แม้โตเกียวจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันและความคึกคัก แต่เพียงนั่งรถไฟออกไปไม่กี่สถานี คุณก็จะพบโลกอีกใบที่เงียบ สวย และเดินเล่นได้สบายกว่า บทความนี้รวบรวม 20 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้จริง ไม่ต้องเร่งรีบ เหมาะทั้งสายถ่ายรูป เดินเล่น กินของอร่อย หรืออยากพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ใครวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น และอยากออกไปเที่ยวที่อื่นที่ไม่ซ้ำบ้าง ไปเที่ยวตามนี้เลย
📌 ที่เที่ยวในจังหวัดคานางาวะ
1. วัดโคโตคุอิน (Kotokuin Temple) | คามาคุระ คานางาวะ

วัดโคโตคุอิน หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของเมืองคามาคุระ ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ พระใหญ่คามาคุระ (Kamakura Daibutsu) พระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติมากว่า 700 ปี แม้จะผ่านแผ่นดินไหวและพายุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่พระใหญ่ก็ยังคงสงบนิ่ง ราวกับเป็นศูนย์กลางของกาลเวลา
บรรยากาศรอบวัดเรียบง่าย ไม่เหมือนวัดใหญ่ในเมืองหลวง ให้ความรู้สึกสงบ ลึก และผ่อนคลาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมลานวัด ถ่ายภาพจากหลายมุม หรือใช้เวลาเงียบๆ เพื่อซึมซับพลังของสถานที่ เหมาะมากสำหรับทริปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว
ไฮไลต์ของ วัดโคโตคุอิน คือ การได้ชมพระใหญ่ไดบุทสึสูงกว่า 13 เมตร ซึ่งสามารถเข้าไปชมภายในองค์พระได้ ภายในจะเห็นโครงสร้างสำริดดั้งเดิม และสัมผัสมุมมองที่แตกต่างจากด้านนอก เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และศิลปะพุทธศาสนา
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:00 น. – 16:45 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・เข้าชมวัด 300 เยน
・เข้าชมภายในองค์พระ เพิ่ม 50 เยน
วิธีไป: จากสถานี Tokyo หรือ Shinjuku นั่งรถไฟสาบ JR Yokosuka Line ไปลงสถานี Kamakura แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ Enoden Line นั่งไปลงสถานี Hase เดินเท้าประมาณ 7-10 นาที จะถึงวัดโคโตกูอิง
ที่ตั้ง: 4 Chome-2-28 Hase, Kamakura, Kanagawa 248-0016 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/r7pAuKyQFCg2MVVA8
2. วัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple) | คามาคุระ คานางาวะ

วัดฮาเซเดระ หนึ่งในวัดที่บรรยากาศงดงามและอ่อนโยนที่สุดของคามาคุระ ตั้งอยู่บนเนินเข้าเตี้ยๆ มองเห็นวิวเมืองและทะเลไกลๆ ตัววัดมีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมสิบเอ็ดพักตร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปเคารพไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เดินแล้วรู้สึกเหมือนได้ชะลอจังหวะชีวิตลงโดยอัตโนมัติ
เสน่ห์ของวัดนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างศาสนา ธรรมชาติ และศิลปะการจัดสวนอย่างประณีต ทางเดินภายในวัดค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเนิน ผ่านสวนญี่ปุ่น ระเบียงไม้ และจุดชมวิวที่เปิดโล่ง โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อน วัดฮาเซเดระจะถูกโอบล้อมด้วยดอกไฮเดรนเยียหลากสี จนกลายเป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ที่สวยที่สุดใกล้โตเกียว
ไฮไลต์ของ วัดฮาเซเดระ คามาคุระ คือ เส้นทางไฮเดรนเยียที่จะบายสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม ทางเดินเล็กๆ บนไหล่เขาจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีฟ้า ม่วง และชมพู สลับกับวิวทะเล เป็นภาพที่ทั้งสงบและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน อีกจุดสำคัญคือโถงเจ้าแม่กวนอิม และถ้ำเบนเท็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวนมาก ให้บรรยากาศขรึมและลึกซึ้งทางจิตใจ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 400 เยน
・เด็ก 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line ไปลงสถานี Kamakura จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟ Enoden Line ลงสถานี Hase เดินจากสถานีประมาณ 5-7 นาที ตามป้าย จะถึงวัดฮาเซเดระ
ที่ตั้ง: 3 Chome-11-2 Hase, Kamakura, Kanagawa 248-0016 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hZb67J9pqd3jmgjb6
3. ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ (Sasuke Inari Shrine) | คามาคุระ คานางาวะ

ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ ศาลเจ้าเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเงียบสงบของคามาคุระ รายล้อมด้วยธรรมชาติและต้นไม้เขียวขจี บรรยากาศแตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่นี่ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย และเป็นกันเอง เหมาะกับการแวะเดินเล่นได้เรื่อยๆ ได้ยินเสียงลม เสียงนก และจังหวะก้าวเท้าของตัวเองชัดเจนกว่าที่อื่น
ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มีร้านค้า ไม่มีฝูงชน มีเพียงเสาโทริอิสีแดงที่เรียงตัวอย่างเป็นธรรมชาติบนทางเดินเล็กๆ ให้ฟีลคล้ายศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริในแบบย่อส่วน แต่เป็นเวอร์ชันที่เงียบกว่า เหมาะกับนักเดินทางที่อยากสัมผัสคามาคุระในมุมสงบ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ คือ ทางเดินโทริอิสีแดงที่โค้งไต่ไปตามเน้นเขาเล็กๆ รายล้อมด้วยต้นไม้ ทำให้ภาพที่ได้ดูละมุนและเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูปที่ชอบแสงเงาและบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่คนญี่ปุ่นนิยมมาขอพรเรื่องความก้าวหน้าและความราบรื่นในชีวิตแบบเงียบๆ ไม่วุ่นวาย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด:
・ฤดูร้อน (พ.ค.-ส.ค.) เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 05:00 น. – 18:30 น.
・ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 06:40 น. – 16:20
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line มาลงสถานี Kamakura แล้วเดินประมาณ 15-20 นาที
ที่ตั้ง: 1-1 Yoyogikamizonocho, Shibuya, Tokyo 151-8557 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/beZAjQ7Rz6d8bPep7
4. เกาะเอโนะชิมะ (Enoshima) | เอโนชิมะ คานางาวะ

เกาะเอโนะชิมะ คือเกาะเล็กริมอ่าวซากามิที่รวมทุกอย่างไว้ในพื้นที่กะทัดรัด ทั้งทะเล ศาลเจ้า ทางเดินเลียบหน้าผา และมุมชมวิวที่มองเห็นฟูจิในวันที่อากาศเป็นใจ บรรยากาศที่นี่ต่างจากโตเกียวอย่างชัดเจน ลมทะเลพัดเบาๆ จังหวะชีวิตช้าลง เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องตั้งนาฬิกาไล่เวลา
ตัวเกาะเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน เดินถึงได้ง่าย ระหว่างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเล คาเฟ่ และขนมท้องถิ่นอย่างทาโกะเซ็มเบ้ เส้นทางบนเกาะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปยังจุดชมวิวและศาลเจ้า ทำให้การเดินเที่ยวรู้สึกได้สำรวจมากกว่าแค่มาแวะเช็กอิน
ไฮไลต์ของ เกาะเอโนะชิมะ คือ วิวพาโนรามาจากจุดสูงสุดใกล้ Emoshima Sea Candle ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลแบบ 360 องศา และในวันฟ้าเปิดจะเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกลๆ อีกฝั่งคือถ้ำอิวายะที่คลื่นทะเลซัดเข้ามาให้บรรยากาศดิบและขลัง เป็นเกาะที่ให้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาในวันเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Odakyu ลงสถานี Sujisawa เปลี่ยนเป้นรถไฟสาย Enoden ลงสถานี Enoshima แล้วเดินจากสถานีประมาณ 10 นาที ข้ามสะพานเข้าสู่เกาะเอโนะชิมะ
ที่ตั้ง: 2 Chome-3-28 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/yvwThvd2JVCKxdoe8
5. ถ้ำเอโนะชิมะ (Enoshima Iwaya Cave) | เอโนชิมะ คานางาวะ

ถ้ำเอโนะชิมะเป็นถ้ำหินธรรมชาติริมทะเลที่เกิดจากการกัดเซาะจองคลื่นมานับพันปี ภายในถ้ำเต็มไปด้วยทางเดินหิน ผนังถ้ำชื้นเย็น และเสียงคลื่นทะเลที่ดังสะท้อนเบาๆ ให้บรรยากาศลึกลับแตกต่างจากที่เที่ยวใกล้โตเกียวแบบอื่นอย่างชัดเจน การเดินชมถ้ำไม่ยาก มีทางเดินจัดไว้เป็นระเบียบ พร้อมไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง
ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ถ้ำธรรมชาติ แต่ยังผูกโยงกับความเชื่อและประวัติศาสตร์ของเกาะเอโนะชิมะมายาวนาน ภายในถ้ำมีโซนที่เกี่ยวข้องกับตำนานเทพเจ้าและศาสนา ทำให้การเดินชมไม่ได้มีแค่ความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ยังได้อารมณ์เหมือนเดินย้อนเวลา เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่แบบไม่ต้องเดินทางไกล
ไฮไลต์ของ ถ้ำเอโนะชิมะ คือ วิวทะเลด้านหน้าถ้ำที่สามารถมองเห็นคลื่นซัดกระทบโขดหินแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดจะสะท้อนผิวน้ำสวยมาก อีกจุดที่พลาดไม่ได้คือโซนภายในถ้ำที่ให้ถือเทียนไฟฟ้าเดินชม เพิ่มความขลังและความรู้สึกผจญภัยเล็กๆ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่แวะมา แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำกลับไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 500 เยน
・เด็ก 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Shijuku นั่งรถไฟสาย Odakyu ลงสถานี Katase-Enoshima เดิเข้าสู่เกาะเอโนะชิมะ แล้วข้ามสะพานเอโนะชิมะ จากนั้นเดินเลาะเกาะไปทางด้านหลัง จะพบกับทางเข้าถ้ำเอโนะชิมะอยู่บริเวณปลายเกาะ
ที่ตั้ง: 2 Chome Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hHjWuz6faiL7wxQT9
6. ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashinoko) | ฮาโกเนะ คานางาวะ

ทะเลสาบอาชิเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่สร้างภาพจำของฮาโกเนะได้ชัดที่สุด ด้วยผืนน้ำกว้างที่โอบล้อมภูเขาและป่าไม้ตลอดแนว ทำให้บรรยากาศที่นี่เงียบ สงบ และเหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องเร่งรีบ ในวันที่อากาศดี คุณอาจได้เห็นเงาภูเขาไฟฟูจิสะท้อนผิวน้ำ เป็นภาพที่ดูเรียบง่าย แต่ทรงพลังแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
รอบทะเลสาบมีจุดแวะหลายแห่ง ทั้งศาลเจ้า ทางเดินเลียบฝั่ง คาเฟ่ และท่าเรือสำหรับล่องเรือชมวิว จึงสามารถใช้เวลาได้ทั้งครึ่งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายของโตเกียว แต่ยังอยากเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
ไฮไลต์ของ ทะเลสาบอาชิ คือ เสาโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้าฮาโกเนะตั้งตระหง่านริมทะเลสาบ เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่ผสมความศักดิ์สิทธิ์กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งไฮไลต์คือการล่องเรือชมวิวทะเลสาบ ซึ่งช่วยให้เห็นภูมิประเทศโดยรอบแบบพาโนรามาและทำให้การเที่ยวที่นี่ช้าลงอย่างตั้งใจ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Odakyu Romancecar จากสถานี Shijuku ลงสถานี Hakone-Yomoto นั่งรถบัสสาย Hakone Tozan Bus มุ่งหน้าไปลงป้าย Moto-Hakone แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อยจะถึงทะเลสาบอาชิ
ที่ตั้ง: Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0522
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/cL4fMSShYMYF5njP7
7. ศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone Shrine) | ฮาโกเนะ คานางาวะ

ศาลเจ้าฮาโกเนะ หนึ่งในศาลเจ้าที่มีบรรยากาศลึกลับสงบที่สุดใกล้โตเกียว ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าซีดาร์เก่าแก่ริมทะเลสาบอาชิ เส้นทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้าเต็มไปด้วยเงาไม้และอากาศเย็นสบาย ทำให้ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนจากโลกภายนอกที่วุ่นวายเป็นพื้นที่แห่งสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่าพันปี และเป็นที่เคารพศรัทธาของทั้งชาวญี่ปุ่นและนักเดินทาง โดยเฉพาะในเรื่องการคุ้มครองการเดินทาง ความสำเร็จในชีวิตและความสัมพันธ์ ใครที่มาเที่ยวฮาโกะเนะแบบไม่เร่งรีบ ที่นี่คือจุดแวะที่ช่วยรีเซ็ตจังหวะใจได้ดีอย่างคาดไม่ถึง
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าฮาโกเนะ คือ เสาโทริอิสีแดงกลางน้ำ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ ภาพเสาโทริอิที่โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ โดยมีภูเขาและหมอกบางๆ เป็นฉากหลัง ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สวยและมีเอกลักาณ์ที่สุดของฮาโกเนะ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่แสงนุ่มเป็นพิเศษ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟ Odakyu Romancecar ไปลงสถานี Hakone-Yumoto แล้วนั่งรถบัส Hakone Tozan Bus สาย H หรือ K ลงป้าย Motohakone-ko เดินเข้าศาลเจ้าประมาณ 10-15 นาที ผ่านเส้นทางป่าและบันไดหิน
ที่ตั้ง: 80-1 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0522 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/prU5bqjSUR9CV2qm9
8. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ (The Hakone Open-Air Museum) | ฮาโกเนะ คานางาวะ

