกียวแท้ๆ ต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอังคาร และ วันพฤหัสบดี – วันเสาร์ เวลา 6:00 น. – 14:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธและวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 4,000 – 6,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: 6 Chome-5-1 Toyosu, Koto City, Tokyo 135-0061, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VnPwww4PBfhtJEGL6
2. มอนจายากิ (Monjayaki)

มอนจายากิ (Monjayaki) เป็นอาหารท้องถิ่นชื่อดังของโตเกียวที่มีลักษณะคล้ายโอโคโนมิยากิ แต่เนื้อแป้งจะเหลวกว่ามาก ส่วนผสมหลักประกอบด้วยแป้ง กะหล่ำปลี ซอส และเครื่องต่างๆ เช่น หมึก กุ้ง ชีส หรือหมู เมื่อเสิร์ฟจะปรุงและผัดบนกระทะเหล็กตรงหน้าโต๊ะ โดยวิธีการรับประทานจะใช้ไม้พายขนาดเล็กตักทานจากกระทะโดยตรง ทำให้ได้สัมผัสความกรอบเล็กๆ ของแป้งด้านล่างและรสชาติซอสเข้มข้น เมนูนี้เป็นอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบสนุกๆ ของคนโตเกียว และสามารถหาทานได้มากที่สุดในย่าน Tsukishima ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นถนนแห่งมอนจายากิโดยเฉพาะ
ร้านแนะนำ
Tsukishima Monja Street – Monja Kura

Monja Kura เป็นหนึ่งในร้านมงจะยากิยอดนิยมบนถนน Tsukishima Monja Street ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านมงจะยากิมากกว่า 50 ร้าน ร้านนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพราะใช้วัตถุดิบสดใหม่และมีเมนูให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะมงจะยากิซีฟู้ดและมงจะยากิชีสที่เป็นเมนูขายดีของร้าน
จุดเด่นของร้านคือซอสสูตรพิเศษที่ให้รสเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว รวมถึงการปรุงอาหารบนกระทะตรงโต๊ะที่ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการทำได้ ทำให้การกินมงจะยากิที่ร้านนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและได้รสชาติแบบต้นตำรับของโตเกียว หลายคนจึงมักเลือกมาลองเมนูนี้ที่ร้าน Tsukishima เพราะถือเป็นแหล่งกำเนิดและมีร้านดังรวมอยู่มากที่สุด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:45 น. – 15:00 น. และ 17:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 2,500 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: Japan, 〒104-0052 Tokyo, Chuo City, Tsukishima, 3 Chome-16-9
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hg4WPKkNHfFaiwCe6
3. เอโดะมาเอะ เทมปุระ (Edomae Tempura)

เอโดะมาเอะ เทมปุระ (Edomae Tempura) เป็นเทมปุระสไตล์ดั้งเดิมของโตเกียวที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่เป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากอ่าวโตเกียว มาชุบแป้งบางๆ แล้วทอดในน้ำมันงา ทำให้ได้เนื้อสัมผัสกรอบเบาและมีกลิ่มหอมเป็นเอกลักษณ์ เทมปุระแบบนี้จะเสิร์ฟทันทีหลังทอดเสร็จเพื่อให้ยังคงความกรอบ และมักรับประทานคู่กับเกลือหรือซอสเทนสึยุ ทำให้ได้รสชาติที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งตามแบบของกินญี่ปุ่น โตเกียวแบบดั้งเดิม
ร้านแนะนำ
Tempura Kondo

