ฮอกไกโด (Hokkaido) 

,

ฮอกไกโด (Hokkaido)

แจกพิกัด 40 ร้านอาหารซัปโปโร ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวฮอกไกโด 2025

รวมสุดยอด ร้านอาหารซัปโปโร ร้านเด็ด ร้านดัง รีวิวเยอะ ในเมืองหลวงฮอกไกโด ซัปโปโร เมืองหลวงแห่งฮอกไกโด ไม่ได้มีดีแค่หิมะนุ่มๆ และเทศกาลน้ำแข็งสุดอลังการ แต่ยังเป็น “ขุมทรัพย์ของนักชิม” ร้านอาหารซัปโปโรขึ้นชื่อในเรื่องของการใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทะเลและฟาร์มชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็น ร้านราเมงสุดฮิต ร้านซูชิสายพาน ร้านปู ร้านซุปแกงกะหรี่ ร้านเนื้อย่างเจงกิสข่าน ร้านอาหารทะเล ร้านยากินิกุ ร้านอาหารญี่ปุ่น เรียกได้ว่ามีให้เลือกครบ

นอกจากนี้ยังมีร้านที่มีกระแสมาแรงในแต่ละช่วงเวลาที่เหล่านักชิมต้องไปลองสักครั้ง ทุกๆ ร้านล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรสชาติที่ทำให้คุณหลงรักไม่รู้ลืม หากคุณมีแพลนจะไปเที่ยวฮอกไกโด อย่าลืมเซฟลิสต์นี้ไว้ รับรองไม่พลาดร้านอร่อยแน่นอน! รวม 40 ร้านอาหารซัปโปโรที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวฮอกไกโด 2025

แจกพิกัด 40 ร้านอาหารซัปโปโร ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวฮอกไกโด 2025

1. Soup Curry GARAKU Sapporo Main Restaurant

Soup Curry GARAKU Sapporo

ร้าน Soup Curry GARAKU Sapporo Main Restaurant เป็นร้านซุปแกงกะหรี่ ยอดนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในซัปโปโร (Sapporo) ฮอกไกโด (Hokkaido) เรียกได้ว่าเป็น ตำนานซุปแกงกะหรี่แห่งฮอกไกโด ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้ดึงดูดลูกค้ามาต่อแถวยาวเหยียดเป็นประจำ มีเมนูขึ้นชื่ออย่าง “Tender Chicken Thigh with Vegetables” ขาไก่นุ่มและผัก ที่โดดเด่นด้วยขาไก่ที่ตุ๋นจนนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมผักท้องถิ่นสดใหม่จากฮอกไกโดที่มีสีสันสวยงามและรสหวานตามธรรมชาติ เช่น บรอกโคลีย่าง มันฝรั่ง แครอท พริกหยวก และรากบัว ผักเหล่านี้มักถูกนำไปย่างก่อนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่ดียิ่งขึ้น น้ำซุปที่เข้มข้นหอมกรุ่น เข้ากันอย่างยอดเยี่ยมกับข้าวสวยที่มักเป็นข้าวผสมธัญพืชหรือข้าวขมิ้น ร้าน GARAKU ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยได้รับเลือกให้อยู่ในรายชื่อ Tabelog Curry EAST “Hyakumeiten” (ร้านแกงกะหรี่ 100 อันดับแรกของฝั่งตะวันออก) หลายปีซ้อน

จุดเด่นของร้าน Soup Curry GARAKU Sapporo Main Restaurant คือ น้ำซุปอันเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง น้ำสต็อกสไตล์ญี่ปุ่นที่เข้มข้น และ เครื่องเทศลับเฉพาะกว่า 21 ชนิด ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม มีความอูมามิจากวัตถุดิบ 30 ชนิด เช่น กระดูกหมู ไก่ และผักปรุงรสต่างๆ ที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน นอกจากรสชาติที่ล้ำลึกแล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกปรับระดับความเผ็ดและปริมาณข้าวได้ตามชอบ

เมนูแนะนำของร้าน Soup Curry GARAKU Sapporo Main Restaurant
1. Tender Chicken Thigh with Vegetables (Classic)
= 1,480 เยน
2. Marina Seafood Bowl with Snow Crab Gratin (Main Store Exclusive) = 3,790 เยน
3. GARAKU Special Hokkaido Camembert Cheese Wheel (Main Store Exclusive) = 2,790 เยน
4. Slow Roasted Kakuni Pork Belly (Limited quantity) = 1,640 เยน

2. Toriton

Toriton

ร้าน Toriton เป็นร้านซูชิสายพาน ชื่อดังที่ถือกำเนิดขึ้นในฮอกไกโด และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ จุดที่ทำให้ Toriton เป็นที่รักของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวคือ ความสดใหม่ คุณภาพของวัตถุดิบ ขนาดชิ้นปลาที่ใหญ่ และคุ้มค่า โดยร้านจะคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างพิถีพิถันจากทะเลฮอกไกโด โดยเน้นการจัดซื้อวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละเช้าจากตลาด เช่น หอยโฮกิ หอยเชลล์สด จากทะเลโอค็อตสค์ (Okhotsk Sea) และปลาตามฤดูกาลต่างๆ ถูกนำมาใช้เป็นหน้าซูชิที่มีขนาดชิ้นใหญ่ หนา และสมเหตุสมผลกับราคา ทำให้ลูกค้าได้รับประทานซูชิที่เต็มปากเต็มคำและคุ้มค่า

จุดเด่นของร้าน Toriton คือ ซูชิชิ้นใหญ่ หนา เต็มคำ และเชฟซูชิของ Toriton จะทำการแล่ปลาและเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดที่ร้าน เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด พวกเขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่อุณหภูมิของข้าวซูชิที่นุ่มละมุน ขนาดของคำที่พอดีคำ ไปจนถึงการปรุงแต่งรสชาติเฉพาะตัว อย่างเช่น ไข่ปลาแซลมอนหมัก (Ikura) ที่ปรุงด้วยซอสสูตรลับเฉพาะ เพื่อให้แต่ละคำเป็น “ซูชิที่อร่อยที่สุด”

เมนูแนะนำของร้าน Toriton
1. Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) = เป็นเมนูที่โด่งดังที่สุดของ Toriton เพราะไข่ปลาแซลมอนที่นี่จะ เม็ดใหญ่ ล้นคำ
2. Hotate (หอยเชลล์สด) = หอยเชลล์จากฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องความหวานและเนื้อที่ หนานุ่ม เด้งหนึบ
3. Aburi Engawa (ปลาเอนงาวะย่างไฟ) = ครีบปลาตาเดียวที่ถูกย่างไฟเบาๆ จนมีกลิ่นหอมและไขมันแตกตัว ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนละลายในปาก
4. Seasonal Specials (ซูชิประจำฤดูกาล)

3. Kani Honke Sapporo Station Main Branch

Kani Honke Sapporo Station

ร้าน Kani Honke Sapporo Station Main Branch เป็นร้านอาหารปู เก่าแก่และมีชื่อเสียงด้านเมนูปูอันดับต้น ๆ ของฮอกไกโด ร้านนี้มีประวัติยาวนานและได้รับการยอมรับจากทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการเน้นในเรื่องของการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่จากทะเลญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนฮอกไกโด

จุดเด่นของร้าน Kani Honke Sapporo Station Main Branch คือ ความสดใหม่ โดยร้านจะเสิร์ฟเมนูจากปูที่สดใหม่ ไม่มีการแช่แข็ง มีเมนูปูให้เลือกหลายหลาย โดยเฉพาะปูขึ้นชื่อของฮอกไกโดอย่างปูทาระบะ และปูซูไว (Snow Crab) ที่นำมาปรุงในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เมนูแบบดั้งเดิมไปจนถึงอาหารไคเซกิ (Kaiseki) หรืออาหารชุดคอร์สสุดหรูหรา ซึ่งจัดเตรียมอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ลูกค้าสามารถลิ้มลองรสชาติของ ปูซาชิมิ ซูชิปู ปูเทมปุระ ปูย่าง หรือเมนูหม้อไฟร้อน ๆ อย่าง “คานิซูกิ” (Kani Suki) และ “คานิชาบู” (Kani Shabu) ที่ใช้ซุปสต็อกสูตรเฉพาะของร้าน

