เซนได (Sendai) คือเมืองหลวงและถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน จังหวัดมิยางิ (Miyagi) ประเทศญี่ปุ่น ที่เที่ยวเซนได นับจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไป ด้วยความที่เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชีวิตคนเมืองไว้ได้อย่างลงตัว หากใครได้ไปก็จะรู้สึกหลงรักเมืองในทันที หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวเซนไดที่ไปง่าย ไม่วุ่นวาย เราคัด 20 พิกัดที่เที่ยวที่คนไทยนิยมไปจริงมาฝาก เตรียมแพลนให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์โทโฮคุผ่านเซนไดกันเลย
พาลุย 20 ที่เที่ยวเซนได (Miyagi) ครบทั้งวิวสวย วัฒนธรรมและจุดไฮไลต์ห้ามพลาด
1. ปราสาทเซนได Sendai Castle Ruins (Aoba Castle Ruins)

ปราสาทเซนได (Sendai Castle Ruins (Aoba Castle Ruins) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อขงปราสาทเซนได ซากปราสาทที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 โดย ดาเตะ มาซามุเนะ ไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่แห้งแคว้นโทโฮคุ ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาอาโอบะ ทำเลสูงที่สามารถมองเห็นเมืองเซนไดได้รอบทิศ มีบทบาทสำคัญมากๆ ด้านการป้องกันเมืองในอดีต แมตัวอาคารหลักของปราสาทจะไม่หลงเหลืออยู่แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังคงรักษาบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างดี
ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในที่เที่ยวเซนไดที่คนไทยนิยมแวะมาเดินเล่น ถ่ายรูป และชมวิวเมืองแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อนๆ ทำให้เมืองเซนไดจากจุดนี้ดูสวยเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ ปราสาทเซนได คือ รูปปั้น ดาเตะ มาซามุเนะ บนหลังม้า ที่ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กประจำเมือง ใครที่มาที่แห่งนี้จะต้องมาแวะถ่ายรูปคู่ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวเมืองเซนไดที่สวยติดอันดับ โดยสามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบกว้างไกล เหมาะกับสายถ่ายรูป สายประวัติศาสตร์ และคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศเซนไดจากมุมสูงในที่เดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น.
ค่าเข้า: พื้นที่ปราสาท เข้าชมฟรี, พิพิธภัณฑ์ ประมาณ 700 เยน
วิธีไป: นั่งรถบัส Sendai City Loop Bus จากสถานี Sendai ลงป้าย Aoba Castle Ruins หรือแท็กซี่จากสถานี Sendai ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ที่ตั้ง: Kawauchi, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0862, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/B4CiCWUXjHBX4xbh9
2. อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay)

อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay) คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิยมมา เพราะที่นี่คือเป็นตำนานของญี่ปุ่น และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของ 3 วิวที่สวยที่สุดในี่ปุ่น ร่วมกับอามาโนะฮามาชิดาเตะและมิยาจิมะ อ่าวนี้เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะ ที่ปกคลุมด้วยต้นทุนสีเขียวชอุ่ม มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
นักท่องเที่ยวไทยนิยมมาแบบเช้า-เย็นกลับ จากเซนไดใช้เวลาไม่นาน บรรยากาศโดยรวมเงียบกว่าจุดท่องเที่ยวใหญ่ๆ แต่มีร้านอาหารทะเล คาเฟ่ และวัดเก่าแก่ให้เดินเล่นได้เพลิน เที่ยวได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะเป็นฤดุใบไม้ผลิ ฤดูหนาวที่มีหิมะ หรือฤดูใบไม้ผลิ
ไฮไลต์ของ อ่าวมัตสึชิมะ คือ การล่องเรือชมอ่าว ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที จะได้เห็นหมู่เกาะสนในมุมมองจากทะเล เป็นมุมที่สวยและคลาสสิกมาก ได้แวะที่จุดชมวิวตามเนินเขาใกล้ๆ หรือเดินต่อไปเที่ยววัดดังอย่าง Zuigan-ji และ Entsu-in ได้ในทริปเดียว เรียกว่าเป็นที่เที่ยวที่มาที่เดียวได้ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมเลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา เรือท่องเที่ยว 09:00 น. ถึง 16:00 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
ค่าเข้า: ค่าเข้าชมอ่าวฟรี, ล่องเรือชมอ่าว ประมาณ 1,500 เยนต่อคน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Senseki จากสถานี Sendai ไปลงที่สถานี Matsushimakaigen ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากสถานีเดินต่อประมาณ 5-10 นาทีจะถึงท่าเรือ
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Se6ty1Y6yQKq5Xh19
3. วัดซุยโฮเด็น Zuihōden (Mausoleum of Date Masamune)