Tempura Kondo หนึ่งในร้านเทมปุระที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านกินซ่า และได้รับดาวมิชลินหลายปีติดต่อกัน เชฟฟูมิโอะ คอนโดะ ผู้ก่อตั้งร้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทมปุระที่พัฒนาสไตล์การทอดให้แป้งบางเบาและกรอบพิเศษ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงตามฤดูกาล เช่น กุ้งสด ปลา และผักญี่ปุ่น ทำให้ทุกคำมีรสชาติสดใหม่และสมดุล
สิ่งที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นคือการทอดเทมปุระแบบต่อหน้าลูกค้าที่เคาน์เตอร์ ทำให้สามารถเสิร์ฟเทมปุระทันทีหลังทอดเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รสชาติอร่อยที่สุด อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อคือ เทมปุระมันเทศชิ้นหนา ที่ด้านนอกกรอบแต่ด้านในนุ่มหวาน ถือเป็นเมนูที่นักชิมจากทั่วโลกตั้งใจมาลองเมื่อมาเยือนโตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 12:00 น. – 15:00 น. และ 17:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 8,000 – 20,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: Japan, 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 5 Chome-5-13 Sakaguchi Bld., 9F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WJdhRGCqa2xY9KwH6
4. โตเกียวโชยุราเมง (Tokyo Shoyu Ramen)

โตเกียวโชยุราเมง (Tokyo Shoyu Ramen) เป็นราเมงสไตล์ดั้งเดิมของเมืองโตเกียวที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปโชยุ สีใส รสกลมกล่อม มักทำจากน้ำซุปกระดูกหมูหรือไก่ผสมกับดาชิจากปลาแห้ง เสิร์ฟพร้อมเส้นราเมงขนาดกลางแบบหยักเล็กน้อย ท็อปด้วยหมูชาชู หน่อไม้เมนมะ สาหร่ายโนริ และต้นหอม รสชาติออกเต็มหอมแบบพอดี ไม่เข้มข้นหนักเหมือนราเมงบางสไตล์ จึงเป็นราเมงที่กินง่ายและถือเป็นต้นแบบของราเมงญี่ปุ่นหลายร้านในปัจจุบัน หากมาเที่ยวโตเกียว แล้วอยากลองราเมงแบบดั้งเดิม เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูที่ไม่ควรพลาด
ร้านแนะนำ
Ramen Hayashida

ร้าน Ramen Hayashida เป็นร้านราเมงชื่อดังในย่านชินจูกุ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว จุดเ่ดนของร้านนี้คือราเมงโชยุที่ใช้น้ำซุปจากไก่คุณภาพสูง เคี่ยวจนได้รสชาติใสหอม และเข้มข้นแบบพอดี เส้นราเมงทำสดใหม่ให้มีตวามเหนียวนุ่มกำลังดี เสิร์ฟคู่กับหมูชาชูเนื้อนุ่มและเครื่องเคียงคุณภาพเยี่ยม
สิ่งที่ทำให้หลายคนยกให้ร้าน Ramen Hayashida เป็นหนึ่งในร้านราเมงที่ต้องลองในโตเกียว คือ ความกลมกล่อมของรสชาติ ที่ผสมผสานระหว่างน้ำซุปโชยุหอมๆ กับเส้นราเมงที่เข้ากันอย่างลงตัว ทำให้ราเมงชามนี้มีรสชาติกลมกล่อมและกินง่าย อีกทั้งนักชิมทั้งหลายยังแนะนำร้านนี้กันเยอะด้วย ทำให้ร้านนี้เป็นจุดหมายที่สายราเมงไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 900 – 1,500 เยน ต่อชาม
ที่ตั้ง: Pegasus Kan, 3 Chome-31-5 Shinjuku, Shinjuku City, Tokyo 160-0022, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/MVVuK3gtpcauWyhz7
5. คามะอาเกะอุด้ง (Kamaage Udon Tokyo Style)

คามะอาเกะอุด้ง (Kamaage Udon) เป็นเมนูอุด้งแบบดั้งเดิมที่เสิร์ฟเส้นอุด้งสดๆ จากหม้อต้มโดยตรง ทำให้เส้นอุด้งยังคงความร้อนและความนุ่บหนึบตามธรรมชาติ เมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปสำหรับจิ้มที่ทำจากดาชิ โชยุ และมิริน พร้อมเครื่องเคียงอย่างต้นหอม ขิงขูด และเทมปุระกรอบ รสชาติเรียบง่ายแต่เข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่อยากลิ้มลองเส้นอุด้งแท้ๆ ที่เน้นความลดและคุณภาพของเส้นเป็นหลัก จุงเป็นเมนูยอดนิยมที่พบได้ในร้านอุด้งหลายแห่งในโตเกียว
ร้านแนะนำ
Udon Shin

