รวม 20 พิกัด จุดชมซากุระ โตเกียว ที่ทั้งถ่ายรูปสวยและเดินเล่นได้สบายตลอดวัน ตั้งแต่สวนดังริมแม่น้ำ ไปจนถึงมุมลับบรรยากาศดี คนไม่แน่น เหมาะทั้งสายชิล สายถ่ายรูป และคนที่อยากซึมซับฤดูใบไม้ผลิแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หยิบไปวางแผนทริปซากุระ โตเกียว ได้ครบในบทความเดียว
20 พิกัด จุดชมซากุระ โตเกียว ถ่ายรูปสวย เดินชิลได้ทั้งวัน
1. แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)

แม่น้ำเมกุโระเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่โด่งดังที่สุดของโตเกียว ด้วยแนวต้นซากุระที่ปลูกเรียงรายตลอดสองฝั่งคลองหลายกิโลเมตร เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระสีชมพูจะบานสะพรั่งโค้งเข้าหากัน กลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติที่สวยงาม เดินเล่นเพลินถ่ายรูปได้แทบทุกมุม โดยรอบยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขนมเล็กๆ ให้แวะพัก
ช่วงฤดูซากุระของแม่น้ำเมกุโระมักอยู่ราวปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นนิยมมาเดินชมดอกไม้ ถ่ายรูป และนั่งชิลริมคลอง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่มีการเปิดไฟไลต์อัป สะท้อนแสงบนผิวน้ำ ทำให้ซากุระดูโรแมนติกและสวยไปอีกแบบ
ไฮไลต์ของ แม่น้ำเมกุโระ คือ อุโมงค์ซากุระที่ทอดยาวเลียบคลอง พร้อมบรรยากาศเมืองผสมธรรมชาติอย่างลงตัว จุดเด่นอีกอย่างคือการชมซากุระยามค่ำคืน ที่มีไฟประดับตลอดแนว ทำให้ได้ภาพสวยแตกต่างจากช่วงกลางวัน และยังเดินต่อไปหาคาเฟ่หรือร้านอาหารได้ง่ายตลอดเส้นทาง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงสถานี Nakameguro หรือ สถานี Meguro จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-10 นาที ก็จะถึงแนวแม่น้ำเมกุโระทันที
ที่ตั้ง: 3 Kamimeguro, Meguro-ku, Tokyo
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/8ZLBA46GBFFhH6CW7
2. สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

สวนอุเอโนะ หนึ่งในสวนสาธารณะเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโตเกียว ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางง่าย และมีพื้นที่กว้างมาก ภายในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทางเดินร่มรื่น พิพิธภัณฑ์ และบรรยากาศคึกคักแบบโตเกียวแท้ๆ ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนอุเอโนะจะกลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่คึกคักที่สุดของเมือง เพราะมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น เรียงรายตลอดสองข้างทางหลัก ภาพซากุระบานเต็มฟ้า ตัดกับผู้คนที่มานั่งฟิกนิกและถ่ายรูป สร้างบรรยากาศฮานามิที่มีชีวิตชีวา เหมาะทั้งการเดินเล่น ถ่ายรูปและซึมซับฤดูใบไม้แบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ไฮไลต์ของ สวนอุเอโนะ คือ ถนนซากุระสายยาวกลางสวน ที่เมื่อดอกบานเต็มที่จะดูเหมือนหลังคาสีชมพูปกคลุมตลอดเส้นทาง ช่วงเย็นถึงค่ำจะมีการเปิดไฟ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกและได้ภาพอีกฟีลหนึ่ง เหมาะทั้งการถ่ายรูปเดินเล่น หรือปูเสื่อนั่งชมซากุระแบบสบายๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 05:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line หรือ Hibiya Line ลงสถานี Ueno ใช้ทางออกใกล้สวน แล้วเดินเข้าพื้นที่สวนได้เลย
ที่ตั้ง: Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-0007 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/A9BkiQ8Cr9MLWLeg9
3. อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)

อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอนคือโอเอซิสกลางเมืองที่แท้จริง จากความวุ่นวานของย่านชินจูกุ แค่เดินเข้าประตูสวน ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวกว้าง โล่ง และสงบ สวนแห่งนี้ผสมผสานสวนสไตล์ญี่ปุ่น อังกฤษ และฝรั่งเศส ไว้ในที่เดียว ทำให้เดินเพลินและถ่ายรูปได้หลากหลายมุมมาก
ในฤดูซากุระ ที่นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ที่สวยและสมดุลที่สุดของโตเกียว เพราะมีซากุระมากกว่า 1,000 ต้น และหลายสายพันธุ์ ทำให้ช่วงเวลาบานยาวกว่าสวนอื่นๆ บางโซนบานก่อน บางโซนบานช้ากว่า เดินวันเดียวได้ฟีลหลายฤดู แถมพื้นที่กว้าง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ช่วงพีค
ไฮไลต์ของ อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน คือ สนามหญ้ากว้างที่รายล้อมด้วยซากุระ ซึ่งเป็นเอกลักาณ์ของสวนนี้ สามารถนั่งพัก เดินถ่ายรูป หรือเก็บภาพซากุระกับฉากหลังโล่งๆ ได้แบบสบายตา ภาพที่ได้จะดูคลีน เรียบ และให้ความรู้สึกสงบแตกต่างจากจุดฮานามิที่คนแน่นในเมือง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 500 เยน
・ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 250 เยน
・นักเรียน (มัธยมปลายขึ้นไป): 250 เยน
・เด็ก (มัธยมต้นและต่ำกว่า / ไม่เกิน 15 ปี): ฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟมาลงสถานี Shinjuku Gyoenmae ออกทางออก 1 เดินตรงประมาณ 5 นาที จะถึงประตู Shinjuku Gate ซึ่งเป็นทางเข้าใกล้ที่สุด
ที่ตั้ง: 11 Naitomachi, Shinjuku City, Tokyo 160-0014 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Zt8uLpUwQga97cvv7
4. จิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi Park)

จิโดริกะฟุจิ เป็นแนวคูเมืองเก่าทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังอิมพีเรียล โตเกียว จุดเด่นคือทางเดินเลียบคูน้ำที่โค้งไปตามแนวกำแพงหิน ทำให้วิวดูมีมิติและไม่ซ้ำมุม ซากุระที่ปลูกเรียงรายตลอดเส้นทางจะโน้มกิ่งลงมาหาน้ำ สร้างภาพสะท้อนสีชมพูที่ดูละมุนและคลาสสิกมาก
ที่นี่คือว่าเป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายรูปที่สวยที่สุดของโตเกียว โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ จะมีการเปิดไฟไลต์อัป ทำให้บรรยากาศโรแมนติกและต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน เดินชมได้เรื่อยๆ ไม่รีบ เหมาะทั้งคนที่อยากเดินเล่นชิลๆ และสายถ่ายภาพที่อยากได้ภาพซากุระฟีลญี่ปุ่นแท้
ไฮไลต์ของ จิโดริกะฟุจิ คือ การเช่าเรือพายชมซากุระจากมุมล่างของคูเมือง ภาพที่ได้จะเป็นซากุระเรียงซ้อนกันเป็นอุโมงค์เหนือศรีษะ โดยมีผิวน้ำเป็นฉากหน้า ซึ่งเป็นมุมภถ่ายรุปที่หาไม่ได้จากสวนทั่วไป และเป็นภาพจำของฤดูซากุระโตเกียวในหลายๆ ปี
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hanzomon Line ลงสถานี Kudanshita ออกทางออก Exit 2 เดินตรงไปทางสวนสาธารณะและคูเมืองประมาณ 5-7 นาที จะเห็นคูน้ำและทางเดินเลียบซากุระ
ที่ตั้ง: Japan 〒100-0001 Tokyo, Chiyoda City, Kojimachi, 1 Chome−2
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/kB2BFN3zrrXc6bYW8
5. สวนสุมิดะ (Sumida Park)

สวนสุมิดะ สวนสาธารณะริมแม่น้ำที่มีชื่อเสียงมากในฤดูซากุระ เพราะแนวต้นซากุระจะเรียงยาวเลียบแม่น้ำทั้งสองฝั่ง บรรยากาศเปิดโล่ง เดินสบาย มองเห็นน้ำไหลไปพร้อมกับกลีบดอกสีชมพูที่ปลิวตามลม เป็นโลเคชันที่ถ่ายรูปออกมาสวยแบบไม่ต้องจัดฉากเยอะ
ช่วงซากุระบานประมาณปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ไม่อึดอัดเหมือนสวนยอดฮิตบางแห่ง สามารถเดินเล่นชิลๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ได้ทั้งกลางวันและช่วงเย็น โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ใกล้ตก แสงจะสวยมาก เหมาะกับทั้งภาพวิวกว้างและภาพบุคคล
ไฮไลต์ของ สวนสุมิดะ คือ วิวซากุระริมแม่น้ำที่มี Tokyo Skytree เป็นฉากหลังทำให้ได้ภาพที่ผสมระหว่างธรรมชาติและสัญลักษณ์ของโตเกียวในเฟรมเดียว บางช่วงมีการเปิดไฟยามค่ำคืน เพิ่มบรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับถ่ายรูปช่วงหัวค่ำแบบฟีลญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิแท้ๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line ลงสถานี Asakusa ทางออก 5 เดินประมาณ 5-10 นาที จะถึงโซนสวนฝั่งอาซากุสะ
ที่ตั้ง: 1 Chome Hanakawado, Taito City, Tokyo 111-0033 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vXKEEFPAmZeRtXFb7
6. สวนโยโยงิ (Yoyogi Park)

