สำหรับเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มากี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชินจูกุ ชิบูย่า อุเอโนะ ฮาราจูกุ หรืออากิฮาบาร่า ไม่ว่าที่ไหนก็มีเสน่ห์และความน่าสนใจในแบบของตัวเอง ซึ่งในครั้งนี้ เราก็อยากจะมานำเสนอที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งของกรุงโตเกียวให้ทุกคนได้รู้จักกัน สถานที่แห่งนั้นก็คือ โอไดบะ เกาะที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นแหล่งบันเทิงแห่งใหม่ของกรุงโตเกียวนั้นเอง
โอไดบะ อยู่ที่ไหน พิเศษอย่างไร

อันดับแรกสุดเราขอมาแนะนำสถานที่ที่เรียกว่า โอไดบะ กันก่อน เพราะประวัติของที่นี่ก็เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน โดยเกาะซึ่งตั้งอยู่ที่อ่าวโตเกียวแห่งนี้แต่เดิมแล้วไม่อยู่ในแผนที่ญี่ปุ่น แต่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศตั้งแต่ปี 1853 แต่ต่อมาเมื่อมีการเปิดท่าเรือโตเกียวในปี 1941 ที่นี่ก็ได้มีการปรับปรุงในด้านต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย และกลายเป็นเมกะโปรเจ็คที่ทุ่มเงินมากกว่าหนึ่งล้านล้านเยน เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นเกาะแห่งความบันเทิง และเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่โดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวของกรุงโตเกียว
และด้วยความพยายามของประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบันโอไดบะแห่งนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นมาเยี่ยมชม ภายในมีทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงแรมหรู อีกทั้งเป็นสนามกีฬาและที่จัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น D1 Grand Prix หรือบางสนามกีฬาของโตเกียวโอลิมปิก 2020 ด้วยความน่าสนใจเหล่านี้เอง ทำให้ที่นี่ถึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่น่าสนใจที่เราอยากจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันในครั้งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
จากที่เราบอกไปเบื้องต้นแล้วว่าที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งบันเทิงต่างๆ มากมาย ดังนั้นในครั้งนี้เราจะขอมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าต่อการไปชมที่โอไดบะ จะมีอะไรบ้าง เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge)

อันดับแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือสะพานสายรุ้ง หรือ Rainbow Bridge แห่งนี้นี่เอง โดยสะพานที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างกรุงโตเกียวและเกาะโอไดบะเข้าด้วยกัน ซึ่งสะพานที่มีความยาว 798 เมตรแห่งนี้ จะทำเป็นทั้งหมดสองชั้น ชั้นบนเป็นถนนสำหรับทางด่วนสาย Shuto Expressway ด้านล่างเป็นถนนสำหรับรถยนต์ คนเดิน และรถไฟฟ้าสาย Yurikamome ความพิเศษของที่นี่คือในยามค่ำคืน ตัวสะพานจะมีการเปิดไฟสีแดง ขาว และเขียวด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บไว้เมื่อตอนกลางวัน ปรากฏเป็นทัศนียภาพที่แสนสวยงามสมชื่อสะพานสายรุ้ง และเป็นอีกหนึ่งในแลนด์มาร์กยามค่ำคืนของมหานครโตเกียวที่คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจ
Odaiba seaside park และอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

ลำดับถัดมา จะเป็นสวนสาธารณะสวยๆ ริมทะเลที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนหย่อนใจ ความพิเศษของที่นี่นอกจากหาดทรายจำลองที่ให้เรานั่งชมวิวเมืองสวยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปอันเลื่องชื่ออย่างอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพจำลองสูง 11 เมตรที่เป็นหลักฐานความสัมพันธ์มิตรภาพระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวที่เหมาะที่สุดในการรับชมไฟของสะพานสายรุ้งยามค่ำคืนอีกด้วย ด้วยความที่ครบครันทั้งบรรยากาศ แสงไฟ และวิวสวยๆ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดเดทของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น ถ้าคุณมาที่นี่ในตอนเย็นๆ หรือตอนกลางคืน คุณก็จะพบเห็นเหล่าหนุ่มสาวจูงมือเดินกันได้ทั่วไปเชียวละ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/s3SQMfMr8MZk3B4m9
Fuji TV Building