เมนูแนะนำของร้าน Kani Honke Sapporo Station Main Branch
1. Kanisuki (ปูหม้อไฟ/สุกี้ปู) = เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่โด่งดังที่สุด
2. Kani Sashimi (ปูซาชิมิ) = เมนูเนื้อปูที่เสิร์ฟดิบ
3. Boiled/Grilled Crab (ปูนึ่ง/ปูย่าง) = การนำปูทาราบะหรือปูหิมะมานึ่งหรือย่างแบบเรียบง่าย
4. Crab Tomalley (มันปู) = มักจะเสิร์ฟในเมนูชุดเป็นเครื่องเคียงหรือนำมาปรุงเป็นซอส/เต้าหู้

4. Ramen Shingen minami 6 jo branch

Ramen Shingen minami 6 jo branch

ร้าน Ramen Shingen minami 6 jo branch เป็นร้านราเมงแบบมิโซะ ถือเป็นหนึ่งในร้านราเมงยอดนิยม เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเมนู มิโซะราเมง (Miso Ramen) ในสไตล์ซัปโปโรดั้งเดิมที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ ไฮไลต์สำคัญคือ น้ำซุปที่ทำจากการเคี่ยวกระดูกหมูและผักนานกว่า 50 ชั่วโมง จนได้ซุปใสที่มีรสอูมามิที่ลุ่มลึก แต่ยังคงความกลมกล่อมและไม่เค็มหรือหนักจนเกินไป เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ “ชินชู” (Shinshu) หรือมิโซะรสชาติเข้มข้น (Koku Miso) ซึ่งสามารถเลือกความเข้มข้นของน้ำซุปได้ทั้งแบบเบา (Assari) และแบบเข้มข้น (Kotteri) ตัวน้ำซุปเข้ากันอย่างลงตัวกับเส้นราเมงหยักสีเหลืองขนาดกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของซัปโปโรได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยหมูชาชูชิ้นหนานุ่มที่เปื่อยนุ่มและรสชาติซึมซาบ นอกจากราเมงแล้ว เมนูเครื่องเคียงอย่างข้าวผัด (Chahan) และเกี๊ยวซ่าก็ได้รับคำชมว่าอร่อยไม่แพ้กัน

จุดเด่นของร้าน Ramen Shingen minami 6 jo branch คือ ราเมงมิโซะรสชาติเข้มข้นที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์อันโด่งดัง ซึ่งผู้คนต่างยกย่องในความครีมมี่ของน้ำซุปที่หอมหวลและไม่หนักจนเกินไปจนสามารถซดได้จนหมดชาม เสิร์ฟพร้อมกับหมูชาชูชิ้นโตที่นุ่มละมุน และเส้นราเมงหยักสีเหลืองสไตล์ซัปโปโรที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี นอกจากนี้ ทางร้านยังมีตัวเลือกซุปอื่น ๆ ที่น่าสนใจตามชื่อแคว้นในอดีตของญี่ปุ่น เช่น เอจิโกะ (Echigo) ราเมงมิโซะรสเผ็ด, โทสะ (Tosa) รสเกลืออ่อน, หรือ โอวาริ (Owari) รสโชยุอ่อน และทางร้านยังมีตัวเลือก “ราเมงขนาดครึ่งชาม (Half Ramen)” ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้ผู้ที่ต้องการลิ้มลองหลายเมนูหรือผู้ที่ทานน้อยสามารถสั่งชุดคอมโบราเมงครึ่งชามคู่กับข้าวผัดได้

เมนูแนะนำของร้าน Ramen Shingen minami 6 jo branch
1. Shinshu (Tasty miso flavor)
2. Echigo (Spicy miso flavor)
3. Tosa (Plain(mild) salt flavor)
4. Chahan (Fried rice) = ข้าวผัด
5. Gyoza (Fried dumplings) = เกี๊ยวซ่า

5. Yuuhi Ultimate Salt-Aged Jingisukan Susukino Main Store

Yuuhi Ultimate Salt-Aged Jingisukan Susukino Main Store

ร้าน Yuuhi Ultimate Salt-Aged Jingisukan Susukino Main Store เป็นร้านเนื้อแกะย่าง ชื่อดังในย่านซูซูกิโนะของเมืองซัปโปโร เนื้อแกะย่างแบบญี่ปุ่น โดยร้านจะนำเนื้อแกะ (Lamb) สดที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม ไปผ่านกระบวนการหมักเกลือสูตรพิเศษเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เนื้อ นุ่มนวลขึ้น และดึงรสชาติความอร่อยของเนื้อแกะออกมาได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากกลิ่นสาบ การหมักด้วยเกลือยังช่วยให้ผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเนื้อแกะแบบบริสุทธิ์ได้ลิ้มลองความนุ่มและฉ่ำของเนื้อชั้นดีโดยไม่ต้องพึ่งซอสปรุงรสที่เข้มข้นจนเกินไป

จุดเด่นของร้าน Yuuhi Ultimate Salt-Aged Jingisukan Susukino Main Store คือ การใช้เทคนิคการบ่มเนื้อแกะที่เฉพาะตัว ซึ่งทำให้เนื้อมีรสชาติที่อ่อนโยนและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล พร้อมกับทานคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ เช่น ข้าว และผักที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากเนื้อแกะชั้นเลิศแล้ว ร้านยังมีเมนูที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น Thick Cut Salt Aged Lamb Steak และเนื้อแกะหายากจากฮอกไกโด เช่น “Asparagus Lamb” หรือ “Icelandic Sheep” ที่เป็นเนื้อแกะเกรดพรีเมียมจากแหล่งผลิตคุณภาพ รวมไปถึงไส้กรอกแกะโฮมเมด และยังมีคอร์สอาหารและตัวเลือกบุฟเฟต์พร้อมเครื่องดื่ม (All-You-Can-Eat & Drink) ไว้บริการอีกด้วย

เมนูแนะนำของร้าน Yuuhi Ultimate Salt-Aged Jingisukan Susukino Main Store
1. Salt-aged Lamb Genghis Khan
2. Thick Cut Salt Aged Lamb Steak
3. Bone-in Lamb Chops

6. Umi Hachikyo

Umi Hachikyo

ร้าน Umi Hachikyo เป็นร้านอาหารทะเล สไตล์อิซากายะ (Izakaya) ชื่อดังในเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลท้องถิ่นที่คัดสรรมาอย่างดี โดยเฉพาะเมนูที่เป็นไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์คือ “Ganso Tsukko Meshi” หรือ “ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน (Ikura) ล้นทะลัก” ที่โด่งดังไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่การแสดงอันเร้าใจของพนักงานที่จะนำไข่ปลาแซลมอนดองซีอิ๊วคุณภาพเยี่ยมจากฮอกไกโด มาตักใส่ชามข้าวร้อน ๆ อย่างต่อเนื่องจนล้นทะลัก ขณะที่พนักงานจะตะโกนคำว่า “โออิซ่า! (Oisah!)” เพื่อสร้างความสนุกสนานและเป็นกำลังใจ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวประมงท้องถิ่น ทำให้การรับประทานอาหารที่นี่เป็นมากกว่าแค่มื้ออาหาร แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและบรรยากาศแบบโรงอาหารชาวประมง หรือ “บันยะ (banya)” ด้วยการตกแต่งที่เต็มไปด้วยธงเรือประมงและทุ่นลอย

จุดเด่นของร้าน Umi Hachikyo คือ การให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบ คัดสรรปลาที่สดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือ โดยเฉพาะไข่ปลาแซลมอนที่ใช้จะถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในฮอกไกโด ทำให้มีรสชาติอร่อยและละลายในปาก นอกจากเมนู Tsukko Meshi แล้ว ร้านยังมีอาหารทะเลตามฤดูกาลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ปลาดิบ (Sashimi) และปลาโฮกเกะย่าง (Grilled Hokke fish) ที่นำวัตถุดิบสดใหม่จากท่าเรือต่าง ๆ ทั่วฮอกไกโด และยังมีเมนูข้าวหน้าอาหารทะเล เทมปุระ ที่ทุกเมนูได้รับการปรุงด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้บริการอีกด้วย