วัดซุยโฮเด็น Zuihōden (Mausoleum of Date Masamune) คือสุสานของดาเตะ มาซามุเนะ ไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่แห้งแคว้นเซนได และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเมือง ตัวสุสานตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนบนเนินเขา บรรยากาสเงียบสงบ แยกตัวจากความวุ่นวายของตัวเมืองอย่างชัดเจน ทำให้การเดินชมเต็มไปด้วยความรู้สึกขรึมและเคารพ
สถาปัตยกรรมของที่นี่โดดเด่นด้วยศิลปะสมัยโมโมยามะ ใช้สีดำตัดกับทองและลวดลายแกะสลักอันประณีต แม้ตัวอาคารปัจจุบันจะเป็นการบูรณะใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม รอบบริเวณมีทางเดินผ่านสุสานของตระกูลดาเตะรุ่นถัดไป เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทำความเข้าใจประวัติศาตร์เซนไดแบบลึกขึ้น
ไฮไลต์ของ วัดซุยโฮเด็น คือ ความงดงามของตัวอาคารที่มีความอลังการ เมื่อเทียบกับสุสานญี่ปุ่นทั่วไป ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม บรรยากาศจะสวยและขลังเป็นพิเศษ เหมาะกับการถ่ายภาพและเดินชมแบบช้าๆ สายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์
เม.ย. – พ.ย. เวลา 09:00 น. ถึง 16:50 น. (เข้าได้ถึง 16:30 น.)
ธ.ค. – มี.ค. เวลา 09:00 น. ถึง 16:20 น. (เข้าได้ถึง 16:00 น.)
ค่าเข้า: ประมาณ 570 เยน
วิธีไป: นั่งรถบัสจากสถานี Sendai ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเดินต่อเล็กน้อย
ที่ตั้ง: 23-2 Otamayashita, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0814, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/TQZnHe3anvBvq64h9
4. ศาลเจ้าโอซากิ ฮะจิมังกุ (National Treasure Osaki Hachiman Shrine)

ศาลเจ้าโอซากิ ฮะจิมังกุ (National Treasure Osaki Hachiman Shrine) คือศาลเจ้าชินโตเก่าแก่และทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของเมืองเซนได สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1607 โดยดาเตะ มาซามุเนะ เพื่ออุทิศแด่เทพฮาจิมัง เทพแห่งการปกป้องและชัยชนะ ตัวอาคารหลักโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โมโมมายะ ใช้โทนสีดำตัดทอง จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น
บรรยากาศรอบศาลเจ้าเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเซนไดทีเ่หมาะกับการเดินเล่น ซึมซับวัฒนธรรม และหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง นักท่องเที่ยวไทยนิยมแวะมาขอพรเรื่องความสำเร็จ การงาน และความปลอดภัยในการเดินทาง
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าโอซากิ ฮะจิมังกุ คือ อาคารศาลเจ้าถูกตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยลวดลายทองคำบนพื้นสีดำ ดูขลังและแตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปในญี่ปุ่น ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณรอบศาลเจ้าจะสวยเป็นพิเศษ สายถ่ายรูปหรือคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่สงบ ต้องแวะมาที่นี่เลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น.
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: นั่งรถบัสจากสถานี Sendai ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที หรือแท็กซี่จากใจกลางเมือง
ที่ตั้ง: 4 Chome-6-1 Hachiman, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0871, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zBdeTEuKc8u96RSE8
5. วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)

วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple) วัดพุทธเก่าแก่ที่ก่อตั้งตั้งแต่สมัยเอโดะ มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี และเคยเป็นวัดประจำตระกูลซามูไรดาเตะ ซึ่งเป็นผู้ปกครองแคว้นเซนไดในอดีต ตัววัดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองที่คึกคัก
ภายในวัดมีอาคารหลักที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญและสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ออกแบบอย่างประณีต นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวน ชมสระน้ำ สะพานไม้ และพรรณไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งที่เที่ยวเซนไดที่เหมาะกับสายชิล และคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศสงบของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ
ไฮไลต์ของ วัดรินโนจิ คือ สวนญี่ปุ่นที่สามารถเดินเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด ให้บรรยากาศสงบ ร่มรื่น และสวยงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลเปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มทั่วทั้งสวน มาเดินถ่ายรูปได้เพลินๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น.
ค่าเข้า: เฉพาะโซนสวนค่าเข้า 300 เยน
วิธีไป: นั่งรถบัสจากสถานี Sendai มุ่งหน้าไปย่าน Kitayama ลงป้าย Rinno-ji-mae จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: 1 Chome-14-1 Kitayama, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 981-0931, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vJSRvdQt7wsUaYho9
6. เซนได มีเดียเทค (Sendai Mediatheque)