สำหรับตึกรูปร่างโดดเด่นที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Odaiba seaside park แห่งนี้ก็คืออาคารสำนักงานใหญ่ของช่องฟูจิ เทเลบิ ช่องรายการดังของประเทศญี่ปุ่น นอกจากตัวอาคารที่มีความโดดเด่นสะดุดตา น่าถ่ายรูปของตึกนี่แล้ว ความน่าสนใจของตึกนี้คือชั้น 25 ที่เป็นส่วนลูกบอลด้านบนตึก พวกเราสามารถขึ้นไปเยี่ยมชมและถ่ายรูปทัศนียภาพของกรุงโตเกียวและอ่าวโตเกียวบนนั้นได้ด้วยนะ โดยการขึ้นไปจะมีค่าเข้าชมคนละ 550 เยน เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 20:00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) เนื่องจากอยู่ตรงข้ามกับ Odaiba seaside park พอดี ถ้ามีโอกาสก็อย่าพลาดกันล่ะ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/A2XXBHPrCGXY5DnW7
ไดเวอร์ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า (DiverCity Tokyo Plaza)

พูดถึงแหล่งถ่ายรูป แหล่งชมวิวกันไปเยอะแล้ว ลำดับถัดมาที่เราอยากจะมาแนะนำก็คือห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า แห่งนี้ โดยจุดเด่นที่ต้องพูดถึงเลยเป็นอันดับแรก ก็คือหุ่นยนต์กันดั้ม Unicorn Gundam ขนาดเท่าตัวจริง สูง 19.7 เมตร หนัก 49 ตัน ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่นหน้าศูนย์การค้า ซึ่งนอกจากหุ่นยนต์ยักษ์ตัวนี้แล้ว ภายในยังประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า LACOSTE, ABC-MART GRAND STAGE, FILA, Levi’s®Store ส่วนร้านอาหารก็มีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น, ร้านอาหารอิตาลี, ร้านฟาส์ฟู้ด, ร้านราเมง, ร้านซูชิสายพานหรือร้านอาหารนานาชาติ หรือสำหรับคนรักการ์ตูน นอกจากกันดั้มยักษ์หน้าห้างแล้ว ภายในยังมี THE GUNDAM BASE TOKYO, ONE PIECE Mugiwara Store Odaiba, Godzilla Store, Future Department Store, Detective Conan Land เรียกได้ว่าอยู่ได้ยาวๆ ทั้งวัน ไม่ว่าใครก็ถูกใจ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2Q9U5Dg73LnQuWaVA
MIRAIKAN

ลำดับถัดมาที่เราอยากจะเสนอคือ MIRAIKAN หรือชื่อเต็มๆ ว่า National Museum of Emerging Science and Innovation พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสมัยใหม่แห่งชาติ โดยที่นี่จะเป็นสถานที่ซึ่งจะรวบรวมและจัดแสดงผลงานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ และนวัตกรรมล้ำยุคไว้ในที่เดียว ไฮไลท์ที่สนใจของที่นี่ก็ยกตัวอย่างเช่นการจัดแสดงหุ่นยนต์ โซนจัดแสดงเกี่ยวกับภัยพิบัติสุดไฮเทค การจำลองการใช้ชีวิตในอวกาศแบบสุดสมจริง จอภาพแบบโดมที่คมชัดระดับ 4K ที่แสดงภาพและเสียงเกี่ยวกับอวกาศ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นสถานที่ที่ได้ทั้งความสนุกและความรู้ ใครที่มาเที่ยวกับเด็กๆ หรือครอบครัว มาที่นี่รับรองว่าต้องชอบอย่างแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/CTeFB8ystWb3q6Ls9
Tokyo Big Sight

