ตะลุยเช็คอิน ที่เที่ยวไซตามะ จังหวัดไซตามะ (Saitama) เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโต ซึ่งมีเมืองหลวงชื่อว่าไซตามะเช่นกัน ไซตามะเป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากเนื่องจากอยู่ติดกับโตเกียว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความนิยมสูง และยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจให้ศึกษาอีกด้วย
ในสมัยโบราณเมื่อประมาณ 30,000 ปีก่อนเมืองไซตามะเริ่มมีผู้คนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ ซึ่งมีหลักฐานอ้างอิงจากเมืองโทโกโรซาวะหรือเมืองคาวาโมโตะที่มีการค้นพบว่าผู้คนในสมัยนั้นหาอาหารจากการล่าสัตว์และจับปลา หากใครที่ชอบการบรรยากาศเมืองเก่าๆ ธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ช้อปปิ้ง ไซตามะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด
ตะลุยเช็คอิน ที่เที่ยวไซตามะ 15 แห่งยอดฮิต เดินทางง่าย ใกล้โตเกียว 2025 ห้ามพลาด!
1. คาวาโกเอะ (Kawagoe)

คาวาโกเอะ (Kawagoe) หรือ เอโดะน้อย (Little Edo) ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ เป็นเมืองที่ได้รับการกล่าวขนานนามว่าคือเอโดะน้อย เนื่องจากอาคารบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมในยุคเอโดะที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี ในสมัยเอโดะเมืองคาวาโกเอะ เป็นเมืองค้าขายที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีโกดังดินเหนียวแบบสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นร้านค้าแห่งย่านเมืองเก่าคุระซุคุริ (Kurazukuri)
นอกจากนี้ยังมีหอระฆัง หรือ โทคิโนะคาเนะ (Toki No Kane) ซึ่งเป็นหอระฆังที่ใช้จริงในสมัยเอโดะอีกด้วย โดยในอดีตจะใช้ตีเพื่อเป็นการบอกเวลา แต่ได้ถูกไฟเผาไหม้ไปในปี ค.ศ. 1893 ปัจจุบันหอระฆังจะตีทุกเวลา 06.00 น. 12.00 น. 15.00 น. และ 18.00 น.
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00 น. ถึง 17:00 น. (เฉพาะร้านค้า)
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จาก สถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Saikyo Line หรือ JR Shonan-Shinjuku Line (ตรง) ไปยัง สถานี Kawagoe (ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที) ลงที่ สถานี Kawagoe แล้วเดินต่อประมาณ 5-10 นาทีเพื่อไปยังย่านที่มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ถนนคาวาโกเอะโคมาจิ (Kawagoe Komachi Street) และปราสาทคาวาโกเอะ (Kawagoe Castle)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/822TnzB3pUvCeesx7
2. ตรอกลูกกวาด และขนมหวาน คาชิยะ โยโกโจ (Kashiya Yokocho)

ตรอกลูกกวาดและขนมหวานคาชิยะ โยโกโช (Kashiya Yokocho) เป็นย่านร้านค้าขายขนมแบบดั้งเดิม และแหล่งช้อปปิ้งถึง 30 ร้านค้า ตั้งอยู่ในเมืองคาวาโกเอะ ซึ่งห่างจากหอระฆังโทคิโนะคาเนะไม่มากนัก โดยมีการตกแต่งร้านค้าแบบบ้านโบราณ เพื่อให้คงคอนเซปในสมัยเอโดะเอาไว้
ไฮไลต์ของ คาชิยะ โยโกโช คือ เป็นย่านร้านค้าที่ขึ้นชื่อในเรื่องของลูกอม ไม่ว่าจะเป็นลูกอมรสมินต์ ลูกอมรังผึ้งแบบดั้งเดิม โดยขนมที่ยอดฮิตแห่งตรอกลูกกวาดแห่งนี้คือ ขนมฟุกาชิ เป็นขนมที่ใช้แป้งสาลีเป็นหลักและเคลือบด้วยน้ำตาลทรายแดง มีรูปทรงขนาดใหญ่และยาวกว่าขนมฟุกุชิทั่วไป หากใครได้มาตรอกลูกกวาดและขนมหวานคาชิยะ โยโกโชแห่งนี้ ไม่ควรพลาดกับขนมฟุกุชิ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: ทุกวัน 09:00 น. ถึง 17:00 น.
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Saikyo Line หรือ JR Shonan-Shinjuku Line (ตรง) ไปยัง สถานี Kawagoe (ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที)
ลงที่ สถานี Kawagoe แล้วเดินไป Kashiya Yokocho (ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fc99HXdQrdMsbB9y8
3. ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะ (Kawagoe Hikawa Shrine)

ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะ (Kawagoe Hikawa Shrine) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,500 ปี เป็นศาลเจ้าชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดไซตามะที่คนญี่ปุ่นนับถือเพราะเชื่อว่าขอพรแล้วได้รับสมความปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรัก โดยศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้า 5 องค์ ซึ่งแต่ละองค์นั้นล้วนมีความสัมพันธ์เป็นคนในครอบครัวและสามี-ภรรยากัน ทำให้คนญี่ปุ่นรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างเข้ามาขอพรกันมากมาย
นอกจากนี้ทางศาลเจ้ายังมีเครื่องรางที่ไม่เหมือนที่ไหนมาก่อน ซึ่งก็คือเซียมซีรูปปลาไท่ ตุ๊กตากระดาษสะเดาะเคราะห์ อุโมงค์แผ่นไม้อธิษฐาน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่างๆ โดยทุกๆปีตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนกันยายน ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะจะจัดเทศกาลกระดิ่งลมแห่งรักหรือ Enmusubi Furin ซึ่งในช่วงเวลานั้นจะมีการส่องไฟไปที่แม่น้ำระยิบระยับ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เชื่อว่าวิญญาณของเทพเจ้าทั้ง 5 องค์สิงสถิตอยู่
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: วันจันทร์ – พฤหัสบดี และวันเสาร์-อาทิตย์ 09:00 น. – 18:00 น.
วันศุกร์ 09:00 น. – 17:00 น.
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Saikyo Line หรือ JR Shonan-Shinjuku Line (ตรง) ไปยัง สถานี Kawagoe (ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที)
ลงที่ สถานี Kawagoe แล้วใช้ รถบัสหรือแท็กซี่ จากสถานี Kawagoe ไปยัง Kawagoe Hikawa Shrine (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/AmkaoUhurGZixftf7
4. พิพิธภัณฑ์รถไฟ ไซตามะ (The Railway Museum)