เซนได มีเดียเทค (Sendai Mediatheque) คือ แลนด์มาร์กที่สายอาร์ต และสถาปตยกรรมร่วมสมัยใจกลางเมืองเซนได ที่ไม่ได้เป็นแค่ห้องสมุดธรรมดา แต่เป็นพื้นี่รวมวัฒนธรรม ศิลปะ และไอเดียสร้างสรรค์ไว้ในที่เดียว อาคารกระจกใสทรงโมเดิร์นแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Toyo Ito และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอย่างรวดเร็ว ภายในประกอบด้วยห้องสมุดสาธารณะ แกลเลอรีศิลปะ พื้นที่จัดนิทรรศการ โรงภาพยนต์ขนาดเล็ก และคาเฟ่บรรยากาศดี
ตัวอาคารโดดเด่นด้วยโครงสร้างแบบ Tube ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทั่วอาคาร เดินแล้วรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย ไม่อึดอัด เหมือนเป็นที่เที่ยวเซนไดที่สามารถไปแวะพักหรืออ่านหนังสือชิลๆ ได้ นักท่องเที่ยวไทยนิยมแวะมาถ่ายรูป เช็กอิน และพักขาก่อนเดินเที่ยวต่อแถวถนน Jozenji-dori
ไฮไลต์ของ เซนได มีเดียเทค คือ ดีไซน์อาคารที่ล้ำสมัยและไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น โครสร้างโปร่งใส ทำให้ถ่ายรุปได้สวยแทบทุกมุม โดยเฉพาะช่วงกลงวันและยามเย็นที่แสงสะท้อนกับกระจกสวยมาก นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหมุนเวียนด้านศิลปะ ภาพถ่าย และสื่อร่วมสมัย ใครเป็นสายอาร์ต ชอบเสฟงานศิลป์ แนะนำต้องเก็บที่นี่ไว้ในแพลน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. ถึง 22:00 น.
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku ลงสถานี Kotodai-Koen แล้วเดินประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: Japan, 〒980-0821 Miyagi, Sendai, Aoba Ward, Kasugamachi, 2−1 1F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VnfQ395S7qSo9Moa9
7. ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori Ave)

ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori Avenue) ถนนสายโรแมนติกใจกลางเมืองเซนได ที่เรียงรายด้วยต้นเซลโควากว่า 160 ต้น ทอดยาวประมาณ 700 เมตร บรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ต่างจากภาพเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย จนได้รับฉายาว่าเป็น “Champs-Élysées แห่งเซนได” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเซนไดที่คนท้องถิ่นต่างแนะนำให้มา
ทั้งสองข้างทางของถนนสายนี้ เต็มไปด้วยร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร แกลเลอรี และพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งพักผ่อน เดินเล่น หรือถ่ายรูปแบบสบายๆ ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาว ถนนสายนี้จะสวยเป็นพิเศษจนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมถ้ามาเที่ยวที่เมืองเซนไดเลย
ไฮไลต์ของ ถนนโจเซ็นจิ โดริ คือ การเปลี่ยนโฉมตามฤดูกาล ฤดูใบไม้เปลี่ยนจะได้เห็นอุโมงค์สีเหลืองทองสุดโรแมนติก ส่วนฤดูหนาว ต้นไม้จะประดับไปด้วยไฟ เดินชมไฟสวยๆ ยามค่ำคืน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองเซนไดแบบช้าๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอดทั้งวัน
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Sendai เดินประมาณ 15 นาที หรือขึ้นรถไฟใต้ดิน Sendai Subway มาลงที่สถานี Kotodai-Koen แล้วเดินต่อประมาณ 3-5 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/cMo38EfqdVndyCt3A
8. ตลาดเช้าเซนได อะไซชิ (Sendai Asaichi Market)

ตลาดเช้าเซนได (Sendai Asaichi Market) ตลาดเช้ากะทัดรัดแต่คึกคัก อยู่ใกล้สถานี Sendai เดินทางง่ายมาก เหมาะกับการแวะมาเดินเล่นก่อนเริ่มเที่ยวภายในเมือง ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านขายอาหารทะเลสด ผักผลไม้ตามฤดูกาล เนื้อวัวเซนไดกิว รวมถึงของกินท้องถิ่นที่หาทานได้ยาก บรรยากาศให้ฟีลโลคอลแท้ๆ ได้เห็นวิถีชีวิตของคนเซนไดตั้งแต่ช่วงเช้า ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น หากอยากหาอาหารเช้าแบบท้องถิ่นแท้ๆ ในราคาไม่แรง ต้องที่ตลาเช้าเซนไดเลย
ไฮไลต์ของ ตลาดเช้าเซนได อะไซชิ คือ อาหารทะเลสดๆ อย่างหอยนางรม ปลาซาชิมิ และข้าวหน้าทะเลที่ทำกันแบบจานต่อจาน นอกจากนี้ยังมีร้านสตรีทฟู้ดให้ซื้อทานระหว่างเดิน เช่น ไข่ย่างเสียบไม้ ปลาย่าง และคร็อกเกะร้อนๆ เหมาะมากสำหรับสายกินที่อยากลองมาลองอาหารท้องถิ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:00 น. ถึง 18:00 น. (บางร้านปิดเร็วในช่วงบ่าย)
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานี Sendai ออกทางออก West Exit มองหาอาคาร S-PAL Sendai หรือ Yodobashi Camera จากนั้นเดินเลียบถนน Aoba-dori ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 5 นาที จะเห็นซอยเล็กๆ ที่มีป้ายเขียนว่า Sendai Asaichi
ที่ตั้ง: Japan, 〒980-0021 Miyagi, Sendai, Aoba Ward, Central, 3 Chome−8−5 3F318号室
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/j4Anqua5ZJzCyYUZ7
9. ซาคุนามิออนเซ็น (Sakunami Onsen)