สวนโยโยงิ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว ที่ให้ฟีลผ่อนคลายต่างจากย่านรอบข้างอย่างฮาราจูกุและชิบูย่าอย่างชัดเจน ภายในสวนเต็มไปด้วยสนามหญ้ากว้าง ทางเดินร่มรื่น และพื้นที่สีเขียวที่เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก หรือปิกนิกแบบสบายๆ ตลอดทั้งวัน
สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นโลกสีชมพูอ่อน ในช่วงฤดูซากุระ จะเห็นต้นซากุระกระจายตัวตามทางเดินและลานหญ้า ไม่ได้เรียงแน่นเป็นแถวเหมือนบางสวน แต่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการปูเสื่อนั่งชมดอกไม้ ถ่ายรูปชิลๆ หรือเดินเก็บภาพไลฟ์สไตล์คนท้องถิ่นที่ออกมาฮานามิกันอย่างคึกคัก
ไฮไลต์ของ สวนโยโยงิ คือ บรรยากาศที่เป็นกันเองมากๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูป ซากุระกับสนามหญ้ากว้างช่วยให้ภาพที่ได้ดูสบายตา เป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายปิกนิก และคนที่อยากสัมผัสฤดูใบไม้ผลิแบบโลคอลจริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงสถานี Harajuku ออกทาง Omotesando Exit เดินประมาณ 3-5 นาที จะถึงทางเข้าสวนโยโยงิ
ที่ตั้ง: 2-1 Yoyogikamizonocho, Shibuya, Tokyo 151-0052 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LazUuPeNAW392cE38
7. สวนอาสุกะยามะ (Asukayama Park)

สวนอาสุกะยามะ สวนสาธารณะเก่าแก่ของโตเกียว ตั้งอยู่ย่านคิตะ มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ และเป็นสวนที่คนท้องถิ่นผูกพันมาก บรรยากาศโดยรวมโปร่ง โล่ง เดินง่าย เหมาะกับมาเดินเล่นพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ แถมมีพื้นที่สนามหญ้า จุดนั่งพัก และมุมถ่ายรูปประจายอยู่ทั่วสวน
สวนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยต้นซากุระหลายร้อยต้นที่บานเรียงตามทางเดินและเนินเขา ทำให้ได้ฟีลฮานามิแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่วุ่นวายเท่าสวนดังใจกลางเมือง เหมาะทั้งเดินถ่ายรุป ปูเสื่อนั่งชมดอกไม้ หรือพาครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกัน ภาพที่ได้จะดูอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และมีชีวิตชีวา
ไฮไลต์ของ สวนอาสุกะยามะ คือ เนินเขาที่มองเห็นซากุระบานเต็มพื้นที่แบบมุมกว้าง ทำให้ถ่ายภาพออกมาดูอลังการโดยไม่ต้องเบียดกับผู้คน อีกทั้งยังมีรถรางเล็กๆ ให้ขึ้นฟรี เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่อยากเดินน้อย แต่ยังเก็บบรรยากาศซากุระได้ครบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR สาย Keihin-Tohoku Line ลงสถานี Oji ออกทางออก Central Exit เดินข้ามถนน จะเจอทางขึ้นสวนอาสุกะยามะ ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 นาที
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-3 Oji, Kita City, Tokyo 114-0002 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/n32Zf9CXPT7W3MFF7
8. สวนโคอิชิคาวะโคราคุเอน (Koishikawa Korakuen)

สวนโคอิชิคาวะโคราคุเอน เป็นสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ บรรยากาศภายในเงียบสงบ เป็นระเบียบ และเต็มไปด้วยองค์ประกอบแบบสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม ทั้งสระน้ำ สะพานไม้ โขดหิน และต้นไม้ที่จัดวางอย่างมีความหมาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมือง แล้วเดินเล่นช้าๆ ซึมซับความสวยงามแบบคลาสสิก
สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนโทนเป็นสีชมพูอ่อน ซากุระจะบานรอบสระน้ำและตามทางเดิน ทำให้ได้ภาพสะท้อนดอกไม้กับผิวน้ำ ที่ดูนิ่งและละมุน ต่างจากจุดฮานามิยอดนิยมที่มักจะคึกคัก ที่นี่เหมาะกับการถ่ายรูปแนวเรียบ สงบ ได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ และเดินชมได้เพลินโดยไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ สวนโคอิชิคาวะโคราคุเอน คือ วิวซากุระที่ผสานกับสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะบริเวณสระน้ำกลางสวนที่สามารถถ่ายภาพซากุระสะท้อนผิวน้ำได้สวยมาก ภาพที่ได้จะดูนิ่ง เรียบ และมีมิติ เหมาะกับทั้งการถ่ายภาพทิวทัศน์และภาพคนในบรรยากาศสงบๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・บุคคลทั่วไป: 300 เยน
・ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป: 150 เยน
・เด็ก (นักเรียนประถมลงไป) / นักเรียนมัธยมต้นในโตเกียว: เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line ลงสถานี Iidabashi จากนั้นออกทาง East Exit แล้วเดินประมาณ 8-10 นาที
ที่ตั้ง: 1 Chome-6-6 Koraku, Bunkyo City, Tokyo 112-0004 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/4QknAWpFrz8UTDSy9
9. สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Garden)

สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียวที่ให้บรรยากาศสงบ ต่างจากสวนยอดนิยมที่มักจะคึกคักในฤดูซากุระ ที่นี่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว เต็มไปด้วยต้นไม้หายาก เส้นทางเดินร่มรื่น และมุมธรรมชาติที่ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ มากกว่าสวนจัดแต่งเพื่อการท่องเที่ยว
ช่วงซากรุะบาน สวนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโทนชมพูอ่อนแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้หลากชนิด ไม่ได้เป็นแนวซากุระแน่นๆ แบบสวนดัง แต่ให้ความรู้สึกสงบ ละมุน และเป็นส่วนตัว เหมาะกับคนที่อยากเดินถ่ายรูปช้าๆ เก็บแสง เก็บบรรยากาศ และซึมซับฤดูใบไม้ผลิแบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ของ สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ คือ ความเงียบและความเป็นธรรมชาติ ซากุระกระจายตัวอยู่ตามเส้นทางเดินและพื้นที่สีเขียว ทำให้ภาพที่ได้ดูเรียบ สบายตา และไม่ติดผู้คนพลุกพล่าน เหมาะกับสายถ่ายภาพ สายเดินเล่นคนเดียวหรือใครที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: 500 เยน ต่อคน
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Marunouchi ลงสถานี Myogadani station ออกทางออก Exit 1 จะเห็นทางเข้าสวนพฤกศาสตร์อยู่ทางซ้ายมือ
ที่ตั้ง: 3 Chome-7-1 Hakusan, Bunkyo City, Tokyo 112-0001 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fkuik7BAXYvqgKXS8
10. สุสานอาโอยามะ (Aoyama Cemetery)

สุสานอาโอยามะเป็นสุสานสาธารณะแห่งแรกของโตเกียว พื้นที่กว้างขวาง มีถนนตัดผ่านเป็นแนวยาว บรรยากาศเงียบ สงบ และร่มรื่น ต่างจากภาพจำของสุสานแบบที่หลายคนคุ้นเคย ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดเดินเล่นของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ต้นไม้เริ่มผลิใบและอากาศกำลังสบาย
ถนนสายหลักภายในสุสานจะเรียงรายไปด้วยต้นซากุระสีชมพูอ่อน ดอกไม้บานเป็นแนวตรงยาว สร้างมุมถ่ายรูปที่ดูเรียบ เท่ และมีเสน่ห์แบบมินิมอล แสงช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ๆ จะสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับสายถ่ายภาพที่อยากได้ภาพซากุระฟีลสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนสวนยอดนิยม
ไฮไลต์ของ สุสานอาโอยามะ คือ ถนนซากุระที่ทอดยาวตรงกลางสุสาน ซึ่งให้ภาพที่เป็นระเบียบ สบายตา และมีฉากหลังเป็นต้นไม่เรียงตัวสม่ำเสมอ เหมาะกับทั้งภาพมุมกว้างและภาพเดินถ่ายแบบสตรีท อีกทั้งจำนวนคนค่อนข้างน้อย ทำให้ถ่ายรูปได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องรอจังหวะนาน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line ลงสถานี Nogizaka ออกทางออก 1 เดินประมาณ 5 นาที จะเข้าสู่เขตสุสานทันที
ที่ตั้ง: 2 Chome-32-2 Minamiaoyama, Minato City, Tokyo 107-0062 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Vv5AfULxNnQnT1wc9
11. อุโมงค์ซากุระ ชิบูย่า (Shibuya)