พิพิธภัณฑ์รถไฟไซตามะ (The Railway Museum) ตั้งอยู่ในเมืองโอมิยะ (Omiya) จังหวัดไซตามะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมรถไฟสมัยก่อนของญี่ปุ่นไว้ถึง 36 ขบวน รวมถึงเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของรถไฟหรอืที่เรียกกันว่า “เทปปะคุ” ภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งห้องจัดแสดงวัฒนธรรมต่างๆที่ให้เราได้สามารถเรียนรู้ประวัติการของรถไฟในสมัยก่อนได้อีกด้วย
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์รถไฟไซตามะ คือ นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ไซตามะแห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองขับรถไฟในห้องซิมูเลเตอร อีกทั้งยังมีห้องแสดงภาพยนตร์ที่สามารถรับชมผ่านทาง 3D พร้อมทั้งบริการห้องอาหารรถไฟนิปปอนโชะคุโด เป็นร้านอาหารที่มาในธีมรถไฟเปิดให้เข้าไปรับประทานอาหารได้ รวมถึงคิดส์คาเฟ่และร้านขายข้าวกล่องประจำสถานี ที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปรับบรรยากาศข้าวกล่องสถานีอันเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00 น. ถึง 17:00 น. (เข้าชมได้ถึง 16:30 น.)
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร, วันสิ้นปีและปีใหม่ (29 ธ.ค. – 1 ม.ค.)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,600 เยน / นักเรียน 600 เยน / เด็กเล็กอายุ 3 ปีขึ้นไป 300 เยน
ค่ากิจกรรมพิเศษ: จำลองขับรถไฟ 200 – 600 เยน (แล้วแต่เลือก)
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya ให้เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย New Shuttle (จากสถานี Omiya ไปยังสถานี Tetsudo-Hakubutsukan) ซึ่งเป็นสถานีใกล้กับ The Railway Museum (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) เดินจากสถานี Tetsudo-Hakubutsukan ไปยังพิพิธภัณฑ์ได้ (เดินประมาณ 5 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qpr8m1MDxL67wUHn6
5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอมิยะบอนไซ (The Omiya Bonsai Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอมิยะบอนไซ หรือ หมู่บ้านบอนไซโอมิยะ (The Omiya Bonsai Art Museum) เป็นพิพิธภัณ์แห่งแรกของโลกที่จัดศิลปะของต้นบอนไซแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองโอมิยะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีต้นบอนไซถึง 120 ต้นและมีอายุถึง 1,000 ปี พร้อมทั้งงานศิลปะจากแม่พิมพ์ไม้ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมของบอนไซ
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอมิยะบอนไซ คือ บอนไซสนขาว (จิโยะโนะมัตสึ) ที่มีอายุ 450 ปี เป็นต้นบอนไซที่ใหญ่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วยความสูงถึง 1.6 เมตรและความกว้างกว่า 1.8 เมตร ต่อมาคือต้นบอนไซมังกรฟ้า (Blue Dragon) มีขนาดกว้างถึง 1.6 เมตร มีอายุถึง 350 ปี ด้วยรูปทรงที่เหมือนมังกร ลำต้นมีความแข็งแรงละมีความคดไปมาทำให้ถูกเรียกว่ามังกรฟ้านั่นเอง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 09:00 น. – 16:30 น. (มีนาคม – ตุลาคม)
เปิดทุกวัน 09.00 น. – 16.00 น. (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์)
หมายเหตุ: เปิดให้เข้าก่อนเวลาปิด 30 นาที
วันหยุด: หยุดทุกวันพฤหัส (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) และวันที่ 29 ธ.ค. – 3 ม.ค.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 310 เยน / ผู้สูงวัย (อายุ 65 ปีขึ้นไป) และนักเรียนมัธยมปลาย-นักศึกษา 150 เยน / นักเรียน 600 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมต้น 100 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku Line หรือ JR Shinkansen ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya ให้เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย Bonsai Line หรือเดินไปยัง The Omiya Bonsai Art Museum (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/peGzdSX3YbHVBY1u6
6. สวนสาธารณะโอมิยะ (Omiya Park)

สวนสาธารณะโอมิยะ (Omiya Park) เป็นสวนสาธารณะที่ถูกจัดให้เป็น Top 100 Cherry Blossom Viewing Sites ในประเทศญี่ปุ่น มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า 69.7 เฮกเตอร์และเป็นสวนสาธารณะที่คนในนิยมมามากที่สุดในไซตามะอีกด้วย มีชื่อเสียงในเรื่องของป่าสนแดงญี่ปุ่นและดอกซากุระ
ภายในมีร้านค้ามากมายรวมถึงเป็นแหล่งที่คนมักมาทำกิจกรรมต่างๆกัน โดยผู้คนมักไปในช่วงเทศกาลเทศกาลดอกซากุระซึ่งจะบานในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนต้นเมษายน คุณจะได้รับชมความสวยงามของดอกซากุระที่จะบานพร้อมกันกว่า 1,000 ต้น ใครที่ชื่นชอบดอกซากุระไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku Line หรือ JR Shinkansen ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya ให้เดินไป Omiya Park (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที เดินออกจากสถานีทางออกหลัก แล้วเดินตรงไปตามถนนหลัก)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VM4VCiAtjEoD3zyu9
7. ศาลเจ้ามุซาชิ อิจิโนะมิยะ ฮิกาวะ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine)