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะคือพื้นที่ที่ศิลปะและธรรมชาติเดินเคียงข้างกันอย่างลงตัว งานประติมากรรมขนาดใหญ่จากศิลปินระดับโลกถูกจัดวางท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้า เปิดมุมมองใหม่ให้การเสพงานศิลป์ไม่จำกัดอยู่แค่ในอาคาร แต่เป็นการเดินชม สูดอากาศ และปล่อยสายตาไปพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบช้าๆ ไม่ต้องเร่งจังหวะ
ภายในพื้นที่กว้างขวาง เดินง่าย มีทั้งโซนกลางแจ้งและอาคารจัดแสดง เช่น พาวิลเลียนปิกัสโซที่รวบรวมผลงานต้นฉบับจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ จุดพักผ่อน และบ่อแช่เท้าพร้อมวิวธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่ใช้เวลาได้ทั้งครึ่งวันแบบไม่รู้สึกเหนื่อย
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ คือ เสาโทริอิสีแดงที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ บรรยากาศสงบ ขลัง และงดงามตลอดปี ศาลเจ้าแห่งนี้ผสานธรรมชาติ ป่าเขา และความศรัทธาเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับแวะไหว้ขอพรและถ่ายภาพก่อนหรือหลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เพิ่มมิติทางวัฒนธรรมให้ทริปวันเดียวสมบูรณ์ขึ้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 2,000 เยน
・นักศึกษา: 1,600 เยน
・นักเรียน (ประถม-มัธยมต้น): 800 เยน
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Odakyu Romancacar ไปลง Hakone-Yumoto แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟภูเขาสาย Hakone Tozan Railway ลงสถานี Chokoku-no-Mori เดินจากสถานีประมาณ 2-3 นาที ถึงพิพิธภัณฑ์ทันที
ที่ตั้ง: 1121 Ninotaira, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0493 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WskVAkUAEKwMRecW8
9. มินาโตะมิไร 21 (Minato Mirai 21) | โยโกฮาม่า คานางาวะ

มินาโตะมิไร 21 คือย่านริมอ่าวของโยโกฮาม่าที่ผสมความล้ำสมัยกับบรรยากาศสบายๆ ได้อย่างลงตัว พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เดินเล่นได้ทั้งวัน มีทางเดินกว้างริมทะเล อาคารสถาปัตยกรรมทันสมัย และวิวอ่าวที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่เช้าแดดนุ่มๆ จนถึงเย็นที่แสงไฟเริ่มสะท้อนผิวน้ำ
ความน่าสนใจของมินาโตะมิไร 21 คือความครบจบในที่เดียว คุณสามารถเดินจากแลนด์มาร์กหนึ่งไปอีกจุดได้โดยไม่ต้องนั่งรถ มีทั้งจุดชมวิวบนดึกสูง แหล่งช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปที่ดูดีแทบทุกก้าว จึงเหมาะมากกับทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวแบบไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ มินาโตะมิไร 21 คือ วิวเส้นขอบฟ้าโยโกฮาม่าที่มี Cosmo Clock 21 ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่เป็นพระเอก โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืนที่ไฟเริ่มเปิดทั้งย่านจะเปลี่ยนเป็นบรรยากาศโรแมนติก เดินเล่นริมอ่าว ถ่ายรูปโกดังอิฐแดง และชมวิวจาก Landmark Tower ได้ในวันเดียวแบบสบายๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่ง JR Tokaido Line ลงสถานี Yokohama ต่อรถไฟ Minatomirai Line ไปลงสถานี Minatomiraoi แล้วเดินเข้าสู่ย่านมินาโตะมิไร 21 ได้ทันที
ที่ตั้ง: Nishi Ward, Yokohama, Kanagawa 220-0012
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/SR9XMoXZrDUfo3J4A
10. โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า (Yokohama Red Brick Warehouse) | โยโกฮาม่า คานางาวะ

โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า คือแลนด์มารืกสุดคลาสสิกของเมืองท่าที่ผสมผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์เข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เดิมทีที่นี่ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อใช้เป็นคลังสินค้าท่าเรือ ก่อนจถูกรีโนเวตใหม่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่วัฒนธรรมยอดนิยมในปัจจุบัน
ภายในโกดังถูกดัดแปลงเป็นร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่จัดนิทรรศการ เดินเล่นได้สบายๆ ไม่อึดอัด ตัวอาคารอิฐแดงตัดกับวิวอ่าวโยโกฮาม่าให้บรรยากาศโรแมนติก เหมาะทั้งช่วงกลางวันและยิ่งสวยเป็นพิเศษตอนเย็นถึงกลางคืน จึงเป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะมากสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับแบบไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า คือ บรรยากาศริมอ่าวที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นตลาดคริสต์มาส เทศกาลดอกไม้ไฟ งานอีเวนต์กลางแจ้ง หรือแค่การเดินเล่นถ่ายรูปกัยอาคารอิฐแดงและชิงช้าสวรรค์ที่อยู่ไม่ไกล ทุกช่วงเวลามีมุมสวยให้เก็บภาพแบบไม่ต้องพยายามมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟสาย JR Keishin-Tohoku Line ลงสถานี Yokohama เปลี่ยนเป็นสาย Minatomirai ไปลงที่สถานี Bachimichi เดินต่อประมาณ 10-15 นาที จะถึงโกดังอิฐแดง
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-1 Shinko, Naka Ward, Yokohama, Kanagawa 231-0001 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/KqE5FZdcmkCHya3w5
11. ปราสาทโอดาวาระ (Odawara Castle) | คานางาวะ