เมนูแนะนำของร้าน Umi Hachikyo
1. Ganso Tsukko Meshi = ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นทะลัก
2. Oyako Tsukko Meshi = ข้าวหน้าปลาแซลมอนกับไข่ปลาแซลมอน
3. Robata Grilled Fish = ปลาย่างโรบาตะ

Yakiniku Jingisukan Horumon Fudo Susukino

ร้าน Yakiniku Jingisukan Horumon Fudo Susukino เป็นร้านยากินิกุ และบาร์บีคิวเนื้อแกะ (เจงกิสข่าน) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) เมืองซัปโปโร เป็นปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น (Yakiniku) และเจงกิสข่าน (Jingisukan) ที่เหนือระดับ ไฮไลต์สำคัญ คือการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะเนื้อแกะฮอกไกโด (Hokkaido lamb) และเนื้อวากิวญี่ปุ่น (Wagyu) ที่ทางร้านเลือกซื้อมาทั้งตัว (Whole Japanese Beef) ทำให้สามารถนำเสนอเนื้อส่วนหายาก (Rare Cuts) และเครื่องใน (Horumon) ที่สดใหม่และมีราคาสมเหตุสมผล ความพิเศษอีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือ “ข้าวหม้อดิน” (Clay Pot Rice) ที่หุงตามสั่งเม็ดข้าวจะมีความนุ่มฟูและมีรสชาติละมุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมรสชาติของเนื้อย่างได้อย่างลงตัว ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ ทำให้ร้านนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในร้านยอดเยี่ยมของ Tabelog (Tabelog Hyakumeiten) ในหมวด Yakiniku East หลายปีซ้อน

จุดเด่นของร้าน Yakiniku Jingisukan Horumon Fudo Susukino คือ คุณภาพของวัตถุดิบและความหลากหลายของเมนูที่ตอบโจทย์คนรักเนื้อทุกประเภท ทั้งเนื้อแกะนุ่มลิ้น เครื่องในที่ละลายในปาก เช่น ลิ้นวัวที่ทั้งนุ่มและหนึบ ไปจนถึงเมนูที่ไม่ใช่เนื้อย่างอย่าง วากิวคาร์ปาชิโอ (Wagyu Carpaccio) และเมนูไก่/หมูที่คัดสรรมาอย่างดี นอกจากนี้ ความสดใหม่ของเครื่องในก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก ทำให้ร้าน Yakiniku Jingisukan Horumon Fudo Susukino เป็นหนึ่งในร้านยากินิกุที่คุ้มค่าและห้ามพลาดเมื่อมาเยือนซัปโปโร

เมนูแนะนำของร้าน Yakiniku Jingisukan Horumon Fudo Susukino
1. Shio Jingisukan
= เนื้อแกะฮอกไกโดคัดพิเศษ หมักเกลือ
2. Special Selected Wagyu Beef = เนื้อวากิวคัดพิเศษ
3. Special Salted Hormone Mix Platter = รวมเครื่องใน
4. Beef Tongue = ลิ้นวัว

8. Suage+ Soup Curry

Suage+ Soup Curry

ร้าน Suage+ Soup Curry เป็นร้านซุปแกงกะหรี่ชื่อดังระดับตำนานจากเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนมีสาขาในโตเกียวและต่างประเทศ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเมนู ซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry) ที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปที่มีความข้นหนืด โดยซุปแกงกะหรี่ของ Suage+ มีลักษณะเป็นซุปใสแต่เข้มข้น กลมกล่อมจากการเคี่ยวนานหลายชั่วโมง และโดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนที่สามารถเลือกระดับได้ (ตั้งแต่ 0 ถึง 10) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการซดในสภาพอากาศเย็นของฮอกไกโด โดยร้านจะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากฮอกไกโดเป็นหลัก และการปรุงผักด้วยวิธี “Suage” (ทอดโดยไม่ชุบแป้ง) ซึ่งช่วยรักษารสชาติและความหวานตามธรรมชาติของผักไว้ได้อย่างเต็มที่ เมนูที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ เนื้อหมูคุโรบูตะ (Lavender Pork) หรือเนื้อไก่ชิเรโทโกะ (Shiretoko Chicken) ที่นุ่มละมุน

จุดเด่นของร้าน Suage+ Soup Curry คือ การเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งเมนูได้อย่างหลากหลายตามความชอบ (Customization) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของซุปแกงกะหรี่สไตล์ซัปโปโร ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของซุปหลัก ไม่ว่าจะเป็นซุปมาตรฐาน (Standard Soup) ซุปดำจากหมึกดำ (Squid Ink Soup) หรือซุปกุ้งพิเศษ (Special Shrimp Oil Soup) และยังสามารถเลือกความเผ็ดได้ถึง 10 ระดับ หรือมากกว่า นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งให้เลือกเพิ่มอีกกว่า 30 ชนิด ตั้งแต่เนื้อสัตว์พรีเมียมอย่างไก่ชิเรโตโกะ (Crispy Shiretoko Chicken) หมูคาคุนิย่างไฟ (Aburi Kakuni Pork) หรือเนื้อแกะย่างถ่าน รวมไปถึง “อิโมะโมจิ” (Imo Mochi) โมจิจากมันฝรั่ง อันเป็นเมนูขึ้นชื่อของฮอกไกโด เสิร์ฟคู่กับข้าวโดยใช้ข้าว “อากาไม” (Akamai) ข้าวกล้องสีแดงที่ผสมกับข้าวฮอกไกโด “นานัทสึโบชิ” (Nanatsuboshi) ทำให้ได้ข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีความหวานตามธรรมชาติ ซึ่งเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับน้ำซุปแกงกะหรี่ร้อนๆ และเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมจนมักจะมีคิวยาวเหยียด

เมนูแนะนำของร้าน Suage+ Soup Curry
1. Crispy Shiretoko Chicken and Vegetable Curry = ไก่ชิเรโตโกะะทอดกรอบกับผัก
2. Kurobuta Pork and Vegetable Curry = หมูคุโรบูตะทอดกับผัก
3. Curry Soup Beef = ซุปแกงกะหรี่เนื้อวัว
4. Chicken Leg Curry (Fried or Stewed)

9. Ebisoba Ichigen Main Shop

Ebisoba Ichigen Main Shop

ร้าน Ebisoba Ichigen Main Shop เป็นร้านราเมง ตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด เป็นร้านราเมงที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักอย่างมากจากความโดดเด่นของ ซุปกุ้ง (Ebi) ที่ไม่เหมือนใคร โดยหัวใจสำคัญของราเมงร้านนี้คือ ราเมงน้ำซุปกุ้งอามะเอบิ (Amaebi) หรือกุ้งหวาน ที่ผ่านการเคี่ยวหัวกุ้งจำนวนมากอย่างพิถีพิถันในทุกวัน เพื่อให้ได้รสชาติกุ้งที่เข้มข้น หอมหวล และมีรสอูมามิที่ลุ่มลึกเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากราเมงทั่วไปอย่างชัดเจน เมนูหลักของร้านคือ “เอบิโซบะ” ที่ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของเครื่องปรุงรสเค็มได้ 3 แบบ คือ Ebi-Shio (รสเกลือ), Ebi-Shoyu (รสซีอิ๊ว) และ Ebi-Miso (รสเต้าเจี้ยว) ซึ่งรส Ebi-Miso ได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะราเมงซัปโปโร และราเมงแต่ละชามจะเสิร์ฟในชามสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงสีของกุ้งหวาน