อุโมงค์ซากุระ ชิบูย่า หนึ่งในจุดชมซากุระที่ให้ฟีลโตเกียวแบบเมืองใหญ่ชัดเจนที่สุด ที่นี่ไม่ได้เป็นสวนหรือพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ แต่เป็นถนนเล็กๆ ที่ซากุระปลูกเรียงขนานไปกับตึก ร้านค้า และออฟฟิศ ทำให้ภาพที่ได้มีความร่วมสมัย เหมาะกับสายถ่ายรูปสตรีทและคนที่อยากได้มุมซากุระที่ดูแตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป
ช่วงฤดูซากุระ ถนนสายนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างชัดเจน จากย่านเมืองที่คึกคัก กลายเป็นเส้นทางเดินเล่นที่เต็มไปด้วยสีชมพูอ่อนของดอกซากุระ ตัดกับตึกสูงและถนนลาดยางอย่างลงตัว เดินถ่ายรูปได้เพลิน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงนุ่ม คนยังไม่แน่น เหมาะกับการเก็บภาพแบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ของ อุโมงค์ซากุระ ชิบูย่า คือ ความเป็น urban sakura หรือ ซากุระในบริบทเมืองใหญ่ ภาพดอกซากุระที่เรียงตามตัวตามถนน ผสานกับป้ายร้าน คาเฟ่ และตึกสมัยใหม่ ทำให้ภาพดูเท่ มีคาแรกเตอร์ ไม่หวานเกินไป เหมาะทั้งถ่ายคน ถ่ายสตรีท และถ่ายคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟมาลงสถานี Shibuya ออกทางออก Hachiko Exit เดินตรงตามถนนหลัก ผ่านย่านช้อปปิ้งและร้านค้า มุ่งหน้าไปยังโซนถนนด้านในของชิบูย่า
ที่ตั้ง: 3-4 Sakuragaokacho, Shibuya, Tokyo 150-0031 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/m9kTFRTKWFkDksXT8
12. สวนอิโนคาชิระ (Inokashira Park)

สวนอิโนคาชิระเป็นสวนสาธารณะยอดนิยมของย่านคิจิโจจิ ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายแบบเมืองเล็กๆ ผสมกับธรรมชาติใจกลางโตเกียว ภายในสวนมีทั้งพื้นที่สีเขียวกว้าง ทางเดินเลียบทะเลสาบ และมุมเงียบสงบให้ได้นั่งพัก หรือเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายจากโซนเมืองใหญ่
สวนแห่งนี้ในช่วงฤดูซากุระ จะเปลี่ยนเป็นฉากฤดูใบไม้ผลิสุดโรแมนติก ต้นซากุระจะบานเรียงรอบทะเลสาบและตามทางเดิน กลีบดอกสีชมพูสะท้อนผิวน้ำให้ภาพสวยละมุน โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงอ่อนๆ จะทำให้บรรยากาศอูอบอุ่นเป็นพิเศษ เหมาะทั้งการถ่ายรูป เดินชิล หรือมานั่งปิกนิกเบาๆ
ไฮไลต์ของ สวนอิโนคาชิระ คือ ทะเลสาบกลางสวนที่สามารถเช่าเรือพายล่องชมซากุระจากมุมต่ำได้ ภาพซากุระที่โค้งเข้าหาผิวน้ำพร้อมเงาสะท้อน ถือเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปซากุระที่สวยและมีเอกลักษณ์ที่สุดในโตเกียว นอกจากนี้ยังสามารถเดินต่อไปคาเฟ่และร้านเล็กๆ ในย่านคิจิโจจิได้แบบสบายๆ ในวันเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่ง JR สาย Chuo Line หรือ Chuo-Sobu ลงสถานี Kichijoji ออกจากสถานีทาง South Exit เดินตรงเข้าไปประมาณ 5 นาที จะถึงทางเข้าสวนอิโนคาชิระ
ที่ตั้ง: 1 Chome-18-31 Gotenyama, Musashino, Tokyo 180-0005 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fupaRarZ7jddhpPA9
13. สวนสาธารณะเอโดงาวะ (Edogawa Park)

สวนเอโดงาวะ เป็นสวนสาธารณะยาวเลียบคลองคันดะ บรรยากาศเงียบ สงบ และเป็นโลคอลสปอตที่นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ตัวสวนเป็นแนวเส้นตรง เดินง่าย ไม่ต้องย้อนทาง เหมาะกับทางเดินเล่นชิลๆ หรือค่อยๆ หยุดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โดยรอบเป็นย่านที่อยู่อาศัย ทำให้ฟีลโดยรวมดูเป็นโตเกียวแบบเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย
ช่วงฤดูซากุระ สองฝั่งคลองจะเรียงรายไปด้วยต้นซากุระสีชมพูอ่อน เมื่อดอกบานเต็มที่ ภาพที่ได้จะเป็นแนวซากุระทอดยาวสะท้อนผิวน้ำ ให้ความรู้สึกสงบ ละมุน และโรแมนติกมาก เหมาะกับการถ่ายรูปแนวสตรีท ภาพเดินเล่น หรือภาพคู่แบบไม่ต้องมีฉากอลังการ แต่สวยจากบรรยากาศจริง
ไฮไลต์ของ สวนเอโดงาวะ คือ แนวซากุระเลียบคลองที่ยาวต่อเนื่อง ทำให้สามารถถ่ายภาพได้หลายมุมในโลเคชันเดียว ทั้งมุมซากุระโค้งเข้าหากัน มุมสะท้อนน้ำ และมุมถนนเล็ก ที่มีดอกไม้เป็นฉากหลัง จุดนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพซากุระแบบสงบ ไม่ติดฝูงชน และเดินถ่ายได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเร่งรีบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro Tozai Line ลงสถานี Wasedo ออกทางออก Exit 1 เดินตรงไปทางคลองประมาณ 5-7 นาที ก็จะถึงเลย
ที่ตั้ง: 2 Chome-1 Sekiguchi, Bunkyo City, Tokyo 112-8555 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/DXMJGxuWrj3hQuNL9
14. โตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown)

