โอซาก้า คือหนึ่งในเมืองที่สายถ่ายรูปต้องหลงรัก ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ไม่ว่าจะเป็นแสงนีออนสุดคึกคักของย่านโดทงโบริ ถนนช้อปปิ้งสุดชิคอย่างชินไซบาชิ หรือวิวคลาสสิกของปราสาทโอซาก้าที่ถ่ายยังไงก็ได้ฟีลญี่ปุ่นไปแบบเต็มๆ เสน่ห์ของโอซาก้าอยู่ตรงที่ถ่ายรูปสวยได้ทั้งวัน ตั้งแต่แสงเช้านุ่มๆ ที่ให้ฟีลละมุน ไปจนถึงแสงไฟยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา ทำให้ไม่ว่าจะเป็นสายคาเฟ่ สายสตรีท หรือสายแลนด์มาร์กก็สามารถเก็บภาพสวยๆ ได้แบบไม่มีเบื่อ บทความนี้ เราได้รวม 20 จุดถ่ายรูปโอซาก้า ครบทุกย่านฮิต พร้อมไอเดียมุมถ่ายรูปให้คุณได้ภาพปังแบบมือโปร เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปลุยเก็บแลนด์มาร์กให้ครบกันเลย
1. โดทงโบริ (Dotonbori)

โดทงโบริ (Dotonbori) คือย่านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโอซาก้า เป็นถนนเลียบคลองที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร ป้ายไฟนีออนขนาดยักษ์และบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนที่ไฟเริ่มเปิดพร้อมกันทั้งย่าน ทำให้ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกที่ใครมาโอซาก้าก็ต้องแวะ
สำหรับสายถ่ายรูป ที่นี่คือสวรรค์ของแสง สี และองค์ประกอบภาพแบบสตรีทญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายมุมกว้างให้เห็นคลองโดทงโบริกับป้ายไฟเรียงรายหรือจะถ่ายพอร์ตเทรตให้ได้แสงนีออนสะท้อนผิวน้ำ ก็ช่วยให้ภาพดูโดดเด่นและมีมิติแบบมือโปรได้ง่ายๆ แค่ยกกล้องก็ได้รูปปังแล้ว
ไฮไลต์ของ โดทงโบริ คือ ป้ายกูลิโกะ สัญลักษณ์ของโอซาก้าที่อยู่คู่ย่านนี้มายาวนาน จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือบริเวณสะพานเอบิสุบาชิที่สามารถเก็บภาพทั้งป้ายกูลิโกะและบรรยากาศคลองด้านหลังได้ครบในเฟรมเดียว แนะนำให้มาช่วงค่ำเพื่อให้ได้แสงนีออนเต็มที่หรือจะลองถ่ายช่วงฟ้าเริ่มมืด ก็จะได้โทนภาพที่สวยไปอีกแบบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟมาลงสถานี Namba จากนั้นเดินออกทางออกใกล้ Ebisubashi Bridge เดินต่อประมาณ 3-5 นาที ก็จะถึงย่านโดทงโบริ
ที่ตั้ง: 1 Chome Dotonbori, Chuo Ward, Osaka, 542-0071 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/8fX52wy1ZUxfhXZD8
2. ทางเดินริมน้ำทมโบริ (Tombori River Walk)

ทางเดินริมน้ำทมโบริ (Tombori River Walk) คือทางเดินเลียบคลองโดทงโบริที่ให้ฟีลชิลๆ แต่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองโอซาก้า โดยตลอดสองฝั่งจะเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร ป้ายไฟนีออน และผู้คนที่มาเดินเล่น ทำให้บรรยากาศคึกคักแทบตลอดวัน ยิ่งช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน แสงไฟจากร้านค้าและป้ายโฆาณาจะสะท้อนลงบนผิวน้ำ กลายเป็นฉากหลังที่สวยโดดเด่นแบบไม่ต้องพยายามจัดองค์ประกอบมากก็ได้ภาพปัง
ที่นี่เหมาะมากสำหรับสายถ่ายภาพแนวสตรีทและไนท์ไลฟ์ เพราะมีทั้งมุมเดินถ่ายยาวๆ เลียบคลอง มุมสะพานที่เห็นวิวโค้งของแม่น้ำ และจุดที่สามารถเก็บภาพสวยๆ ได้แบบมือโปร แนะนำให้ลองถ่ายช่วงหลังพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย จะได้ทั้งแสงฟ้าและไฟเมืองผสมกันอย่างลงตัว
ไฮไลต์ของ ทางเดินริมน้ำทมโบริ คือ แสงไฟสะท้อนน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านโดทงโบริ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ป้ายกูลิโกะที่ถือเป็นแลนด์มาร์กยอดฉิต ภาพที่ได้จะมีทั้งแสง สี และเงาสะท้อนที่ช่วยให้ภาพดูโดดเ่ดนแบบไม่ต้องแต่งเยอะ เหมาะทั้งถ่ายคน ถ่ายวิว หรือจะทำคอนเทนต์สาย IG ก็ปังได้ง่ายๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9:00 น. – 17:50 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟไปลงสถานี Namba ออกทางออกใกล้ Dotonbori เดินต่อประมาณ 5-10 นาที จะถึงคลองโดทงโบริและ Tombori River Walk
ที่ตั้ง: Dotonbori, Chuo Ward, Osaka, 542-0071 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WeYDn5X7VCgLbcjv8
3. สวนป่าน้ำตกมิโน (Minoo Park)