จุดเด่นของร้าน Ebisoba Ichigen Main Shop คือ ลูกค้าสามารถปรับระดับความเข้มข้นของน้ำซุปได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างซุปกุ้งและน้ำซุปกระดูกหมู (ทงคตสึ) ซุป “Sono Mama” (ซุปกุ้งล้วน) สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสกุ้งแบบเต็มๆ ซุป “Hodo Hodo” (ซุปกุ้งผสมกระดูกหมูในระดับปานกลาง) และซุป “Ajiwai” (ซุปกุ้งผสมกระดูกหมูที่เข้มข้น) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเส้นบะหมี่ได้ทั้งแบบเส้นหนาหรือเส้นบาง ทำให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถสร้างสรรค์ราเมนที่ตรงกับความชอบของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท็อปปิ้งเสริมที่โดดเด่นคือ เกล็ดเทมปุระกุ้งกรุบกรอบ และผงกุ้งบด ที่ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติและกลิ่นหอมของกุ้งให้เด่นชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีเมนูทานเล่นยอดนิยมอย่าง ข้าวปั้นกุ้ง (Ebi Onigiri) ที่แนะนำให้สั่งมาทานคู่กัน หรือนำไปคลุกกับน้ำซุปที่เหลือเพื่อทำเป็นสไตล์ริซอตโตะปิดท้าย

เมนูแนะนำของร้าน Ebisoba Ichigen Main Shop
1. Shrimp & Salt
2. Shrimp & Miso
3. Shrimp & Soy Sauce

10. Shabu Shabu LetUs Susukino Branch

Shabu Shabu LetUs Susukino Branch

ร้าน Shabu Shabu LetUs Susukino Branch เป็นร้านสุกียากี้ และชาบูชาบู แบบบุฟเฟต์ (All-You-Can-Eat) ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “หนึ่งคนต่อหนึ่งหม้อ” ทำให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการเลือกน้ำซุป และปรับรสชาติได้ตามความชอบส่วนตัวโดย ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ใหม่ของร้านชาบูในญี่ปุ่น ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านซูซูกิโนะอันคึกคักของเมืองซัปโปโร และมีชื่อเสียงในเรื่องของวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะผักสดตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งมีให้เลือกกว่า 25 ชนิด เนื้อสัตว์ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่น คอร์สยอดนิยมอย่างบุฟเฟต์ลิ้นวัวบ่ม (Aged Beef Tongue) หรือเนื้อหมูดำคุโรบูตะ (Kurobuta) ที่นำเสนอในหลากหลายคอร์สให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ

จุดเด่นของร้าน Shabu Shabu LetUs Susukino Branch คือ การเป็นร้านบุฟเฟต์สไตล์ “New Style Shabu Shabu” ที่แตกต่างด้วยระบบหม้อส่วนตัว ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้ลิ้มรสวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอย่างเต็มที่ และเมนูบุฟเฟต์ของที่นี่มีให้เลือกหลายคอร์ส ตั้งแต่คอร์สเนื้อหมูหอมไปจนถึงคอร์สพรีเมียมที่มีลิ้นวัวบ่ม (Aged Beef Tongue) หรือเนื้อคุโระกิว (Black Beef) รวมอยู่ในรายการ “ทานได้ไม่อั้น 60 รายการ” นอกจากเนื้อสัตว์และผักแล้ว บุฟเฟต์ยังครอบคลุมของว่าง อาหารทานเล่น และของหวาน เช่น เจลาโต้ตามฤดูกาล และทีรามิสุชาเขียว/โฮจิฉะ การมีตัวเลือกเครื่องดื่มแบบดื่มได้ไม่อั้น (All-You-Can-Drink) ที่รวมเบียร์สด และยังมีเมนูอะลาคาร์ทมากมาย

เมนูแนะนำของร้าน Shabu Shabu LetUs Susukino Branch
1. Most popular [All-you-can-eat 60 types] Aged beef tongue course 4900 yen * +1650 yen for all-you-can-drink

2. [All-you-can-eat 60 types] Kobe Wagyu beef course 10,800 yen * + 1,650 yen for all-you-can-drink
3. [All-you-can-eat 60 dishes] Black beef and fragrant pork course 4,200 yen * +1,650 yen for all-you-can-drink

11. Kadoya Susukino/Unagi (Eel)

Kadoya Susukino

ร้าน Kadoya Susukino/Unagi (Eel) เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหล เก่าแก่และมีชื่อเสียงในซัปโปโร โดยเฉพาะในย่านซูซูกิโนะ ที่เชี่ยวชาญด้านเมนู ปลาไหลย่าง (Unagi) และเป็นที่รู้จักในฐานะร้านที่เสิร์ฟปลาไหลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1957 (หรือมีข้อมูลว่าก่อตั้งในปี 1967) สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและทักษะการปรุงอาหารที่สั่งสมมาอย่างพิถีพิถัน ร้านจะใช้ปลาไหลที่จับมาใหม่และเตรียมอย่างสดใหม่ทุกวัน จากนั้นนำไปย่างอย่างประณีต จนได้เนื้อปลาที่ กรอบนอกนุ่มใน (Crispy on the outside, fluffy on the inside) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ลูกค้าทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างหลงใหล บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาในสไตล์ญี่ปุ่นที่สงบและผ่อนคลาย

จุดเด่นของร้าน Kadoya Susukino/Unagi (Eel) คือ “ข้าวหน้าปลาไหลสามแบบ” หรือ “ฮิตสึมาบูชิ” (Hitsumabushi) เป็นวิธีการรับประทานปลาไหลแบบดั้งเดิม โดยจะเสิร์ฟข้าวหน้าปลาไหลในถ้วยขนาดใหญ่พร้อมเครื่องเคียง เพื่อให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับรสชาติได้หลากหลายมิติ การรับประทานจะแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) รับประทานแบบปกติ 2) ทานคู่กับเครื่องเคียง เช่น ต้นหอมซอย สาหร่าย และวาซาบิ 3) เติมน้ำซุปชเพื่อทำเป็นข้าวต้มปลาไหล และ 4) ผสมผสานรสชาติที่ชื่นชอบที่สุดระหว่างแบบที่ 2 และ 3 เข้าด้วยกัน วิธีการนี้ช่วยให้สัมผัสรสชาติที่เข้มข้น หอมกลิ่นปลาไหลย่างผสมกับซอสเฉพาะของร้านได้อย่างเต็มที่ นอกจากเมนูข้าวหน้าปลาไหลแล้ว ร้านยังมีเมนูที่ทำจากปลาไหลอื่นๆ เช่น ปลาไหลเสียบไม้ย่าง (Eel skewers) และไข่ม้วนไส้ปลาไหล (Umaki) ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในศิลปะการปรุงปลาไหลอย่างแท้จริง

เมนูแนะนำของร้าน Kadoya Susukino/Unagi (Eel)
1. Hitsumabushi
= ข้าวหน้าปลาไหลสามแบบ
2. Unaju = ข้าวหน้าปลาไหลย่าง
3. Umaki = ไข่ม้วนไส้ปลาไหล
4. Kabayaki = ปลาไหลย่างเสียบไม้

12. Tonkatsu Aoki Sapporo

Tonkatsu Aoki Sapporo

ร้าน Tonkatsu Aoki Sapporo เป็นร้านทงคัตสึ (Tonkatsu) ชื่อดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “Tonkatsu Hyakumeiten” (ร้านทงคัตสึยอดเยี่ยม 100 อันดับ) จากเว็บไซต์ Tabelog ของญี่ปุ่นในปี 2022 และ 2024 โดยร้านมีความโดดเด่นในเรื่องการใช้ “เกลือจิ้มทงคัตสึ” (Salt-Dipped Tonkatsu) เป็นเจ้าแรกในญี่ปุ่น เพื่อดึงรสชาติความหวานและรสอุมามิของเนื้อหมูออกมาอย่างเต็มที่ สำหรับจุดเด่นด้านวัตถุดิบ ทางร้านพิถีพิถันเลือกใช้เนื้อหมูคุณภาพสูง เช่น หมู SPF (Specific Pathogen Free) ที่มีไขมันหวานและเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ นำมาชุบกับแป้งขนมปัง (Panko) สูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพื่อให้ได้สัมผัสที่บางเบาและกรอบนอก จากนั้นจึงนำไปทอดด้วยเทคนิคการทอดแบบใช้ น้ำมันหมูแท้ในอุณหภูมิต่ำอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ทงคัตสึที่มีผิวกรอบสีเหลืองทองและเนื้อหมูข้างในที่ยังคงความชุ่มชื้นและมีสีอมชมพูเล็กน้อย

