เมื่อพวกเราไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะเลือกไปเที่ยวโตเกียว บางคนก็อาจจะไปเกียวโตหรือโอซาก้า หรือหลายๆ คนก็อาจจะเลือกไปเที่ยวเมืองรองอย่างฮิโรชิม่าหรือฟุกุโอกะ แต่สำหรับๆ คนที่รักญี่ปุ่นและไปเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง เมืองเหล่านี้อาจจะซ้ำซากไปสักนิด ดังนั้นในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำจังหวัดที่คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักและยังไม่เคยไป จังหวัดที่ว่านั้นก็คือ จังหวัด ทตโตริ จังหวัดที่มีทะเลทรายเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นนั่นเอง
จังหวัด ทตโตริ อยู่ที่ไหน

ทตโตริ เป็นจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคชูโกคุ ด้านบนติดกับทะเล ทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดเฮียวโงะ ทิศใต้ติดกับจังหวัดโอกายามะและจังหวัดฮิโรชิมะ ส่วนทิศตะวันตกติดต่อกับจังหวัดชิมาเนะ จังหวัดนี้มีสถิติที่น่าสนใจหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีประชากรเบาบางที่สุดในญี่ปุ่น จังหวัดที่หิมะตกหนักที่สุดในญี่ปุ่น จังหวัดที่จับปูได้มากที่สุดในญี่ปุ่น จังหวัดแห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่มีทะเลทรายและจังหวัดที่มีสาลี่สายพันธุ์แสนอร่อยอันขึ้นชื่อ และแน่นอน จังหวัดแห่งนี้มีทั้งที่เที่ยวและอาหารแสนอร่อยมากมาย ซึ่งเราจะแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกันในครั้งนี้
เนินทราย ทตโตริ

เริ่มกันที่ไฮไลท์ที่สุดของจังหวัดทตโตริแห่งนี้ เนินทรายทตโตริเป็นทะเลทรายแห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจริงๆ แล้วจะเรียกว่าทะเลทรายก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียว เพราะถ้าอิงตามหลักภูมิศาสตร์แล้ว ที่นี่อาจจะต้องเรียกว่าเนินทรายเสียมากกว่า โดยเนินทรายแห่งนี้มีความสูงถึง 50 เมตร กว้างถึง 2 กิโลเมตร เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ทราย เหมือนกับเราอยู่ในใจกลางทะเลทรายที่ตะวันออกกลางหรือทวีปแอฟริกาเลยทีเดียว
นอกจากวิวสวยๆ ชวนให้ถ่ายรูปแล้ว ที่นั่นยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นการเล่นแซนบอร์ด ร่มร่อน หรือการนั่งอูฐเดินกลางทะเลทรายเพื่อถ่ายรูปสวยๆ ไว้อวดคนรู้จัก ส่วนวิธีการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแค่นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ Tottori Station ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้นเอง ที่นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่คนไม่ค่อยรู้จักแต่ก็น่าเที่ยวไม่ใช่น้อย
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XRBhPSr4oUdwFDe38
พิพิธภัณฑ์ทราย

ข้างๆ เนินทรายทตโตริก็มีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่ ซึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์ทรายแห่งนี้นี่เอง ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ทรายแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก โดยสถานที่แห่งนี้ จะใช้ทรายมาสร้างศิลปะมาสร้างรูปปั้นและประติมากรรมต่างๆ จากศิลปินชั้นนำทั่วโลก ซึ่งจากภาพที่เราแสดงให้เห็นนี้ก็คงจะทำให้ทุกท่านทราบแล้วว่า ประติมากรรมเหล่านี้ยิ่งใหญ่และอลังการแค่ไหน
ความน่าสนใจไม่หมดเพียงเท่านี้ รูปปั้นและประติมากรรมของพิพิธภัณฑ์ทรายจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับธีมการจัดแสดงของปีนั้นๆ โดยธีมก่อนหน้านี้ที่เคยจัดแสดงก็ยกตัวอย่างเช่นธีมเกี่ยวกับภูมิภาคอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออเมริกาใต้ หรือธีมที่เน้นเจาะจงไปตามแต่ละประเทศอย่างอินเดีย อังกฤษหรือเยอรมัน เรียกว่าต้องให้มาซ้ำ เราก็จะได้ความรู้สึกและความประทับใจที่แตกต่างกันไป ด้วยค่าเข้าชมเพียง 800 เยนสำหรับผู้ใหญ่และ 400 เยนสำหรับเด็ก นี่จึงเป็นอีกสถานที่ที่เราอยากแนะนำให้ลองไปกันดู
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HuiaustnjW7qn9Hx6
ภูเขาไดเซ็น และวัดไดเซนจิ

