ฟุกุชิมะ (Fukushima) 

,

โทโฮคุ (Tohoku)

โกะชิคินุมะ บึงน้ำ 5 สีที่สวยงามดุจภาพวาดแห่งฟุกุชิมะ

แม้จะขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ธรรมชาติสวยงามอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเห็นภาพของทะเลสาบแห่งนี้ คุณก็อาจจะนึกว่าภาพนี้เป็นภาพตัดต่อหรือภาพ AI เลยทีเดียว เพราะความสวยงามของมันนั้นเหมือนกับภาพวาดวาดสวยๆ ของจิตรกรเอกสักคนเลยล่ะ ซึ่งความจริงแล้ว ภาพทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีอยู่จริงๆ โดยมีชื่อว่า “โกะชิคินุมะ” หรือบึงน้ำ 5 สี ซึ่งอยู่ที่จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง

ทำความรู้จักกับ โกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับโกะชิคินุมะกันดีกว่า โกะชิคินุมะ (Goshikinuma/五色沼) นั้นถ้าแปลความหมายตามตัวอักษรจะแปลได้ว่า “บึงน้ำ 5 สี” ซึ่งความจริงแล้วคำว่า 5 สีของญี่ปุ่นนั้นไม่ได้แปลว่าบ่อน้ำนั้นมีอยู่ 5 สีจริงๆ แต่มีความหมายว่ามีสีสันสวยสดงดงาม มีผืนน้ำมีสีหลากหลายจนได้ทิวทัศน์ที่ตระการตาต่างหาก

สำหรับโกะชิคินุมะนั้นความจริงแล้วเป็นบึงน้ำที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติบันได อาซาฮิ (Bandai Asahi) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาบันได จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยคำว่าโกะชิคินุมะนี้ไม่ใช่คำเรียกของบึงน้ำเพียงบึงเดียว แต่เป็นคำเรียกรวมของบึงน้ำเกือบๆ 30 บึงซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ และแม้จะเป็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามขนาดนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าโกะชิคินุมะนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่พึ่งเกิดขึ้นภายหลัง และมีอายุไม่ถึง 150 ปีมานี้เอง

ความจริงแล้วบึงน้ำโกะชิคินุมะแห่งนี้ เกิดขึ้นในปีเมจิที่ 21 หรือปี 1888 เมื่อภูเขาไฟบันไดเกิดระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้ลักษณะทางธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง หินและกรวดต่างๆ ของภูเขาไปปิดทางไหลของแม่น้ำจนเกิดมาเป็นบึงและทะเลสาบ ที่สำคัญ แร่ธาตุต่างๆ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟครั้งนั้นก็ยังหลงเหลืออยู่ในน้ำของบึงน้ำต่างๆ ทำให้เกิดเป็นสีสันที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สะดุดตา เรียกได้ว่าที่นี่เป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นภาพที่ธรรมชาติเป็นคนสรรค์สร้างอย่างแท้จริง

และเนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวมายังโกะชิคินุมะแห่งนี้จึงจะเป็นรูปแบบของการเดินเส้นทางชมธรรมชาติ ซึ่งจะเดินป่าไปเรื่อยๆ พร้อมกับผ่านบึงน้ำที่แสนสวยงามต่างๆ โดยเส้นทางนี้จะใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ระหว่างทางก็จะผ่านบึงน้ำที่สวยงามต่างๆ ตามที่เราจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักตามด้านล่างนี้

บิชามอนนุมะ (Bishamonnuma)

Bishamonnuma

เริ่มต้นกันที่ Bishamonnuma หรือบิชามอนนุมะ บึงน้ำแห่งนี้เป็นบึงแรกสุดและเป็นบึงที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทางชมธรรมชาติครั้งนี้ นอกจากสีสันที่สวยงามของผืนน้ำในบึงแล้ว ความพิเศษของบึงน้ำแห่งนี้คือคุณสามารถที่จะเช่าเรือพายเพื่อพายเรือชมธรรมชาติที่สวยงามภายในบึง และเนื่องจากน้ำในบึงมีความใสมาก คุณจึงสามารถที่จะมองเห็นปลาคาร์ปสุดน่ารักที่อยู่ในบึงได้จากระยะไกล โดยสำหรับปลาคาร์ปในบึงน้ำนี้ ก็มีความเชื่อกันในหมู่คนญี่ปุ่นว่าถ้าคุณสามารถมองเห็นปลาคาร์ปที่มีลายรูปหัวใจอยู่บนตัว ก็จะเป็นการเสริมโชคทางความรักและความสุขให้กับผู้พบเห็น