จุดเด่นของร้าน Tonkatsu Aoki Sapporo คือ การได้ลิ้มลองทงคัตสึคู่กับ เกลือหินหลากหลายชนิด ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ เช่น เกลือหิมาลายัน (Himalayan Rock Salt) รวมถึงเกลือนามาคุ (Namak) ที่มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ ช่วยเพิ่มความลึกซึ้งของรสชาติเนื้อหมูได้เป็นอย่างดี ลูกค้าสามารถเลือกจิ้มเกลือเพื่อเปรียบเทียบรสชาติ หรือจะเลือกรับประทานคู่กับซอสทงคัตสึสูตรพิเศษของทางร้านก็ได้เช่นกัน เมนูที่แนะนำและได้รับความนิยมสูงคือ ชุดทงคัตสึสันนอกพิเศษ (Special Loin Cutlet Set) ขนาด 300 กรัม ซึ่งเป็นที่ถูกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหนาและรสชาติเข้มข้นของไขมันหมู หรือชุดทงคัตสึสันนอกธรรมดา (Loin Cutlet Set) ขนาด 200 กรัม นอกจากนี้ ภายในชุดอาหารยังมาพร้อมกับข้าวสวยที่ใช้ ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากฮอกไกโดที่มีความเหนียวและหวาน รวมถึงซุปมิโซะใส่หมู (Tonjiru) ที่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ลงตัว

เมนูแนะนำของร้าน Tonkatsu Aoki Sapporo
1. Tokubetsu Rosu Katsu Teishoku
= ชุดทงคัตสึสันนอกพิเศษ
2. Riburosukatsu Teishoku = ชุดทงคัตสึเนื้อส่วนริบอาย
3. Tokubetsu Hire Katsu Teishoku = ชุดทงคัตสึสันในพิเศษ

13. Kobutaya

Kobutaya

ร้าน Kobutaya เป็นร้านข้าวหน้าหมูย่างเตาถ่าน สไตล์ฮอกไกโด เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น โดยเฉพาะที่ ซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด มีชื่อเสียงในเรื่องของเมนูข้าวหน้าหมูย่างถ่าน หรือ บูตะด้ง (Butadon) ที่ย่างด้วยถ่านแบบสดๆ ชามต่อชาม โดยร้านจะย่างหมูจนได้รสชาติที่ชุ่มฉ่ำและมีกลิ่นหอมของการย่างถ่านที่เข้มข้น ซึ่งแตกต่างจากร้านอื่นๆ และเป็นที่ร่ำลือว่าเป็นหนึ่งใน Butadon ที่ดีที่สุดในเมืองซัปโปโร ตัวหมูจะถูกย่างจนเกรียมเล็กน้อย ผสมผสานกับซอสถั่วเหลืองสูตรหวานเค็มที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และซุปมิโซะ สามารถเลือกส่วนของหมูได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนสันใน ส่วนสามชั้น หรือแบบผสม เพื่อให้ได้สัมผัสที่หลากหลาย

จุดเด่นของร้าน Kobutaya คือ รสชาติและเทคนิคการย่าง ที่พิถีพิถัน โดยเนื้อหมูย่างจะมีความเกรียมสวยงามและนุ่มชุ่มฉ่ำ พร้อมซอสรสหวานเค็มที่เข้ากันได้อย่างลงตัว สามารถเลือกชนิดของเนื้อหมูได้ทั้งสันนอก (Loin) และสามชั้น (Belly) หรือแบบผสม ที่สำคัญคือความใส่ใจในรายละเอียดของเมนูเสริม เช่น ซุปมิโซะเข้มข้น และการเสิร์ฟพร้อมวาซาบิสดเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติในการทาน

เมนูแนะนำของร้าน Kobutaya
1. Kobutaya Butadon
2. Kobutaya Premium Butadon
3. Hokkaido Small Pork Bowl

14. Okushiba Shoten Ekimaesoseiji

Okushiba Shoten Ekimaesoseiji

ร้าน Okushiba Shoten Ekimaesoseiji เป็นร้านซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry) ชื่อดังและเป็นที่รู้จักกันดีในเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งสะดวกสบาย ใกล้สถานีซัปโปโร ร้านนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยเคยถูกคัดเลือกเข้าสู่ลิสต์ “Tabelog Curry EAST Hyakumeiten” (ร้านแกงกะหรี่ 100 อันดับยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคตะวันออก) หลายปีซ้อน ไฮไลต์ที่ดึงดูดลูกค้ามากที่สุดคือ น้ำซุปแกงกะหรี่รสกุ้ง (Original Shrimp Broth Soup Curry – Ebi Dashi) ที่ใช้กุ้งหวาน เป็นวัตถุดิบหลักในการเคี่ยว จนได้น้ำซุปที่หอมกรุ่น กลมกล่อม และมีรสอูมามิของกุ้งอย่างลุ่มลึก นอกจากนี้ ทางร้านยังมีการเสนอซุปเบสให้เลือกหลากหลาย เช่น ซุปไก่และซุปหอยนางรม (บางสาขา) รวมถึงระดับความเผ็ดที่ปรับได้ตามชอบ

จุดเด่นของร้าน Okushiba Shoten Ekimaesoseiji คือ ซุปแกงกะหรี่กุ้งแบบเข้มข้น ที่มีกลิ่นหอมและรสอูมามิของกุ้งผสมผสานกับเครื่องเทศได้อย่างลงตัว ทำให้ซุปแกงกะหรี่ของที่นี่มีมิติของรสชาติที่แตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะผักและข้าวจากฮอกไกโด สำหรับเมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาดคือ Chicken Leg and Seasonal Vegetable Soup Curry ในน้ำซุปกุ้ง หรือเมนูที่มีแฮมเบิร์กและสเต็ก

เมนูแนะนำของร้าน Okushiba Shoten Ekimaesoseiji
1. Hamburger and Vegetable Soup Curry

2. Chicken Leg and Seasonal Vegetable Soup Curry
3. Seafood Curry

15. Teshikaga Ramen (Sapporo branch)

Teshikaga Ramen

ร้าน Teshikaga Ramen (Sapporo branch) เป็นร้านราเมง ที่ได้รับความนิยมสูง ตั้งอยู่ในตรอกราเมงเก่าแก่ Ganso Sapporo Ramen Yokocho ย่านซูซูกิโนะ ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านราเมงในตำนานของซัปโปโร โดยร้าน Teshikaga Ramen ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพสูงจากฮอกไกโด โดยเฉพาะน้ำซุปที่ทำจากน้ำที่ไหลมาจากใต้ทะเลสาบมาชู (Lake Mashū) ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ นอกจากนี้ ทางร้านยังใช้กระดูกหมูและไก่จากฟาร์มในพื้นที่ใกล้เคียงเคี่ยวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้นและกลมกล่อมตามแบบฉบับซัปโปโร ราเมงที่นี่จึงมีรสชาติที่ล้ำลึกและหนักแน่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเติมความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวของฮอกไกโด

จุดเด่นของร้าน Teshikaga Ramen (Sapporo branch) คือ เมนูที่เป็นไฮไลต์และเป็นที่แนะนำอย่างยิ่งคือ Char Siu Miso Ramen ซึ่งโดดเด่นด้วย หมูชาชูชิ้นใหญ่ที่นำไปย่างถ่าน (Charcoal-Grilled Pork Belly) ทำให้ได้กลิ่นหอมรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และความมันของหมูที่เข้ากันได้ดีกับซุปมิโซะรสชาติเข้มข้นที่ปรุงจากมิโซะฮอกไกโด 4 ชนิด นอกจากราเมงมิโซะแล้ว Teshikaga ยังมีเมนูเด่นอื่น ๆ เช่น Gyokaishibori Shoyu Ramen (ราเมงโชยุที่สกัดรสชาติเข้มข้นจากอาหารทะเลและผัก) ที่มอบรสชาติอูมามิจากทะเลอย่างเต็มเปี่ยม สำหรับเส้นราเมงก็มีให้เลือกทั้งแบบเส้นหยักขนาดกลางที่นิยมใช้ในซัปโปโร หรือแบบเส้นเล็กที่ทำจากข้าวสาลีฮอกไกโด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ราเมงที่หลากหลาย