โตเกียวมิดทาวน์คือคอมเพล็กซ์กลางเมืองย่านรปปงหงิที่ผสมผสานออฟฟิศ ห้าง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และสวนสีเขียวไว้ในพื้นที่เดียว บรรยากาศโดยรวมดูทันสมัย เรียบหรู แต่ไม่อึดอัด เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งให้เดินเล่นได้จริง ไม่ได้เป็นแค่ห้างที่ต้องเดินอยู่ในอาคารตลอดเวลา
บริเวณ Midtown Garden และ Sakura Street จะถูกแต่งแต้มด้วยซากุระที่บานเรียงรายตลอดทางเดิน ฟีลจะต่างจากสวนใหญ่ๆ ตรงได้ที่ฉากหลังเป็นตึกเมืองแบบโมเดิร์น ภาพที่ได้จะดูสะอาด เท่ และร่วมสมัย ถ่ายง่ายทั้งกลางวันและช่วงเย็น เหมาะมากกับคนที่อยากได้รูปซากุระในตัวเมือง
ไฮไลต์ของ โตเกียวมิดทาวน์ คือ การได้มาชมซากุระในเมืองแบบไม่ต้องออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลัก เดินชมดอกไม้เสร็จ สามารถแวะคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือถ่ายรูปต่อในสวนได้ทันที ช่วงกลางคืนบางปีจะมีการเปิดไฟไลต์อัพ เพิ่มบรรยากาศโรแมนติก เหมาะทั้งเดินเล่นเบาๆ และถ่ายภาพแนวไลฟ์สไตล์
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 23:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hibiya Line ลงสถานี Roppongi เดินตามป้ายเชื่อมเข้าตัวอาคารโตเกียวมิดทาวน์ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
ที่ตั้ง: 9 Chome-7-1 Akasaka, Minato City, Tokyo 107-0052 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/x6s1SdkxFUwpRPTU8
15. ศาลเจ้าซากุระจิงกู (Sakura Shrine)

ศาลเจ้าซากุระจิงกู เป็นศาลเจ้าขนาดไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ในย่านเซตากายะ บรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากจุดชมซากุระยอดฮิตในใจกลางเมือง ใครที่อยากมาเดินชมแบบชิลๆ เรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ และได้ซึมซับกลิ่นอายท้องถิ่นของโตเกียว ภายในศาลเจ้ามีพื้นที่กะทัดรัด แต่จัดวางองค์ประกอบได้อย่างเรียบง่าย ดูสบายตา
ช่วงฤดูซากุระ ที่นี่จะโดดเด่นเป็นพิเศษจากซากุระพันธุ์ห้อยที่บานเป็นพวงระย้า สีชมพูหวานตัดกับอาคารศาลเจ้าอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวยังนิยมถ่ายรูปกับริบบิ้นสีชมพูที่ผูกอธิษฐานไว้บนกิ่งซากุระ ทำให้ภาพที่ได้ดูละมุน โรแมนติก และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าซากุระจิงกู คือ ซากุระพันธุ์ห้อยที่บานใกล้ระดับสายตา ทำให้ถ่ายรูปออกมาดูใกล้ชิดและนุ่มนวลมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและบ่านแก่ๆ แสงจะลอดผ่านกิ่งซากุระพอดี ได้ภาพโทนอบอุ่น เหมาะทั้งพาร์เทรต ถ่ายคู่ และคอนเทนต์สายญี่ปุ่นหวานๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyu Den-en-toshi Line ลงสถานี Sakurashinmachi ใช้ทางออก North Exit เดินตรงตามถนนหลักประมาณ 2-3 นาที จะเห็นศาลเจ้าอยู่ทางซ้ายมือ
ที่ตั้ง: 3 Chome-21-3 Shinmachi, Setagaya City, Tokyo 154-0014 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/RKhuxmgYcEo47fGX6
16. Negawa Ryokudo