อาคารสุดโด่งดังที่หลายคนเคยเห็นภาพหรือรู้จัก นอกจากดีไซน์ทรงพีระมิดกลับหัวที่ติดกระจกซึ่งดูแปลกตาแล้ว ความจริงแล้วที่นี่เป็นศูนย์จัดนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและมีผู้มาเยือนมากกว่า 14 ล้านคนต่อปี ความพิเศษของที่นี่คือมันจะเป็นศูนย์จัดงานใหญ่หลายงานไม่ว่าจะเป็น Comic Market หรืองานคอมิกเกะที่คนรักการ์ตูนต้องรู้จัก, Anime Japan ซึ่งเป็นงานอนิเมะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น, International Fashion World Tokyo งานจัดแสดงแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หรืองาน Tokyo Motor Show ที่จัดแสดงโชว์รถยนต์และยานพาหนะรุ่นใหม่ๆ ถ้าใครมีแพลนจะไปโอไดบะช่วงไหน ลองดูตารางงานของ Tokyo Big Sight ไว้ให้ดีๆ ถ้าโชคดี คุณก็อาจจะได้เข้าร่วมงานระดับโลกเหล่านี้ก็ได้นะ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Ah8eHCeugcFHb1xP9
Immersive Fort Tokyo

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราอยากให้ทุกคนได้ไปลองที่โอไดบะ ก็คือ Immersive Fort Tokyo ธีมปาร์กสวนสนุกเสมือนจริงแห่งแรกของโลก ที่จะให้เราสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่องราว สัมผัสประสบการณ์ต่างๆ แบบ immersive สุดสมจริง ซึ่งที่นี่เราสามารถเป็นได้ทั้งนักสืบในกรุงลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 19, นักเลงของแก๊งเหมือนในการ์ตูน, ชาวญี่ปุ่นโบราณในยุคเอโดะที่ต้องไปเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือถูกเชิญไปร่วมรับประทานอาหารค่ำในปราสาทกลางประเทศฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มั่นใจเลยว่าหลายคนไม่เคยเจอ ใครชอบลองทำอะไรใหม่ๆ จะต้องชอบอย่างแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5EHgHoe7z1zzFeVm7
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Immersive Fort Tokyo : https://yakpaijapan.com/immersive-fort-tokyo/
การเดินทาง
การเดินทางไปโอไดบะนั้นก็เรียกได้ว่าสะดวกสบายสมกับอยู่ในโตเกียว โดยสามารถเดินทางได้ 2 สายหลักๆ ได้แก่ Yurikamome Line ที่สามารถขึ้นได้ที่สถานี JR Shimbashi รถไฟเส้นนี้จะเป็นรถไฟไร้คนขับที่จะขับผ่านสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) และเป็นการเดินทางที่เราอยากแนะนำที่สุดเพราะสามารถเห็นอ่าวโตเกียวได้จากหน้าต่างรถไฟเลย ส่วนอีกสายหนึ่งที่สามารถเดินทางเข้าสู่โอไดบะได้ก็จะเป็น Rinkai Line ซึ่งสามารถลงได้ที่สถานี Tokyo Teleport Station ซึ่งสายนี้ก็มีดีที่ความสะดวก เพราะสามารถเดินทางได้จากสถานีชินจูกุหรือชิบุย่า ผ่านทาง JR Saikyo Line ได้
ในส่วนการเดินทางด้านในโอไดบะ ก็บอกได้ลยว่าง่ายมากๆ เพราะสถานที่แต่ละแห่งส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กัน เราจึงสามารถเดินต่อกันไปเรื่อยๆ ได้เกือบทุกแห่ง ทำให้จัดแพลนง่ายมากๆ เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาสถานที่เที่ยวสำหรับอยู่ได้ทั้งวัน
เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ครบครันทั้งจุดชมวิว ห้างสรรพสินค้า และกิจกรรมสันทนาการ ทำให้เหมาะมากๆ เลยกับการจัดเป็น 1 Day Trip เริ่มตั้งแต่เช้าจนถึงชมวิวทิวทัศน์ตอนกลางคืน ถ้าใครกำลังมองหาแพลนเหมาะๆ สำหรับเที่ยวโตเกียว เราก็ขอแนะนำโอไดบะนี้ให้คุณไปพิจารณาดู