เมนูแนะนำของร้าน Teshikaga Ramen (Sapporo branch)
1. Cha Siu Miso Ramen

2. Seafood Squeezed Soup Soy Sauce Ramen
3. Gyokaishibori Shoyu Ramen
4. Miso Ramen with All Toppings

Nemuro Hanamaru at Sapporo Station

ร้าน Nemuro Hanamaru at Sapporo Station เป็นร้านซูชิสายพาน (Kaiten-Zushi) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจนมีคิวยาวเหยียด ถือเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ต้องมาลองเมื่อเยือนฮอกไกโด ที่ร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพดีและสดใหม่เป็นพิเศษ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความสดของอาหารทะเลได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมนูเด็ดที่หลายคนแนะนำ เช่น หอยเชลล์สด (Hotate), ไข่หอยเม่น (Uni), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura) แบบพวง (Sujiko) หรือแบบที่โปะมาอย่างพูน รวมถึงซูชิครีบปลาตาเดียวลนไฟ (Engawa) ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ร้านตั้งอยู่บนชั้น 6 ของห้าง Stellar Place ทำให้เดินทางสะดวกมากจากสถานี JR Sapporo

จุดเด่นของร้าน Nemuro Hanamaru at Sapporo Station คือ “คุณภาพที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล” ทำให้เป็นร้านซูชิที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ราคาเริ่มต้นต่อจานไม่แพง (เช่น เริ่มต้นที่ประมาณ 130 เยน) และลูกค้าสามารถเลือกหยิบซูชิที่หมุนมาบนสายพาน หรือสั่งจากเชฟได้โดยตรง เมนูพิเศษตามฤดูกาลก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดใจ เช่น Cod Milt Gunkan ในฤดูหนาวที่หลายคนแนะนำ นอกจากซูชิแล้ว ยังมีเมนูทานเล่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ไก่ทอดคาราอาเกะ และไข่ตุ๋นสไตล์ฮอกไกโดที่เนื้อเนียนนุ่ม

เมนูแนะนำของร้าน Nemuro Hanamaru at Sapporo Station
1. ซูชิไข่ปลาแซลมอน (Ikura)

2. หอยเชลล์สด (Hotate)
3. ซูชิครีบปลาตาเดียวลนไฟ (Engawa)
4. ไข่หอยเม่น (Uni)
5. ท้องปลาแซลมอนกริลล์ (Salmon Toro Grill)

Nijo Market Sapporo Seafood Donbe

ร้าน Nijo Market Sapporo Seafood Donbe เป็นร้านอาหารทะเล ที่โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างสูง ตั้งอยู่ภายใน ตลาดนิโจ (Nijo Market) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ครัวของซัปโปโร” ความพิเศษของร้านคือการเสิร์ฟ ไคเซ็นดง (Kaisendon) หรือ “ข้าวหน้าทะเล” ที่ใช้เฉพาะวัตถุดิบที่สดใหม่จากฮอกไกโดเท่านั้น ทางร้านให้ความสำคัญกับคุณภาพถึงขนาดที่เจ้าของร้านลงมือคัดสรรวัตถุดิบจากตลาดด้วยตัวเองทุกวัน ทำให้มั่นใจได้ว่าปูยักษ์ ไข่หอยเม่น (Uni) ไข่ปลาแซลมอน (Ikura) และหอยเชลล์ จะมีรสชาติหวาน หอม และมีสัมผัสที่ “ละลายในปาก” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารทะเลคุณภาพสูงจากแหล่งนี้ เมนูมีให้เลือกหลากหลายกว่า 30 ชนิด รวมถึงตัวเลือกที่สามารถปรับแต่งเครื่องเคียงได้เอง และยังเป็นที่รู้จักจากปริมาณที่จุใจและราคาสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ

จุดเด่นของร้าน Nijo Market Sapporo Seafood Donbe คือ ความสดใหม่ระดับพรีเมียม ของวัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข่หอยเม่น (Uni) ที่ได้รับคำชมอย่างมากว่ามีความหวานมัน เนื้อครีมมี่ ไม่คาว ซึ่งเป็นสิ่งที่คออาหารทะเลไม่ควรพลาด นอกจากนี้ ทางร้านยังโดดเด่นด้วย ข้าวญี่ปุ่นที่คัดสรรมาอย่างดี และ ซอสโชยุสูตรโฮมเมด ที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ ช่วยชูรสอูมามิของเครื่องทะเลได้อย่างลงตัว

เมนูแนะนำของร้าน Nijo Market Sapporo Seafood Donbe
1. Manzoku-don
= ข้าวหน้ารวมอาหารทะเลฮอกไกโด
2. Tokusen Sapporo Asaichi Don = ข้าวหน้าปลาดิบสไตล์ญี่ปุ่น
3. Ikura Don = ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน

Hyousetsu No Mon

ร้าน Hyousetsu No Mon เป็นภัตตาคารอาหารทะเล เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอย่างสูงในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ของเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1964 และได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านอาหารปูที่มีประวัติยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง ร้านนี้เป็นสวรรค์ของคนรักปู ด้วยความมุ่งมั่นในการคัดสรรปูคุณภาพพรีเมียมสามชนิดหลักของฮอกไกโด ได้แก่ ปูทาราบะ (King Crab) ปูซูไว (Snow Crab) และ ปูขน (Hairy Crab) มานำเสนอในเมนูที่หลากหลายกว่า 30 รายการ

จุดเด่นของร้าน Hyousetsu No Mon คือ การนำเสนอเมนูปูในรูปแบบที่หลากหลายและพิถีพิถัน ซึ่งเป็นมากกว่าแค่อาหาร แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมการกินของฮอกไกโด เมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมักจะอยู่ในรูปแบบ คอร์สอาหาร (Course Menu) ที่ให้ลูกค้าได้ลิ้มรสปูในหลายมิติการปรุง ตั้งแต่แบบดิบที่สดใหม่ เช่น ซาชิมิปู (Crab Sashimi), การปรุงแบบดั้งเดิมอย่าง ปิ้งย่าง (Charcoal-grilled Crab) ที่ดึงความหอมหวานของเนื้อปูออกมา, ไปจนถึงเมนูแบบหม้อไฟร้อนๆ อย่าง ชาบูชาบู หรือ สุกี้ยากี้ปู นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเดียวที่โดดเด่น เช่น คร็อกเก้ปู หรือ ข้าวหน้าปู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการนำปูมาสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบการทำอาหาร

เมนูแนะนำของร้าน Hyousetsu No Mon
1. ซาชิมิปู (Crab Sashimi)

2. ปูย่างถ่าน (Charcoal-grilled Crab)
3. ปูชาบูชาบู (Crab Shabu-Shabu)

Sapporo Ramen Haruka

ร้าน Sapporo Ramen Haruka เป็นราเมง ชื่อดังที่ตั้งอยู่ ณ ทางเข้าของตรอกราเมงเก่าแก่ Ganso Ramen Yokocho ในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ใจกลางเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด ร้านนี้โดดเด่นเมนู ราเมงมิโสะแบบซัปโปโรดั้งเดิม แต่ผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมนู “มิโสะชีสราเมง” (Miso Cheese Ramen) ที่เป็นเมนูยอดนิยมและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ด้วยน้ำซุปมิโสะรสชาติเข้มข้น หอมมัน เพิ่มความกลมกล่อมด้วยชีสที่ละลายลงในซุปอย่างลงตัว นอกจากนี้ ทางร้านยังเสิร์ฟราเมงที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นของฮอกไกโด เช่น ราเมงหอยเชลล์เกลือสาหร่าย (Kelp Salt Scallop Ramen) และราเมงมิโสะรสเผ็ด (Spicy Miso Ramen) ซึ่งต่างก็ได้รับคำชมเรื่องรสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน และเส้นราเมงที่เหนียวนุ่มกำลังดี