สวนป่าน้ำตกมิโน (Minoo Park) เป็นสวนธรรมชาติชื่อดังในโอซาก้าที่ให้ฟีลเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่แบบทันที ตลอดเส้นทางเดินจะรายล้อมไปด้วยป่าเขียวชอุ่ม ลำธารใส และสะพานไม้เล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ตามธรรมชาติ เส้นทางเดินจากสถานีไปยังน้ำตก ระหว่างทางจะมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ทั้งต้นไม้สูงเรียงราย ร้านขายของท้องถิ่น และวิวลำธารที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพโทนธรรมชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ทั้งทางเดินจะกลายเป็นสีแดง ส้ม เหลือง สวยแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นภาพเดินเล่นบนทางป่า มุมสะพาน หรือฉากหลังเป็นน้ำตก ก็ให้ฟีลสงบ ละมุน และดูมีสตอรี่สุดๆ
ไฮไลต์ของ สวนป่าน้ำตกมิโน คือ น้ำตกมิโน ที่สูงประมาณ 33 เมตร ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและสายถ่ายรูป ทำให้คุณสามารถเก็บภาพได้สวยงามมากๆ และตลอดทางเดินเข้ามายังจุดนี้ ก็สามารถเก็บภาพได้ตั้งแต่เริ่มเดินจนถึงปลายทางแบบไม่มีเบื่อเช่นกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Hankyu Takarazuka Line จากสถานี Umeda ไปลงที่สถานี Ishibashi handai-mae จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย Hankyu Minoo Line ไปลงสถานี Minoo แล้วเดินต่อประมาณ 30-45 นาที ไปยังน้ำตก
ที่ตั้ง: 1-18 Minookoen, Minoh, Osaka 562-0002 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jfaTas72JtGeT2qX8
4. แกรนด์ฟรอนท์โอซาก้า (Grand Front Osaka)

แกรนด์ฟรอนท์โอซาก้า (Grand Front Osaka) เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ใจกลางย่านอุเมดะที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ผสมผสานระหว่างอาคารกระจก เส้นสายเรียบคม และพื้นที่เปิดโล่งที่ดูโปร่งสบาย ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความโมเดิร์นและมินิมอลแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะกับสายถ่ายรูปที่ชอบโทนคลีนๆ ดูแพงแบบไม่ต้องพยายามมาก
ที่นี่มีมุมถ่ายรูปหลากหลาย ทั้งโซน outdoor ที่เป็นลานกว้างและสวนเล็กๆ ระหว่างตึก ไปจนถึงโซน indoor ที่มีแสงธรรมชาติส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ถ่ายช่วงกลางวันจะได้แสงนุ่มๆ ส่วนตอนกลางคืนไฟของอาคารจะสร้างมู้ด city vibe เท่ๆ เหมาะทั้งสายแฟชั่น สายสตรีทและสายคาเฟ่ที่อยากได้ภาพฟีลเมืองญี่ปุ่นแบบทันสมัย
ไฮไลต์ของ แกรนด์ฟรอนท์โอซาก้า คือ Umekita Plaza ลานกว้างคอมเพล็กซ์ที่มีแลนด์สเคปเรียบหรู รายล้อมด้วยตึกดีไซน์ล้ำๆ เป็นจุดยอดนิยม สำหรับถ่ายภาพสไตล์มินิมอลและสตรีท อีกทั้งยังมีโซน Knowledge Capital ที่มีดีไซน์ภายในทันสมัย เหมาะกับการถ่ายภาพ Indoor ที่ได้ฟีลล้ำๆ คลีนๆ แตกต่างจากแลนด์มาร์กญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 21:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Osaka ออกทาง Central Exit เดินเชื่อมทางเดินในร่วมประมาณ 3-5 นาที ก็จะถึง Grans Front Osaka เลย
ที่ตั้ง: 4-20 Ofukacho, Kita Ward, Osaka, 530-0011 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/z181L4hWySFqdYm69
5. ย่านสถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station City)

ย่านสถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station City) คือคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างสถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นจริงๆ คือ ดีไซน์สถาปัตยกรรมสุดล้ำที่เต็มไปด้วยโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ หลังคากระจกใส และทางเดินลอยฟ้าที่ดูเหมือนฉากในหนังไซไฟ ทำให้ทุกมุมของที่นี่สามารถกลายเป็นแบ็คกราวด์เท่ๆ ได้แบบไม่ต้องพยายาม
สำหรับสายถ่ายรูป ที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่เล่นกับแสงและเส้นสายได้สนุกมาก โดยเฉพาะช่วงกลางวัน แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหลังคากระจกจะช่วยสร้างมิติให้ภาพดูโปรขึ้นทันที ส่วนตอนกลางคืนก็จะได้ฟีลอีกแบบด้วยไฟส่องสว่างที่สะท้อนกับโครงสร้างเหล็กและกระจก เหมาะทั้งสายสตรีท สายมินิมอล และสายอาร์ตที่อยากได้ภาพไม่ซ้ำใคร
ไฮไลต์ของ ย่านสถานีรถไฟโอซาก้า คือ Sky Terrace และ Floating Garden บนดาดฟ้าที่สามารถมองเห็นวิวเมืองโอซาก้าแบบพาโนรามาได้แบบเต็มตา โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ แสงพระอาทิตย์ตกตัดกับตึกสูงและแสงไฟเมืองเป็นช่วงเวลาทองของการถ่ายภาพที่ได้ทั้งวิวและบรรยากาศโรแมนติกในช็อตเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟมาลงที่ Osaka Station เมื่อออกจากสถานีจะเชื่อมต่อกับ Osaka Station City ทันที ไม่ต้องเดินไกล
ที่ตั้ง: 3 Chome-1-3 Umeda, Kita Ward, Osaka, 530-0001 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/QWHnTZiSRHgw4YZV8
6. ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market)

ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market) คือหนึ่งในตลาดสดชื่อดังของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เดินเข้าไปปุ๊บจะเจอกับทางเดินยาวที่เรียงรายไปด้วยร้านอาหารทะเลสด ผลไม้ และสตรีทฟู้ดน่ากินตลอดสองข้างทาง บรรยากาศคึกคักตลอดวัน ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งกิน แต่ยังเป็นโลเคชันถ่ายรูปที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
จุดเด่นของการมาถ่ายรูปที่นี่คือ โคมไฟสีแดง ที่แขวนเรียงกันเป็นระยะตลอดทาง เดินถ่ายได้หลายมุม ทั้งมุมเงยให้เห็นโคมไฟเรียงลึก หรือมุมสตรีทที่มีผู้คนเดินผ่าน ได้ฟีลแบบญี่ปุ่นสุดๆ ยิ่งช่วงเย็นถึงค่ำแสงไฟจะยิ่งทำให้ภาพดูอบอุ่นและมีมิติ เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและสายกินเที่ยว
ไฮไลต์ของ ตลาดคุโรมง อิจิบะ คือ บรรยากาศตลาดญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมความเป็นสตรีทฟู้ดโมเดิร์น พร้อมโคมไฟสีแดงที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของตลาด ทำให้ทุกมุมดูมีเอกลักษณ์ ถ่ายยังไงก็ได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ แถมยังสามารถถือของกินน่ารักอย่างซูชิ ไดฟุกุ หรือสตรอว์เบอร์รรี่มาถ่ายเพิ่มความน่ารักให้รูปได้ด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Sennichmae Line มาลงสถานี Nipponbashi ทางออก 10 จากนั้นเดินประมาณ 3-5 นาที ก็จะถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: 2 Chome Nipponbashi, Chuo Ward, Osaka, 542-0073 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dS3WgLVzdxKPiAav6
7. อุระนัมบะ (Ura Namba)

อุระนัมบะ (Ura Namba) คือโซนหลังนัมบะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่นโลคอลแท้ๆ เป็นซอยเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยร้านอิซากายะ บาร์เล็กๆ และร้านอาหารพื้นบ้านที่เรียงรายกันอย่างมีชีวิตชีวา บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเย็นถึงค่ำ มีทั้งแสงโคมไฟสีแดง ป้ายร้านสไตล์วินเทจ และผู้คนที่มานั่งกินดื่มหลังเลิกงาน ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังญี่ปุ่นแบบไม่ต้องพยายาม
ที่นี่เหมาะมากสำหรับสายสตรีทและสายถ่ายรูปฟีลซีเนมาติก เพราะตรอกแคบๆ กับแสงไฟนีออนและโคมไฟจะช่วยมิติของภาพได้ดีสุดๆ ยิ่งถ่ายช่วงกลางคืนจะได้ภาพที่มีทั้งแสง เงา และสีสันแบบจัดเต็มหรือจะลองถ่ายแคนดิดตอนคนเดินผ่าน ร้านเปิดไฟเนียงกัน ก็ให้โทนแบบญี่ปุ่นแท้ไม่ปรุงแต่ง ที่หาจากแลนด์มาร์กใหญ่ๆ ไม่ได้เลย
ไฮไลต์ของ อุระนัมบะ คือ ตรอกแคบ โคมไฟ ร้านอิซากายะเล็ก ๆ ที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาว ให้ฟีล cinematic แบบหนังญี่ปุ่นสุด ๆ มุมถ่ายยอดฮิตคือการยืนถ่ายกลางซอยให้เห็นแสงไฟสองฝั่ง หรือถ่ายเฉียงไปยังหน้าร้านที่มีโคมแดงแขวนอยู่ จะได้ภาพที่มีมิติและบรรยากาศชัดเจนมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 18:00 น. – 3:00 น., วันศุกร์ – วันเสาร์ เวลา 17:00 น. – 3:00 น. และ วันอาทิตย์ เวลา 14:00 น. – 0:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba จากนั้นเดินออกทาง Namba Walk หรือสถานี Nankai Namba แล้วมุ่งหน้าไปทางด้านหลังของย่านนัมบะ ใช้เวลาเดินประมาณ 5-10 นาที จะเริ่มเห็นซอยเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านอิซากายะ
ที่ตั้ง: 1-6 Nanbasennichimae, Chuo Ward, Osaka, 542-0075 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bjxNmiys8Zb9EgLk8
8. นิปปอนบาชิ เดนเดน ทาวน์ (Nipponbashi Denden Town)