ศาลเจ้ามุซาชิ อิจิโนะมิยะ ฮิกาวะ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine) เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองโอมิยะ จังหวัดไซตามะ มีประวัติความเป็นมาว่าเป็นเป็นศาลเจ้าที่สร้างมากว่า 2,000 ปี คนญี่ปุ่นมักเดินทางมากราบไหว้ในวันขึ้นปีใหม่ มักขอพรให้เรื่องความรักและสุขภาพที่ดี เดิมศาลเจ้าแห่งนี้เป็นของศาสนาชินโต จังหวัดมุซาชิซึ่งก็คือจังหวัดไซตามะในปัจจุบันนั่นเอง
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการแสดงศิลปะญี่ปุ่น ไทคิกิโน ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมาก และยังมีร้านค้ามากมายที่สามารถซื้อสินค้า อาหาร ตามทางเดินตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีต้นเซลโควา ต้นชินควาพิน ต้นแฮ็กเบอร์รี่ และต้นซีดาร์กว่า 650 ต้นตลอดข้างทางอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 05:00 น. – 18:00 น. (พฤษภาคม – สิงหาคม)
เปิดทุกวัน 06:00 น. – 17:00 น. (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์)
เปิดทุกวัน 05:30 น. – 17:30 น. (มีนาคม – เมษายน และ กันยายน – ตุลาคม)
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Utsunomiya Line หรือ JR Takasaki Line แล้วลงที่ สถานี Hikawa (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)
จาก สถานี Hikawa เดินไปยัง Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CQ5PidBqjELo9PRS7
8. สวนฮิสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)

สวนฮิสึจิยามะ (Hitsujiyama Park) เป็นสวนสาธารณะชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของเมืองชิชิบุ (chichibu) จังหวัดไซตามะ เนื่องจากมีเนินดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) หรือมอสสีชมพู (ทุ่งพิงค์มอส) กว่า 400,000 ต้นซึ่งเป็นจุดเด่นของสวนแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่ดอกชิบะซากุระบานสะพรั่ง
โดยนักท่องเที่ยวมักมาเที่ยวชมความสวยงามของดอกชิบะซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะเป็นช่วงที่ผลิบานเต็มที่และจะปกคลุมเนินเขาทำให้ทั่วพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยสีชมพูเข้มจากดอกชิบะซากุระ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดนิทรรศการคือ มิฮาราชิโนะโอกะ ที่สามารถเห็นเมืองและภูเขารอบๆได้
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่เปิดทุกวัน 8:00 น. – 17:00 น. (เฉพาะช่วงเทศกาลชมชิบะซากุระ)
วันหยุด: ทุกวันจันทร์ (เฉพาะช่วงเทศกาลชมชิบะซากุระ)
ค่าเข้า: ฟรี
300 เยน (เฉพาะช่วงเทศกาลชมชิบะซากุระ)
กำหนดการจัดงาน: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Takasaki Line หรือ JR Utsunomiya Line แล้วลงที่ สถานี Chichibu (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)
จาก สถานี Chichibu เดินไปยัง Hitsujiyama Park (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/4DT4FwDtb5FKPWEg7
9. สวนผลไม้จิจิบุ (Chichibu Fruit Farm)

สวนผลไม้จิจิบุ (Chichibu Fruit Farm) ตั้งอยู่บริเวณที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาและธรรมชาติในเมืองชิชิบุ (Chichibu) เป็นสวนผลไม้ที่มีชื่อเสียงที่คนนิยมมาทำกิจกรรมเก็บบุฟเฟต์สตรอวเบอร์รี่สายพันธุ์ “เบนิฮอปเปะ” (Benihoppe) “ยาโยอิฮิเมะ” (Yayoihime) “โมอิกโกะ”(Mouikko) “อามาริน” (Amarin) และ “คาโอริน” (Kaorin) เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเก็บผลไม้สดๆ จากต้นไม้ตามฤดูกาล
ไฮไลต์ของ สวนผลไม้จิจิบุ คือ นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟ่ต์องุ่นอีก 4 สายพันธุ์คือ องุ่นฮิมรอดไร้เมล็ด” (Himrod Seedless Grape) “องุ่นเคียวโฮพันธุ์มีเมล็ด” “องุ่นเคียวโฮพันธุ์ไร้เมล็ด” และ “องุ่นไชน์มัสแคท” (Shine Muscat) ซึ่งทั้งสตรอวเบอร์รี่และองุ่นนั้นจะมีฤดูกาลการเก็บเกี่ยวและราคาแตกต่างกันออกไป และยังมีไฮไลต์เก็บ “จิบุยามะรูบี้” (Chichibuyama Ruby) องุ่นสายพันธุ์พิเศษที่มีเฉพาะท้องถิ่นซึ่งเรียกกันว่าเป็น “อัญมณีแห่งองุ่น” อีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 9:30 น. ถึง 16:30 น.
ค่าเข้า: ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและชนิดผลไม้
ค่าบุฟเฟ่ต์สตรอวเบอร์รี่: นักเรียนชั้นประถมศึกษาขึ้นไป-ผู้ใหญ่ 1,600 – 2,300 เยน / ตำ่กว่าชั้นประถม 900 – 1,300 เยน (กำหนดเวลา 30 นาที)
ค่าบุฟเฟ่ต์องุ่น: นักเรียนชั้นประถมศึกษาขึ้นไป-ผู้ใหญ่ 3,000 เยน / ตำ่กว่าชั้นประถม 1,500 เยน (กำหนดเวลา 30 นาที)
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya เปลี่ยนไปขึ้น JR Takasaki Line หรือ JR Utsunomiya Line แล้วลงที่ สถานี Chichibu (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)
จาก สถานี Chichibu สามารถเดินทางไปยัง Chichibu Fruit Farm ด้วยการนั่งแท็กซี่หรือรถบัส (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9TPt9Fb7tLoBC7tb6
10. นากาโทโระ อิวาดาทามิ (Nagatoro Iwadatami)