จุดเด่นของร้าน Sapporo Ramen Haruka คือ เมนูราเมงที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะเมนู “Miso Cheese Ramen” (ราเมงมิโซะชีส) ที่เป็นเมนูยอดนิยมและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ด้วยการนำชีสมาผสมผสานกับน้ำซุปมิโซะรสเข้มข้น ทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่และกลมกล่อม นอกจากนี้ ยังมีเมนูเด่นอื่น ๆ ที่ใช้ส่วนผสมเฉพาะของฮอกไกโด เช่น “Kelp Salt Scallop Ramen” (ราเมงเกลือสาหร่ายทะเลและหอยเชลล์) และ “Butter Corn Miso Ramen” (ราเมงมิโซะเนยข้าวโพด) ที่เต็มไปด้วยรสชาติอันอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบท้องถิ่น น้ำซุปของที่นี่มีความเข้มข้นและมีรสชาติ “อูมามิ” ที่ลึกล้ำตามแบบฉบับราเมงซัปโปโร และยังมีการปรับแต่งเมนูให้มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

เมนูแนะนำของร้าน Sapporo Ramen Haruka
1. Miso (Soybean Paste) Cheese Ramen No. 1

2. Miso (Soybean Paste) Butter Corn Ramen (Local Specialty)
3. Karamiso Ramen (Spicy Miso Ramen) Sweet and Salty

Genghis Khan Fukurotei

ร้าน Genghis Khan Fukurotei เป็นร้านบาร์บีคิวเนื้อแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อและถือเป็น “โซลฟู้ด” จิตวิญญาณอาหารของเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ร้านตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโร ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) และเป็นที่รู้จักในฐานะร้านเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว จุดเด่นของ Fukurotei คือการใช้เนื้อคุณภาพเยี่ยม เช่น เนื้อลูกแกะ (Lamb) และ เนื้อแกะ (Mutton) จากฮอกไกโด รวมถึงการเลือกใช้เนื้อส่วน สะโพกแกะ (Shoulder Loin) จากออสเตรเลีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มและมีกลิ่นเฉพาะตัวของแกะน้อยมาก ทางร้านจะสไลซ์เนื้ออย่างพิถีพิถันเมื่อได้รับออเดอร์เพื่อคงความสดใหม่สูงสุด ทำให้ได้เนื้อที่ชุ่มฉ่ำและนุ่มลิ้นเมื่อนำไปย่าง

จุดเด่นของร้าน Genghis Khan Fukurotei คือ น้ำจิ้มสไตล์สึคิซามุ (Tsukisamu Style Sauce) ซึ่งเป็นสูตรลับที่สืบทอดมาจากร้านเจงกิสข่าน เก่าแก่ในย่านสึคิซามุ สูตรน้ำจิ้มนี้ให้ความสำคัญกับรสชาติของซอสเป็นหลัก โดยเป็นการผสมผสานระหว่างซอสถั่วเหลือง (Shoyu), กระเทียม, ขิง และเครื่องเทศกว่า 16-18 ชนิด ทำให้ได้รสชาติที่เผ็ดร้อนเล็กน้อย หอม และชูความหวานตามธรรมชาติของเนื้อแกะได้เป็นอย่างดี เอกลักษณ์อีกอย่างคือประสบการณ์การรับประทานที่แท้จริงสไตล์ซัปโปโร ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกย่างเนื้อและผักต่างๆ เช่น ถั่วงอก หัวหอม และเห็ด บนกระทะพิเศษที่น้ำจากเนื้อจะไหลลงไปต้มผักที่ขอบกระทะ นอกจากนี้ เมนูของร้านยังมีรายการพิเศษที่ไม่ควรพลาด เช่น ลิ้นแกะ ไส้กรอกแกะ ซึ่งเพิ่มทางเลือกที่น่าสนใจนอกเหนือจากเนื้อแกะปกติ

เมนูแนะนำของร้าน Genghis Khan Fukurotei
1.
เนื้อแกะจากฮอกไกโด
2. เนื้อลูกแกะสันในสะโพก
3. ลิ้นแกะ

SAPPORO Gyoza Seizosho

ร้าน SAPPORO餃子製造所 เป็นร้านเกี๊ยวซ่า ชื่อดังจากเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ร้านที่ผสานเข้ากับโรงงานผลิตเกี๊ยวซ่า ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรส “เกี๊ยวซ่าที่ทำสดใหม่ส่งตรงจากโรงงาน” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของร้าน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเกี๊ยวซ่าที่อร่อยและเข้าถึงง่าย ทางร้านจึงพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบและวิธีการผลิต ไฮไลต์สำคัญ คือการเน้นใช้ผลิตผลในท้องถิ่นฮอกไกโดเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น แป้งสาลีจากฮอกไกโด และผักสดต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ “เกี๊ยวซ่าฮอกไกโด” สูตรภาคเหนืออันเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้เกี๊ยวซ่าของที่นี่ไม่เหมือนใคร คือ แป้งเกี๊ยวซ่าแบบหนาแต่ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการผลิตที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโดโดยเฉพาะ

จุดเด่นของร้าน SAPPORO餃子製造所 คือ นอกจากความสดใหม่แล้ว ยังอยู่ที่ “เกี๊ยวซ่าขนาดใหญ่” ที่อัดแน่นด้วยน้ำซุปและรสชาติของเนื้อและผักที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟด้วยวิธีการย่างในกระทะเหล็กจนได้ความกรอบนอกนุ่มใน และมีรสชาติที่พิเศษแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย เมนูอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมและเป็น “โซลฟู้ดของฮอกไกโด” คือ ซันกิ (Zangi) หรือไก่ทอดสไตล์ฮอกไกโดที่มีรสชาติกลมกล่อมด้วยซอสหวานสูตรลับ รวมถึงเมนูข้าวหน้าต่าง ๆ และ “มาเซะโซบะ” (まぜそば – บะหมี่คลุก) ที่ทำเส้นเองจากแป้งฮอกไกโด นอกจากนี้บางสาขายังมีบริการซื้อเกี๊ยวซ่าสดไปทำเองที่บ้านแบบชั่งน้ำหนัก หรือเกี๊ยวซ่ามิโซะซัปโปโรในรูปแบบตู้ขายอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงอีกด้วย

Sapporo Beer Garden

Sapporo Beer Garden เป็นโรงเบียร์ นอกจากเหมาะสำหรับ คนรักเบียร์แล้ว โรงเบียร์แห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องอาหาร โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เมนู เจงกิสข่าน (Jingisukan) หรือบาร์บีคิวเนื้อแกะและเนื้อลูกแกะย่างบนเตาโดมเหล็กพร้อมผักนานาชนิด เช่น ถั่วงอกและหัวหอม ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของฮอกไกโด เนื้อสัตว์จะถูกนำมาย่างสด ๆ ที่โต๊ะ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่มักจะมีรสชาติเข้มข้นหรือปรุงรสด้วยส่วนผสมที่ช่วยเสริมรสชาติของเนื้อแกะ เช่น แอปเปิ้ลและมะนาว ความโดดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟเนื้อแกะคุณภาพดี มีตัวเลือกทั้งเนื้อแกะที่ยังไม่ปรุงรส (Fresh Lamb) และเนื้อที่ปรุงรสหมักซอสมาแล้ว (Seasoned Jingisukan) นอกจากนี้สามารถเลือกเพลิดเพลินกับแพ็กเกจ All-You-Can-Eat (ทานได้ไม่อั้น) ที่มีเนื้อแกะ เนื้อวัว เนื้อหมู และไก่ ให้เลือกสรรอีกด้วย

จุดเด่นของร้าน Sapporo Beer Garden คือ การจับคู่กับเครื่องดื่มเบียร์สดจาก Sapporo Beer ซึ่งเป็นโรงเบียร์เก่าแก่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเบียร์ Sapporo Classic ที่มีจำหน่ายเฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้น และ Sapporo Five Star ซึ่งเป็นเบียร์พรีเมียมที่มีให้บริการเฉพาะที่ Sapporo Beer Garden นอกจากเมนูเจงกิสข่านแล้ว ห้องอาหารบางส่วน เช่น Garden Grill ยังมีเมนูอาหารทะเลสดใหม่จากฮอกไกโด และเมนูย่างอื่น ๆ เช่น เนื้อลูกแกะที่เลี้ยงด้วยธัญพืช (Grain-fed Lamb) ให้เลือกอีกด้วย