ซาคุนามิออนเซ็น (Sakunami Onsen) คือย่านออนเซ็นธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาและลำน้ำฮิโรเสะ ห่างจากตัวเมืองเซนไดไม่ไกล เหมาะมากสำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายของเมือง มาเติมพลังแบบช้าๆ บรรยากาศรอบๆ จะเปลี่ยนไปตามฤดุกาล ย่านนี้มีเรียวกังให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมไปจนถึงสไตล์โมเดิร์น บางแห่งเปิด Day-use Onsen ใช้แวะแช่โดยไม่ต้องค้างคืน เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเซนไดที่คนไทยนิยมแทรกไว้ในแพลนเที่ยวครึ่งวันหรือพักค้างคืน 1 คืน เพื่อพักผ่อนอย่างจริงจัง
ไฮไลต์ของ ซาคุมิออนเซ็น คือ การแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ บางเรียวกังมีบ่อกลางแจ้งติดแม่น้ำ ได้ยินเสียงน้ำไหล ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ น้ำแร่อุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการเดินเที่ยวทั้งวัน แถมการเดินทางมาที่นี่ยังสะดวกด้วยรถไฟ JR ทำให้ออนเซ็นที่นี่เป็นออนเซ็นที่สะดวกสบายและเข้าถึงง่าย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอดทั้งปี
Day-use Onsen เวลา 11:00 น. ถึง 15:00 น.
Overnight เฉพาะผู้เข้าพักออนเซ็นที่นั่นๆ
ค่าเข้า: Day-use Onsen ประมาณ 800 – 1,500 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Senzen จากสถานี Sendai ไปลงที่สถานี Sakunami ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
ที่ตั้ง: 27 Ainosawa, Sakunami, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hASujd77VhopAR5TA
10. อะคิอุออนเซ็น (Akiu Onsen)

อะคิอุออนเซ็น (Akiu Onsen) คือย่านออนเซ็นเก่าแก่ใกล้เมืองเซนได ใช้เวลาเดินทางเพียง 30-40 นาที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่ต้องย้ายเมือง ออนเซ็นที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและบำรุงผิว รอบๆ รายล้อมด้วยภูเขาและลำธาร ให้บรรยากาศสงบต่างจากความคึกคักในตัวเมืองอย่างชัดเจน
ที่นี่มีเรียวกังหลายระดับ ตั้งแต่เรียวกังหรูไปจนถึงออนเซ็นแบบ Day-use แวะแช่สั้นๆ นักท่องเที่ยวไทยนิยมมาพัก 1 คืน หรือแวะมาแช่ออนเซ็นพร้อมเที่ยวน้ำตกอะคิอุ ที่อยู่ไม่ไกล
ไฮไลต์ของ อะคิอุออนเซ็น (Akiu Onsen) คือ ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่วิวรอบๆ จะสวยมาก นอกจากนี้ยังมีเรียวกังหลายแห่งที่เปิด Day-use ให้แช่แบบไม่ต้องค้างคืน เหมาะกับคนที่อยากแพลนเที่ยวเซนไดแบบวันเดียวจบ ได้ฟีลญี่ปุ่นแท้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา Day-use 10:00 น. ถึง 18:00 น.
ค่าเข้า: Day-use เริ่มประมาณ 1,000 – 1,500 เยน/คน
วิธีไป: จากสถานี Sendia เดินไปที่ป้ายขึ้นรถบัสของ Miyagi Kotsu Bus หรือ Sendai City Bus ลงสายที่ปลายทางไปลง Akiu Onsen ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที จากนั้นเดินไปเรียวกังใกล้ๆ ได้เลย
ที่ตั้ง: Yakushi-100 Akiumachi Yumoto, Taihaku Ward, Sendai, Miyagi 982-0241
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zVnWx5ir6Zj4uXfy5
11. พิพิธภัณฑ์สวนน้ำเซ็นได อุมิโนะโมริ (Sendai Umino-Mori Aquarium)