ย่านนิปปอนบาชิ เดนเดน ทาวน์ (Nipponbashi Denden Town) คือสวรรค์ของสายอนิเมะ เกม และวัฒนธรรมโอตาคุแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ให้ฟีลคล้ายอากิฮาบาระในโตเกียว แต่มีความโลคอลและเข้าถึงง่ายกว่า ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านฟิกเกอร์ ร้านเกมเก่า-ใหม่ ร้านการ์ตูน และป้ายไฟสีสดที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้บรรยากาศมีความคึกคักตลอดทั้งวัน
จุดเด่นของที่นี่สำหรับสายถ่ายรูปคือสีสันและคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนย่านอื่นในโอซาก้า ทั้งป้ายร้านสไตล์ญี่ปุ่นผสมป๊อปคัลเจอร์ โมเดลตัวละครหน้าร้าน หรือแม้แต่คอสเพลย์เยอร์ที่อาจเดินผ่านไปมาในบางช่วงเวลา ยิ่งช่วงเย็นถึงกลางคืน แสงนีออนจะยิ่งทำให้ภาพดูโดดเด่น มีความเป็นไซเบอร์และไวบ์แบบโอตาคุ แบบสุดๆ เหมาะมากกับสายสตรีทและสายคอนเทนต์
ไฮไลต์ของ ย่านนิปปอนบาชิ เดนเดน ทาวน์ คือ การเดินถ่ายรูปตามแนวถนนหลัก Sakaisuji Street ที่เต็มไปด้วยร้านอนิเมะและป้ายสีจัดจ้าน รวมถึงแลนด์มาร์กอย่างร้านฟิกเกอร์ขนาดใหญ่และตู้กาชาปองเรียงยาวๆ ที่ให้ฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ใครอยากได้ภาพแนวสตรีทญี่ปุ่นผสมความเนิร์ด บอกเลยว่าห้ามพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 19:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Sakaisuji Line ลงสถานี Nippombashi ออกทางออก 5 หรือ 10 เดินประมาณ 5-10 นาที จะเข้าสู่ย่าน Denden Town ทันที
ที่ตั้ง: Nipponbashi, Naniwa Ward, Osaka, 556-0005 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1FCnZGKr9MEfDiWS8
9. สวนสาธารณะเท็นโนจิ (Tennoji Park) ตอนกลางคืน

สวนสาธารณะเท็นโนจิ (Tennoji Park) ตอนกลางคืนให้บรรยากาศที่ต่างจากช่วงกลางวันแบบคนละฟีลเลย จากสวนสีเขียวในตอนเช้า จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เต็มไปด้วยแสงไฟนุ่มๆ รายล้อมด้วยตึกสูงของย่านเทนโนจิ ทำให้เกิดคอนทราสต์ระหว่างธรรมชาติกับเมืองได้อย่างลงตัว เดินเล่นสบายๆ ก็ได้ หรือจะหามุมนั่งชิลแล้วรอเก็บภาพช่วงฟ้าเปลี่ยนสีก็สวยมาก
บริเวณ Tenshiba ซึ่งเป็นโซนสนามหญ้ากว้างในสวน ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม เพราะสามารถเก็บทั้งวิวสวนโล่งๆ และฉากหลังเป็นตึกเมืองได้ในเฟรมเดียว โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำที่ไฟเริ่มเปิด จะได้ภาพที่มีทั้งแสงธรรมชาติและเสียงเมืองผสมกันอย่างลงตัว เหมาะกับสายถ่ายภาพแนว Urban หรือจะถ่าย portrait ก็ได้ฟีลละมุนมาก
ไฮไลต์ของ สวนสาธารณะเท็นโนจิ คือ วิวสวนและสกายไลน์ที่หาได้ยากในโอซาก้า เพราะที่นี่คุณสามารถถ่ายภาพสนามหญ้ากว้างๆ พร้อมฉากหลังเป็นตึกสูงอย่างย่าน Tennoji ได้ในมุมเดียว ยิ่งช่วงหลังพระอาทิตย์ตกประมาณ 18:30 น. – 19:30 น. จะได้แสงฟ้าเข้มตัดกับไฟเมืองพอดี ทำให้ภาพดูมีมิติและโดดเด่นแบบไม่ต้องแต่งเยอะ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 07:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Tennoji ออกทาง Central Exit เดินตรงออกมาทางสวนประมาณ 5-10 นาที จะเจอทางเข้า Tennoji Park
ที่ตั้ง: 5-55 Chausuyamacho, Tennoji Ward, Osaka, 543-0063 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zNWt5VGZudWam1Ut8
10. วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple)

วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) ถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความขลังแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ตัววัดมีสถาปัตยกรรมไม้สไตล์โบราณ โดดเด่นด้วยเจดีย์ 5 ชั้นและโถงวัดที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ทุกมุมดูสมมาตรและถ่ายภาพออกมาแล้วดูมีมิติแบบคลาสสิกสุดๆ
จุดเด่นของที่นี่สำหรับสายรูปคือช่วงกลางคืน เพราะเมื่อแสงไฟส่องกระทบตัวอาคารไม้และเจดีย์ จะเกิดเงาและคอนทราสต์ที่สวยมาก ให้ฟีลเงียบสงบ ลึกลับ และมีความซิเนเมตริกแบบญี่ปุ่นโบราณ ใครที่อยากได้ภาพแนววัดญี่ปุ่นแบบไม่วุ่นวาย คนไม่พลุกพล่าน ที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ
ไฮไลต์ของ วัดชิเทนโนจิ คือ เจดีย์ 5 ชั้น ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญและเป็นหนึ่งในโครงสร้างแบบพุทธยุคแรกของญี่ปุ่น เมื่อไฟในตอนกลางคืน ตัวเจดีย์จะดูโดดเด่นและสวยเป็นอย่างมาก กลายเป็นจุดโฟกัสหลักของช่างภาพทันที อีกทั้งลานกว้างรอบๆ ยังช่วยให้จัดองค์ประกอบภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะถ่ายมุมกว้างหรือเน้นถ่ายคนก็สวยแน่นอน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าบริเวณรอบวัด
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Tanimachisen ลงสถานี Shitennoji-mae Yohigaoka ออกทางออก 4 เดินต่อประมาณ 5 นาทีจะถึงวัด
ที่ตั้ง: 1 Chome-11-18 Shitennoji, Tennoji Ward, Osaka, 543-0051 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HehJZnwoymrG2FCj9
11. ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ (Sumiyoshi Taisha)

