ถ้าพูดถึงถนนคนเดินหรือย่านช้อปปิ้งในกรุงโตเกียว หลายๆ คนอาจจะนึกถึงชิบูย่า อากิฮาบาระ ฮาราจุกุหรือชินจุกุ แต่ในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำย่านสุดน่ารักที่น่าเดินเที่ยว อยู่ภายในโตเกียว อีกทั้งยังเดินทางสะดวกให้ทุกคนได้รู้จัก ย่านที่ว่านั้นก็คือ คิจิโจจิ นั้นเอง
คิจิโจจิ คืออะไร อยู่ที่ไหน

คิจิโจจิ (Kichijoji / 吉祥寺) เป็นย่านการค้าและย่านที่อยู่อาศัยซึ่งตั้งอยู่ในเขต Musashino ทางด้านตะวันตกของโตเกียว เป็นย่านที่มีเสน่ห์จนติดอันดับเมืองน่าอยู่ในโตเกียวเป็นอันดับต้นๆ มาโดยตลอด ซึ่งนอกจากความน่ารัก ความเป็นกันเองของที่นี่แล้ว ที่นี่ก็ยังมีสถานที่น่าเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ สวนสัตว์ ร้านอาหาร ไปจนถึงบาร์สำหรับดื่ม ซึ่งเราจะมาแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกันถัดจากนี้
Inokashira Park

Inokashira Park หรือสวนสาธารณะอิโนะคาชิระ เป็นสาธารณะที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และมีอายุมากกว่า 100 ปีมาแล้ว มีจุดเด่นที่ต้นซากุระที่มีมากกว่า 500 ต้น และสระน้ำที่ทอดยาวอยู่ใจกลางสวน ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นทำให้ที่นี่มักจะมีคนท้องถิ่นมาปิกนิก หรือพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นอยู่เสมอ
และเนื่องจากที่นี่มีต้นซากุระอยู่เป้นจำนวนมาก ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้จึงเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ทั้งสวนบานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระสีชมพู จนทำให้สวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในที่ชมซากุระที่ดีที่สุดในกรุงโตเกียว และนอกจากต้นซากุระแล้ว ในสระน้ำก็ยังมีเรือหงส์หรือเรือพาย ที่สามารถให้เราเช่าเพื่อแล่นชมสระน้ำแห่งนี้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สุดโรแมนติดสำหรับคู่รัก
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZsfazzospzTfXiPu6
Inokashira Park Zoo

เดินเลยจากสวนมาอีกนิด คุณก็จะพบกับ Inokashira Park Zoo สวนสัตว์อิโนะคาชิระที่ตั้งอยู่ข้างๆ กัน สวนสัตว์แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็มีทุกอย่างอย่างครบครัน โดยจะเริ่มตั้งแต่นกและสัตว์น้ำต่างๆ รวมไปถึงสัตว์ท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในสวนสาธารณะอิโนะคาชิระแต่เดิม นอกจากนี้ยังมีแพนกวิ้น คาปิบาร่า หมูป่า เลียงผา กวางญี่ปุ่น รวมไปถึงสัตว์ต่างๆ อีกมากมาย โดยไฮไลท์ของที่นี่คงจะนี้ไม่พ้น โซน Guinea Pig House หรือโซนบ้านหนูตะเภาหรือหนูแกสบี้ ในโซนนี้ คุณจะสามารถเข้าไปนั่งและสัมผัสกับเหล่าหนูสุดน่ารักได้อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหล่าน้องๆ หนูๆ ชื่นชอบ
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Y9NvQJU7WH4UexcRA
ซึ่งเมื่อพูดถึงสวนสัตว์แห่งนี้ เราก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้ทุกคนฟัง โดยที่นี่ เคยเป็นที่อยู่ของ “ฮานาโกะ” ช้างไทยที่อายุยืนที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นที่รักของคนญี่ปุ่นและคนไทยจำนวนมาก แต่ก็น่าเสียดายที่ฮานาโกะได้จากเราไปเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ช้างเชือกนี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนญี่ปุ่น ถึงขนาดมีรูปปั้นสัมฤทธิ์ฮานาโกะตั้งไว้เป็นอนุสรณ์หน้าลานทางออกทิศเหนือหน้าสถานีรถไฟคิจิโจจิให้ทุกคนได้ระลึกถึง
Ghibli Museum