พิพิธภัณฑ์สวนน้ำเซ็นได อุมิโนะโมริ (Sendai Umino-Mori Aquarium) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเซนได ตัวอาคารออกแบบด้วยแนวคิดทะเลแห่งโทโฮคุ ถ่ายทอดรถบบนิเวศทางทะเลของชายฝั่งญี่ปุ่นตอนเหนือ ตั้งแต่ทะเลลึกจนถึงชายฝั่ง ทำให้การเดินเที่ยวชมภายในให้ความรู้สึกเหมือนออกเดินทางสำรวจโลกใต้ทะเล
ภายในจัดแสดงสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งปลาเขตหนาว ปลาทะเลน้ำลึก แมงกะพรุน ไปจนถึงสัตว์ทะเลหายาก พร้อมโซนอินเทอร์แอคทีฟที่เด็กและผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ผ่านการสังเกตและกิจกรรมได้อย่างสนุก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือใครที่อยากเที่ยวที่ใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่วัด
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์สวนน้ำเซ็นได อุมิโนะโมริ คือ โชว์โลมาและสิงโตทะเลในสเตเดียมกางแจ้ง ที่ฉากหลังเป็นทะเลจริงๆ การแสดงถูกออกแบบให้ทั้งสนุกและให้ความรู้กับผู้เข้าชม ควบคู่กับโซนตู้ปลาขนาดใหญ่ที่จำลองมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือได้สมจริง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. ถึง 17:30 น. (เข้าได้รอบสุดท้ายก่อนเปิด 1 ชั่วโมง)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 2,200 เยน / เด็กโต (12-18 ปี) 1,600 เยน / เด็กเล็ก (6-12 ปี) 1,100 เยน / เด็กต่ำกว่า 4 ปี 600 เยน / 65 ปีขึ้นไป 1,600 เยน
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟ JR Senseki Line มุ่งหน้าไปทาง Shiogama หรือ Matsushima ลงที่สถานี Nakanoshima-Koen จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-7 นาที จะเห็นอควาเรียมอยู่ใกล้ชายฝั่ง
ที่ตั้ง: Japan, 〒983-0013 Miyagi, Sendai, Miyagino Ward, Nakano, 4 Chome−6
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LeZvbUW1hRspt7vcA
12. พิพิธภัณฑ์เมืองเซนได (Sendai City Museum)

พิพิธภัณฑ์เมืองเซนได (Sendai City Museum) พิพิธภัณฑ์สำคัญที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองเซนไดได้ครบและเข้าใจง่าย ตั้งแต่ยุคก่อนตั้งเมืองโดยไดเมียวชื่อดังอย่าง ดาเตะ มาซามุเนะ ไปจนถึงพัฒนาการของเซนไดยุคใหม่ อาคารอยู่ใกล้ซากปราสาทอาโอบะ ทำให้บรรยากาศโดยรอบยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ผสมกับธรรมชาติของเนินขาและต้นไม้ใหญ่
ภายในจัดแสดงวัตถุโบราณ เอกสารสำคัญ เครื่องใช้ของซามูไร แผนที่โบราณ และแบบจำลองเมืองเซนไดในอดีต การจัดนิทรรศการมีทั้งโซนถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน มีคำอธิบายภาษาอังกฤษ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจได้ง่าย
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เมืองเซนได คือ โซนที่เกี่ยวข้องกับ ดาเตะ มาซามุเนะ ทั้งชุดเกราะจำลอง อาวุธ และเรื่องราวการสร้างเมืองเซนได นอกจากนี้ยังมีโมเดลจำลองปราสาทอาโอบะและเมืองในสมัยเอโดะ ที่ช่วยให้เห็นภาพอดีตได้ชัดเจน เป็นที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ใช้เวลาไม่นานแต่ได้ความรู้แน่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 ถึง 16:45 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16.15 น.)
วันหยุด: วันจันทร์
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี โซนพิเศษเฉพาะผู้ใหญ่ 500 เยน
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถบัสสาย Loople Sendai ลงป้าย Sendai City Museum เดินต่อประมาณ 3-5 นาทีถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 26 Kawauchi, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0862, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UNDxvpm5ZoARQ4aA8
13. สวนสาธารณะนิชิ Nishi Park (West Park)

สวนสาธารณะนิชิ Nishi Park (West Park) คือสวนสาธารณะเก่าแก่ใจกลางเมืองเซนได เป็นพื้นที่สีเขียวที่ชาวเมืองใช้พักผ่อน เดินเล่น และจัดกิจกรรมตามฤดูกาล บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น สงบ แต่ยังคงความเป็นเมือง เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากแวะพักจากการเดินเที่ยวในเมืองแบบต่อเนื่อง สวนแห่งนี้คือเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดังที่สุดของเซนได โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน จะมีต้นซากุระเรียงรายกว่า 200 ต้น
ไฮไลต์ของ สวนสาธารณะนิชิ (Nishi Park) คือ การชมซากุระใจกลางเมืองที่สวยและเข้าถึงง่าย ช่วงเย็นถึงค่ำจะมีบรรากาศชิลๆ เหมาะกับการปิกนิก ถ่ายรูป และเดินเล่นสบาย และในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีให้โทนเหลือง-ส้ม สวยงามไม่แพ้กัน เป็นสวนที่มากี่ครั้งก็รู้สึกว่ามาไม่เคยซ้ำเลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้า: เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sendai Subway Tozai ลงสถานี Ōmachi Nishi-Kōen ออกทางออก West 1 เดินต่ออีกประมาณ 3-5 นาที จะถึงสวนทันที
ที่ตั้ง: Sakuragaokakoen, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0823, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2uyzFP2sAwazsfXg8
14. Mitsui Outlet Park Sendai Port