นากาโทโระ อิวาดาทามิ (Nagatoro Iwadatami) หรือ “ล่องแก่งนากาโทโระ” เป็นสถานที่ยอดฮิตของเมืองนากาโทโระ (Nagatoro) จังหวัดไซตามะที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองชิชิบุ ถูกกำหนดให้เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติพิเศษแห่งชาติในปี 1924 เนื่องจากมีทางเดินหินลักษณะพิเศษหรือกำแพงหินที่เรียกว่าผาแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนากาโทโระเท่านั้น
ไฮไลต์ของ นากาโทโระ อิวาดาทามิ คือ กิจกรรมล่องแก่งจะล่องผ่านแม่น้ำอาราคาวะที่มีระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เพื่อชมความสวยงามจากธรรมชาติ โดยเฉพาะเพื่อมาเที่ยวชมใบไม้แดงที่คนนิยมมากันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและด้วยอากาศที่เย็นสบายจึงทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตแห่งนึงของจังหวัดไซตามะ อีกทั้งนากาโทโระ อิวาดาทามิสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 9:00 น. ถึง 16:00 น.
ค่าเข้า: คอร์ส A หรือ B – ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / เด็ก (3 ขวบขึ้นไป) 900 เยน
คอร์ส A+B – ผู้ใหญ่ 3,300 เยน / เด็ก 1,800 เยน
เรือโคทัตสึ – ผู้ใหญ่ 900 เยน / เด็ก 500 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Express) ไปยัง สถานี Ochanomizu (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)
จาก สถานี Ochanomizu เปลี่ยนเป็น JR Chuo Line (Limited Express) ไปยัง สถานี Hanno (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที)
จาก สถานี Hanno ให้เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย Seibu Ikebukuro Line ไปยัง สถานี Nagatoro (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Nagatoro ใช้เวลาเดินประมาณ 5-10 นาทีถึง Nagatoro Iwadatami ซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมวิวหินแผ่นใหญ่ริมแม่น้ำได้
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wpTfsSch5EwuQ4Hc8
11. น้ำแข็งย้อยโอโนะอุจิ (Onouchi Icicles)