Udon Shin เป็นร้านอุด้งชื่อดังในย่านชินจูกุที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเส้นอุด้งทำสดแบบโฮมเมดทุกวัน ทำให้เส้นมีความเหนียวนุ่มและเด้งเป็นพิเศษ เมนู Kamaage Udon ของร้านถือเป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องลอง เพราะเสิร์ฟเส้นอุด้งร้อนๆ จากหม้อโดยตรง พร้อมน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อมที่เข้ากันอย่างลงตัว
จุดเด่นของร้าน Udon Shin คือ การให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและเทคนิคการทำเส้นแบบดั้งเดิม ทำให้รสชาติของอุด้งมีความเรียบง่าย นอกจากนี้บรรยากาศร้านยังอบอุ่นและเป็นกันเอง แม้จะมีคิวยาวในบางช่วงเวลา แต่หลายคนยอมต่อคิวเพื่อชิมอุด้งระดับคุณภาพของร้านนี้
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 900 – 1,500 เยน ต่อเมนู
ที่ตั้ง: Japan, 〒151-0053 Tokyo, Shibuya, Yoyogi, 2 Chome-20-16
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LNCYLUi9Xg6NNFvF8
6. อุนางิด้ง (Unagi Don)

อุนางิด้ง (Unagi Don) เมนูข้าวหน้าปลาไหลย่างซอส ที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวซึ่งมีประวัติการกินปลาไหลมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปลาไหลจะถูกนำไปย่างแบบคาบายากิ คือ การย่างบนเตาถ่านแล้วทาซอสหวานเต็มหลายรอบจนได้เนื้อปลาที่หอมนุ่มและมีรสชาติกลมกล่อม จากนั้นนำมาวางบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและหอมกลิ่นถ่าน เป็นเมนูที่คนญี่ปุ่นนิยมกินเพื่อเพิ่มพลัง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่เชื่อว่าช่วยเพิ่มกำลังและความสดชื่นให้ร่างกาย
ร้านแนะนำ
Nodaiwa

Nodaiwa Ginza (โนไดวะ) ร้านปลาไหลย่างระดับตำนานในโตเกียวที่เปิดมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1800s ในย่านอาซาบุ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องการย่างปลาไหลด้วยเตาถ่านตามแบบดั้งเดิมของเอโดะ ทำให้เนื้อปลาไหลมีความนุ่ม ละลายในปาก และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากการย่างอย่างพิถีพิถัน
ความพิเศษของร้าน Nodaiwa คือ การคัดเลือกปลาไหลคุณภาพสูง และใช้ซอสสูตรลับที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น รสชาติซอสจะไม่หวานจนเกินไป แต่ให้ความกลมกล่อมเข้ากับเนื้อปลาอย่างลงตัว ทำให้เมนูอุนางิด้งของร้านนี้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านปลาไหลที่ดีที่สุดในโตเกียว และเป็นร้านที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักชิมจากทั่วโลกแนะนำว่าควรมาลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 11:30 น. – 14:00 น. และ 17:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 3,000 – 6,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: Japan, 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 4 Chome−2−15 塚本素山ビルディング 地下1
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HehP6NhnmCaRExvM9
7. เทนด้ง (Tendon)

เทนด้ง (Tendon) คือ เมนูข้าวหน้าของทอดเทมปุระที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเทมปุระสไตล์เอโดะ เมนูนี้ประกอบด้วยข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ โปะด้วยกุ้งเทมปุระ ปลา หรือปักทอดกรอบ ก่อนราดด้วยซอสเทนด้งรสหวานเค็มที่ทำจากโชยุ มิริน และดาชิ ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม หอม และเข้ากันได้อย่างลงตัว ความพิเศษของเทนด้งคือความกรอบของเทมปุระที่ตัดกับข้าวนุ่มๆ และซอสเข้มข้น จึงเป็นเมนูง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ต้องลองเมื่อมาเที่ยวโตเกียว
ร้านแนะนำ
Kaneko Hannosuke