Mitsui Outlet Park Sendai Port เป็นเลาต์เล็ตขนาดใหญ่ริมทะเลที่นักท่องเที่ยวไทยแวะกันบ่อยมาก โดยเฉพาะสายช้อปที่อยากได้แบรนด์ญี่ปุ่นและอินเตอร์ในราคาดี ที่นี่รวมร้านดังร้านแบรนด์ไว้มากกว่า 120 ร้าน ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ในบ้าน ของฝาก เดินง่าย ไม่แออัดเท่าเอาต์เล็ตในเมือง บรรยากาศของที่นี่ใกล้ท่าเรือเซนได มองเห็นวิวทะเลบางมุมจากบนเอาต์เล็ต มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้พักเหนื่อยตลอดทาง เหมาะทั้งคนที่ตั้งใจมาช้อปจริงจัง และคนที่อยากเดินเล่นฆ่าเวลาในวันที่เที่ยวเมืองเสร็จเร็ว
ไฮไลต์ของ Mitsui Outlet Park Sendai Port คือ เป็นศูนย์รวมของแบรนด์ญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง Onitsuka Tiger, Beams, United Arrows, Nike, Adidas รวมถึงร้านเครื่องครัวและของใช้คุณภาพดี บางช่วงลด 30-70% สามารถทำ Tax Free ได้ในร้านที่ร่วมรายการ ช้อปเสร็จเดินออกไปสูดอากาศทะเล ถ่ายรูปวิวท่าเรือได้แบบชิลมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ร้านค้า เวลา 10:00 น. ถึง 20:00 น. และร้านอาหาร เวลา 11:00 ถึง 21:00 น.
ค่าเข้า: เข้าฟรี
วิธีไป: จากสถานี Sendai ขึ้นรถไฟ JR SenseKi ลงสถานี Nakanosakae ใช้เวลาประมาณ 18-20 นาที ออกทางออกสถานี แล้วเดินต่อประมาณ 8-10 จะเห็นเอาต์เล็ตอยู่ฝั่งท่าเรือ
ที่ตั้ง: Japan, 〒983-0013 Miyagi, Sendai, Miyagino Ward, Nakano, 3 Chome−7−2
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/aXQGdsrXibiM9acM7
15. น้ำตกโฮเมอิ (Homeishijuhachi Falls)

น้ำตกโฮเมอิ (Homeishijuhachi Falls) เป็นหนึ่งในน้ำตกธรรมชาติที่สวยและเงียบสงบที่สุดใกล้เมืองเซนได ตั้งอยู่ในพื้นที่อากิอุ โซนธรรมชาติยอดนิยมของนักท่องเที่ยว น้ำตกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่จุดเดียว แต่เป็นกลุ่มน้ำตกเล็กและใหญ่รวมกันตามแนวลำธาร ท่ามกลางป่าเขียวขจี ทางไปน้ำตกเป็นทางเดินป่าที่เดินง่าย บรรยากาศรอบๆ สดชื่นและธรรมชาติมากๆ
เส้นทางเดินเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เดินป่าจริงจัง คนไทยที่มาเที่ยวเซนไดมักแวะที่นี่ควบคู่กับอะคิอุออนเซ็น เพราะอยู่ไม่ไกลกัน เหมาะกับการหนีความวุ่นวายในเมือง มาสัมผัสธรรมชาติแบบสบาย
ไฮไลต์ของ น้ำตกโฮเมอิ คือ เสียงน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันหลายชั้น ชื่อชิจูฮาจิ สื่อถึงความต่อเนื่องของน้ำตกตลอดเส้นทาง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยเป็นพิเศษ ใบไม้แดง-ส้มตัดกับสายน้ำใส ส่วนฤดูหนาว น้ำตกบางช่วงจะกลายเป็นน้ำแข็ง ให้บรรยากาศเงียบสงบและแปลกตา เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายธรรมชาติสุดๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอดทั้งปี
ค่าเข้า: เข้าฟรี
วิธีไป: เริ่มต้นที่สถานี Sendai นั่งรถบัสสาย Akiu Onsen ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที ลงป้าย Akiu Otaki/Akiu Osena จากนั้นเดินต่อประมาณ 10-15 นาที ตามป้ายบอกทางไปน้ำตก
ที่ตั้ง: Sateyama Nitsukawa, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 989-3434, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/eL61iycHDiye34y68
16. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยโทโฮคุ (Tohoku University Museum of Natural History) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์เชิงชาการที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ตั้งอยู่ภายในแคมปัสของมหาวิทยาลัยโทโฮคุ ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่น ด้านในจัดแสดงองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา ชีววิทยา ซากดึกดำบรรพ์ และวิวัฒนการของสิ่งมีชีวิตในภูมิภาคโทโฮคุอย่างเป็นระบบ
บรรยากาศของพิพิธภัณฑ์เงียบสงบ ไม่แออัด เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเปลี่ยนจังหวะจากการเที่ยวเมือง มาซึบซับความรู้แบบเบาๆ ตัวอาคารเรียบง่ายแต่ดูทันสมัย นิทรรศการเน้นการเล่าเรื่องผ่านตัวอย่างจริง เช่น แร่หายาก ฟอซซิล และสัตว์สตัฟฟ์ ทำให้เข้าใจธรรมชาติของญี่ปุ่นในมุมลึกขึ้น ถือเป็นที่เที่ยวเซนไดที่แตกต่างจากที่อื่นๆ
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ คือ โซนซากดึกดำบรรพ์และแร่ธาตุจากภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งมีตัวอย่างหาดูยาก พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหมุนเวียนตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมวิทยาศาสตร์และธรรมชาติอย่างแท้จริง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. ถึง 16:00 น.
วันหยุด: วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์บางวัน
ค่าเข้า: เข้าฟรี
วิธีไป: เริ่มต้นจากสถานี Sendai นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai มุ่งหน้าไปทาง Yagiyama Zoological Patl ลงที่สถานี Aobayama จากนั้นเดินประมาณ 5-10 นาที เข้าสู่เขตมหาวิทยาลัยโทโฮคุ
ที่ตั้ง: Aoba-6-3 Aramaki, Aoba Ward, Sendai, Miyagi 980-0845 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CMNeYyXbz2X2AY1f9
17. รูปปั้นไดคันนอน Sendai Dai Kannon (White-Robed Colossus)