และถ้าใครมาที่นี่ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เพราะต้นไม้รอบบึงน้ำแห่งนี้จะเป็นสีแดงและส้มตัดกับสีฟ้าเป็นประกายบนผืนน้ำอย่างพอดิบพอดี ด้วยความเป็นต้นทางเดิน ทำให้คุณสามารถหาร้านคาเฟ่หรือจุดพักชมวิวในบริเวณนี้ พร้อมๆ กับชมวิวสุดตระการตาของบึงน้ำแห่งนี้ได้อย่างสบายใจ

อาคานุมะ (Akanuma)

Akanuma

เดินต่อจาก Bishamonnuma มาสักหน่อย บึงน้ำต่อไปของที่นี่ก็คือ Akanuma หรือบึงน้ำสีแดง ความพิเศษของบึงน้ำแห่งนี้คือน้ำภายในบึงที่เป็นสีเขียวมรกตสุดสะดุดตา ตัดกับต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ บึงที่เป็นสีแดงหรือสีส้มไม่เหมือนกับต้นไม้ที่อื่นๆ สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าในน้ำของบึง Akanuma มีธาตุเหล็กจำนวนมากที่หลงเหลือมาตั้งแต่ตอนที่ภูเขาไฟระเบิด ทำให้บึงน้ำแห่งนี้กลายเป็นบึงที่โดดเด่นออกมาจากบึงอื่นๆ จนได้ชื่อว่าบึงน้ำสีแดงนั้นเอง

มิโดโรนุมะ (Midoronuma)

บึงน้ำถัดมาได้แก่บึง Midoronuma หรือบึงโคลนลึก ซึ่งชื่ออาจจะฟังดูแปลกหู แต่บึงน้ำแห่งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในบึงน้ำขึ้นชื่อของโกะชิคินุมะ เนื่องจากเป็นบึงที่มีสีสันแปลกตา ด้วยน้ำสีเขียวอมฟ้า แซมด้วยสีแดงที่แทรกกระจายอยู่ทั่วบึง ซึ่งสีแดงแห่งนี้ก็เกิดจากธาตุเหล็กที่ถูกดูดซึมไว้ในต้นไม้ข้างๆ บึงที่ถูกปล่อยเข้ามาผสมกับน้ำในบึงตามธรรมชาติ ผสมผสานรวมกับแหล่งน้ำแร่ใต้ดิน คุณภาพน้ำและปัจจัยต่างๆ อีกมากมาย ทำให้บึงน้ำนี้สามารถมองเห็นได้เป็นบึงน้ำสามสี เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์แปลกตาที่เห็นได้ยาก

ทัตสึนุมะ (Tatsunuma)

Tatsunuma

เดินเลยมาอีกนิด บึงน้ำถัดไปที่คุณสามารถเห็นได้ก็คือ Tatsunuma หรือบึงน้ำมังกร โดยบึงนี้จะมีจุดเด่นที่สีฟ้าอมเขียวที่เด่นชัด ล้อมรอบด้วยต้นไม้ที่ปกคลุมเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าคุณเดินมาตามเส้นทางเดิมชมธรรมชาติแห่งนี้ ด้วยมุมมองของเส้นทาง คุณจะสามารถมองเห็นบึงน้ำได้จากช่องเล็กๆ ที่ทะลุผ่านต้นไม้เท่านั้น หรือถ้ายิ่งมาในช่วงฤดูร้อนที่ใบไม้เขียวชอุ่มละก็ยิ่งมองเห็นได้ยากเข้าไปใหญ่ คนญี่ปุ่นบางคนจึงเรียกบึงน้ำแห่งนี้ด้วยชื่อเล่นว่าบึงน้ำมายา ลึกลับสมชื่อบึงน้ำมังกรจริงๆ 

เบนเทนนุมะ (Bentennuma)