Kaneko Hannosuke ร้านเทนด้ง ชื่อดังระดับตำนานในโตเกียว ตั้งอยู่ที่ย่านนิฮงบาชิและมักมีคิวยาวแทบตลอดวันเพราะขึ้นชื่อเรื่อง Edo-style Tendon ที่เสิร์ฟแบบจัดเต็ม ทั้งกุ้งเทมปุระ ปลาไหลทะเล ไข่เทมปุระ และผักทอด วางบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ แล้วรอดซอสสูตรลับที่เข้มข้นและหอมกลิ่นโชยุ
ความพิเศษของร้านนี้คือการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและเทคนิคทอดแบบดั้งเดิมที่ทำให้เทมปุระกรอบกำลังดี ไม่อมน้ำมัน อีกทั้งปริมาณที่ให้ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับราคา ทำให้กลายเป็นร้านเทนด้งที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างยกให้เป็นหนึ่งในร้านเทนด้งที่ต้องมากินเมื่อมาโตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11:00 น. – 21:30 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,200 – 1,800 เยน
ที่ตั้ง: 1 Chome-11-15 Nihonbashimuromachi, Chuo City, Tokyo 103-0022, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9NQcJCJi7MYRpkMW9
8. ซึกุเนะยากิโทริ (Tsukune Yakitori)

ซึกุเนะยากิโทริ (Tsukune Yakitori) คือ หนึ่งในเมนูยากิโทริยอดนิยมของญี่ปุ่น ลักษณะเป็นลูกชิ้นไก่บดปรุงรสเสียบไม้แล้วย่างบนเตาถ่าน มักผสมส่วนอย่างต้นหอม ขิง หรือกระดูกอ่อนไก่ เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัส ก่อนนำไปย่างแล้วทาด้วยซอสทาเระ ที่มีรสหวานเค็มเข้มข้น หลายร้านจะเสิร์ฟพร้อมไข่แดงดิบให้จิ้ม ทำให้รสชาติกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสนุ่มยิ่งขึ้น เมนูนี้เป็นอาหารยอดนิยมตามร้านอิซากายะในโตเกียว และถือเป็นหนึ่งในเมนูที่สายกินต้องลองเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น
ร้านแนะนำ
Bird Land Ginza

ร้าน Bird Land Ginza เป็นร้านยากิโทริชื่อดังในย่านกินซ่าที่ได้รับ Michelin Star และขึ้นชื่อเรื่องการย่างไก่บนเตาถ่านแบบพิถีพิถัน ร้านใช้ไก่คุณภาพสูงสายพันธุ์ Okukuji Shamo ซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองที่เนื้อแน่นและมีรสชาติเข้มข้น เมนูซึกุเนะของร้านนี้ถือเป็นเมนูไฮไลต์ เพราะทำจากไก่บดสดใหม่ ปรุงรสอย่างสมดุล แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านจนด้านนอกหอมกรอบเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงความนุ่มฉ่ำ
ทีเด็ดของเมนูนี้ คือ การเสิร์ฟซึกุเนะย่างร้อนๆ คู่กับไข่แดงสด ให้จิ้มก่อนทาน ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มของซอสยากิโทริผสมกับความมันของไข่แดงอย่างลงตัว บรรยากาศร้านเป็นแบบเคาน์เตอร์ที่สามารถมองเห็นเชฟย่างไก่ตรงหน้า จึงเป็นประสบการณ์การกินยากิโทริแบบพรีเมียมที่หลายคนบอกว่ามาโตเกียวก็ต้องลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันวันอังคาร – วันเสาร์ 17:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์ และวันอาทิตย์
ราคา: ประมาณ 5,000 – 8,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: Japan, 〒104-0061 Tokyo, Chuo City, Ginza, 4 Chome−2−15 塚本素山ビルディング B1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VuWnRvuJLUn1yxMM8
9. เมล่อนปัง (Melon Pan)