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ (Sumiyoshi Taisha) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ “Sumiyoshi-zukuri” ที่แตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปอย่างชัดเจน บรรยากาศภายในเงียบสงบร่มรื่น เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม เหมาะสำหรับคนที่อยากหลบความวุ่นวายจากตัวเมืองโอซาก้ามาเดินเล่นชิลๆ พร้อมเก็บภาพสวยๆ แบบมีสตอรี่
จุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สะพานโค้งสีแดง (Sorihashi) ที่ทอดข้ามสระน้ำ ภาพของสะพานสีแดงตัดกับสีเขียวของต้นไม้และเงาสะท้อนในน้ำ ให้ฟีลคลาสสิกแบบญี่ปุ่นสุดๆ ไม่ว่าจะถ่ายมุมกว้างหรือมุมเงาสะท้อนก็ออกมาสวยหมด แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือช่วงเย็น แสงจะนุ่มและคนไม่เยอะ ทำให้ได้ภาพโล่งๆ ดูมีมิติ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ คือสะพานโค้งแดง Sorihashi ที่มีรูปทรงโค้งสูงเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดฮิตของโอซาก้า นอกจากนี้ตัวศาลเจ้ายังมีความเก่าแก่กว่า 1,800 ปี และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องการเดินทางปลอดภัยและความสำเร็จอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 6:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Nankai Main Line มาลงสถานี Sumiyoshi Taisha แล้วเดินประมาณ 3 นาทีจะถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 2 Chome-9-89 Sumiyoshi, Sumiyoshi Ward, Osaka, 558-0045 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/7miHVqyF1aqcBt7V7
12. สวนสัตว์เท็นโนจิ (Tennoji Zoo)

สวนสัตว์เท็นโนจิ (Tennoji Zoo) เป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วที่นี่เป็นมุมที่ดีมากๆ เพราะที่นี่ผสมผสานระหว่างพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และวิวเมืองโอซาก้าได้อย่างลงตัว บรรยากาศโดยรวมจะให้ฟีลชิลๆ เดินเล่นสบาย เหมาะกับการถ่ายรูปแบบ natural lifestyle หรือแนวญี่ปุ่นเรียบง่ายที่ดูอบอุ่น
นอกจากตัวสวนสัตว์แล้ว รอบๆ ยังมีสวนสาธารณะเทนโนจิและแลนด์มาร์กใกล้เคียงอย่าง Tsutenkaku Tower ที่สามารถใช้เป็นฉากหลังได้แบบเก๋ๆ ทำให้ภาพดูมีมิติ ทั้งธรรมชาติและเมืองอยู่ในเฟรมเดียวกัน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นแสงจะนุ่ม ถ่ายออกมาโทนดีมาก
ไฮไลต์ของ สวนสัตว์เทนโนจิ คือ การได้ภาพสวนสัตว์กลางเมืองที่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะสามารถเก็บทั้งวิวสัตว์ พื้นที่สีเขียว และฉากหลังเป็นตึกหรือหอคอยได้ในช็อตเดียว เป็นโลเคชันที่ให้ฟีล contrast ระหว่างธรรมชาติกับความเป็นเมืองญี่ปุ่นแบบชัดเจน และยังมีมุมเดินเล่นในสวนที่จัดแต่งสวย เหมาะกับการมาถ่ายภาพหรือถ่าย Vlog ที่สุด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 200 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro มาลงสถานี Tennoji จากนั้นเดินออกทาง Tennoji Park Exit แล้วเดินต่อประมาณ 5-10 นาที จะถึงสวนสัตว์
ที่ตั้ง: 1-108 Chausuyamacho, Tennoji Ward, Osaka, 543-0063 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rWGEj8boFDP6ckq4A
13. สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park)

สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park) เป็นสวนสาธารณะเลียบแม่น้ำโอคาวะที่ทอดยาวหลายกิโลเมตร และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชาซากุระที่สวยที่สุดในโอซาก้า ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะเรียงรายไปด้วยต้นซากุระนับพันต้น สร้างบรรยากาศโรแมนติกแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนที่ดอกไม้บานเต็มที่ จะเห็นภาพอุโมงค์ซากุระโค้งรับกับทางเดินและสะพานอย่างลงตัว
ที่นี่เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ เพราะมีมุมให้เลือกหลากหลาย ทั้งทางเดินเลียบแม่น้ำ วิวสะพาน รถไฟวิ่งผ่าน หรือจะถ่าย Reflection ของซากุระบนผิวน้ำก็สวยไปอีกแบบ ช่วงเช้าแสงจะนุ่มให้ฟีลละมุน ส่วนช่วงเย็นจนค่ำจะได้แสงพระอาทิตย์ตกและบางช่วงมีไฟประดับ เพิ่มความแฟนตาซีให้ภาพดูโดดเด่นขึ้นอีกระดับ
ไฮไลต์ของ สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ คือ การเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในโอซาก้า โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสีชมพู พร้อมวิวสะพานและแม่น้ำที่ช่วยเพิ่มเลเยอร์ให้ภาพดูโปรมากขึ้น อีกทั้งยังมีเรือชมวิวล่องผ่านเป็นระยะ ทำให้สามารถเก็บช็อตไดนามิกที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Sakuranomiya แล้วเดินออกจากสถานีประมาณ 2-5 นาที ก็จะถึงทางเข้าสวน
ที่ตั้ง: Nakanocho, Miyakojima Ward, Osaka, 534-0027 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YobtZWMrFGr5XR8v9
14. สวนทสึรุมิเรียวคุจิ (Tsurumi Ryokuchi Park)

สวนทสึรุมิเรียวคุจิ (Tsurumi Ryokuchi Park) คือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในโอซาก้าที่ให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่ในยุโรป ด้วยไฮไลต์อย่างกังหันลมตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้หลากสี ไม่ว่าจะเป็นทิวลิป คอสมอส หรือดอกไม้ตามฤดูกาล ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยสีสันและความสดชื่นตลอดทั้งปี
บรรยากาศของสวนค่อนข้างกว้าง โล่ง และเงียบสงบ เหมาะสำหรับเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือปิกนิกแบบชิลๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นแสงจะนุ่มมาก ทำให้ถ่ายรูปออกมาดูละมุนสุดๆ ใครที่อยากได้ฟีลภาพต่างประเทศแบบไม่ต้องบินไปไกล ที่นี่คือคำตอบ
ไฮไลต์ของ สวนทสึรุมิเรียวคุจิ คือ กังหันลมสไตล์ดัตช์ ที่ตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ให้ฟีลยุโรปแบบเต็มๆ ยิ่งถ้ามาในช่วงดอกไม้บาน จะได้ภาพที่มีฉากหลังเป็นสีสันสดใสตัดกับกังหันลมอย่างลงตัว เหมาะทั้งสายแฟชั่น สายคาเฟ่ และสายแลนด์สเคป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิสาย Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line ไปลงสถานี Tsurumi-ryokuchi จากนั้นเดินออกทางออก 1 จะถึงสวนทันที ใช้เวลาเดินมาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น
ที่ตั้ง: 2-163 Ryokuchikoen, Tsurumi Ward, Osaka, 538-0036 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/GXsk4EVhMh6XrB6V8
15. ย่านริมอ่าวโอซาก้า (Osaka Bay Area)

ย่านริมอ่าวโอซาก้า (Osaka Bay Area) คือโซนริมอ่าวที่ให้ฟีลต่างจากใจกลางเมืองแบบชัดเจน บรรยากาศโปร่ง โล่ง และมีวิวทะเลตัดกับเส้นขอบฟ้า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้แนวซีเนเมตริกหรือภาพฟีลต่างประเทศแบบยุโรปเบาๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงพระอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำ จะได้โทนภาพอบอุ่น ละมุน และดูโรแมนติกสุดๆ
อีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือ สะพานและโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูเท่และมีดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบ wide shot ให้เห็นวิวทะเลกว้างๆ หรือจะเล่นกับ leading lines ของสะพานเพื่อถึงสายตา ก็ได้ภาพที่ดูโปรขึ้นทันที ยิ่งช่วงกลางคืนที่ไฟเริ่มเปิดบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นอีกฟีล มีความโมเดิร์น ล้ำ และเต็มไปด้วยแสงสีสะท้อนน้ำแบบสวยจัดเต็ม
ไฮไลต์ของ ย่านริมอ่าวโอซาก้า คือ การรวมแลนด์มาร์กสำคัญไว้ในโซนเดียว ทั้ง Tempozan Harbor Village, Osaka Aquarium Kaiyukan และ Tempozan Ferris Wheel ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิต โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ถ่ายคู่กับวิวอ่าวตอนกลางคืนคือสวยมาก ได้ทั้งความโรแมนติกและความอลังการในเฟรมเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:45 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Chuo Line ไปลงสถานี Osaka แล้วเดินต่อประมาณ 5-10 นาที จะถึงโซน Tempozan และ Osaka Bay Area ซึ่งเป็นจุดหลักของการถ่ายรูป
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-10 Kaigandori, Minato Ward, Osaka, 552-0022 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zoJwmgiU9TUiAw5y7
16. ย่านคิตาฮามะ (Kitahama)