รูปปั้นไดคันนอน Sendai Dai Kannon (White-Robed Colossus) คือหนึ่งในพระโพธิสัตว์คันนนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูงราว 100 เมตร มองเห็นได้เด่นชัดจากระยะไกล ตั้งองตอนเหนือของเมืองเซนได สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1991 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ความเมตตา และการคุ้มครองผู้คนพระพักตร์สงบนิ่งให้ความรู้สึกอ่อนโยน ต่างจากความยิ่งใหญ่ของขนาดองค์พระ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทั้งอลังการและสงบในเวลาเดียวกัน
ด้านในสามารถเดินเข้าชมได้ โดยจะเป็นเส้นทางเดินวนขึ้น มีทั้งหมด 12 ชั้น จัดแสดงพระพุทธรูปและเทพเจ้าจำนวนมาก ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น ระหว่างทางมีช่องหน้าต่างเล็กๆ ให้มองวิวเมืองเซนไดจากมุมสูง เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างแปลกใหม่
ไฮไลต์ของ รูปปั้นไดคันนอน คือ การได้เดินชมภายในองค์พระธพธิสัตว์ขนาดยักษ์ ที่เปรียบเสมือนการเดินสมาธิไปทีละชั้น บรรยากาศเงียบ สงบ และศักดิ์สิทธิ์มาก ด้านบนสามารถมองเห็นวิวเมืองเซนไดแบบมุมสูง ส่วนภายนอกองค์พระก็เป็นจุดถ่ายรุปยอดนิยม เพราะขนาดที่ยิ่งใหญ่ทำให้ภาพออกมาดูอลังการ เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและสายไว้พระขอพร
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. ถึง 16:00 น.
ค่าเข้า: 500 เยน /คน
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sendai Subway Namboku มุ่งหน้าไปทาง Izumi-Chuo จากสถานีต่อรถบัส Miyagu Kotsu ประมาณ 15-20 นาที ลงป้ายใกล้ Sendai Daikannon เดินต่ออีกเล็กน้อยจะเห็นองค์พระขนาดใหญ่เด่นชัด
ที่ตั้ง: Nakayamaminami-31-36 Sanezawa, Izumi Ward, Sendai, Miyagi 981-3217, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3a1BVUsgS2TJa6RdA
18. เกาะแมว (Tashirojima)

เกาะแมว (Tashirojima) เกาะเล็กๆ ที่กลายเป็นจุดหมายในฝันของคนรักสัตว์จากทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยด้วย เดิมทีชาวเกาะเลี้ยวแมวไว้เพื่อกำจัดหนูที่รบกวนอุตสาหกรรมการเลี้ยงไหม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แมวกลับเพิ่มจำนวนแล้วกลายเป็นเจ้าถิ่นที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนแทนมนุษย์ บรรยากาศบนเกาะเงียบสงบ เรียบง่าย มีบ้านเรือนชาวประมงกระจายตัวอยู่ตามแนวชายฝั่ง ไม่มีความวุ่นวายแบบเมืองใหญ่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่แบบไปเช้า-เย็นกลับ เพื่อเดินเล่น ถ่ายรูปกับแมว และซึบซับชีวิตสโลว์ไลฟ์ริมทะเล
ไฮไลต์ของ เกาะแมว (Tashirojima) คือ มีแมวจำนวนมากกว่าคนบนเกาะ เดินไปทางไหนก็เจอแมวนั่งอาบแดด นอนขวางถนน หรือมองนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมา นอกจากนี้ยังมีบ้านพักและอาคารดีไซน์แปลกตาทรงการ์ตูน และศาลเจ้าแมวเล็กๆ ที่ชาวเกาะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและการประมงที่อุดมสมบูรณ์
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ไม่มีเวลาเปิดปิดอย่างเป็นทางการ แต่แนะนำเดินทางช่วงกลางวันและกลับตามรอบเรือ
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าเกาะ
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟ JR Senseki ไปลงที่สถานี Ishinomaki จากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถบัสไปที่ท่าเรือ Ishinomaki Central Port ใช้เวลาประมาณ 10 นาที นั่งเรือเฟอร์รี่ไปยัง Tashirojima ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที
ที่ตั้ง: Tashirohama, Ishinomaki, Miyagi 986-0023, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ogx9RhXHgVSrxxSp8
19. ศาลเจ้าฟุตะฮะชิระ จินจะ (Futahashira Shrine)