ไฮไลท์ลำดับถัดมาของย่านคิจิโจจิแห่งนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Ghibli Museum พิพิธภัณฑ์จิบลิ ที่อยู่ห่างจากสวนสัตว์อิโนะคาชิระไปไม่ไกล ความพิเศษของที่นี่ก็คือจะไม่มีป้ายบอกทางหรือพนักงานนำชมใดๆ เลยเพราะผู้สร้างมีความต้องการให้ผู้เข้าชมได้ลองผจญภัยและหลงทางอยู่ดินแดนแห่งนี้ ตามสไตล์ของภาพยนตร์จิบลิที่ตัวละครเอกมักหลงไปอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ จนเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ของพิพิธภัณฑ์ที่ว่า Maigo ni naro yo, isshoni หรือ “มาหลงทางไปด้วยกันเถอะ”

โดยภายใน นอกจากการตกแต่ง ข้าวของเครื่องใช้ สีสันต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีให้เราเหมือนอยู่ในโลกของการ์ตูนแล้ว เรายังจะได้รับชมฉากจำลองบางตอนในภาพยนตร์ที่ทำออกมาให้อย่างสมจริง แผ่นฟิล์มและภาพเขียนต้นฉบับที่เราจะได้เห็นแค่ที่นี่โดยเฉพาะ โต๊ะทำงาน ภาพสเก็ตช์ รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ของฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอจิบลิแห่งนี้ และเมื่อคุณเดินไปถึงชั้นบนสุด คุณก็จะได้พบกับหุ่นยนต์ยักษ์จากเรื่อง Castle in the Sky หรือ ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา ให้คุณได้ถ่ายรูปได้อย่างจุใจ เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นแฟนคลับของสตูดิโอจิบลิ หรือมีความหลงใหลในการ์ตูนดังเรื่องต่างๆ อย่าง My Neighbor Totoro หรือ Spirited Away สถานที่แห่งนี้ก็ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/RphFjFtNgm67oa9B8
SUNROAD shopping district

หลังจากเดินเที่ยวกันมาจนเต็มอิ่ม ถัดมาเราก็ไปช้อปปิ้งกันบ้าง กับ SUNROAD shopping district ถนนย่านการค้าในร่มความยาวประมาณ 300 เมตร ภายในจะประกอบไปด้วยศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าต่างๆ อย่างเช่นร้านเสื้อผ้า ร้านหนังสือ ร้านขายของเครื่องใช้ รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถนนเส้นนี้ก็จะมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาเดินกันอย่างคับคั่ง แต่ก็ไม่อึดอัดเพราะถนนสายหลักที่เดินตรงกลางกว้างขวางพอให้เดินสบายๆ
หากจะให้เราแนะนำร้านค้าร้านใดสักร้านหนึ่งใน SUNROAD shopping district เราก็คงต้องขอแนะนำร้าน Kichijjoji Sato ร้านขายเนื้อยอดนิยมคิวยาวเหยียดซึ่งมีเมนูขายดีเป็น “เมนจิคัตสึ” (เนื้อบดผสมหัวหอมชุบเกล็ดขนมปังทอด) ซึ่งผลิตจากเนื้อวากิวระดับพรีเมี่ยม ที่เพียงกัดเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความกรอบที่ผิวนอกและความชุ่มฉ่ำของใส้ข้างใน ถ้าใครมีโอกาส เราก็อยากจะขอแนะนำให้ไปลองกันดูนะ
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pgS4ihDLeN5RtmXy7
Harmonica Alley

หลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวันจนถึงยามค่ำคืน สำหรับเด็กดีนี่อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของวัน แต่สำหรับสายท่องราตรีแล้ว นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ในย่านคิจิโจจิแห่งนี้ ห่างจากสถานีรถไฟเพียงเเล็กน้อย คุณก็จะพบกับ Harmonica Alley หรือตรอกฮาร์โมนิก้า ตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และอิซากายะเป็นจำนวนมาก โดยที่มาของชื่อตรอกฮาร์โมนิก้าแห่งนี้ ก็มีที่มาจากทางเดินแคบๆ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย จนมีลักษณะคล้ายกับรูเป่าลมของฮาร์โมนิก้านั่นเอง
ภายในตรอกแห่งนี้ เพียงคุณก้าวเข้ามา คุณก็จะเปรียบเสมือนกับย้อนอดีตไปอยู่ในยุค 70 ซึ่งเต็มไปด้วยความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านปิ้งย่างเสียบไม้ บาร์สไตล์ยืนดื่ม มีแม้กระทั่งร้านหมอดูสำหรับทำนายดวงชะตา เรียกได้ว่าเป็นย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างบอกไม่ถูก
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zaNfBMVhX8KfnnHG9
และสำหรับร้านแนะนำในตรอกแห่งนี้ เราก็อยากจะแนะนำร้านอย่าง Harmonica Kitchen ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่มีป้ายหน้าร้านอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หรือสำหรับขาดื่ม เราก็จะมีอีกร้านอย่าง Ahiru Beer Hall ที่เป็นร้านบาร์ยืนดื่มที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มหลากหลายประเภทให้เลือกจิบ ให้คุณได้ใช้เวลาอันแสนสุขในคืนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเดินทางมายัง คิจิโจจิ
เล่ามาขนาดนี้ มั่นใจว่าคงจะเริ่มสนใจกันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ สำหรับการเดินทางมาย่านคิจิโจจิ สามารถเดินทางมาได้ง่ายมากๆ เพียงนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kichijoji Station ซึ่งก็สามารถนั่งมาได้ผ่านหลายสายรถไฟ ตามรายละเอียดด้านล่าง
- สาย Chūō Line (Rapid)
หรือสายสีส้มที่คนไทยหลายคนรู้จัก สำหรับสายนี้ ถือเป็นสายที่สามารถมายังคิจิโจจิได้อย่างสะดวกที่สุด โดยหากนั่งมาจากชินจูกุและขึ้นรถไฟแบบรถด่วน จะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 15 นาที 220 เยนเท่านั้น
- สาย Chūō–Sōbu Line
สำหรับสาย Chūō–Sōbu Line หรือสายสีเหลืองสายนี้ เป็นสายที่ลากยาวตั้งแต่ตะวันออกของโตเกียว โดยเริ่มต้นที่ชิบะ ยาวมาจนถึงฝั่งตะวันตกอย่างมิทากะ ทำให้ถ้าคุณเริ่มเดินทางจากสถานีฝั่งตะวันออกของโตเกียวอย่าง Akihabara หรือ Ochanomizu เราก็ขอแนะนำให้ขึ้นรถไฟสายนี้กัน
- สาย Keio Inokashira Line
หรือสำหรับคนที่เดินช้อปปิ้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างชิบูย่า แล้วอยากมาเดินสวนสวยๆ ที่คิจิโจจิแล้วละก็ ยังไงก็ต้องขึ้นรถไฟที่สาย Keio Inokashira Line นี้ เพราะเป็นสายที่แล่นตรงมาโดยเริ่มที่ชิบูย่า จบลงที่คิจิโจจิ ซึ่งหากนั่งรถขบวน Express แล้วละก็ จะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 16 นาที ค่าโดยสารเพียงแค่ 200 เยนเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะอย่างที่สุด
สำหรับคนที่เบื่อกับการเที่ยวที่เดิมๆ ใจกลางกรุงโตเกียวอย่างชินจูกุ ชิบูย่า ฮาราจูกุ การนั่งรถไฟออกมาสักนิดเพื่อมาที่คิจิโจจิก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย เพราะได้ทั้งชิม ช้อป ชม ครบทุกอย่างที่เราต้องการ