ปราสาทโอดาวาระ หนึ่งในปราสาทสำคัญของภูมิภาคคันโต และเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของตระกูลโฮโจในยุคเซ็งโงคุ ตัวปราสาทตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี เดินทางง่าย เหมาะมากสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว ภายในรายล้อมด้วยคูน้ำ สวน และกำแพงหิน ให้บรรยากาศญี่ปุ่นคลาสสิกแบบที่ไม่ต้องปีนเขาหรือเดินไกล
ด้านในหอคอยหลักถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ เล่าเรื่องประวัติศาสตร์การศึก การป้องกันเมือง และวิถีชีวิตของซามูไรแบบเข้าใจง่าย เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดจะได้ชมวิวเมืองโอดาวาระ ทะเล และภูเขาโดยรอบแบบพาโนรามา โดยเฉพาะฤดูซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศจะสวยเป็นพิเศษ เหมาะทั้งสายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูป
ไฮไลต์ของ ปราสาทโอดาวาระ คือ การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์เข้มข้นกับความเดินสบาย ตัวปราสาทตั้งอยู่ในสวนขนาดใหญ่ สามารถเดินเล่นรอบคูน้ำ แวะถ่ายรูปตามประตูเมือง และจบด้วยการขึ้นหอคอยชมวิวได้ในครึ่งวันแบบไม่เร่งรีบ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในปราสาทที่เที่ยวง่ายที่สุดใกล้โตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ ประมาณ 510 เยน
・เด็ก ประมาณ 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่ง JR Tokaido Line ลงที่สถานี Odawara แล้วเดินประมาณ 10-15 นาที จะถึงตัวปราสาท
ที่ตั้ง: 6-1 Jonai, Odawara, Kanagawa 250-0014 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YjdLQ7ufaQRECnKt6
📌จังหวัดไซตามะ
12. ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe Warehouse District) | ไซตามะ

ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ ย่านที่ยังคงบรรยากาศสมัยเอโดะไว้อย่างชัดเจน อาคารโกดังไม้ผนังอิน เรียงรายสถนนให้ฟีลเหมือนย้อนเวลากลับไปญี่ปุ่นยุคโบราณ เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ ค่อยๆ แวะดูร้านค้า ร้านขนม และร้านของฝากที่ตกแต่งกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมดั้งเดิม
ที่นี่มีความเรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวา ในหนึ่งวันคุณสามารถเดินถ่ายรูป ชิมขนมขึ้นชื่ออย่างมันหวานคาวาโอเกะ แวะคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น และนั่งพักชมผู้คนได้แบบสบายๆ ระยะทางไม่ไกลจากโตเกียว ทำให้ย่านนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับที่ไม่อัดตาราง
ไฮไลต์ของ ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ คือ หอระฆังโทคิโนะคาเนะ ที่จะตีบอกเวลาในแต่ละช่วงของวัน เสียงระฆังที่ดังท่ามกลางอาคารโบราณช่วยเติมบรรยากาศเอโดะแบบสมบูรณ์ และเป็นมุมถ่ายรูปที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเนือนคาวาโอเกะ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Ikebukuro นั่งรถไฟ Tobu Tojo Line ไปลงสถานี Kawagoe และต่อรถบัส Tobu ไปลงป้าย Ichibangai หรือเดินประมาณ 20-25 นาที
ที่ตั้ง: Saiwaicho, Kawagoe, Saitama 350-0063 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YxipTmD8GVAwLnJ39
13. หอระฆังโทคิโนะคาเนะ (Toki no Kane) | ไซตามะ

หอระฆังโทคิโนะคาเนะ สัญลักษณ์สำคัญของย่านเมืองเก่าคาวาโอเกะหรือที่หลายคนเรียกว่า ลิตเติลเอโดะ หอระฆังไม้สูงเด่นกลางถนนสายเก่า รายล้อมด้วยโกดังโบราณ ร้านขนม และคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนเดิมย้อนเวลากลับไปสู่ยุคเอโกะ เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ และถ่ายรูปแบบไม่ต้องรีบ
ระฆังแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และยังคงทำหน้าที่บอกเวลาให้ชาวเมืองจนถึงปัจจุบัน เสียงระฆังที่ดังขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของวันช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับย่านนี้อย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่แสงแดดอ่อนๆ สะท้อนกับอาคารไม้เก่า ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและคลาสสิกเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ หอระฆังโทคิโนะคาเนะ คือ เสียงระฆังที่ดังวันละ 4 เวลา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งใน 100 เสียงแห่งญี่ปุ่น การได้ยืนฟังเสียงระฆังท่ามกลางถนนเมืองเก่า เป็นประสบการณ์เล็กๆ แต่ลึกซึ้ง ที่ทำให้การมาเยือนคาวาโอเกะมีความหมายมากกว่าการมาเดินถ่ายรูปทั่วไป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Ikebukuro นั่งรถไฟ Tobu Tojo Line ไปลงสถานี Kawagoe แล้วนั่งรถบัสสายที่มุ่งหน้าไปย่านเมืองเก่า แล้วลงป้าย Ichibangai แล้วเดินต่อประมาณ 3-5 นาที
ที่ตั้ง: 〒350-0063 Saitama, Kawagoe, Saiwaicho, 15−7 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XrFT2waGeBzSfVgN6
14. Crayon Shin‑chan Buriburi Cinema Studio | ไซตามะ