Bentennuma

ถัดมาจากบึงน้ำเล็กๆ สามบึงก่อนหน้า ก็มาถึงบึงน้ำใหญ่ๆ กันบ้าง สำหรับบึงน้ำ Bentennuma แห่งนี้ เป็นบึงน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของเส้นทางชมโกะชิคินุมะแห่งนี้ รองจาก Bishamonnuma สำหรับจุดเด่นของบึงน้ำ Bentennumaคือน้ำสีสันสดใส ที่เป็นการผสมสีกันระหว่างสีฟ้าสด สีเขียวธรรมชาติ และสีขาวขุ่นลักษณะคล้ายสีน้ำนม ผสานรวมกันเป็นสีสันสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ และจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของบึงน้ำแห่งนี้คือเป็นบึงน้ำที่มีค่าความเป็นกรดสูงที่สุดในหมู่บึงน้ำทั้งหมด ทำให้น้ำในบึงน้ำแห่งนี้ยังคงสวยงามและถูกแช่แข็งแม้กระทั่งในฤดูหนาว ส่วนชื่อของบึงแห่งนี้ก็มาจากเทพเจ้า Benten ซึ่งเป็นเทพธิดาของศาสนาพุทธญี่ปุ่น ผู้คอยปกปักดูแลรักษาแหล่งน้ำและศิลปะนั้นเอง

รุรินุมะ (Rurinuma)

Rurinuma

ถัดมา จะเป็นบึงน้ำสีฟ้าครามที่ชื่อว่า Rurinuma โดยชื่อของบึงน้ำจะเป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นของอัญมณี ลาพิส ลาซูลี หินสีน้ำเงินเข้มอันเป็นของมีค่ามาตั้งแต่โบราณนั้นเอง สำหรับบึงน้ำแห่งนี้ ตามชื่อเลยคือเป็นบึงที่เป็นสีน้ำเงินครามเป็นหลัก แซมกับสีเขียวและสีขาวนวลๆ จนเป็นสีที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเชื่อกันว่าสีอันน่าพิศวงนี้เกิดจากไอออนแคลเซียมและซัลเฟตที่อยู่ในน้ำ รวมกับมอสใต้น้ำชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “อุคามิคามาโกะเกะ” ทั้งหมดรวมกันเป็นสีเป็นสวยงามเป็นเอกลักษณ์ 

อาโอนุมะ (Aonuma)

Aonuma

และบึงสุดท้ายของเส้นทางเดินธรรมชาติโกะชิคินุมะแห่งนี้ ก็คือบึง Aonuma หรือมีความหมายในภาษาญี่ปุ่นว่าบึงน้ำสีฟ้าแห่งนี้นี่เอง บึงน้ำ Aonuma เป็นหนึ่งในบึงน้ำที่สวยที่สุดในบรรดาบึงน้ำทั้งหมดของโกะชิคินุมะ เพราะสีฟ้าที่สวยงามของบึงน้ำ ตัดกับใบไม้สีเขียวในฤดูร้อน และสีแดงในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงามน่าประทับใจ นอกจากนี้ ความพิเศษของต้นไม้ที่อยู่รอบข้างบึงแห่งนี้ก็คือต้นไม้รอบๆ บางครั้งจะถูกฟอกเป็นสีขาวในส่วนที่ถูกแช่อยู่ในน้ำ เนื่องจากค่าความเป็นกรดที่สูงกว่าบึงน้ำทั่วไป จนกลายเป็นบึงน้ำที่ให้ทิวทัศน์ที่สวยงามและพิเศษกว่าบึงน้ำอื่นๆ 

การเดินทาง

ในส่วนของการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ คุณสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Inawashiro จากนั้นนั่งรถบัสที่บริเวณสถานีที่ชื่อว่า Bandai Toto Bus นั่งรถต่อมาอีกหน่อยประมาณ 30 นาทีเพื่อมาลงที่ป้าย Goshikinuma Iriguchi ซึ่งเป็นป้ายหน้าบึงน้ำ Bishamonnuma พอดิบพอดี และสำหรับสาขากลับ ปลายเส้นทางของทางเดินเที่ยวชมเส้นนี้ก็จะมีป้าย Urabandai Kogen-eki เป็นป้ายสำหรับขึ้นรถบัสพอดี ทำให้คุณสามารถเดินทางกลับได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเดินย้อนกลับ

นอกจากจุดเด่นเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สะกดทุกสวยตาแล้ว โกะชิคินุมะแห่งนี้ยังมีข้อดีที่คนญี่ปุ่นแนะนำอีกหนึ่งอย่างก็คือที่นี่เป็นสถานที่ที่มาได้ตลอด ทุกฤดูทุกสภาพอากาศ เพราะวิวทิวทัศน์และสีของบึงน้ำจะเปลี่ยนไปตลอดตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ที่นี่จึงสมกับชื่อว่าบ่อน้ำห้าสี ที่ทุกเฉดสีสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองนั้นเอง 

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด