ย่าน อาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว ไม่เพียงแต่เป็นย่านที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่อย่าง วัดเซ็นโซจิ ยังเป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับตำนานมากมาย ร้านอาหารอาซากุสะ ถือเป็นสวรรค์ของนักกิน ไม่ว่าจะเป็นร้าน ซูชิ กิวคัตสึ ทงคัตสึ สุกี้ยากี้ ชาบูชาบู ราเมง คาเฟ่ ร้านยากินิกุวากิวคุณภาพพรีเมียม ไปจนถึงร้านฮาลาลและร้านมังสวิรัติ ก็มีครบตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม และที่สำคัญมีหลายร้านที่ได้รับรีวิวระดับ 4.5 ถึง 5 ดาวจากทั้งคนญี่ปุ่นและนักเดินทางทั่วโลก ใครมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น และกำลังมองหาร้านอร่อย ร้านเด็ด ร้านดัง เซฟลิสต์นี้เก็บไว้ทำทริป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ได้เลย! ไม่พลาดร้านเด็ดๆ อย่างแน่นอน
24 ร้านอาหารอาซากุสะ ร้านเด็ด ร้านดังระดับตำนาน ย่าน Asakusa รีวิวเยอะ 2025
1. Asakusa Gyukatsu

ร้าน Asakusa Gyukatsu เป็นร้านกิวคัตสึ ชื่อดังของญี่ปุ่นตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว ใกล้ทางเข้าวัดเซนโซจิ เพียงไม่กี่นาทีจากสถานี Asakusa เป็นร้านขนาดกะทัดรัดตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มีที่นั่งไม่มากจึงมักมีคิวรอ โดยเฉพาะช่วงเที่ยงและเย็น ร้านนี้ทุ่มเทให้เมนูเดียวคือ กิวคัตสึ โดยร้านจะนำเนื้อวัวคุณภาพดีไปชุบแป้ง และเกล็ดขนมปัง แล้วทอดอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 60-90 วินาที เพื่อให้ได้ความกรอบนอกและคงความนุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ด้านในในระดับ Medium Rare ซึ่งทำให้รสชาติและประสบการณ์โดดเด่นกว่าร้านทั่วไป
จุดเด่นของร้าน Asakusa Gyukatsu คือ “กิวคัตสึ” (gyukatsu) เมนูเนื้อวัวชุบแป้งทอด ซึ่งที่ร้านจะมีเมนูเดียวของร้าน แต่ลูกค้าสามารถเลือกขนาดเนื้อได้ เช่น 100 กรัม 130 กรัม และ 260 กรัม โดยร้านจะทอดแค่พอสุกด้านนอกและคงความนุ่มฉ่ำด้านในเอาไว้ เสิร์ฟมาพร้อมเตาหินร้อนเพื่อให้ลูกค้าย่างต่อเองบนโต๊ะ ตามระดับความสุกที่ต้องการ ภายในเซ็ตจะประกอบไปด้วย ข้าวญี่ปุ่น ซุปมิโสะ กะหล่ำซอย สลัดมันฝรั่ง สามารถเลือกทานคู่กับ วาซาบิ เกลือ หรือซอสสูตรเฉพาะของร้าน ทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและบรรยากาศเป็นกันเอง ทำให้ Asakusa Gyukatsu กลายเป็นหนึ่งในร้านยอดนิยมของผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติ “กรอบนอก นุ่มใน” ของกิวคัตสึแท้ ๆ ในโตเกียว
วิธีการทานให้อร่อยตามคำแนะนำของร้าน
1. ย่างเนื้อบนเตาหินร้อน จากนั้นกินแบบไม่ต้องปรุงอะไร
2. อิ่มอร่อยกับ 3 รสชาติ ทานคู่กับ วาซาบิ+โชยุ / วาซาบิ+ซอสทงคัตซึ / วาซาบิ+เกลือ
3. ราดมันเทศญี่ปุ่นลงบนข้าวผสมกับเมนไทโกะ
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Gyukatsu
1. Beef Cutlet Set Meal 130g
2. Beef Cutlet Set Meal 195g
3. Beef Cutlet Set Meal 260g
ที่ร้านมีเมนูเดียว เสิร์ฟทุกอย่างเหมือนกันหมดแตกต่างกันตรงปริมาณของเนื้อที่ต้องการรับประทาน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:00 น. ถึง 23:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dJm9Vaj2tBcCG8MH6
2. Yoshikami Asakusa Ten / Yoshoku Yoshikami

ร้าน Yoshikami Asakusa Ten / Yoshoku Yoshikami เป็นร้านอาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “โยโชกุ” (Yōshoku) มีชื่อเสียงและเป็นที่รักของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมายาวนานในย่านอาซากุสะ (Asakusa) กรุงโตเกียว ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1951 และยังคงรักษากลิ่นอายของร้านอาหารยุคโชวะ (Showa-era) หรือยุค 50 ไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการตกแต่งภายในที่ย้อนยุคให้บรรยากาศเหมือนร้านอาหารสไตล์อเมริกันไดเนอร์เก่าๆ ไฮไลต์สำคัญคือ ป้ายร้านที่เขียนสโลแกนสุดกวนว่า “ขออภัยที่อร่อยเหลือเกิน!” (Sorry for being so delicious!) แสดงถึงความมั่นใจในรสชาติของอาหาร เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ร้านเป็นที่น่าจดจำ
จุดเด่นของร้าน Yoshikami Asakusa Ten คือเมนูอาหารที่ปรุงอย่างมีฝีมือ โดยเฉพาะสตูว์เนื้อ (Beef Stew) ที่ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ เนื้อวัวจะถูกเคี่ยวอย่างช้า ๆ กับซอสเดมิกลาส (demi-glace sauce) เข้มข้นนาน 2-3 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่มละลายในปาก สามารถตัดได้ด้วยช้อน และซึมซับรสชาติของซอสได้อย่างล้ำลึก อีกเมนูที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ ข้าวห่อไข่ (Omurice) ที่มีขนาดใหญ่ เสิร์ฟแบบร้อน ๆ พร้อมซอสมะเขือเทศที่ออกรสเปรี้ยวอมหวานตัดกับความหวานของข้าวและไข่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมี แฮมเบิร์กสเต็ก (Hamburger Steak) ที่ฉ่ำเนื้อและราดด้วยซอสเดมิกลาสรสเข้มข้น การปรุงอาหารส่วนใหญ่จะทำในครัวแบบเปิด ทำให้ลูกค้าที่นั่งที่เคาน์เตอร์สามารถรับชมพ่อครัวทำอาหารได้
เมนูแนะนำของร้าน Yoshikami Asakusa Ten / Yoshoku Yoshikami
1. Beef Stew = สตูว์เนื้อ
2. Omurice = ข้าวห่อไข่
3. Hamburg Steak = แฮมเบิร์กสเต็ก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – พุธ และวันศุกร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 21:00 น.
วันหยุด: วันพฤหัสบดี
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/34QpX2C7FP2y1Znm6
3. Gyumon Halal Ramen Asakusa

ร้าน Gyumon Halal Ramen Asakusa เป็นร้านราเมง ที่เปิดขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะให้ชาวมุสลิมได้เพลิดเพลินกับรสชาติราเมงญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยที่อาหารทุกจานได้รับการรับรอง ฮาลาล (Halal Certified) อยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) กรุงโตเกียว ที่ร้านไม่มีการใช้เนื้อหมูในทุกกระบวนการปรุงอาหารและวัตถุดิบ จุดเริ่มต้นของร้านมาจากเครือร้านยากินิกุ “กิวมง” ที่เชี่ยวชาญด้านเนื้อวากิวฮาลาล จึงนำกระดูกและเนื้อวากิวชั้นดีมาเคี่ยวจนได้น้ำซุปที่หอมหวานและเข้มข้นแทนการใช้กระดูกหมูหรือไก่แบบดั้งเดิม
จุดเด่นของร้าน Gyumon Halal Ramen Asakusa คือ เป็นร้าน “ฮาลาล 100%” และการมี “ห้องละหมาด” (Prayer Room) ที่สะอาดและสะดวกสบายพร้อมสำหรับการทำพิธีละหมาดตลอดเวลา ซึ่งมอบความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ “ราเมงวากิวเผ็ด” (Wagyu Spicy Ramen) ที่โดดเด่นด้วยเส้นราเมงโฮมเมดแบบหยักขนาดกลางที่เหนียวนุ่มในน้ำซุปเข้มข้นที่ทำจากกระดูกวากิวฮาลาล และเครื่องปรุงกว่า 20 ชนิด ท็อปด้วยเนื้อวากิวฮาลาลเกรด A5 ลายหินอ่อนคุณภาพสูง นอกจากราเมงแล้วทางร้านยังมีเมนูอื่นๆ อย่างเช่น ข้าวหน้าสุกียากี้เนื้อวากิว (Kuroge Wagyu Beef Sukiyaki Bowl) และไก่ทอดคาราอาเกะ (Crispy Fried Chicken) ที่เป็นฮาลาลเช่นกัน ด้วยความที่มีเมนูที่หลากหลายจึงเป็นร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
เมนูแนะนำของร้าน Gyumon Halal Ramen Asakusa
1. Wagyu Spicy Ramen
2. Wagyu White Borth
3. Wagyu Sukiyaki Bowl
4. Gyukatsu A5 Wagyu
5. Karaage and Gyoza Combo
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 22:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZuDe6uZasfBE5LYP6
4. Halal Wagyu Ramen & Gyukatsu GYUMON Kaminarimon Tokyo Asakusa

ร้าน Halal Wagyu Ramen & Gyukatsu GYUMON Kaminarimon Tokyo Asakusa เป็นร้านราเมง และกิวคัตสึ (เนื้อวัวชุบแป้งทอด) แบบฮาลาลที่รวมเอาสองเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมไว้ในที่เดียว โดยตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกใกล้กับประตูคามินาริมงอันเป็นสัญลักษณ์ของย่านอาซากุสะ (Asakusa) โตเกียว ร้านนี้เป็นสาขาหนึ่งของเครือ Gyumon ที่มีชื่อเสียงด้านการใช้เนื้อวากิวฮาลาลเกรด A5 คุณภาพสูง และมีปรัชญาในการมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศที่ชาวมุสลิมสามารถเพลิดเพลินได้อย่างสบายใจ เมนูทุกจานในร้านได้รับการรับรอง ฮาลาล 100% โดยไม่มีส่วนผสมของเนื้อหมูหรือแอลกอฮอล์ใดๆ
จุดเด่นของร้าน Halal Wagyu Ramen & Gyukatsu GYUMON Kaminarimon Tokyo Asakusa คือ การใช้น้ำซุปกระดูกเนื้อวากิวเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้น หอมหวาน มีความอูมามิสูง แทนการใช้น้ำซุปแบบดั้งเดิม และท็อปด้วยเนื้อวากิวฮาลาลลายหินอ่อนนุ่มละมุนลิ้น อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด กิวคัตสึ (Gyukatsu) ซึ่งเป็นเนื้อสันนอกวากิวฮาลาลที่นำไปทอดแบบเร็วเพื่อให้ภายนอกกรอบ แต่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำในระดับแรร์ และเสิร์ฟพร้อม เตาหินร้อน ให้ลูกค้าสามารถย่างเพิ่มความสุกได้เองตามความชอบ นอกจากนี้ยังมีเมนูเสริม เช่น เกี๊ยวซ่า (Gyoza) ฮาลาลที่น่าลิ้มลองอีกด้วย
เมนูแนะนำของร้าน Halal Wagyu Ramen & Gyukatsu GYUMON Kaminarimon Tokyo Asakusa
1. A5 Wagyu Ramen & Gyukatsu
2. Tempura Rice Bowl & Wagyu Ramen Set
3. Gyudon & Wagyu Ramen Set
4. Vegan Ramen
5. Wagyu Gyukatsu & Shrimp
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 22:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Z5zCEM1qSci92Fwj7
5. Tempura Asakusa SAKURA

ร้าน Tempura Asakusa SAKURA เป็นร้านเทมปุระ ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ใกล้สถานี Asakusa เดินเพียง 1 นาที ร้านตกแต่งสวยงามในสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย พร้อมที่นั่งเคาน์เตอร์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ชมเชฟทอดเทมปุระสด ๆ ต่อหน้าต่อตา บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นในบรรยากาศที่ทันสมัย
จุดเด่นของร้าน Tempura Asakusa SAKURA คือ การนำเสนอเทมปุระที่ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free) ทั้งหมด โดยที่ร้านจะใช้เป็นแป้งข้าวเจ้า ทำให้เทมปุระมีความกรอบและเบาเป็นพิเศษ และใช้น้ำมันงาขาวผสมกับน้ำมันคาโนลา ซึ่งช่วยลดการดูดซึมน้ำมันลงถึง 40% ทำให้เทมปุระมีความกรอบนอก นุ่มใน และมีแคลอรีต่ำ เมนูที่แนะนำเซ็ต “Wagyu Sirloin Luxurious Tempura Bowl” ที่ใช้เนื้อวากิวคุณภาพสูง และเซ็ตรวมเทมปุระกุ้งและผักสด ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นและน้ำซุปดาชิ นอกจากนี้ยังมีแบบ “Omakase” ซึ่งเสิร์ฟเทมปุระจากวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาล ทั้งผัก อาหารทะเล รวมถึงยังมีคอร์สอาหารมังสวิรัติ (Vegetarian Course) ไว้บริการด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านอาหารที่หลากหลาย และที่พิเศษคือ เทมปุระเนื้อวากิวฮาลาล (Halal Wagyu Beef Tempura) ที่หาได้ยากตามร้านเทมปุระทั่วไป
เมนูแนะนำของร้าน Tempura Asakusa SAKURA
1. Wagyu Sirloin Luxurious Tempura Bowl
2. Seared Meat Sushi (2pieces)
3. SAKURA Tempura Bowl
4. Omakase – SAKURA Seafood & Vegetables
5. Omakase – Vegetable 10 kinds of Vegetables
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 12:00 น. ถึง 20:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 เยน (215 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/7Rpf8A5SX95qhqh6A
6. Asakusa Monja Zenya

ร้าน Asakusa Monja Zenya เป็นมอนจายากิ (Monjayaki) และโอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) เป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดนิยมในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว เป็นอาหารท้องถิ่นสไตล์แพนเค้กญี่ปุ่นที่ปรุงบนเตาเหล็ก (teppan) ร้านนี้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นว่าเป็นหนึ่งในร้านดังที่เสิร์ฟมอนจายากิที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ใกล้สถานีอาซากุสะ โดยเดินเพียงประมาณ 2 นาที
จุดเด่นของร้าน Asakusa Monja Zenya คือ มีเมนูมอนจายากิที่หลากหลาย โดยเฉพาะเมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพดีและสดใหม่ เช่น เมนูยอดนิยมที่มีส่วนผสมของ เมนไทโกะ (Mentaiko) ใบชิโสะ (Shiso leaves) โมจิ (Mochi) และ ชีส ซึ่งให้รสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมไม่เหมือนใคร นอกจากมอนจายากิแล้ว ทางร้านยังมีเมนูโอโคโนมิยากิ และอาหารสไตล์อิซากายะ (Izakaya) ให้เลือกสั่งอีกด้วย
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Monja Zenya
1. Mentaiko Mochi Monjayaki
2. Squid Ink Monjayaki
3. Seafood Monjayaki
4. Okonomiyaki
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 10:30 น. ถึง 23:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 780 เยน (170 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bwpiyrpzFJnk8Dvm9
7. Asakusa Imahan

ร้าน Asakusa Imahan เป็นร้านสุกียากี้และชาบูชาบู ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ถือเป็นตำนานของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 (สมัยเมจิที่ 28) และมีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี เป็นร้านอาหารที่เชี่ยวชาญในเมนูเนื้อวัวชั้นเลิศ โดยเฉพาะเมนูสุกียากี้ (Sukiyaki) และชาบูชาบู (Shabu-Shabu) ที่ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์อันเป็นที่รักของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ร้านให้ความสำคัญกับการคัดสรรเนื้อวัวอย่างพิถีพิถัน โดยใช้เฉพาะ เนื้อวัวดำญี่ปุ่นวากิว (Japanese Black Wagyu) คุณภาพสูงสุดที่คัดเลือกมาจากทั่วประเทศ รวมถึงเนื้อโกเบ (Kobe Beef) ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความนุ่มละมุนและไขมันแทรกสวยงามจนแทบละลายในปาก นอกจากความโดดเด่นของเนื้อแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับผักสดตามฤดูกาล
จุดเด่นของร้าน Asakusa Imahan คือ เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือ สุกียากี้ ซึ่งพนักงานเสิร์ฟจะมาปรุงให้ถึงโต๊ะ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานเนื้อในแบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากสุกี้ยากี้แล้ว ทางร้านยังมีบริการชาบูชาบู และอาหารชุดไคเซกิ (Kaiseki) ที่พิเศษคือในช่วงกลางวันทางร้านมีเมนูยอดนิยมอย่างข้าวหน้าเนื้อสุกี้ยากี้ (Gyudon) ที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้นให้บริการอีกด้วย
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Imahan
1. Sukiyaki Set
2. Gyupon Set
3. Limited Wafu Steak
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 14:30 น. และ 16:00 น. ถึง 20:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6YYGxuchmpU4T9947
8. Asakusa Unana

ร้าน Asakusa Unana เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลย่าง เป็นร้านยอดนิยมในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ที่เชี่ยวชาญด้านเมนูปลาไหลญี่ปุ่นย่าง (Unagi) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Asakusa บรรยากาศร้านเรียบง่ายและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลิ้มรสปลาไหลคุณภาพสูงในรูปแบบที่สะดวกและรวดเร็ว เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น และมักมีลูกค้าแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงวันหยุด
จุดเด่นของร้าน Asakusa Unana คือ เมนู “ข้าวปั้นหน้าปลาไหล” เป็นข้าวปั้นย่างที่วางท็อปด้วยปลาไหลย่างราดซอสสูตรเฉพาะของร้าน เสิร์ฟในกระดาษห่อแบบดั้งเดิม ราคาย่อมเยา นอกจากนี้ยังมีเมนูปลาไหลย่างเสิร์ฟบนข้าวในกล่องไม้ที่ได้รับความนิยมสูง รวมถึงเมนูเสริมอย่าง ตับปลาไหลย่างและซุปตับปลาไหลที่รสชาติเข้มข้น ร้านนี้จึงเหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นที่ชื่นชอบปลาไหลญี่ปุ่นคุณภาพดีในบรรยากาศง่าย ๆ และบริการรวดเร็ว
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Unana
1. Eel Grilled Rice Balls = ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง 630 เยน
2. Una Shigematsu = ข้าวหน้าปลาไหลย่าง 300 กรัม 2,790 เยน
3. Unajutake = ข้าวหน้าปลาไหลย่าง 200 กรัม 2,230 เยน
4. Kabayaki Matsu = ปลาไหลย่าง 300 กรัม 2,540 เยน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 9:30 น. ถึง 17:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 630 เยน (135 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UkkYTg3gymKy6ir1A
9. Asakusa Sushi Ken

ร้าน Asakusa Sushi Ken เป็นร้านซูชิ ที่มีชื่อเสียงในย่านอาซากุสะ (Asakusa) กรุงโตเกียว โดดเด่นเป็นพิเศษในฐานะร้านซูชิที่ได้รับการรับรองฮาลาลแห่งแรกในโตเกียว ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ซูชิแท้ ๆ ในญี่ปุ่น ร้านนี้ให้บริการซูชิแบบเอโดะมาเอะ (Edo-style Sushi) ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่คุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะปลาทะเลที่คัดสรรมาจากตลาดทุกเช้า และมีเมนูที่หลากหลาย เช่น ซูชินิกิริ (Nigiri Sushi) ต่าง ๆ รวมถึงเมนูพรีเมียมอย่าง โอโทโร่ เอนงาวะและเมนูย่างไฟ ซึ่งทั้งหมดปรุงขึ้นด้วยส่วนผสมที่ได้รับการรับรองฮาลาล ไม่มีการใช้แอลกอฮอล์หรือเนื้อหมูในขั้นตอนการเตรียมอาหาร
จุดเด่นของร้าน Asakusa Sushi Ken คือ การเป็นร้านที่ผสานระหว่างศิลปะการทำซูชิแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับการให้ความสำคัญกับข้อกำหนดทางศาสนา ร้านนี้ไม่เพียงแต่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพของซูชิที่สดใหม่และรสชาติที่ยอดเยี่ยม เมนูของร้านเน้นความหลากหลายและคุณภาพสูง ใช้วัตถุดิบสดใหม่ รสชาติอร่อย และยังตั้งอยู่ในทำเลสะดวก ใกล้สถานี Asakusa เดินเท้าเพียงไม่กี่นาที ทำให้ Asakusa Sushi Ken เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Sushi Ken
1. Special Sushi
2. Salmon Rice Bowl
3. Tuna & Salmon Sushi
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อังคาร และวันพฤหัสบดี – อาทิตย์ 12:00 น. ถึง 15:00 น. และ 17:00 น. ถึง 22:00 น.
วันหยุด: วันพุธ
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 630 เยน (135 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vtPQg5VJvSGFiJT27
10. Wagyu Yakiniku PANGA Asakusa | Tokyo Halal restaurant

ร้าน Wagyu Yakiniku PANGA Asakusa | Tokyo Halal restaurant เป็นร้านยากินิกุ (เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น) ที่มีชื่อเสียงและตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ กรุงโตเกียว ร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดีและโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของการเป็น ร้านยากินิกุวากิวที่ได้รับการรับรองฮาลาล (Halal Certified) โดยใช้วัตถุดิบเนื้อวากิวและเครื่องปรุงที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามทั้งหมด สามารถลิ้มลองรสชาติของเนื้อวัวญี่ปุ่นคุณภาพสูงได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านอาหาร ร้านนี้มีชื่อเสียงในการคัดเลือกและใช้เนื้อวากิวญี่ปุ่นขนดำเกรด A5 คุณภาพสูง ซึ่งเป็นเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องลายหินอ่อนสวยงามและความนุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก นอกจากนี้ PANGA ยังมีการซื้อวัวทั้งตัว ทำให้สามารถนำเสนอเมนูเนื้อวากิวคุณภาพเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้
จุดเด่นของร้าน Wagyu Yakiniku PANGA Asakusa | Tokyo Halal restaurant คือ การย่างเนื้อวากิวชั้นเลิศด้วยตัวเองบนเตาย่างส่วนตัวที่โต๊ะ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการปิ้งย่างในแบบที่คุณชอบที่สุดได้ เนื้อที่เสิร์ฟมีตั้งแต่ส่วนที่เป็นที่นิยมอย่างเนื้อซี่โครง (Ribeye) และเนื้อสันนอก (Sirloin) ไปจนถึงเนื้อส่วนหายาก (Rare Cuts) ที่มีการคัดสรรมาเป็นพิเศษ นอกจากเมนูตามสั่งแล้ว ทางร้านยังมีคอร์สเมนูพิเศษที่จัดชุดเนื้อวากิวเกรด A5 โดยเฉพาะ ซึ่งมี BMS (Beef Marbling Standard) 10 ขึ้นไป เป็นเนื้อที่มีคุณภาพและไขมันแทรกสวยงาม เนื้อนุ่มละมุนลิ้น
เมนูแนะนำของร้าน Wagyu Yakiniku PANGA Asakusa | Tokyo Halal restaurant
1. A5 Premium Wagyu Platters
2. A5 Special Wagyu Platters
3. PANGA Course
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 16:30 น. ถึง 22:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/k7AVs6tMittuAE1U6
11. Asakusa Ramen Yoroiya

ร้าน Asakusa Ramen Yoroiya เป็นร้านราเมง เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 30 ปี ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ใกล้กับวัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) โตเกียว เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1991 ด้วยความโดดเด่นของราเมงสไตล์โชยุที่มีรสชาติกลมกล่อมและหอมกรุ่น ซุปทำจากการเคี่ยวกระดูกหมูและไก่รวมกับสาหร่ายคอมบุและปลาแห้งหลากชนิด เส้นราเมงของร้านเป็นเส้นบางและหยักเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ซึมซับน้ำซุปได้ดี เรียกได้ว่าเป็น “ราเมงโชยุสไตล์โตเกียวดั้งเดิมแห่งอาซากุสะ” ร้านตั้งอยู่ห่างจากสถานี Asakusa เพียงประมาณ 5 นาที เดินทางสะดวกและบรรยากาศเรียบง่ายเป็นกันเอง
จุดเด่นของร้าน Asakusa Ramen Yoroiya คือ น้ำซุปโชยุสีเข้มที่มีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ปรุงจากฐานน้ำซุป “ดับเบิ้ล” คือการผสมผสานระหว่างซุปที่ทำจากเนื้อสัตว์และซุปจากอาหารทะเล เช่น คอมบุ และปลาแห้งสามชนิด ทำให้ได้รสอูมามิที่ลึกซึ้งและหอมอร่อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟพร้อมเส้นราเมงหยิกที่เหนียวนุ่มกำลังดี และเครื่องเคียงคลาสสิกอย่างหมูชาชูชิ้นหนานุ่ม และหน่อไม้ดอง ไฮไลต์ที่ทำให้ราเมงของ Yoroiya โดดเด่นไม่เหมือนใครคือการตกแต่งด้วย “ไข่แฝด” (Futago Tamago) ซึ่งเป็นไข่สองฟองในเปลือกเดียวที่ถูกนำมาดองในซอสโชยุสูตรพิเศษ และยังมีราเมงซุปต่างๆ ให้ลิ้มลอง เช่น ราเมงบ๊วย Salted Plum Ramen ที่เติมลูกพลัมอุเมะเพิ่มความเปรี้ยวสดชื่น นอกจากนี้ยังมีเกี๊ยวซ่าที่กรอบนอกนุ่มในซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก ร้านนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากลิ้มรสราเมงสูตรดั้งเดิมในบรรยากาศสบาย ๆ ใจกลางอาซากุสะ
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Ramen Yoroiya
1. Special Ramen (Yuzu Ramen) = ยูซุราเมง 1,450 เยน
2. Special BBQ Pork Ramen = ราเมงหมูบาร์บีคิว 1,350 เยน
3. Tamagoyaki Ramen = ราเมงไข่ม้วนญี่ปุ่น 1,150 เยน
4. Salted Plum Ramen = ราเมงบ๊วยเค็ม 1,100 เยน
5. Handmade Large Fried Dumplings (3 pieces) = เกี๊ยวซ่าแฮนด์เมด 3 ชิ้น 450 เยน
6. Special Tsukemen = ราเมงแบบจุ่ม 1,450 เยน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 8:30 น. ถึง 10:00 น. และ 11:00 น. ถึง 20:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 เยน (215 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ck3gLC64Ze3zsEhv5
12. TORASUZU (寅鈴)

ร้าน TORASUZU (寅鈴) เป็นร้านอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงในกรุงโตเกียว โดยมีสาขาหลักตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) และยังมีสาขาอื่นที่ คันดะ (Kanda) ร้านนี้เชี่ยวชาญในการเสิร์ฟเมนู ยากิโทริ (Yakitori) ไก่ย่างเสียบไม้ที่มีรสชาติอร่อย และอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะอีกมากมาย เช่น ซาชิมิ (Sashimi), เทมปุระ (Tempura), และ อาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายชนิด เช่น สาเก พรีเมียม
จุดเด่นของร้าน TORASUZU (寅鈴) คือ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ไก่ที่มีความสดใหม่ และเนื้อแน่น รวมถึงการใช้เทคนิคการย่างที่มีความพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด เมนูยากิโทริของร้านมีความหลากหลายทั้งแบบเนื้อไก่และส่วนต่างๆ ของไก่ ทำให้ทุกคำมีรสชาติอันหลากหลายและอร่อย การบริการของร้านนั้นเป็นแบบ โอมากาเสะ (Omakase) คือเชฟจะเสิร์ฟเมนูให้ตามความเหมาะสมของวัน ทำให้ประสบการณ์การทานอาหารที่ TORASUZU มีความพิเศษและไม่ซ้ำกันในทุกๆ ครั้งที่ไป
เมนูแนะนำของร้าน TORASUZU (寅鈴)
1. Assorted Skewers (11 pcs) = 2,980 เยน
2. Assorted Skewers (6 pcs) = 1,860 เยน
3. Long-Sushi = ซูชิยาว 40 เซนติเมตร
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 23:00 น.
วันหยุด: วันจันทร์
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 เยน (110 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oawETM9UomrzUrbQ8
13. Kuroge Wagyu Ichinoya Asakusa

ร้าน Kuroge Wagyu Ichinoya Asakusa เป็นร้านอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในย่านอาซากุสะ โตเกียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบเนื้อวากิวระดับพรีเมียม ร้านนี้โดดเด่นด้วยเมนูจานหลักอย่าง “ข้าวหน้าสเต็กวากิว” ที่รังสรรค์จากเนื้อวากิว “คุโรเกะ” (วัวดำญี่ปุ่น) คัดสรรคุณภาพดีที่สุด ซึ่งเนื้อจะมีความนุ่มและลายหินอ่อนสวยงามละลายในปาก รูปแบบการเสิร์ฟคล้ายกับ ฮิตสึมาบุชิ (Hitsumabushi) ที่ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับรสชาติของเนื้อวากิวใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันในมื้อเดียว คือ การทานแบบต้นตำรับ การคลุกเคล้ากับไข่แดงดิบเพื่อเพิ่มความมันและนุ่มละมุน และการทานแบบ โอชาซึเกะ (Ochazuke) คือ การราดน้ำซุปดาชิ (น้ำซุปเนื้อวัวหอมกรุ่น) ลงบนข้าว กลายเป็นข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่น
จุดเด่นของร้าน Kuroge Wagyu Ichinoya Asakusa คือ การเน้นที่คุณภาพของวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้เนื้อวากิว “คุโรเกะ” เกรดสูง (บางเมนูอาจใช้เนื้อ A5) และข้าวพันธุ์โคชิฮิคาริ (Koshihikari) ชื่อดังของญี่ปุ่น ทำให้ทุกคำที่รับประทานเต็มไปด้วยรสชาติที่เข้มข้นและอร่อยลงตัว นอกจากเมนูข้าวหน้าสเต็กวากิวที่โด่งดังแล้ว ร้านยังมีเมนูพรีเมียมอื่นๆ เช่น ข้าวหน้าเนื้อสันใน (Fillet) หรือ ชาโตบริยองด์ (Chateaubriand) ให้เลือกตามความชอบ
เมนูแนะนำของร้าน Kuroge Wagyu Ichinoya Asakusa
1. Special Rare Steak Stack = สเต็กเนื้อวากิวส่วนซี่โครง
2. Top Rare Steak Stack = สเต็กเนื้อวากิวส่วนเนื้อน่องหลังวัว
3. Melt in your mouth fillet steak = สเต็กเนื้อวากิวส่วนที่นุ่มที่สุด
4. Top Quality Chateaubriand = สเต็กชาโตบริยองด์
5. Yakiniku Ju = ข้าวหน้าเนื้อย่าง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 11:00 น. ถึง 16:30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ 11:00 น. ถึง 16:30 น. และ 18:00 น. ถึง 19:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,200 เยน (470 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gAiBHYTzsAnutM9A9
14. Asakusa Menchi (浅草メンチ)

ร้าน Asakusa Menchi (浅草メンチ) เป็นร้านหมูชุบแป้งทอด ตั้งอยู่ในย่าน อาซากุสะ (Asakusa) ของกรุงโตเกียว โดยมีความเชี่ยวชาญในการทำ เมนชิ คัตสึ (Mechi Katsu) คือ เนื้อบดชุบเกล็ดขนมปังทอด แบบญี่ปุ่น เรียกง่ายๆ ว่า “หมูทอดชุบแป้ง” ที่มีรสชาติอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในร้านยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูหมูทอดในแบบญี่ปุ่น มีความกรอบนอกนุ่มใน ร้านนี้ใช้เนื้อหมูคุณภาพดีที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยมีสูตรการทอดที่ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่พอดี ทุกคำที่กัดจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ลงตัวและความกรอบอร่อย ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ วัดเซนโซจิ (Senso-ji Temple) ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญในย่านนี้
จุดเด่นของร้าน Asakusa Menchi คือ การใช้เนื้อหมูคุณภาพดีที่ผ่านการปรุงรสอย่างพิถีพิถันและทอดจนกรอบนอกนุ่มใน โดยเสิร์ฟเป็นชิ้นขนาดพอดีคำที่มีรสชาติหวานมันจากเนื้อหมูและแป้งทอดที่บางกรอบ นอกจากเมนชิแล้ว ร้านยังมีเมนูอื่น ๆ เช่น ข้าวหน้าหมูทอดและเมนูทานเล่นที่อร่อยไม่แพ้กัน เป็นเมนูของว่างญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในย่านอาซากุสะ
เมนูแนะนำของร้าน Asakusa Menchi (浅草メンチ)
1. Asakusa Menchi = 350 เยน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 10:00 น. ถึง 19:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 350 เยน (75 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/b24PkvRqKrVDCP7N8
15. LaVASARA CAFE&GRILL

ร้าน LaVASARA CAFE & GRILL เป็นร้านอาหารอิตาเลียน ที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว เป็นร้านอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารตะวันตกและวัตถุดิบญี่ปุ่นตามฤดูกาลได้อย่างลงตัว โดยมีเมนูที่หลากหลายทั้งเครื่องดื่มและอาหารจานย่างที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่และมีคุณภาพ เช่น Grilled Seasonal Vegetables Cartoccio Style เมนูผักย่างตามฤดูกาล ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ร้านนี้ยังมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีคอร์สอาหารต่างๆ ยอดนิยม ให้เลือกประจำวันอีกด้วย เช่น Full Satisfaction Course 6 dishes
จุดเด่นของร้าน LaVASARA CAFE&GRILL คือ สเต็กเนื้อวากิว A5 ที่ใช้เนื้อวากิวคุณภาพดี มีพาสต้าโฮมเมด พิซซ่า และของหวาน โดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของญี่ปุ่น ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล ไวน์ และเครื่องดื่มแบบคาเฟ่ ให้เลือกตามความชอบ นอกจากนี้ยังมีเมนูขนมหวานที่ทำเองภายในร้าน เช่น เค้กและพายผลไม้ ที่เข้ากันได้ดีกับกาแฟหอม ๆ การผสมผสานของรสชาติที่หลากหลายและการบริการที่อบอุ่นทำให้ร้านนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวท้องถิ่นที่มองหาความผ่อนคลายและอร่อยในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
เมนูแนะนำของร้าน LaVASARA CAFE&GRILL
1. Yonezawa ground beef truffle bolonese = พาสต้าเนื้อบดโยเนซาวะทรัฟเฟิลโบโลเนส
2. Grilled Seasonal Vegetables Cartoccio Style = ผักย่างตามฤดูกาลสไตล์คาร์โตชิโอ
3. Pizza Margherita = พิซซ่ามาร์การิต้า
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 23:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 เยน (215 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/e9mhT8U4DU4wQyxg7
16. HALAL AND VEGAN RAMEN DATTEBAYO Asakusa

ร้าน HALAL AND VEGAN RAMEN DATTEBAYO เป็นร้านราเมง แบบฮาลาลที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่ทานมังสวิรัติ และผู้ที่ต้องการอาหารฮาลาล ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ของเมืองโตเกียว โดยร้านนี้จะนำเสนอราเมงที่มีรสชาติกลมกล่อมและส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด ตั้งแต่เส้นราเมงทำจากแป้งเกรดพรีเมียมจนถึงน้ำซุปที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอม ราเมงที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางอาหารหรือผู้ที่ต้องการประสบการณ์การทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์และส่วนผสมจากสัตว์ ร้านยังให้บริการน้ำซุปที่ปราศจากสารพิษและน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำซุปมิโสะซอสแบบญี่ปุ่นที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานเข้มข้น
จุดเด่นของร้าน HALAL AND VEGAN RAMEN DATTEBAYO คือ การนำเสนอเมนูราเมงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ทานอาหารฮาลาลและมังสวิรัติ โดยยังคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของราเมงญี่ปุ่นไว้ได้อย่างครบถ้วน ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ ราเมงซุปข้นสไตล์มิโสะ และราเมงซุปไก่ (ใช้เห็ดและเต้าหู้) ที่ได้รับความนิยมสูง โดยเชฟจะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากผู้ผลิตที่ใส่ใจในความบริสุทธิ์และแหล่งที่มา นอกจากนี้ยังมีการให้บริการที่อบอุ่นและเป็นมิตร พร้อมทั้งการตกแต่งร้านที่ทันสมัยและสะอาด ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาตัวเลือกอาหารที่เข้ากับวิถีชีวิตของพวกเขาในโตเกียว
เมนูแนะนำของร้าน HALAL AND VEGAN RAMEN DATTEBAYO Asakusa
1. Spicy Special Chicken Soup Ramen = 2,100 เยน
2. A5 Wagyu Special Ramen 50g / 100g / 150g = 2,400 เยน / 3,700 เยน / 4,900 เยน
3. Special Chicken Soup Ramen with Wagyu Sukiyaki Rice Bowl
4. Vegan Ramen
Ramen Spicy Levels สามารถเพิ่มความเผ็ดได้
Spicy Level 1 + 100 เยน
Spicy Level 2 + 150 เยน
Spicy Level 3 + 200 เยน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันจันทร์ -พฤหัสบดี และวันเสาร์ อาทิตย์ 10:00 น. ถึง 22:00 น.
เปิดวันศุกร์ 14:00 น. ถึง 22:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 เยน (215 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/SJnGWtqfgAkX8oDL7
17. Gonpachi Asakusa

ร้าน Gonpachi Asakusa เป็นร้านอิซากายะ (Izakaya) ชื่อดังตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ของเมืองโตเกียว ร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารสไตล์อิซากายะและเมนูพิเศษหลากหลาย เช่น โซบะทำมือ และ คุชิยากิ (Kushiyaki) หรือที่เรียกว่า ปิ้งย่างเสียบไม้ ที่ย่างด้วยถ่านอย่างพิถีพิถัน
จุดเด่นของร้าน Gonpachi Asakusa คือ การนำเสนอเมนูที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีตัวเลือกอาหารมากมาย ทั้งเมนูฮาลาล (Halal Menu) ที่มีเนื้อวากิวหรือเนื้อโอมิ (Ohmi Beef) และเมนูสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ (Vegetarian Menu) รวมถึงเมนูที่ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free Menu) ก็มีให้บริการ ทำให้เป็นร้านที่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ทุกกลุ่ม นอกจากเมนูหลักแล้ว ยังมี ซูชิแบบ hand-rolled ที่ใช้น้ำสาหร่ายคุณภาพดี และการจับคู่กับสาเกญี่ปุ่นชั้นเลิศอีกด้วย
เมนูแนะนำของร้าน Gonpachi Asakusa
1. Assortment of Sashimi
2. Fresh Oyster
3. Assortment of Tempura
4. Gonpachi Course
5. Tokusen Course
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 23:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 250 เยน (55 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/JDirCYdqido1rBE29
18. Washoku Gyuuna Yadoki Asakusa

ร้าน Washoku Gyuuna Yadoki Asakusa เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่โดดเด่นใจกลางย่านอาซากุสะ (Asakusa) ของเมืองโตเกียว โดยร้านนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาไหลย่าง (Unagi Kabayaki), เนื้อวากิว (Wagyu) และ ลิ้นวัว (Gyutan) ที่คัดสรรมาอย่างดีและปรุงรสชาติในราคาที่สมเหตุสมผล บรรยากาศภายในร้านกว้างขวางมีมากถึง 100 ที่นั่ง ร้านตั้งอยู่ใกล้สถานีอาซากุสะ (Tsukuba Express) ทำให้เดินทางสะดวก
จุดเด่นของร้าน Washoku Gyuuna Yadoki Asakusa คือ การผสมผสานเมนูพรีเมียมเข้ากับความหลากหลายของการบริการ เริ่มตั้งแต่ เมนูอาหารเช้า ที่เน้นความอ่อนโยนต่อร่างกาย เช่น ชุดข้าวปั้นและซุปเนื้อวัว ไปจนถึงเมนูอาหารกลางวันและอาหารค่ำที่เน้นความอร่อยจากวัตถุดิบชั้นเลิศ เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาดคือเซ็ตต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับเนื้อวากิวหรือปลาไหล และยังมีตัวเลือกอาหารพิเศษ เช่น “ข้าวหน้าปลาไหลย่างและเนื้อวากิว” ที่เป็นการรวมเมนูซิกเนเจอร์เข้าไว้ด้วยกัน
เมนูแนะนำของร้าน Washoku Gyuuna Yadoki Asakusa
1. Yadoki Course (Eel & Beef) 12 Dishes
2. Kaminarimon Course (Beef Special) 9 Dishes
3. Asakusa Course (Ultimate Unagi) 13 Dishes
4. Eel Wagyu Beef Rice = ข้าวหน้าปลาไหลกับเนื้อวากิว
5. Eel, Grilled Wagyu and Grilled beef Tongue Set = เซ็ตปลาไหล เนื้อวากิว และลิ้นวัว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 8:00 น. ถึง 22:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,500 เยน (320 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/u5AgJLZ6AKkmZP966
19. Sukiyaki Chinya Asakusa

ร้าน Sukiyaki Chinya Asakusa เป็นร้านสุกียากี้และชาบูชาบู ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพเนื้อและการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ของเมืองโตเกียว โดยมีประสบการณ์ในการเสิร์ฟสุกียากี้ที่เข้มข้นและอร่อยยาวนาน ร้านนี้เน้นการใช้เนื้อวัวเกรดพรีเมียม ซึ่งทำให้เมนูสุกียากี้ที่เสิร์ฟออกมามีรสชาติที่เนียนนุ่มและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของซอสที่ปรุงเองอย่างพิถีพิถัน นอกจากสุกียากี้แล้ว ร้านยังมีเมนูชาบูชาบูและเซ็ตอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย ซึ่งทุกเมนูได้รับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุด
จุดเด่นของร้าน Sukiyaki Chinya Asakusa คือ การคัดสรรเนื้อวัวที่มีคุณภาพสูงจากแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมถึงการปรุงน้ำซุปและซอสสุกียากี้ที่มีรสชาติกลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ไฮไลต์ของร้านคือการเสิร์ฟสุกียากี้ที่ใช้เนื้อวัวชั้นดี ซึ่งมักจะเสิร์ฟแบบ Omakase โดยเชฟจะเตรียมส่วนผสมและปรุงให้เสร็จตรงหน้า โดยมีการใช้ซอสสูตรลับที่ทำให้รสชาติของสุกียากี้มีความกลมกล่อมและอร่อยมากขึ้น ร้านนี้ยังมีบรรยากาศที่อบอุ่นและมีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้การรับประทานอาหารที่นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่ากับการมาเยือน
เมนูแนะนำของร้าน Sukiyaki Chinya Asakusa
1. Sukiyaki Lunch Meal
2. Shabu-shabu Lunch Meal
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 11:00 น. ถึง 15:00 น. และ 16:30 น. ถึง 21:30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ 11:00 น. ถึง 21:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน (430 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6rxKAnvRLqjLV8Mu8
20. Mo-Mo-Paradise Asakusa Kaminarimon

ร้าน Mo-Mo-Paradise Asakusa Kaminarimon ร้านชาบูชาบู ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยมใกล้ประตูคามินาริมอน (Kaminarimon) ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) มีหลายสาขา ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านเมนูชาบูชาบูที่อร่อยและสดใหม่ ร้านนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการเสิร์ฟอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ โดยลูกค้าสามารถเลือกเนื้อและผักสดตามชอบ เพื่อจุ่มลงในน้ำซุปที่ร้อนและหอม ซึ่งมีให้เลือกหลายรสชาติ ทั้งน้ำซุปสุกี้ยากี้ น้ำซุปมิโสะ และน้ำซุปใสแบบญี่ปุ่น ทุกจานถูกเตรียมอย่างพิถีพิถันในแบบที่คงความสดใหม่และรสชาติที่กลมกล่อม ร้าน Mo-Mo-Paradise ยังให้บริการเนื้อหมูและเนื้อวัวเกรดพรีเมียม รวมถึงผักสดจากฟาร์มท้องถิ่นและน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของร้าน Mo-Mo-Paradise Asakusa Kaminarimon คือ ความหลากหลายของเมนูบุฟเฟ่ต์ที่ไม่เพียงแต่ให้คุณเลือกเนื้อสัตว์และผักที่หลากหลาย แต่ยังมีน้ำซุปที่อร่อยและหลากหลายรสชาติให้เลือกตามความชอบ ไฮไลต์ของร้านคือการให้บริการเนื้อวัวและเนื้อหมูเกรดพรีเมียมที่มีความนุ่มและรสชาติอร่อย รวมถึงเมนูที่เน้นคุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบ เช่น ผักสดใหม่ และการบริการที่เป็นกันเองและบรรยากาศของร้านที่อบอุ่นทำให้ Mo-Mo-Paradise Asakusa Kaminarimon กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาบูชาบูในโตเกียว
เมนูแนะนำของร้าน Mo-Mo-Paradise Asakusa Kaminarimon
1. Mo-Mo-Course
2. Japanese Beef Course
3. Premium Course = Wagyu Rib Eye & Beef Tongue / Wagyu Rib Eye
All-you-can-eat 100 min.
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 15:00 น. และ 17:00 น. ถึง 22:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,300 เยน (710 บาท)
พิกัด: Mo-Mo-Paradise Asakusa https://maps.app.goo.gl/oyKtnbaK5jBvut1Z6
MO-MO-PARADISE Shibuya Center-gai https://maps.app.goo.gl/K8xy8osoiFbHhc6r9
21. Kudaka Teppanyaki Asakusa

ร้าน Kudaka Teppanyaki Asakusa เป็นร้านอาหารเทปันยากิ สุดหรูที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) กรุงโตเกียว ใกล้กับประตูคามินาริมง (Kaminarimon) ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของย่าน ตัวร้านออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัยที่อบอุ่นด้วยการตกแต่งเน้นไม้ ร้านจะเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ โดยเฉพาะเนื้อวากิวญี่ปุ่นระดับ A5 (Kuroge Wagyu) และอาหารทะเลสดใหม่ เช่น กุ้งมังกรญี่ปุ่น (Ise Ebi) และ หอยเป๋าฮื้อ ซึ่งเชฟผู้เชี่ยวชาญจะปรุงอาหารเหล่านี้บนกระทะเหล็ก (Teppan) ตรงหน้าลูกค้า ให้คุณได้เพลิดเพลินกับทั้งรสชาติ กลิ่น และทักษะการทำอาหารอันน่าประทับใจ
จุดเด่นของร้าน Kudaka Teppanyaki Asakusa คือ การนำเสนอเมนูระดับพรีเมียมที่เน้นคุณภาพวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเฉพาะเนื้อวากิว Chateaubriand ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มละมุนลิ้น และกุ้งมังกรญี่ปุ่ ย่างบนเตาเทปัน พร้อมทั้งยังมีเมนูคอร์สที่หลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นคอร์สอาหารกลางวันที่มีกุ้งล็อบสเตอร์กับสเต็ก หรือคอร์สอาหารค่ำที่มีกุ้งมังกรญี่ปุ่น หรือหอยเป๋าฮื้อกับสเต็ก เพลิดเพลินไปกับการแสดงโชว์จากเชฟ ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นในการรับประทานอาหาร นอกจากนี้เมนูข้าวผัดกระเทียมถือเป็นเอกลักษณ์ของร้าน
เมนูแนะนำของร้าน Kudaka Teppanyaki Asakusa
1. Wagyu beef lamp steak 80g
2. Wagyu beef course
3. Spiny lobster and Wagyu beef course
4. Abalone and Wagyu beef course (Required reservation)
5. Red King Crab and Wagyu beef course (Required reservation)
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 13:00 น. และ 17:00 น. ถึง 20:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 เยน (640 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gRieDqeVWfxfqvCaA
22. Unatoto Asakusa

ร้าน Unatoto Asakusa เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหล ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานี Asakusa เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง ทำให้สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมวัดเซ็นโซจิ หรือเดินเล่นย่านอาซากุสะ ร้านนี้มีบรรยากาศเรียบง่าย ไม่หรูหราแต่สะอาดและเป็นกันเอง รองรับลูกค้าได้ทั้งแบบนั่งเคาน์เตอร์และโต๊ะเล็กๆ เหมาะสำหรับทั้งคนที่อยากทานมื้อด่วนหรือจะนั่งสบายๆ ก็ได้ ที่สำคัญคือเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ถือเป็นร้านยอดนิยมสำหรับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่อยากลิ้มลองปลาไหลญี่ปุ่นในราคาประหยัด
จุดเด่นของร้าน Unatoto Asakusa คือ เมนูข้าวหน้าปลาไหลคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่ามาก เช่น “Unadon Double” ที่เสิร์ฟปลาไหลย่าง 2 ชิ้นใหญ่เต็มชาม ราดด้วยซอสสูตรเฉพาะที่หอมหวานเค็มกำลังดีและให้กลิ่นไหม้จากการย่างถ่านแบบดั้งเดิม ปลาไหลของที่นี่นุ่ม ละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ที่สามารถขอเพิ่มได้ในบางเมนู ร้านใช้ระบบสั่งอาหารผ่านเครื่องอัตโนมัติ ทำให้รวดเร็วและไม่ต้องรอนาน ถือเป็นร้านอูนางิที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงง่าย อร่อย และคุ้มค่า เหมาะมากสำหรับใครที่อยากลองข้าวหน้าปลาไหลแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องจ่ายแพง
เมนูแนะนำของร้าน Unatoto Asakusa
1. Unadon Double / Eel Bowl Double = ข้าวหน้าปลาไหล 2 ชิ้น นิยมอันดับ 1
2. ไข่ม้วนใส่ปลาไหล
3. ตับปลาไหลย่าง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 10:00 น. ถึง 21:30 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 640 เยน (135 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/7XhE3XjTWyiYTzfs6
23. LUXE BURGERS & Sunny’s Table Asakusa

ร้าน LUXE BURGERS & Sunny’s Table Asakusa เป็นร้านเบอร์เกอร์ ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว โดดเด่นด้วยการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสเข้ากับการทำเบอร์เกอร์ โดยมีเชฟผู้มากประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินเป็นผู้ดูแล ทำให้เบอร์เกอร์ของที่นี่มีความ “หรูหรา” สมชื่อร้าน จุดเด่นที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือการเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่ได้รับการรับรองฮาลาล (Halal Certified) จาก Japan Halal Foundation ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่มองหาอาหารที่มั่นใจได้ในโตเกียว นอกจากเบอร์เกอร์เนื้อวัวแล้ว ทางร้านยังมีตัวเลือกของเนื้อแกะ (Lamb Patty) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก รวมถึงเมนูสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ (Vegetarian) และวีแกน (Vegan) ทำให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
จุดเด่นของร้าน LUXE BURGERS & Sunny’s Table Asakusa คือ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะเนื้อวากิว และผักสดใหม่ที่ส่งตรงมาจากฟาร์มในเมืองมิอุระ และเชฟจะทำซอสทุกชนิดด้วยตัวเองแบบโฮมเมดแบบไม่ใส่สารปรุงแต่ง ซึ่งเบอร์เกอร์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านก็คือ Egg & Truffle Burger และ Avocado Truffle Burger ที่ให้รสชาติหอมมันของเห็ดทรัฟเฟิล นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเบอร์เกอร์ที่มีความพิเศษเฉพาะสาขาอาซากุสะ เช่น เมนูที่มีการใช้สเต็กเนื้อวากิว “Kurohana” เข้ามาประกอบกับเบอร์เกอร์เพื่อยกระดับความพรีเมียมให้สูงขึ้นไปอีก และลูกค้ายังสามารถเลือกประเภทของเนื้อได้ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อวากิว และยังสามารถเลือกความสุกของเนื้อได้ตามต้องการอีกด้วย เพื่อให้ได้เบอร์เกอร์ที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด
เมนูแนะนำของร้าน LUXE BURGERS & Sunny’s Table Asakusa
1. Egg & Truffle Burger / Egg Burger / Beef Bacon Egg Burger
2. Avocado Truffle Burger / Avocado & Egg Burger / Avocado Cheese Burger
3. Cheddar Cheese Burger
4. Luxury Burger with Grilled Lobster with Kadaif (Asakusa Special Menu)
5. Kurohana Wagyu Steak
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 21:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,100 เยน (450 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HcCous7oXQaQbQFr7
24. Torokeru Hamburg Steak Fukuyoshi Asakusa Kuramae

ร้าน Torokeru Hamburg Steak Fukuyoshi Asakusa Kuramae เป็นร้านแฮมเบิร์กสเต็ก ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) เมืองโตเกียว เป็นร้านที่เชี่ยวชาญด้านเมนูแฮมเบิร์กสเต็ก (Hamburg Steak หรือ Hambāgu) ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มละมุนจนแทบจะละลายในปาก ซึ่งเกิดจากการใช้เนื้อวัวในประเทศญี่ปุ่นที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และเทคนิคการผสมเนื้อวัวส่วนที่ติดมันน้อยเข้ากับไขมันวากิวญี่ปุ่นเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด แรงบันดาลใจในการทำแฮมเบิร์กสเต็กของร้านมาจากการต้องการนำรสชาติอันประณีตของเนื้อวัวส่วน Chateaubriand ซึ่งเป็นเนื้อส่วนที่ดีที่สุดเข้าถึงคนให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ร้านนี้ยังเป็นร้านอาหารที่ได้รับการรับรองฮาลาล (Halal Certified) โดยมีเมนูที่หลากหลายรองรับชาวมุสลิม รวมถึงทาโกะยากิ และโอโคโนมิยากิแบบฮาลาลด้วย
จุดเด่นของร้าน Torokeru Hamburger Steak Fukuyoshi Asakusa Kuramae คือ ร้านจะเสิร์ฟแฮมเบิร์กสเต็กแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เพื่อให้ลูกค้าใช้เตาเล็กๆ ย่างด้วยตัวเองต่อตามระดับความสุกที่ตัวเองชอบ ซึ่งพนักงานคอยช่วยแนะนำเวลาในการย่าง ทำให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก และมั่นใจในความสดใหม่ของเนื้อที่ได้รับประทาน แฮมเบิร์กสเต็กของ Fukuyoshi ได้รับคำชมว่ามีรสชาติเข้มข้น หอมมัน และนุ่มลิ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้สมกับฉายา “แฮมเบิร์กสเต็กละลายในปาก” นอกจากจานหลักแล้ว เมนูอื่น ๆ ที่ไม่ควรพลาดคือ ข้าวผัดกระเทียม ที่สามารถทำเองบนเตาด้วยไขมันวากิวที่เหลือจากการย่างแฮมเบิร์กสเต็กอีกด้วยถือเป็นการปิดท้ายที่ได้สมบูรณ์แบบ
เมนูแนะนำของร้าน Torokeru Hamburg Steak Fukuyoshi Asakusa Kuramae
1. Halal Wagyu Beef Hamburg Steak Gozen
2. Halal Wagyu Beef Hamburg Steak & Wagyu Sirloin Steak Gozen
3. Hamburg & Steak Combo
4. Daily Salad with Haral Dressing
5. Melting Hamburg Fukuyoshi Asakusa Kuramae
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ 11:30 น. ถึง 21:00 น.
ราคา: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,600 เยน (340 บาท)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CdXQr5eBiDCHPwGF8
บทความที่เกี่ยวข้อง
รวม 80 ร้านอาหารโตเกียว ร้านดัง ร้านอร่อย พร้อมเมนูแนะนำ ห้ามพลาด