Negawa Ryokudo คือทางเดินสีเขียวเลียบแม่น้ำเนงาวะ ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว บรรยากาศเงียบ สงบ และพื้นที่พักผ่อนของคนท้องถิ่นมากกว่านักท่องเที่ยว เส้นทางเดินทอดยาวใต้ร่มไม้ เหมาะกับการเดินเล่นสบายๆ ปั่นจักรยานหรือแวะนั่งพักริมทาง ฟีลโลคอลแท้ๆ ไม่เร่งรีบ
ต้นซากุระที่นี่จะเรียงตัวตลอดแนวทางเดิน กลายเป็นอุโมงค์สีชมพูแบบธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่ง ไม่มีร้านค้าเสียงดังหรือฝูงชนแน่นๆ ทำให้ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากถ่ายรูปซากุระแบบนิ่ง สบาย และได้อารมณ์ฤดูใบไม้ผลิจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ แสงจะนุ่มและสวยเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ Negawa Ryokudo คือ ความเรียบง่าย ซากุระที่เรียงยาวตามแนวคลองให้เห็นภาพมุมลึกสวยมาก เหมาะกับทั้งภาพเดินชิล ภาพย้อนแสงและภาพคู่กับธรรมชาติรอบตัว เป็นจุดที่ได้ซากุระและความสงบในเฟรมเดียวกัน เหมาะกับสายถ่ายรูปที่อยากหลบความวุ่นวายของจุดฮิตในเมือง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line มุ่งหน้าไปทาง Tachikawa ลงที่สถานี Nishi-Kunitachi ออกจากสถานีทางประตูหลัก แล้วเดินตรงมาประมาณ 5-10 นาที
ที่ตั้ง: 4 Chome-11-1 Shibasakicho, Tachikawa, Tokyo 190-0023 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YsM54C5jzP7ij4a16
17. สวนคิวฟุรุคาวะ (Kyu-Furukawa Gardens)

สวนคิวฟุรุคาวะ เป็นสวนสไตล์ยุโปรผสมญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากจุดชมซากุระทั่วไปในโตเกียว ด้านบนของสวนเป็นคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกสุดคลาสสิก ส่วนด้านล่างเป็นสวนญี่ปุ่นที่จัดภูมิทัศน์อย่างประณีต ทำให้การเดินชมสวนเหมือนได้เปลี่ยนฉากไปมาระหว่างยุโรปและญี่ปุ่นในพื้นที่เดียว
ในช่วงฤดูซากุระ ดอกไม้สีชมพูอ่อนจะบานไปทั่วสนามหญ้าและทางเดิน ภาพที่ได้จะออกมาเรียบ หรู และดูมีเรื่องราว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้รูปซากุระโทนสุภาพ ไม่พลุกพล่าน และไม่จำเลแบบสวนยอดฮิต
ไฮไลต์ของ สวนคิวฟุรุคาวะ คือ มุมซากุระกับคฤหาสน์สไตล์ตะวันตก ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่สวนยุโรปในฤดูใบไม้ผลิ เส้นสายของอาคารเก่าตัดกับดอกซากุระ ทำให้ภาพดูคลาสสิก มีมิติ และแตกต่างจากซากุระฉากหลังเป็นตึกเมือง เหมาะทั้งถ่ายภาพบุคคลและภาพวิวแบบอาร์ตๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ประมาณ 150 เยน
・เด็กประถมและต่ำกว่า เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line มาลงสถานี Komagome ออกทางออก South Exit เดินต่อประมาณ 10-12 นาที ตามป้ายบอกทางไปสวนคิวฟุรุคาวะ
ที่ตั้ง: 1 Chome-27-39 Nishigahara, Kita City, Tokyo 114-0024 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NvuSyTb6QZkjtnDq6
18. ฮามามัตสึโจ (Hamamatsucho)

ฮามามัตสึโจเป็นย่านธุรกิจริมอ่าวโตเกียวที่ดูเคร่งขรึมในวันทำงาน แต่พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ซากุระที่บานแทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูง ทางเดิน และสวนใกล้เคียง ทำให้ภาพของเมืองใหญ่ดูอ่อนโยนขึ้นทันตา เป็นย่านที่ได้เห็นโตเกียวในอีกมุมหนึ่ง
การมาดูซากุระที่ฮามามัตสึโจเหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพแนว urban spring ถ่ายซากุระคู่กับตึกออฟฟิส ทางรถไฟ และสวนญี่ปุ่นคลาสสิกอย่างสวนคิวชิบะริคิวที่อยู่ใกล้กัน เดินถ่ายรูปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องเบียดคนเยอะเหมือนสวนยอดฮิต เหมาะทั้งช่วงเช้าที่แสงนุ่มและช่วงเย็นที่เมืองเริ่มเปิดไฟ
ไฮไลต์ของ ฮามามัตสึโจ คือ ความคอนทราสต์ ซากุระสีชมพูอ่อนตัดกับตึกสูงสีเทา เส้นรถไฟ และสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในระยะเดินถึง ภาพที่ได้จะดูโมเดิร์น มีมิติ และไม่ซ้ำใคร เหมาะกับสายถ่ายรูปที่อยากได้ฟีลโตเกียวจริงๆ มากกว่าความหวานแบบสวนสาธารณะทั่วไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line มาลงที่สถานี Hamamatsucho ออกทาง North Exit แล้วเดินไปประมาณ 5-10 นาที
ที่ตั้ง: 1 Chome-4-1 Kaigan, Minato City, Tokyo 105-0022 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bPD9MYwYti4TMB269
19. ศาลเจ้าเอบาระ (Ebara Shrine)