พิพิธภัณฑ์และโซน Crayon Shin‑chan Buriburi Cinema Studio ในเมืองคาสุคาเบะ คือพื้นที่ที่แฟนการ์ตูนชินจังจะได้ใกล้ชิดกับโลกการ์ตูนยอดนิยมจากทีวีและมังงะญี่ปุ่น ในอคารชั้น 3 ของห้าง LaLa Garden Kasukabe แสดงฉากจำลองจากเรื่องราวของครอบครัวโนฮาระ ภาพวาด และของสะสมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งการ์ตูนจริงๆ
ที่นี่มีพื้นที่จัดแสดงทั้งภาพนิทรรศการและจุดถ่ายรุปสนุกๆ พร้อมเกมอาร์เคดธีมชินจัง แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เหมือนสวนสนุกเต็มรูปแบบ แต่ก็ให้ความรู้สึกสนุกสนานสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นแฟนการ์ตูน นอกจากนี้ยังมีมุมขายของที่ระลึกเฉพาะเรื่องชินจังที่หาซื้อได้ในสถานที่จริง ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดเช็กอินหยุดพักของทริปเที่ยวเมืองคาสุคาเบะที่ไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ของ Crayon Shin‑chan Buriburi Cinema Studio คือ มุมกิจกรรมและถ่ายรูปกับฉากที่มาจากการ์ตูน พร้อมทั้งยังมีโซนของที่ระลึกสุดน่ารักที่แฟนการ์ตูนสามารถเลือกซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก ซึ่งทำให้ประสบการณ์ที่นี่ไม่ใช่ดูอย่างเดียว แต่ได้เล่น ได้เก็บภาพ ได้ช้อปอย่างครบถ้วนในพื้นที่เดียวกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: ขึ้นรถไฟ Tobu Shytree Line จากสถานีหลักในโตเกียว มุ่งหน้าไปลงสถานี Kasukabe ออกทางออก West Exit แล้วเดินประมาณ 5 นาที ไปยัง LaLa Garden Kasukabe แล้วขึ้นไปที่ชั้น 3 ของห้าง
ที่ตั้ง: 〒344-0064 Saitama, Kasukabe, Minami, 1 Chome−1−1 ララガーデン春日部 3F Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ku8CYhHRw9WUBVgn7
15. ศาลเจ้าชิชิบุ (Chichibu Shrine) | ไซตามะ

ศาลเจ้าชิชิบุเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ใจกลางเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ มีประวัติยาวนานกว่าหนึ่งพันปี และเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญของคนท้องถิ่น บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ เดินสบาย ไม่พลุกพล่านเหมือนศาลเจ้าดังในโตเกียว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง
จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือสถาปัตยกรรมไม้ที่ประณีต โดยเฉพาะงานแกะสลักสีสันสดใส ซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนศาลเจ้าอื่นในภูมิภาคคันโต ใช้เวลาเดินชมไม่นาน แต่ได้ทั้งความสงบ ความสวยงาม และเรื่องราวทางวัฒนธรรม เหมาะมากสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับแบบไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าชิชิบุ คือ งานแกะสลักลิง 3 ตัว เวอร์ชันกลับด้าน ซึ่งมีความหมายเชิงสอนใจต่างจากลิงไม่ดู ไม่ฟัง ไม่พูดแบบที่คุ้นเคย นอกจากนี้ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานเทศกาลกลางคืนชิชิบุอันเลื่องชื่อ ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานีอิเคบุคุโระ นั่งรถไฟสาย Seibu Ikebukuro Line ไปลงสถานี Seibu-Chichibu แล้วเดินเท้าจากสถานีไปประมาณ 10-15 นาทีจะถึงศาลเจ้าชิชิบุ
ที่ตั้ง: 1-3 Banbamachi, Chichibu, Saitama 368-0041 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gXohKiCjb3gHiFqs9
📌 จังหวัดโทจิงิ
16. ศาลเจ้านิกโกโทโชกุ (Toshogu Shrine) | นิกโก้ โทจิงิ

