ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนหลงรักญี่ปุ่น หนึ่งในคำตอบอันดับแรกคงจะเป็น “มังงะ” หรือ “การ์ตูนญี่ปุ่น” อย่างแน่นอน เพราะ “มังงะ” นั้นถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่แข็งแรงที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ ก็จะเป็นสถานที่ที่เกี่ยวกับมังงะอย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีมังงะให้อ่านตามใจชอบได้ถึง 50,000 เล่ม สถานที่แห่งนั้นก็คือ Kyoto International Manga Museum นั่นเอง
ทำความรู้จักกับ Kyoto International Manga Museum

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2006 โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเมืองเกียวโตและมหาวิทยาลัยเซย์กะเกียวโต เพื่อที่จะรวบรวม เก็บรักษา และจัดแสดงเอกสารการ์ตูน รวมทั้งทำการวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมมังงะของญี่ปุ่น ที่นี่จึงจัดเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ และหอสมุดไปพร้อมๆ กัน

สำหรับด้านใน จะมีมังงะเก็บสะสมไว้ตั้งแต่ภาพแกะไม้ล้อเลียนในสมัยเอโดะ (ศตวรรษที่ 18), หนังสือก่อนยุคสงครามโลก ไล่มาจนถึงมังงะยอดนิยมในปัจจุบันและมังงะจากต่างประเทศ รวมๆ แล้วมีมากถึง 300,000 รายการ เรียกได้ว่าเป็นคลังสมบัติมังงะแห่งชาติญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ตัวอาคารที่ใช้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ธรรมดา เพราะใช้อาคารเก่าของโรงเรียนประถมทัตสึอิเกะที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคโชวะ เป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ความคลาสสิกทางด้านสถาปัตยกรรม และตรงวัตถุประสงค์การใช้งานได้อย่างลงตัว
โซนจัดแสดงด้านใน

หลังจากทำความรู้จักกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาพูดถึงด้านในบ้างดีกว่า สำหรับโซนจัดแสดงด้านใน จะแบ่งเป็นส่วนๆ โดยมีไฮไลท์คือ “กำแพงมังงะ” ที่เกิดจากมังงะกว่า 50,000 เล่มซึ่งเก็บรวบรวมมาตั้งแต่ปี 1970 โดยกำแพงมังงะนี้มีความยาวถึง 200 เมตร จัดแบ่งเป็นสัดส่วนไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนผู้ชาย การ์ตูนผู้หญิง และการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีแบ่งโซนเป็นมังงะจากต่างประเทศ มังงะ Hall of Frame ที่คัดเลือกมังงะที่โด่งดังและเป็นตัวแทนของปีนั้นๆ ตั้งแต่ยุคสมัยไทโช (1912-1926) จนถึงปี 2005 และที่สำคัญ คือมังงะทั้งหมดนี้เราสามารถอ่านได้ฟรีๆ ตามระยะเวลาที่เราต้องการ (มังงะส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น)

นอกจากโซน “กำแพงมังงะ” ที่เป็นไฮไลท์แล้ว ที่นี่ก็มีโซนจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการแบบถาวรหรือแบบชั่วคราวที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ โดยนิทรรศการถาวรอันดับแรกที่เราอยากพูดถึงก็คือนิทรรศการ “มังงะคืออะไร” ที่ จะเล่าที่มาและความสำคัญของมังงะตั้งแต่จุดกำเนิด รวมไปถึงเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเขียนมังงะ รายได้ของนักวาดมังงะ รวมไปถึงยอดอ่านมังงะทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่คนอ่านมังงะต้องสนใจ
อีกโซนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือโซน “มือของนักวาดมังงะ” ที่จะเป็นโซนที่จัดแสดงปูนปั้นรูปมือของนักวาดมังงะชื่อดังทั่วโลก จัดแสดงคู่กับลายเซ็นและภาพวาดของนักเขียนเคียงข้างกัน โดยมีจัดแสดงมือของนักวาดชื่อดังมากกว่า 100 คนไม่ว่าจะเป็น Otomo Katsuhiro เจ้าของผลงานเรื่อง Akira, Miyazaki Hayao ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Ghibli, Monkey Punch ผู้เขียน Lupin III อันโด่งดัง หรือแม้กระทั่ง Murata Yusuke นักวาด One-Punch Man และ Eyeshield 21 ก็มีปูนปั้นรูปมือของเขาประดับอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย

และจุดไฮไลท์สุดท้ายที่เราอยากพูดถึง ก็คือ รูปปั้นของ “ฮิโนโทริ วิหคเพลิง” ผลงานอันเป็นสัญลักษณ์ของ เทะซึกะ โอซามุ เป็นนักเขียนมังงะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการการ์ตูนญี่ปุ่นจนได้ชื่อว่าเป็น “บิดาของมังงะญี่ปุ่น” โดยรูปปั้นนี้เป็นประติมากรรมไม้ขนาดใหญ่ ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตร กว้าง 11 เมตร และสร้างขึ้นโดย ซูโด มิตสึอากิ ช่างฝีมือชั้นยอดของเกียวโต ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างพระพุทธรูป ด้วยเทคนิคการแกะสลักดั้งเดิมที่เรียกว่า yosegizukuri (การต่อไม้แบบโมเสก) และ gyokugan (การทำดวงตาทรงกลม) ถ้าใครมีโอกาสได้มาที่นี่ ก็อย่าลืมมาถ่ายรูปคู่กันด้วยนะ
กิจกรรมต่างๆ