น้ำแข็งย้อยโอโนะอุจิ (Onouchi Icicles) ตั้งอยู่ในพื้นที่โอกาโนะ ชิชิบุ เป็นจุดชมน้ำแข็งย้อยที่อยู่ลึกที่สุดในภูเขา ซึ่งถูกสร้างโดยใช้ท่อจากแม่น้ำโอโนะอุจิซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากภูเขาเรียวกามิและใช้ความหนาวเย็นในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนทำให้เกิดน้ำแข็งย้อยขึ้นมา มีขนาดความกว้างที่ 250 เมตรและความสูง 60 เมตร
ไฮไลต์ของ น้ำแข็งย้อยโอโนะอุจิ คือ ทัศนียภาพความงดงามที่สามารถมองเห็นจากจุดยืนบนสะพานแขวน และในช่วงค่ำจะมีงานประดับไฟแท่งน้ำแข็งย้อยโดยจะจัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คนนิยมมาช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: 8.00 – 16.00 น. (เฉพาะต้นเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 500 เยน / นักเรียนระดับมัธยมขึ้นไป 200 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Limited Express) ไปยัง สถานี Takao (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
จาก สถานี Takao เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย JR Chuo Line (Local) ไปยัง สถานี Otsuki (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Otsuki ให้เปลี่ยนไปขึ้น รถไฟสาย Fujikyu Railway ไปยัง สถานี Fujisan (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
จาก สถานี Fujisan คุณสามารถนั่งรถบัสไปยัง Onouchi Icicles (ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/P5SVyb7yze2n2rFv8
12. น้ำแข็งย้อยอาชิกาคุโบะ (Ashigakubo Icicles)

น้ำแข็งย้อยอาชิกาคุโบะ (Ashigakubo Icicles) เป็นอีกหนึ่งน้ำแข็งย้อยยอดฮิตแห่งโยโกเซะ เมืองชิชิบุที่คนนิยมมาเที่ยวชมกันอย่างมาก สร้างโดยคนท้องถิ่นที่ใช้น้ำที่ไหลมาตามทางทำให้เกิดน้ำแข็งย้อยด้วยความกว้างกว่า 200 เมตรและสูงกว่า 30 เมตร เป็นศิลปะที่มีชั้นของน้ำแข็งย้อยเรียงสลับซับซ้อนกัน
สามารถเข้าชมได้ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน โดยช่วงต้นเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่เปิดไฟ โดยจะเปิดช่วงตอนเย็นของวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ตกเดิน จนถึง 20.00 น. นอกจากนี้ยังมีชาท้องถิ่นและอามะซาเกะหรือเครื่องดื่มรสหวานที่ทำจากข้าวหมัก (สาเกหวาน) ให้ได้ลองลิ้มรสกันอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: วันจันทร์ – พฤหัสบดี 9:00 น. – 16:00 น.
วันศุกร์ -อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00 น. – 20:00 น.
ค่าเข้า: ช่วงกลางวัน: นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 400 เยน / นักเรียนประถม 200 เยน
การชมไฟประดับ: นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 500 เยน / นักเรียนประถม 300 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Limited Express) ไปยัง สถานี Takao (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
จาก สถานี Takao เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย JR Chuo Line (Local) ไปยัง สถานี Otsuki (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Otsuki ให้เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย Fujikyu Railway ไปยัง สถานี Ashigakubo (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Ashigakubo เดินต่อไปยัง Ashigakubo Icicles (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/26upxoBjvpR5rahb6
13. น้ำแข็งย้อยมิโซะทสึจิ (Misotsuchi Icicles)

น้ำแข็งย้อยมิโซะทสึจิ (Misotsuchi Icicles) เป็นน้ำแข็งย้อยที่สุดท้ายแห่งเมืองชิชบุ อยู่ในพื้นที่เขตโอทะคิ เป็นประติมากรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งเป็นจุดที่น้ำตกของแม่น้ำอาคาราวะไหลผ่าน และเมื่อถึงฤดูหนาวความหนาวเย็นทำให้แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งย้อยจนเกิดความสวยงามให้ผู้คนได้เที่ยวชมความสวยงามได้อย่างเพลิดเพลินด้วยความกว้างกว่า 30 เมตรและความสูงกว่า 8 เมตร
ไฮไลต์ของ น้ำแข็งย้อยมิโซทสึจิ คือ น้ำแข็งจะมีรูปร่างเปลี่ยนไปทุกๆปีตามสภาพอากาสของแม่น้ำอาคาราวะ ทำให้การมาเที่ยวชมแต่ละครั้งนั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีจัดงานเทศกาลน้ำแข็งโอทะคิ (Otaki Ice Festival) ที่จะโชว์ไฟไลท์อัพตลอดช่วงฤดูหนาวหรือตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของ ช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไปของทุกปีอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 8:00 น. ถึง 17:00 น. (มกราคม – กุมภาพันธ์)
ค่าเข้า: นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 200 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Limited Express) ไปยัง สถานี Takao (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
จาก สถานี Takao เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย JR Chuo Line (Local) ไปยัง สถานี Otsuki (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Otsuki ให้เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย Fujikyu Railway ไปยัง สถานี Misotsuchi (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Misotsuchi เดินไปยัง Misotsuchi Icicles (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XCpmLWHqQtejrquJ9
14. ศาลเจ้ามิตสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)