เมล่อนปัง (Melon Pan) เป็นขนมปังยอดนิยมของญี่ปุ่นที่มีลักษณะเด่นคือผิวด้านนอกกรอบหวานคล้ายคุกกี้ ส่วนด้านในเป็นขนมปังนุ่มฟู รูปร่างกลมและมีลายตารางบนผิวขนมปังซึ่งทำให้ดูคล้ายผิวของเมล่อน จึงเป็นที่มาของชื่อเมนูนี้ ถึงแม้จะไม่ได้มีแค่รสเมล่อนก็ตาม เมล่อนปังมักถูกนำไปอบสดใหม่ก่อนเสิร์ฟ ทำให้ได้สัมผัสที่กรอมหอมด้านนอกและนุ่มด้านใน เป็นขนมที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชอบซื้อกินเป็นของว่างหรือของหวานระหว่างเดินเที่ยวในโตเกียว โดยเฉพาะตามย่านท่องเที่ยวชื่อดัง
ร้านแนะนำ
Kagetsudo Asakusa

Kagetsudo (คาเก็ตสึโดะ) เป็นร้านเมล่อนปังชื่อดังในย่านอาซากุสะ ที่เปิดมานานกว่า 70 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านเมล่อนปังที่อร่อยที่สุดในโตเกียว เมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือ Jumbo Melon Pan เมล่อนปังขนาดใหญ่ที่อบสดใหม่จากเตาทุกวัน ทำให้ด้านนอกมีความกรอบหอม ส่วนด้านในนุ่มฟูและมีกลิ่นเนยชัดเจน นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักต่อคิวร้านนี้ เพื่อซื้อเมล่อนปังร้อนๆ มากินระหว่างเดินเที่ยวถนนช้อปปิ้ง Nakamise Street ใกล้วัดเซ็นโซจิ
ความพิเศษของร้านนี้อยู่ที่สูตรแป้งและการอบแบบดั้งเดิมที่ทำให้เมล่อนปังมีเนื้อสัมผัสกรอบนานกว่าปกติ อีกทั้งยังมีเมนูพิเศษอย่าง เมล่อนปังไส้ไอศกรีมที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน ถือเป็นของกินเล่นที่เหมาะกับการแวะลองเมื่อมาเที่ยวโตเกียว และเป็นร้านที่สายกินหลายคนบอกว่าต้องมาลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 250 – 400 เยน ต่อชิ้น
ที่ตั้ง: 2 Chome-7-13 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2CKS1iKdUPVm73pu6
10. ไทยากิ (Taiyaki)

ไทยากิ (Taiyaki) เป็นขนมหวานญี่ปุ่นยอดนิยมที่มีลักษณะเป็นแป้งอบรูปปลาทรายแดง ซึ่งถือเป็นปลามงคลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ด้านในมักสอดไส้ถั่วแดงกวนแบบดั้งเดิม แต่ปัจจุบันก็มีไส้หลากหลาย เช่น คัสตาร์ด ช็อกโกแลต หรือมันหวาน ตัวแป้งด้านนอกจะกรอบเล็กน้อย ส่วนด้านในนุ่มและหอมหวาน ทำให้เป็นสตรีทฟู้ดที่คนญี่ปุ่นนิยมซื้อกินระหว่างเดินเที่ยว โดยเฉพาะตามย่านท่องเที่ยวและตลาดเก่าในโตเกียว
ร้านแนะนำ
Naniwaya Sohonten