ศาลเจ้านิกโกโทโชกุ คือหนึ่งในศาลเจ้าที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าภูเขาเมืองนิกโก้ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ความโดดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบเอโดะที่ประณีตอลังการ ต่างจากศาลเจ้าญี่ปุ่นทั่วไปที่มักเรียบง่าย ที่นี่เต็มไปด้วยลวดลายแกะสลัก สีทอง และรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนอำนาจและความรุ่งเรืองของโชกุนในอดีต
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของ โทคุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนโทคุงาวะ การเดินชมภายในศาลเจ้าเหมือนการเดินผ่านพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ทั้งประตู ศาลา และอาคารแต่ละหลังล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ เหมาะสำหรับทั้งสายวัฒนธรรม สายถ่ายภาพ และผู้ที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นดั้งเดิมในบรรยากาศที่ขลังและสงบ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้านิกโกโทโชกุ คือ ประตูโยเมมง ประตูไม้แกะสลักสุดวิจิตรที่ได้ชื่อว่าสวยจนยืนดูได้ทั้งวัน รวมถึงลิงสามตัวอันโด่งดัง และภาพแกะสลักแมวหลับที่สื่อถึงความสงบสุข รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ทำให้โทโชกุไม่ใช่แค่ศาลเจ้า แต่เป็นงานศิลปะระดับชาติ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ ประมาณ 1,300 เยน
・เด็ก ประมาณ 450 เยน
วิธีไป: จากสถานี Asakusa นั่งรถไฟสาย Tobu Limited Express ลงที่สถานี Tobu-Nikko แล้วนั่งรถบัสสาย World Heritage Bus ลงป้าย Omotesdando เดินต่อประมาณ 5-10 นาที ถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 2301 Sannai, Nikko, Tochigi 321-1431 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YxGmobtzZpUu2jx46
17. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) | นิกโก้ โทจิงิ

สะพานชินเคียวคือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของนิกโก้ และมักถูกยกให้เป็นสะพานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตัวสะพานสีแดงสดตัดกับธรรมชาติรอบด้าน ทั้งป่าเขาและแม่น้ำไดยะ สร้างภาพที่ดูสงบแต่ทรงพลังในเวลาเดียวกัน เป็นจุดเริ่มต้นทางจิตวิญญาณก่อนเข้าสู่เขตศาลเจ้าและวัดสำคัญของนิกโก้
ความน่าสนใจของสะพานแห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ สะพานเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ และในอดีตใช้เฉพาะพระหรือบุคคลชั้นสูงเท่านั้น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเดินข้ามได้ กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ไม่ว่าจะมาเดือนไหนก็ให้บรรยากาศแตกต่างกันไป โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาว
ไฮไลต์ของ สะพานชินเคียว คือ มุมถ่ายภาพจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ที่จะเห็นสะพานโค้งสีแดงพาดผ่านฉากหลังของธรรมชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หากมาในช่วงเช้าหรือเย็นแสงจะตกกระทบสะพานอย่างนุ่มนวล ทำให้ภาพดูมีมิติและโรแมนติก เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ ก่อนหรือหลังเที่ยวศาลเจ้าโทโชกุ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 15:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: 300 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR จากสถานี Tokyo ลงที่สถานี Tobu-Nikko แล้วขึ้นรถบัส Tobu Bus สายที่มุ่งหน้าไป Omotesando และเดินต่อประมาณ 5 นาที จะถึงสะพานชินเคียว
ที่ตั้ง: Kamihatsuishimachi, Nikko, Tochigi 321-1401 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jMZdTYvKfBHssY5m8
📌 จังหวัดยามานาชิ
18. ทะเลสาบคาวากุจิ (Kawaguchi Lake) | ยามานาชิ

ทะเลสาบคาวากุจิ เป็นหนึ่งในทะเลสาบฟูจิทั้งห้า และถือว่าเดินทางง่ายที่สุดจากโตเกียว เหมาะมากสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับ บรรยากาศรอบทะเลสาบเงียบสงบ มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มตา ในวันที่อากาศเปิด ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นวิวฟูจิสะท้อนผิวน้ำหรือฉากธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
สามารถมาใช้เวลาว่างๆ ชิลๆ ที่นี่ได้ สามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบ นั่งคาเฟ่ริมทาง ปั่นจักรยาน หรือขึ้นกระเช้าชมวิวจากมุมสูงก็ได้ทั้งหมดในวันเดียว โดยไม่ต้องเร่งเวลา เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ สายธรรมชาติ และคนที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่
ไฮไลต์ของ ทะเลสาบคาวากุจิ คือ วิวภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้และชัด โดยเฉพาะบริเวณสวนโออิชิที่จัดสวนดอกไม้ตามฤดูกาล ฉากหน้าของดอกไม้หลากสีตัดกับฟูจิด้านหลังกลายเป็นภาพจำของที่นี่ นอกจากนี้ช่วงซากุระบานและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทะเลสาบคาวากุจิจะสวยเป็นพิเศษ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมฟูจิที่โรแมนติกที่สุดใกล้โตเกียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงสถานี Otsuki เปลี่ยนเป็นรถไฟ Fujikyu Railway ลงสถานี Kawaguchiko แล้วเดินไปที่จุดนี้ได้
ที่ตั้ง: เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LxAfaPahxjD13nkMA
19. โออิชิพาร์ค (Oishi Park) | ยามานาชิ