คิตาฮามะ (Kitahama) เป็นย่านเล็กๆ ริมแม่น้ำในโอซาก้าที่ให้ฟีลสงบ ต่างจากโซนท่องเที่ยวหลักอย่างโดทงโบริอย่างชัดเจน ที่นี่เต็มไปด้วยคาเฟ่สไตล์มินิมอลและร้านอาหารบรรยากาศดีเรียงรายตลอดแนวแม่น้ำ ทำให้เหมาะมากสำหรับการมาเดินเล่นชิลๆ และเก็บภาพบรรยากาศแบบคนท้องถิ่น
จุดเด่นของการถ่ายรูปที่ Kitahama คือวิวริมน้ำ สะพาน และตึกเมืองที่ผสมกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะนั่งถ่ายในคาเฟ่ริมกระจกหรือออกมายืนถ่ายด้านนอกก็ได้ภาพฟีลญี่ปุ่นแบบโมเดิร์น แนะนำให้มาช่วงเย็นไปจนถึงพระอาทิตย์ตก จะได้แสงทองสะท้อนผิวน้ำ สวยละมุนมาก หรือถ้ามาช่วงค่ำก็จะได้อีกฟีลกับแสงไฟจากอาคารและสะพานที่ดูโรแมนติกสุดๆ
ไฮไลต์ของ คิตาฮามะ คือ คาเฟ่ริมน้ำวิวพาโนรามา โดยเฉพาะร้านที่มีที่นั่ง Outdoor หรือกระจกบานใหญ่ที่คุณสามารถถ่ายภาพแบบมี foreground เป็นกาแฟหรือขนม และฉากหลังที่เป็นวิวแม่น้ำและเมืองได้ในเฟรมเดียว ให้ฟีลเหมือนอยู่ในแมกกาซีนญี่ปุ่นแบบสุดๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Keihan Main Line มาลงสถานี Kitahama ออกทางออกใกล้แม่น้ำ (Exit 1 หรือ 2) เดินต่อประมาณ 3-5 นาที จะเจอโซนคาเฟ่ริมน้ำทันที
ที่ตั้ง: 1 Chome-8-16 Kitahama, Chuo Ward, Osaka, 541-0041 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XnTeFyaSWwFBKREu7
17. ย่านโฮริเอะ (Horie)

ย่านโฮริเอะ (Horie) คือโซนสุดฮิปของโอซาก้าที่รวมเอาแฟชั่น คาเฟ่ และไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ไว้ในที่เดียว บรรยากาศจะต่างจากย่านท่องเที่ยวหลักอย่างโดทงโบริ เพราะที่นี่จะดูชิลล์กว่า มีความมินมอลและอาร์ตมากขึ้น เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ ร้านเฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่น-สแกนดิเนเวียนและคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ เดินเล่นเพลินๆ ได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ
สำหรับสายถ่ายรูป บอกเลยว่าย่านนี้คือสวรรค์ เพราะแทบทุกมุมมีความคุมโทน ทั้งตึกสีขาวสะอาดตา ผนังปูนลอฟต์ ป้ายร้านเท่ๆ ไปจนถึงมุมหน้าคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยต้นไม้หรือกระจกบานใหญ่ แสงช่วงบ่ายถึงเย็นจะสวยเป็นพิเศษ ทำให้ได้ภาพฟีลเกาหลีหรือญี่ปุ่นมินิมอลแบบไม่ต้องพยายามเยอะ แค่เดินแล้วหยุดถ่ายก็ได้รูปลง IG แบบรัวๆ
ไฮไลต์ของ ย่านโฮริเอะ คือ ถนน Orange Street ที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ เต็มไปด้วยร้านแบรนด์สตรีท ร้านดีไซน์ และคาเฟ่สุดคูลเรียงรายสองข้างทาง มุมถ่ายรูปยอดฮิตจะอยู่ตามหน้าร้านเก๋ๆ และทางเดินที่มีต้นไม้เรียงเป็นระเบียบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Yotsubashi Line ลงสถานี Yotsubashi ออกทางออก 6 เดินประมาณ 5-7 นาที จะเข้าสู่ย่าน Minami-Horie และ Orange Street
ที่ตั้ง: Minami-Horie, เขต Nishi, Osaka, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BoyRAGcF43QjDhHr8
18. ย่านฟุกุชิมะ (Fukushima)

ย่านฟุกุชิมะ (Fukushima) ในโอซาก้าเป็นอีกหนึ่งโลเคชันที่ให้ฟีลโลคอลแต่มีเสน่ห์ ต่างจากย่านท่องเที่ยวหลักอย่างโดทงโบริ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารเล็กๆ สไตล์อิซากายะ คาเฟ่ลับๆ และถนนที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ บรรยากาศโดยรวมจะดูชิล มีความเป็นคนท้องถิ่นสูง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพฟีลสตรีทแบบไม่ซ้ำใคร
จุดเด่นของการถ่ายรูปที่ฟุกุชิมะ คือความดิบแต่มีสไตล์ โดยเฉพาะช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน ไฟจากร้านอิซากายะ ป้ายไฟญี่ปุ่น และเงาสะท้อนบนถนน จะช่วยให้ภาพดูมีมิติและเล่าเรื่องได้ดีมาก จะถ่ายแนวแคนดิดเดินบนถนน หรือถ่ายหน้าร้านอาหารก็ได้ภาพที่ดูมีความญี่ปุ่นแบบเรียลๆ ไม่ปรุงแต่ง เหมาะกับสายสตรีทและสายคอนเทนต์ที่อยากได้ภาพ
ไฮไลต์ของ ฟุกุชิมะ คือ ความไม่แมสแต่โคตรเท่ เป็นย่านที่ยังคงความเป็นโลคอลสูง ทำให้ได้ภาพที่ดูเรีบล ไม่ปรุงแต่ง และมีเอกลักษณ์กว่าย่านท่องเที่ยวหลัก จุดเด่นคือซอยเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยป้ายร้านภาษาญี่ปุ่น แสงไฟยามค่ำ และร้านคาเฟ่/บาร์ดีไซน์เฉพาะตัว ใครอยากได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ แบบไม่ซ้ำใคร ที่นี่คือคำตอบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย JR Osaka Loop Line ไปลงที่สถานี Fukushima เมื่อถึงสถานี สามารถเดินออกมาจะเจอย่านร้านอาหารและถนนสายหลักของ Fukushima ทันที
ที่ตั้ง: Fukushima Ward, Osaka, Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BVjjTzs3VZ8ySMig6
19. สวนชิโรคิตะ (Shirokita Park)