นอกจากเนินทรายทตโตริแล้ว จังหวัดทตโตริยังมีธรรมชาติที่สวยงามอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือภูเขาไดเซ็นแห่งนี้นี่เอง ภูเขาไดเซ็นแห่งนี้มีความสูงถึง 1,729 เมตรและได้รับการจัดอันดับจาก NHK ว่าติดหนึ่งในสามภูเขาที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น โดยบางคนถึงกับขนานนามภูเขาแห่งนี้ว่า “ภูเขาไฟฟูจิย่อส่วน” เลยทีเดียว
จุดเด่นของภูเขาแห่งนี้คือทัศนียภาพที่สวยงาม เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเหมือนภูเขาอื่นๆ ทำให้ยังคงความสดใหม่ของธรรมชาติ เมื่อมาในฤดูร้อนก็จะพบกับป่าและต้นไม้ที่เขียวขจี ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเห็นทั้งภูเขาเป็นสีส้มและสีแดงสะดุดตา หรือถ้ามาในฤดูหนาว ที่นี่ก็จะเป็นแหล่งเล่นสกีขึ้นชื่อที่รอให้คุณได้ท้าทาย กล่าวคือสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/EAzjpMtuFA5gUS66A

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็คือ “วัดไดเซนจิ” วัดพุทธนิกายเซ็นเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,300 ปี ซึ่งเพียงแค่คุณก้าวเข้ามาในเขตวัด คุณก็จะพบได้กับบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น เก่าแก่อย่างมีมนตร์ขลังและมีเสน่ห์ และนี่ก็เป็นสาเหตุให้วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นหากคุณมีโอกาสมาเที่ยวภูเขาไดเซ็นแห่งนี้ละก็ เราก็อยากจะแนะนำให้มาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้ด้วย
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WHaq98KRrZYx1ktu5
Gosho Aoyama Manga Factory

อาจจะมีหนึ่งเรื่องน่าสนใจที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับจังหวัดนี้ คือจังหวัดทตโตริแห่งนี้ เป็นจังหวัดบ้านเกิดของอาโอยาม่า โกโช บิดาผู้ให้กำเนิดการ์ตูนสุดฮิตอย่าง “ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน” ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ที่นี่เป็นที่ตั้งของ Gosho Aoyama Manga Factory หรือที่หลายๆ คนรู้จักในนามของ “พิพิธภัณฑ์โคนัน” นั่งเอง
ความพิเศษของที่นี่ เริ่มตั้งแต่สถานีรถไฟ Yura Station สถานีรถไฟที่จะนำมาทุกท่านไปสู่พิพิธภัณฑ์โคนันแห่งนี้ โดยการตกแต่งของสถานีนี้ จะตกแต่งในธีมโคนันตั้งแต่ภายในสถานี โดยมีทั้งรูปปั้นโคนันขนาดใหญ่ ลายเซ็น ของที่ระลึกต่างๆ มีแม้กระทั่งมีหนังสือการ์ตูนโคนันให้อ่านระหว่างรอรถไฟ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า สถานี Yura Station จะชื่อเล่นอีกชื่อว่า “สถานีโคนัน”
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hDRxXkSqyL3Axzjq5

เดินถัดมาจากสถานีเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาที คุณก็จะพบกับ Gosho Aoyama Manga Factory ตั้งคู่กับรถเต่าสีเหลืองของดอกเตอร์อากาสะอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า ภายในจะจัดแสดงไปด้วยชีวประวัติของอาโอยาม่า โกโช นักเขียนการ์ตูนเรื่องโคนัน และโชว์ภาพร่าง ภาพสเก๊ตช์สุดเอ็กคลูซีฟที่มีจัดแสดงเพียงแค่ที่นี่เท่านั้น อีกทั้งยังมีโต๊ะแสดงแบบจำลองโต๊ะทำงานของผู้เขียน และโต๊ะจำลองในสำนักงานนักสืบของโมริ โคโกโร่อีกด้วย

และที่เจ๋งไปกว่านั้น ภายในยังมีแบบจำลองทริคต่างๆ ที่ใช้ในการ์ตูน รวมไปถึงคำถามวัดความเป็นแฟนพันธ์ุแท้และมีจำหน่ายของที่ระลึกที่ขายเฉพาะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่แฟนคลับเห็นแล้วจะต้องปลื้ม ด้วยค่าเยี่ยมชมเพียงแค่ 700 เยน แม้ตัวเมืองจะอยู่ออกห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ไปอีกนิด แต่สำหรับเหล่าแฟนพันธ์ุแท้แล้ว บอกได้เลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/PHG7PLsegZ293xHR6
ของกินน่าอร่อยในจังหวัดทตโตริ
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เราแนะนำไปข้างต้นแล้ว ที่จังหวัดทตโตรินี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างคืออาหารท้องถิ่นที่แสนอร่อย ที่เราจะแนะนำกันไปถัดจากนี้
ปูหิมะมัตสึบะ