โออิชิพาร์คเป็นสวนสาธารณะริมทะเลสาบคาวากุจิที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มตา บรรยากาศเปิดโล่ง เดินสบาย และไม่ต้องใช้แรงมาก เหมาะกับทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวแบบไม่เร่งรีบ เสน่ห์ของที่นี่คือการจัดสวนที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สีสดในฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน หรือโทนอบอุ่นของใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายปี
พื้นที่ของสวนทอดยาวเลียบทะเลสาบ มีทางเดินเรียบ เดินเล่น ถ่ายรูป หยุดนั่งชมวิวได้เป็นระยะๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด รอบๆ ยังมีร้านขายของฝาก คาเฟ่และร้านไอศกรีมเล้กๆ ให้แวะพัก ทำให้โออิชิพาร์คเป็นจุดที่ใช้เวลาได้เรื่อยๆ แม้ไม่ได้วางแผนอะไรเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ โออิชิพาร์ค คือ มุมถ่ายภาพที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังและดอกไม้เรียงตัวด้านหน้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายรูปฟูจิสวยระดับไอคอนของคาวากุจิโกะ หากมาในวันที่อากาศเปิด ฟูจิจะปรากฏชัดแบบไม่มีอะไรกั้นเป็นภาพที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง และเป็นเหตุผลหลักที่หลายคนยอมเดินทางมาเพียงเพื่อวิวนี้วิวเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลงสถานี Otsuki เปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Fujikyo Railway ไปลงสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัสสาย Rad Line ไปลงป้าย Oishi Park
ที่ตั้ง: 2525番地の11先 Oishi, Fujikawaguchiko, Minamitsuru District, Yamanashi 401-0305 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NDuvcW6vRYNC1Ug28
📌 ที่เที่ยวจังหวัดกุมมะ
20. สวนสาธารณะซากุระยามะ (Sakurayama Park) | กุมมะ

สวนสาธารณะซากุระยามะ เป็นสวนธรรมชาติชื่อดังในจังหวัดกุมมะ ขึ้นชื่อเรื่องซากุระฤดูหนาว ซึ่งหาได้ยากในญี่ปุ่น สวนตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มองเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อน เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ และพักสายตาจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่
ความพิเศษของที่นี่คือสามารถมาเที่ยวได้หลายฤดู ไม่ใช่แค่ช่วงซากุระบานเท่านั้น ฤดูใบไม้ร่วงจะได้โทนสีส้มแดงของใบไม้ ส่วนฤดูร้อนเขียวชอุ่มและอากาศเย็นกว่าตัวเมือง การจัดพื้นที่เป็นสวนป่า ทำให้เดินได้เพลิน ไม่แออัด เหมาะกับทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวแบบไม่ต้องรีบ
ไฮไลต์ของ สวนสาธารณะซากุระยามะ คือ ซากุระพันธุ์ฟุยุซากุระ ที่บานช่วงปลายใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูหนาว ซึ่งจะเห็นดอกซากุระสีชมพูอ่อนตัดกับใบไม้แดงในเวลาเดียวกัน เป็นภาพที่หาดูได้ยากมากในญี่ปุ่น และเป็นจุดถ่ายรูปที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟ JR Takasaki Line ลงที่สถานี Shinmachi แล้วนั่งแท็กซี่ไปที่สวนสาธารณะซากุระยามะ
ที่ตั้ง: 2166-1 Sanbagawa, Fujioka, Gunma 370-1405 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/v6fXgS6mQGXEppjQ9
การเที่ยว ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ไม่จำเป็นต้องอัดแน่นหรือกระชับเวลามากเกินไป เพราะเพียงนั่งรถไฟออกไปไม่กี่สถานี คุณก็สามารถพบทั้งเมืองเก่า ธรรมชาติ ศาลเจ้า ทะเลสาบ และปราสาทที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองได้อย่างสิ้นเชิง ใครที่เป็นสายชิล สายวัฒนธรรม สายธรรมชาติ หรืออยากเพิ่มวันว่างเล็กๆ ระหว่างทริปโตเกียว สถาน ที่เที่ยวใกล้โตเกียว เหล่านี้ จะช่วยเปิดโลกและได้เห็นญี่ปุ่นในมุมใหม่ๆ นอกโตเกียว และทำให้ทริปนี้น่าจดจำจนอยากกลับมาอีกครั้งแน่นอน