Naniwaya Sohontent เป็นร้านไทยากิระดับตำนานในโตเกียวที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1909 และถือเป็นหนึ่งในร้านต้นกำเนิดของไทยากิแบบดั้งเดิม ร้านตั้งอยู่ในย่าน Azabu-juban ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ที่มีร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังหลายร้าน ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวอยากลิ้มลองไทกิยากิสูตรต้นตำรับ
จุดเด่นของร้าน Naniwaya Sohontent คือ การทำไทยากิแบบอบทีละชิ้น ด้วยพิมพ์เหล็กดั้งเดิม ต่างจากร้านทั่วไปที่ทำหลายชิ้นพร้อมกัน ทำให้แป้งมีความกรอบ หอม และเนื้อสัมผัสดีกว่า นอกจากนี้ไส้ถั่วแดงของร้านยังทำสดใหม่ทุกวัน ให้รสหวานกำลังดีและเนื้อถั่วเต็มคำ จึงเหตุผลที่หลายคนบอกว่าถ้าอยากกินไทยากิแบบต้นตำรับของโตเกียว ต้องมาที่ร้านนี้
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 19:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร – วันพุธ
ราคา: ประมาณ 200-300 เยน ต่อชิ้น
ที่ตั้ง: 1 Chome-8-14 Azabujuban, Minato City, Tokyo 106-0045, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ywNPPydWezuZEHLo6
11. สึเกะด้ง (Tsukedon)

สึเกะด้ง (Tsukedon) เมนูข้าวหน้าปลาดิบหมักซอสโชยุที่มีต้นกำเนิดจากยุคเอโดะ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของโตเกียวในปัจจุบัน คำว่า สึเกะ หมายถึงการหมักปลาในซอสก่อนนำมาเสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ โดยมักใช้ปลาทูน่าหรือปลาทะเลสดจากอ่าวโตเกียว หมักในโชยุ มิริน และเครื่องปรุงอื่นเล็กน้อย ทำให้เนื้อปลามีรสชาติเข้มข้นและกลมกล่อม เมนูนี้ถือเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวเอโดะที่ต้องการถนอมปลาสดให้เก็บได้นานขึ้น
ร้านแนะนำ
Maguro Bito

Maguro Bito เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูปลาทูน่าในย่านอาซากุสะของโตเกียว และได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่อยากลิ้มลองข้าวหน้าปลาดิบคุณภาพดี ร้านนี้โดดเด่นด้วยการใช้ปลาทูน่าสดใหม่ที่คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ทำให้เมนูซึเกะด้งของร้านมีรสชาติหอมเข้มจากซอสหมักสูตรพิเศษ ผสานกับความสดของปลาได้อย่างลงตัว
ความพิเศษของร้านอยู่ที่การหมักปลาทูน่าในซอสโชยุสูตรเฉพาะที่ช่วยดึงรสชาติของปลาออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ จะได้รสชาติที่กลมกล่อมและเข้มข้นกว่าข้าวหน้าปลาดิบทั่วไป ด้วยคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติที่สม่ำเสมอ ทำให้ร้านนี้กลายเป็นหนึ่งในร้านที่หลายคนแนะนำว่าควรมาลองสึเกะด้งสไตล์โตเกียวแท้ๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:30 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 2,500 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: Japan, 〒111-0032 Tokyo, Taito City, Asakusa, 1 Chome-1-11
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zAvEpEVSKdGGtkfb9
12. ชาบูชาบู (Shabu Shabu)

ชาบูชาบู (Shabu Shabu) เป็นเมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมาก โดยมีต้นกำเนิดจากร้านอาหารในโตเกียวช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง วิธีรับประทานคือการนำเนื้อวัวสไลซ์บางๆ หรือหมูจุ่มลงในหม้อน้ำซุปเดือดเพียงไม่กี่วินาทีจนสุกพอดี จากนั้นนำไปจิ้มกับซอสพอนสึหรือซอสงา เสิร์ฟพร้อมผัก เต้าหู้ และเส้นอุด้ง รสชาติของชาบูชาบูจะเน้นความสดของวัตถุดิบและน้ำซุปที่เบา ทำให้กินง่ายและเหมาะกับการนั่งทานแบบสบายๆ กับเพื่อนหรือครอบครัว จึงเป็นหนึ่งในเมนูที่นักท่องเที่ยวต้องลองเมื่อมาโตเกียว
ร้านแนะนำ
Ningyocho Imahan

Ningyocho Imahan ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังในโตเกียวที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1895 และมีชื่อเสียงอย่างมากด้านเมนูเนื้อวากิวคุณภาพสูง โดยเฉพาะชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ ร้านตั้งอยู่ในย่านนิงเงียวโจซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ของโตเกียว ภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมให้บรรยากาศอบอุ่นและหรูหรา
จุดเด่นของร้าน Ningyocho Imahan คือ การใช้เนื้อวากิวเกรดพรีเมียมที่มีลายไขมันสวย เนื้อนุ่มละลายในปาก เมื่อนำไปจุ่มในน้ำซุปชาบูชาบูจะให้รสชาติหวานของเนื้ออย่างชัดเจน พนักงานยังช่วยปรุงและเสิร์ฟอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์การทานชาบูชาบูแบบต้นตำรับของโตเกียว หลายคนจึงให้ร้านนี้เป็นร้านที่ไม่ควรพลาด ถ้าอยากลองชาบูชาบูพรีเมียมในโตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 15:00 น. และ 17:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ราคา: ประมาณ 6,000 – 12,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: 2 Chome-9-12 Nihonbashiningyocho, Chuo City, Tokyo 103-0013, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/TdAJrLcPhYgtsaHZA
13. สึเคเมง (Tsukemen)

สึเคเมง (Tsukemen) คือราเมงสไตล์เส้นจิ้มซุป ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโตเกียว ลักษณะเด่น คือ เส้นราเมงจะเสิร์ฟแยกจากน้ำซุปเข้มข้น กินโดยการคีบเส้นไปจุ่มในซุปก่อนรับประทาน ทำให้เส้นยังคงความเหนียวนุ่มและได้รสซุปที่เข้มข้นกว่าราเมงทั่วไป น้ำซุปของซึกุเมงมักทำจากกระดูกหมูผสมปลาแห้ง เคี่ยวจนข้น หอม และมีรสลึก เมนูนี้เริ่มโด่งดังในโตเกียวช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในเมนูราเมงที่นักชิมทั่วโลกต้องลองเมื่อมาเยือนเมืองหลวงของญี่ปุ่น
ร้านแนะนำ
Rokurinsha

Rokurinsha หนึ่งในร้านซึกุเมงที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียวและได้รับการยกย่องจากนักชิมราเมงว่าเป็นร้านที่ทำให้เมนูซึกุเมงโด่งดังไปทั่วประเทศ ร้านตั้งอยู่ใน Tokyo Ramen Street ภายในสถานี Tokyo ซึ่งเป็นศูนย์ร้านราเมงระดับตำนานของญี่ปุ่น จุดเด่นของร้านคือเส้นราเมงเส้นหนานุ่มที่ทำสดใหม่ทุกวัน และน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและปลาแห้งจนได้รสชาติกลมกล่อมลึก
ทีเด็ดของ Rokurinsha คือความสมดุลของรสชาติและเนื้อสัมผัส เส้นหนาเคี้ยวหนึบเข้ากับซุปข้นหอม ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อม จนหลายคนยอมต่อคิวยาวเพื่อได้ลิ้มลอง เมนูซึกุเมงของร้านจึงกลายเป็นหนึ่งในซึกุเมงที่นักท่องเที่ยวและคนโตเกียวแนะนำว่าต้องลองสักครั้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 7:30 น. – 9:45 น. และ 10:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,000 – 1,500 เยน ต่อชาม
ที่ตั้ง: Japan, 〒100-0005 Tokyo, Chiyoda City, Marunouchi, 1 Chome−9−1 東京駅一番街 B1F Tokyo Ramen Street, 内
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/W6Fuzh3qmXR9m74g7
14. คัตสึซันโดะ (Katsu Sando)

คัตซึซันโดะ (Katsu Sando) คือ แซนด์วิชญี่ปุ่นที่ทำจากหมูทอดทงคัตซึ ชิ้นหนากรอบ วางระหว่างขนมปังนุ่มๆ แบบโชคุปัง พร้อมราดซอสทงคัตซึรสหวานเและกะหล่ำปลีซอยละเอียด เมนูนี้เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากในโตเกียว เพราะกินง่าย อิ่มกำลังดีและรสชาติกลมกล่อม จึงมักพบได้ทั้งในร้านทงคัตสึ ร้านคาเฟ่ และร้านเบเกอรี่ทั่วเมือง ปัจจุบันคัตซึซันโดะยังกลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวต้องลองเมื่อมาโตเกียว เพราะถือเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว
ร้านแนะนำ
Ginza Bairin