จากที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนแรกว่าจังหวัดทตโตรินั้นเป็นจังหวัดที่จับปูได้มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดนี้ก็ย่อมเป็น “ปู” อย่างแน่นอน โดยปูพันธ์ุที่ขึ้นชื่อที่สุดในจังหวัดนี้ก็คงจะเป็น “ปูหิมะมัตสึบะ” ปูชั้นเลิศที่จะจับได้ในช่วงอากาศหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคม โดยปูชนิดนี้มีขนาดตัวที่ใหญ่ เนื้อทั้งแน่นทั้งหวาน สามารถได้ทั้งแบบต้ม ย่าง หรือทานดิบๆ แบบซาชิมิ นอกจากนี้รสชาติมันปูของปูชนิดนี้ก็ให้รสชาติที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ปูชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ที่ใครหลายคนชื่นชอบและทานกันในโอกาสพิเศษเท่านั้น และด้วยความที่ปูชนิดนี้ที่จับได้ที่จังหวัดทตโตริมีความอร่อยเป็นพิเศษ ทำให้หลายๆ คนเรียกปูชนิดนี้ว่า “ปูทตโตริ” เลยทีเดียว
ลูกแพร์แห่งศตวรรษที่ 20

อีกหนึ่งของขึ้นชื่อของจังหวัดทตโตริก็คือลูกแพร์ ด้วยอากาศ น้ำ และดินที่เหมาะสม ทำให้ลูกแพร์ที่ปลูกที่จังหวัดทตโตริแห่งนี้มีรสชาติที่อร่อย มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น โดยแม้จังหวัดทตโตริจะปลูกลูกแพร์หลายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์โอชู, พันธุ์อาคิบาเอะ หรือพันธุ์นัทสึฮิเมะ แต่พันธุ์ที่โดดเด่นและเป็นหน้าตาของจังหวัดทตโตริแห่งนี้ก็คือพันธุ์นิจิเซกิ (Nijisseiki) หรือที่แปลเป็นไทยว่า ลูกแพร์แห่งศตวรรษที่ 20 นั่นเอง โดยลูกแพร์พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ท้องถิ่นที่มีฤดูเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาถึงปลายเดือนกันยายน ซึ่งด้วยขนาดผลที่ใหญ่ หน้าตาที่สวยงาม รวมไปถึงเนื้อที่หวานกรอบและชุ่มฉ่ำ ทำให้หลายๆ คนขนานนามลูกแพร์พันธุ์นี้ว่าเป็น “จักรพรรดิ” ของลูกแพร์ที่จังหวัดทตโตริภาคภูมิใจและรอให้เราไปลิ้มลอง
วิธีเดินทางไปจังหวัด ทตโตริ
แนะนำกันมาขนาดนี้ เริ่มสนใจจะมาเยี่ยมชมจังหวัดทตโตริกันบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ สำหรับการเดินทางมายังจังหวัดทตโตริ เนื่องจากอยู่ในภูมิภาคชูโกคุ เราจึงขอแนะนำให้เริ่มเดินทางจากภูมิภาคคันไซอย่างโอซาก้าจะสะดวกที่สุดเพราะระยะทางไม่ห่างกันมาก ซึ่งหากเดินทางจากจังหวัดโอซาก้า เราก็จะสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นสาย JR Limited Express Super Hakuto นั่งตรงมาลงที่จังหวัดทตโตริได้เลย โดยใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 2 ชม. ครึ่งเท่านั้น
หรือสำหรับคนที่ไม่อยากนั่งรถไฟไปหลายต่อ ที่จังหวัดทตโตริก็มีสนามบินด้วยเช่นกัน หากต้องการเดินทางจากประเทศไทย เราก็สามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่ฮาเนดะ จากนั้นค่อยต่อเครื่องไปลงที่ Tottori Airport ได้ โดยสายการบินที่ให้บริการ ก็ยกตัวอย่างเช่น ANA หรือ All Nippon Airways นั่นเอง
ทตโตริเป็นจังหวัดรองๆ ที่คนไทยหลายๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ก็มีสถานที่น่าเที่ยวน่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบแตกต่าง ไม่ต้องไปแย่งกันเที่ยวกับนักท่องเที่ยวจำนวนเยอะๆ ที่นี่ก็เป็นอีกจังหวัดที่เราแนะนำให้ลองมาเยี่ยมชมกันดู