ศาลเจ้าฟุตะฮะชิระ จินจะ (Futahashira Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ในเขตชานเมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากหนีความวุ่นวายในเมืองแล้วมาใช้เวลาสโลว์ไลฟ์ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธาของคนท้องถิ่น เชื่อกันว่าเป็นศาลเจ้าที่ให้พรเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และความสมดุลของชีวิต
พื้นที่ภายในศาลเจ้าไม่ใหญ่มาก แต่มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย เสาโทริอิไม้ที่ตั้งตัดกับฉากหลังสีเขียวของป่าให้ฟีลญี่ปุ่นดั้งเดิมสุดๆ ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณนี้จะยิ่งสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับการถ่ายรูปและเดินชมธรรมชาติแบบเงียบๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวไทยสายวัด สายมู และสายถ่ายรูปเริ่มปักหมุดที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าฟุตะฮะชิระ จินจะ คือ การเป็นศาลเจ้าคู่ที่ประดิษฐานเทพเจ้าสององค์ ซึ่งสื่อถึงความสมดุลของชีวิตและความสัมพันธ์ บรรยากาศสงบ ร่มรื่นและไม่พลุกพล่าน ทำให้การขอพรหรือเดินชมพื้นที่รอบศาลเจ้ารู้สึกผ่อนคลายกว่าศาลเจ้าใหญ่ในเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมเรียบง่ายและจริงใจ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น.
ค่าเข้า: เข้าฟรี
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟ JR Tohoku Main หรือ JR Senseki ไปยังสถานี Iwakiri ต่อรถบัสท้องถิ่นหรือแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
ที่ตั้ง: Nishiura-61 Ichinazaka, Izumi Ward, Sendai, Miyagi 981-3117, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2Dvcw5VWFK4V5qn1A
20. หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งซาโอะ (Zao Fox Village)

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งซาโอะ (Zao Fox Village) หนึ่งในที่เที่ยวสุดยูนีกของจังหวัดมิยางิ และเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวไทยจำนวนมาก ที่นี่เป็นหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกธรรมชาติบนภูเขาซาโอ เปิดโอาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและสังเกตชีวิตของสุนัขจิ้งจอกกว่า 100 ตัว จากหลายสายพันธ์ุแบบใกล้ชิดในพื้นที่กึ่งธรรมชาติ
บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมพื้นป่า สุนัขจิ้งจอกขนฟูสีขาว สีส้ม และสีเงิน จะเดินเล่นไปมาอย่างอิสระ กลายเป็นภาพที่เหมือนหลุดออกมาจากนิทาน ทำให้หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งซาโอะเป็นหนึ่งในที่เที่ยวเซนได ที่สายถ่ายรูปและคนรักสัตว์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
ไฮไลต์ของ หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งซาโอะ (Zao Fox Village) คือ โซนปล่อยสุนัขจิ้งจอกอิสระ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้แบบใกล้มาก แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดด้วย อีกทั้งยังมีช่วงให้อาหารสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นโมเมนต์ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่จะได้บรรยากาศหมู่บ้าน สุนัขจิ้งจอก พร้อมกับหิมะสุดโรแมนติกและแปลกตาไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ฤดูร้อน เวลา 09:00 ถึง 16:30 น. และ ฤดูหนาว เวลา 09:00 ถึง 16:00 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน /เด็ก 1,000 เยน
วิธีไป: จากสถานี Sendai นั่งรถไฟ JR Tohoku ไปลงสถานี Shiroishi-Zao หรือสถานี Shiroishi ใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที แล้วต่อแท็กซี่ไป Zao Fox Village ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (เป็นวิธีที่แนะนำที่สุด เนื่องจากไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง)
ที่ตั้ง: Japan, 〒989-0733 Miyagi, Shiroishi, 福岡八宮川原子11−3
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/UxXyPUcuFrskuM6u6
เมืองเซนไดเป็นเมืองที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเที่ยวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องมีแสงสี หรือเดินช้อปปิ้งเท่านั้น เพราะที่นี่รวมเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นของญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูป สายชิล สายครอบครัว หรือคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ นอกเส้นทางโตเกียว-โอซาก้า ที่เที่ยวเซนได ทั้ง 20 แห่งนี้ สามารถไปเที่ยวได้จริง การเดินทางก็สะดวกและมาเที่ยวได้ทุกฤดู เหมาะมากสำหรับคนไทยที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมใหม่ๆ ที่สงบและน่าจดจำยิ่งกว่าเดิม