สวนชิโรคิตะ (Shirokita Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในโอซาก้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายของเมืองมาสัมผัสบรรยากาศสีเขียวแบบชิลๆ ภายในสวนมีทั้งสนามหญ้ากว้าง ทางเดินเลียบแม่น้ำ และโซนสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่บรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ
ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งโลเคชันถ่ายรูปที่ได้ฟีลธรรมชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมดอกไม้สีสันสดใส มุมต้นไม้เรียงราย หรือวิวริมแม่น้ำที่ให้แสงธรรมชาติสวยมากในช่วงเช้าและเย็น ใครที่ชอบถ่ายภาพแนวพอร์ตเทรตหรือคาเฟ่ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ เพราะแสงนุ่มโล่งและไม่พลุกพล่าน ทำให้ได้ภาพสวยแบบไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ สวนชิโรคิตะ คือ สวนกุหลาบที่มีดอกกุหลาบหลากสีบานสะพรั่งในช่วงฤดูพีค บวกกับการจัดสวนที่เป็นระเบียบ ทำให้ได้ภาพสวยสไตล์สวนยุโรปเบาๆ เหมาะทั้งถ่ายแฟชั่น ถ่ายพรีเวดดิ้งหรือสายคอนเทนต์ที่อยากได้ฟีลหวาน ละมุนแบบธรรมชาติ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี JR Shirokita-Koen-dori จากนั้นเดินประมาณ 10-15 นาที จะถึงทางเข้าสวน
ที่ตั้ง: 3 Chome Ikue, Asahi-ku, Osaka, 535-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Ai3LZSoGKCSje1ux7
20. อาคารเซ็นบะเซ็นเตอร์ (Senba Center Building)

อาคารเซ็นบะเซ็นเตอร์ (Senba Center Building) เป็นอาคารช้อปปิ้งอาเขตขนาดยาวที่ทอดตัวอยู่ใจกลางโอซาก้า มีความโดดเด่นด้วยทางเดินที่ยาวต่อเนื่องหลายบล็อกใต้ทางด่วน ทำให้เกิดมุมมองแบบเส้นนำสายตาที่สวยแปลกตา ภายในเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่น ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมความวินเทจนิดๆ เดินเพลินได้ยาวแบบไม่รู้ตัว
ที่นี่เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูปแนวสตรีท เพราะโครงสร้างอาคารที่เป็นแนวยาว ซ้ำกันเป็นจังหวัดของเสาและไฟ ทำให้ถ่ายภาพออกมาได้ฟีลเท่ มีมิติ ยิ่งถ้าเลือกมุมที่มีคนเดินผ่านหรือแสงไฟส่องลงมา จะช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ภาพแบบสุดๆ จะถ่ายแนวมินิมอลหรือแนวแคนดิดก็ได้หมดเหมือนกัน
ไฮไลต์ของ อาคารเซ็นบะเซ็นเตอร์ คือ ทางเดินยาวสุดสายตาที่สร้างมิติภาพแบบลึกได้อย่างสวยงาม เหมาะกับการถ่ายภาพแนวแฟชั่น สตรีท หรือถ่ายแบบเดินเผลอๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ ยิ่งช่วงกลางวันแสงจะนุ่มกระจายทั่วทางเดิน ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำ แสงไฟในอาคารจะให้โทนอบอุ่น ทำให้ภาพดูมีสไตล์ไปอีกแบบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Midosuji Line มาลงที่สถานี Hommachi จากนั้นใช้ทางออก 8 จะสามารถเดินเข้าสู่อาคารเซ็นบะเซ็นเตอร์ได้เลย
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒541-0055 Osaka, Chuo Ward, Senbachuo, 2 Chome-3-6 船場センタービル管理事務所 6号館 4階 401号
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/eUzdbSboHxKc1Njv8
สรุป: เก็บให้ครบทุกมุมสวยของโอซาก้า
โอซาก้าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กชื่อดัง แสงสีสุดคึกคักของย่านเมือง หรือมุมสตรีทเท่ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามทางเดินต่างๆ ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ใช่แค่การเช็กอินสถานที่ แต่คือการได้เก็บภาพความทรงจำในหลากหลายบรรยากาศ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำแบบไม่มีเบื่อ
ทั้ง 20 จุดถ่ายรูปโอซาก้า ที่เราคัดมาให้ บอกเลยว่าแต่ละที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เลือกไปตามสไตล์ที่ชอบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสายคาเฟ่หรือสายชิล ถ้าเตรียมกล้องให้พร้อม วางแพลนดีๆ รับรองว่าทริปนี้คุณจะได้รูปสวยกลับไปแบบจุกๆ แน่นอน
