นอกจากโซนจัดแสดงต่างๆ ที่เราพูดถึงแล้ว ภายในก็ยังมีกิจกรรมให้ทำด้วยนะ โดยอันดับแรกคือการแสดงโชว์ Kamishibai หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของละครกระดาษ ศิลปะการเล่านิทานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นโดยใช้ภาพประกอบในการเล่าเรื่อง โดยละครกระดาษนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นจุุดเริ่มต้นของมังงะญี่ปุ่น และได้ความนิยมสูงสุดในช่วงปี 1950 ซึ่งนักวาดมังงะชื่อดังหลายๆ คนก็เริ่มต้นมาจากการวาดละครกระดาษ ยกตัวอย่างเช่น มิซึกิ ชิเงรุ คนวาดเรื่องผีน้อยคิทาโร่ ก็เริ่มต้นงานวาดมาจากละครกระดาษนี้ โดยที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีจัดโชว์ละครกระดาษให้ดูกันฟรีๆ ประมาณวันละ 2 ครั้งโดยกลุ่มศิลปินที่ชื่อว่า Yassan Ichiza ใครมีโอกาสมา ก็อย่าลืมมารับชมนะ

หรือสำหรับคนที่รักในการวาดการ์ตูน ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มีเวิร์คช้อปสำหรับวาดมังงะด้วยนะ โดยเวิร์คช้อปจะมีตั้งแต่ทำที่คั่นหนังสือ วาดตัวการ์ตูนเพื่อทำเข็มกลัด ถมดำ ไปจนถึงเวิร์คช้อปวาดมังงะแบบตัวต่อตัวกับนักวาดมังงะตัวจริง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเวิร์คช้อปที่ได้รับความนิยมสูง เกือบทุกเวิร์คช้อปจำเป็นต้องจองล่วงหน้าและมีค่าใช้จ่ายพิเศษต่างหาก สำหรับคนที่สนใจ อย่าลืมจองไปล่วงหน้าก่อนนะ
และกิจกรรมสุดท้ายที่เราอยากจะนำมาแนะนำในครั้งนี้ ก็คือการวาดภาพเหมือนสไตล์มังงะ โดยนักวาดมังงะประจำพิพิธภัณฑ์ ซึ่งนักวาดที่นี่ก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีหลายคน หลายลายเส้นหลายสไตล์ตามที่เราต้องการ สำหรับค่าบริการ รูป 1 คนจะราคา 3,000 เยน 2 คน 5,000 และ 3 คนราคา 6,000 ใครที่อยากได้เป็นที่ระลึกเพื่อเป็นความทรงจำละก็ บอกเลยว่าห้ามพลาด
ค่าเข้าชมและการเดินทาง
| อายุ 19 ปีขึ้นไป | อายุ 13-18 ปี | อายุ 6-12 ปี | |
| บุคคล | 1,200 เยน | 400 เยน | 200 เยน |
| กลุ่ม (20 คนขึ้นไป) | 960 เยน | 320 เยน | 160 เยน |
| ตั๋วปี | 6,000 เยน | 3,600 เยน | 1,200 เยน |
*เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเข้าฟรี
ต่อมาในส่วนของการเดินทาง ก็บอกเลยว่าสะดวกมากๆ เพียงแค่นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Karasuma Oike จากนั้นเดินออกที่ทางออก 2 จากนั้นเดินอีกประมาณ 2 นาที ก็ถึงที่ Kyoto International Manga Museum เรียกได้ว่าเดินทางสะดวกสุดๆ และในส่วนของข้อมูลอื่นๆ สามารถดูตามข้อมูลตามด้านล่างนี้ได้เลย
Kyoto International Manga Museum
ที่อยู่ : Karasuma-Oike, Nakagyo-ku, Kyoto 604-0846 Japan
เวลาเปิดปิด : 10:00 – 17:00(เข้าประตูได้ถึง 16:30)
วันหยุด : วันพุทธ (กรณีที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเลื่อนเป็นหยุดวันถัดไป)
Google map : https://maps.app.goo.gl/pqpJ9kLYTn93Pgue6
แม้มังงะภายในอาจจะเป็นมังงะภาษาญี่ปุ่นที่คนไทยอาจจะอ่านไม่ออก แต่ด้วยกิจกรรมและโซนจัดแสดงต่างๆ ที่กล่าวไปทั้งหมด บอกได้เลยว่าถ้าเป็นคอมังงะ จะต้องถูกใจแน่นอน