ศาลเจ้าเอบาระเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ในย่านชินากาวะ ที่ให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นกันเองแบบโลคอล ไม่ได้ใหญ่โตหรือพลุกพล่านเหมือนจุดชมซากุระชื่อดังอื่น ๆ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเดินชิล ถ่ายรูปสบายๆ และซึมซับบรรยากาศญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย
ชมซากุระที่นี่คือ ซากุระพันธุ์คาวาซุ ซึ่งจะบานเร็วกว่าซากุระทั่วไป ทำให้ศาลเจ้าเอบาระกลายเป็นหนึ่งในพิกัดชมซากุระช่วงต้นฤดู ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม สีชมพูจะเข้มกว่าซากุระปกติ ถ่ายรูปออกมาสดใส เหมาะกับทั้งภาพแนวหวานและแนวญี่ปุ่นดั้งเดิม
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าเอบาระ คือ ต้นซากุระคาวาซุที่อยู่ใกล้ศาลเจ้า ซึ่งมักประดับด้วยริบบิ้นคำอธิษฐาน ภาพที่ได้จะมีทั้งดอกซากุระสีชมพูสด โทริอิ และองค์ประกอบแบบศาลเจ้าญี่ปุ่นอยู่ในเฟรมเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพซากุระที่ดูมีเรื่องราว ไม่ซ้ำใคร และไม่ต้องเบียดคนถ่าย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Keikyu Line ลงสถานี Shimbamba ออกทางออกหลักของสถานี เดินตรงไปตามถนนประมาณ 5-7 นาที จะเห็นป้ายศาลอยู่ด้านซ้ายมือ
ที่ตั้ง: 2 Chome-30-28 Kitashinagawa, Shinagawa City, Tokyo 140-0001 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vwMJMUcfGrHSWzuRA
20. โอโยโกะกาวะ (Oyokogawa Water Park)

โอโยโกะกาวะเป็นคลองสายเล็ก ๆ ในย่านเงียบของโตเกียว ที่มีเสน่ห์แบบโลคอล ไม่วุ่นวายเหมือนจุดชมซากุระชื่อดังอื่น ๆ สองฝั่งคลองถูกจัดเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำ มีต้นไม้เรียงราย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักสายตาแบบสบายๆ บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเป็นโตเกียวของคนท้องถิ่น มากกว่าย่านท่องเที่ยวหลัก
ในฤดูซากุระ ซากุระพันธุ์คาวาซุจะบานเร็วกว่าซากุระทั่วไป ทำให้สามารถมาชมดอกไม้ได้ตั้งแต่ช่วงต้นถึงกลางเดือนมีนาคม ดอกจะมีสีชมพูเข้ม สวยเด่นตัดกับผิวน้ำในคลอง ถ่ายรูปออกมาโทนสด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเลี่ยงช่วงพีคปลายมีนาคม-ต้นเมษายน
ไฮไลต์ของ โอโยโกะกาวะ คือ ความสงบและความต่อเนื่องของแนวซากุระตลอดเส้นคลอง เดินถ่ายรูปได้ยาวโดยไม่ต้องเบียดคนเยอะ ภาพที่ได้จะเป็นฟีลซากุระสะท้อนน้ำ มีสะพานเล็กๆ เป็นองค์ประกอบ ทำให้ภาพดูละมุนและเป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งถ่ายภาพวิวและภาพไลฟ์สไตล์แบบเดินเล่นชิลๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hanzomon Line ลงสถานี Sumiyoshi ใช้ทางออก Exit B1 เดินตรงป้ายไปทางคลองโอโยโกะกาวะ ประมาณ 5-10 นาที
ที่ตั้ง: 4 Chome-14-1 Higashikomagata, Sumida City, Tokyo 130-0005 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/JjQRmCZ5v3AVuQHv7
ทั้ง 20 พิกัดในบทความนี้สามารถเลือกจัดเป็นทริปได้ตามสไตล์ จะเก็บจุดฮิตให้ครบในวันเดียว หรือค่อย ๆ แวะชมซากุระวันละโซนก็เพลินไม่แพ้กัน หากวางแผนช่วงเวลาให้ดี เลี่ยงคนแน่น และเลือกมุมที่ถูกใจ โตเกียวในฤดูซากุระจะมอบภาพ ความทรงจำ และบรรยากาศที่สวยงามไม่แพ้ฤดูไหนเลย