ร้าน Ginza Bairin เป็นร้านทงคัตซึชื่อดังในย่านกินซ่าที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1927 แบะได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในร้านต้นตำรับของคัตซึซันโดะสไตล์โตเกียว ร้านนี้มีชื่อเสียงจากหมูทอดคุณภาพสูงที่ทอดจนกรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ก่อนนำมาประกอบกับขนมปังนุ่มๆ และราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน
ความพิเศษของคัตซึซันโดะที่นี่คือการใช้หมูคุณภาพดีทอดสดใหม่ ทำให้ได้เนื้อหมูที่ชุ่มฉ่ำและรสชาติกลมกล่อม ซอสของร้านมีรสหวานเค็มกำลังดีและเข้ากันกับขนมปังนุ่มอย่างลงตัว เมนูนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในคัตซึซันโดะที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวแนะนำว่าต้องลองเมื่อมาโตเกียว หลายคนยังนิยมซื้อแบบแพ็กกลับไปของฝากอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:30 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 1,500 – 3,000 เยน ต่อคน
ที่ตั้ง: B1, 7 Chome-8-1 Ginza, Chuo City, Tokyo 104-0061, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Rx5EWN8ENSQvtnhM6
15. ดังโงะ (Dango)

ดังโงะ (Dango) เป็ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ แล้วเสียบไม้เป็นชุด โดยมักมี 3-4 ลูกต่อไม้ ขนมชนิดนี้มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มคล้ายโมจิ และสามารถทานได้ทั้งแบบธรรมดาหรือราดซอสหวานเค็มที่เรียกว่ามิตาราชิ ซึ่งทำจากโชยุ น้ำตาล และแป้งมัน ดังโงเป็นสตรีทฟู้ดและของหวานยอดนิยมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะตามศาลเจ้า วัด และย่านท่องเที่ยวโบราณอย่างอาซากุสะในโตเกียว นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองนี้มักต้องลองดังโงะสักไม้เพื่อสัมผัสรสชาติขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์
ร้านแนะนำ
Asakusa Kibidango Azuma

Asakusa Kibidango Azuma เป็นร้านขนมชื่อดังในย่านอาซากุสะ ที่เปิดมายาวนานและได้รับความนิยมจากทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ร้านอยู่ใกล้กับวัดเซ็นโซจิบนถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ด ทำให้บรรยากาศของร้านคึกคักตลอดวัน
เมนูดังโงะของร้าน Asakusa Kibidango Azuma มีจุดเด่นคือเนื้อแป้งนุ่มหนึบ นำไปย่างบนเตาให้มีกลิ่นหอมก่อนราดซอสมิตาราชิหวานเต็มกำลังดี รสชาติเรียบง่ายแต่กลมกล่อมแบบขนมญี่ปุ่นแท้ๆ การได้ลิ้มลองดังโงะในบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เมื่อมาเที่ยวที่โตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 9:00 น. – 18:30 น. / เสาร์ – อาทิตย์ 9:00 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ราคา: ประมาณ 200 – 500 เยน
ที่ตั้ง: 1 Chome-18-1 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/N6b4k72CHVS9Ssah8
โตเกียวเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ด้านอาหาร ที่นับว่าเป็นอีกประสบการณ์สำคัญของการมาเที่ยวโตเกียว หากมีโอกาสมาเยือนที่เมืองนี้ อย่าลืมมาตาม 15 ของกิน โตเกียว ที่เรารวบรวมมาให้นี้ รับรองว่าจะได้สัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ และค้นพบเสน่ห์ของวัฒนธรรมการกินที่ทำให้โตเกียวกลายเป็นหนึ่งในเมืองอาหารที่ดีที่สุดของโลก
