ศาลเจ้ามิตสึมิเนะ (Mitsumine Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตตั้งอยู่บนยอดเขามิตสึมิเนะ (Mount Mitsumine)ในเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ ขึ้นชื่อว่าเป็นศาลเจ้าที่สวยอีกแห่งหนึ่งเพราะสามารถเห็นวิวบนยอดเขาจากมุมสูงได้ นอกจากนี้ยังมีประวัติความเป็นมากว่า 1,000 ปี
ในศาลเจ้าแห่งนี้มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คือต้นสนซีดานที่มีอายุกว่า 800 ปี ซึ่งภายในจะต้องเดินผ่านซุ้มประตู สุ่ยชินมอน (Zuishinmon) เป็นซุ้มประตูที่กันสิ่งเลวร้าย นอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของเทพเจ้าอิซานางิ และเทพเจ้าอิซานามิ ผู้คนมักเดินทางมากราบไหว้เพื่อความเสริมความเป็นสิริมงคลรวมถึงขอในเรื่องของความรักอีกด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: ทุกวัน 7:00 ถึง 17.00 น.
ค่าเข้า: ฟรี
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Limited Express) ไปยัง สถานี Hanno (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
จาก สถานี Hanno เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย Seibu Ikebukuro Line ไปยัง สถานี Seibu-Chichibu (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
จาก สถานี Seibu-Chichibu นั่งรถบัสไปยัง Mitsumine Shrine (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xsbquExbjkZJoyRY7
15. หมู่บ้านมูมิน (Moomin Valley Park)

หมู่บ้านมูมิน (Moomin Valley Park) ตั้งอยู่ที่บริเวณแถบชายฝั่งของทะเลสาบมิยาซาวา (Lake Miyazawa) เมืองฮันโนะ จังหวัดไซตามะ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมไปเมื่อปี 2019 นี่เอง ด้วยพื้นที่กว่า 45 ไร่ จึงเนรมิตหมู่บ้านมูมินให้เหมือนกับในนิทาน ทั้งบ้านสุดแสนจะน่ารัก กระท่อมอาบน้ำ ประภาคาร สวนสนุก รวมถึงจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ไหนจะเมนูอาหารคาวหวานและร้านขายของที่ระลึก
ไฮไลต์ของ Moomin Valley Park คือ จะมีอยู่ 4 โซน คือ 1.ก้าวขาเข้าสู่โลกแห่งนิทาน POUKAMA 2.หุบเขามูมิน MUUMAILAAKSO 3.สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ KOKEMUS และ 4.ผจญภัยในหุบเขา YKSINÄISET VUORET ซึ่งรวมสถานที่กว่า 16 จุดให้ได้เพลิดเพลินและสนุกสนานไว้ในที่แห่งนี้ ใครเป็นสาวกมูมินไม่ควรพลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด: ทุกวัน 10:00 น. ถึง 20:00 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (อายุ 13 ปีขึ้นไป) 1,500 เยน / เด็ก (4 – 12 ปี) 1,000 / เด็กเล็ก (0 – 3 ปี) ฟรี
ค่าเข้าเมื่อเข้าร่วมกิจกรรม: Hobgoblin’s zip line: 1,500 เยน
Oshun Oxtra theatre: 1,000 เยน
Moominhouse guided tour: 1,000 เยน
Little My’s attraction: 700 เยน
วิธีไป: จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟ JR Shinkansen หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Omiya (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
จาก สถานี Omiya เปลี่ยนเป็น รถไฟสาย JR New Shuttle ไปยัง สถานี Minami-Machida (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
จาก สถานี Minami-Machida เดินไปยัง Moomin Valley Park (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)