Soup Curry TREASURE

ร้าน Soup Curry TREASURE เป็นร้านซุปแกงกะหรี่ อีกหนึ่งร้านที่ยอดนิยมในเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะร้านน้องของร้าน Soup Curry GARAKU อันโด่งดัง โดยได้สืบทอดปรัชญาการทำซุปที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ที่นี่เชฟผู้เปรียบเสมือน “ศิลปินแกงกะหรี่ซุป” ได้สร้างสรรค์ซุปสูตรเฉพาะตัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง ด้วยการนำ ดาชิ (น้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่น) และ โชยุ (ซอสถั่วเหลือง) มาผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยใช้ซอสลับ (醤 – จัง/Jang) ที่ทำจากการหมักเนื้อบดเป็นพื้นฐาน ผสานกับเครื่องเทศสูตรเฉพาะและส่วนผสมจากปลาโอแห้ง ปลาซาบะ และปลาชนิดอื่น ๆ อีก 8 ชนิดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทำให้ได้ซุปที่มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และมีมิติของรสชาติที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ซุปทั่วไป

จุดเด่นของร้าน Soup Curry TREASURE คือ การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากฮอกไกโด โดยเฉพาะผักสดหลากสีสันที่มีความกรุบกรอบและรสหวานตามธรรมชาติ เช่น บรอกโคลี แครอท มันฝรั่ง มะเขือยาว และรากบัว ซึ่งบางชนิดจะถูกนำไปย่างหรือทอดก่อนนำมาใส่ในซุปเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอม สำหรับเมนูยอดนิยมที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามคือ Teppan Hamburg Steak (สเต๊กแฮมเบิร์กย่างกระทะร้อน) ซึ่งทำจากเนื้อวัวฮอกไกโดและเนื้อหมูแดงชิเรโทโกะ (Shiretoko Red Pork) นำมาย่างบนกระทะร้อนให้เนื้อฉ่ำ ก่อนเสิร์ฟในซุปกะหรี่รสชาติเข้มข้นแต่บางเบาอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอื่น ๆ เช่น Crispy Fried Leg (ขาไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน) และตัวเลือกเมนูที่เน้นผักเป็นหลัก อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกความเผ็ดได้ตั้งแต่ระดับอ่อนไปจนถึงระดับเผ็ดมาก (ระดับ 1-40) เพื่อให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน

SHIHACHI Fresh Fish Shop Tanuki

ร้าน Shihachi Fresh Fish Shop Tanuki COMICHI Branch เป็นร้านอาหารทะเล ที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมอย่างสูง ตั้งอยู่ภายในศูนย์รวมร้านอาหาร Tanuki COMICHI ในย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ ทานุกิโคจิ (Tanukikoji) ใจกลางเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด โดยร้านจะเน้นใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และคุณภาพสูง เนื่องจากร้านนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งร้านขายปลาสด (Fishmonger) และอิซากายะ (Izakaya) อาหารทะเลพร้อมกัน ทำให้มั่นใจได้ว่าปลาและอาหารทะเลที่นำมาปรุงนั้นเป็นของที่คัดสรรมาอย่างดีราวกับเพิ่งยกขึ้นมาจากทะเลเลยทีเดียว ร้านเปิดให้บริการตลอดทั้งช่วงกลางวัน (Lunch) และกลางคืน (Dinner/Izakaya) โดยมีเมนูที่หลากหลาย และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ

จุดเด่นของร้าน Shihachi Fresh Fish Shop Tanuki COMICHI Branch คือ “ข้าวหน้าปลาทะเล” (Kaisen Don) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องปริมาณที่จัดเต็มและชิ้นปลาที่หั่นหนา ล้นชามอย่างน่าประทับใจ เมนูแนะนำคือ “ข้าวหน้าปลาทะเล 10 ชนิดสูตรพิเศษของ Shihachi” ที่รวบรวมของดีจากฮอกไกโดมาไว้ในชามเดียว นอกจากนี้ ทางร้านยังใส่ใจในรายละเอียดด้วยการเสิร์ฟข้าวฮอกไกโดชั้นดี ซอสโชยุสูตรเฉพาะ และน้ำซุปปลาคินกิ (KinKi Fish Broth) ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาทำเป็น โอชาซึเกะ (Ochazuke) ราดบนข้าวได้ เพื่อเพิ่มความอร่อยไปอีกมิติ

Sapporo Jingisukan Daruma Otoshi

ร้าน Sapporo Jingisukan Daruma Otoshi เป็นร้านบาร์บีคิวเนื้อแกะ ขึ้นชื่อระดับตำนานของซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1954 และยังคงรักษาชื่อเสียงในฐานะร้าน “เจงกิสข่าน” (เนื้อย่างแกะ/เนื้อแกะภูเขา) ที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านซูซูกิโนะไว้ได้อย่างมั่นคง โดยร้านจะใช้เป็น เนื้อแกะภูเขาสด (Mutton) ซึ่งเป็นเนื้อจากแกะโตเต็มวัยที่หลายคนมักกังวลเรื่องกลิ่นสาบ แต่เนื้อที่ร้าน Daruma จัดหานั้นได้รับการคัดสรรมาอย่างดี ทำให้มีรสชาติที่นุ่มและหอมอร่อยโดยไม่มีกลิ่นสาบรบกวนใจเลยแม้แต่น้อย

จุดเด่นของร้าน Sapporo Jingisukan Daruma Otoshi คือ ซอสสูตรพิเศษ ที่ทำจากถั่วเหลืองซึ่งเจ้าของร้านได้ปรุงเองทุกวันตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้าน ซอสนี้มีรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อแกะที่ย่างจนสุกพอดี นอกจากเมนูเจงกิสข่านมาตรฐานแล้ว ร้านยังมีเมนูที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่างเนื้อส่วนพรีเมียม (Jouniku) และเนื้อสันใน (Hireniku) ซึ่งมีความนุ่มและรสชาติที่แตกต่างกัน รวมถึง กิมจิโฮมเมด สูตรเฉพาะของคุณยายเจ้าของที่ให้รสเผ็ด หวาน และอร่อยเป็นเอกลักษณ์

Beef Shabu-Shabu Beef Suki Zen

ร้าน Beef Shabu-Shabu Beef Suki Zen 牛しゃぶ 牛すき 禅 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้าน ชาบูชาบู และสุกียากี้ โดยมักจะเน้นการใช้เนื้อวัวคุณภาพสูง โดยเฉพาะเนื้อวากิวระดับพรีเมียม เช่น Kuroge Wagyu A5 Wagyu หรือแม้แต่เนื้อหายากอย่าง Kobe Matsusaka หรือ Yonezawa ไฮไลต์สำคัญของร้านคือการคัดสรรเนื้อที่พิถีพิถัน ทำให้ได้เนื้อที่มีไขมันแทรกสวยงาม (Marbling) และมีรสชาติอูมามิที่เข้มข้น เมื่อนำมาลวกในน้ำซุปดาชิรสกลมกล่อมของชาบู-ชาบู หรือนำไปเคี่ยวในซอสสุกี้ยากี้รสหวานเค็มสูตรลับ ก็จะยิ่งดึงรสชาติความอร่อยของเนื้อออกมาได้อย่างเต็มที่ มีบริการทั้งแบบชุดอาหาร (Set Menu) และแบบบุฟเฟต์ทานได้ไม่อั้น (All-You-Can-Eat) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบเนื้อสามารถเพลิดเพลินกับคุณภาพเนื้อระดับสูงได้อย่างเต็มที่ในบรรยากาศสบาย ๆ และเป็นกันเอง

จุดเด่นของร้าน Beef Shabu-Shabu Beef Suki Zen 牛しゃぶ 牛すき 禅 คือ มีบริการเมนูแบบ บุฟเฟต์ (All-You-Can-Eat) ที่ให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการทานเนื้อและผักหลากหลายชนิดได้อย่างคุ้มค่า และคุณภาพของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเนื้อวากิวที่มีลายหินอ่อน (Marbling) สวยงาม และมีสัมผัสที่ ‘ละลายในปาก’ (Melt-in-your-mouth) พร้อมรสชาติ ‘อูมามิ’ (Umami) ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมักจะมีการระบุเกรดของเนื้ออย่างชัดเจน เช่น เนื้อ A5 Wagyu Sirloin ในบางสาขาหรือบางเมนู นอกจากนี้ Beef Shabu-Shabu Beef Suki Zen ยังโดดเด่นในด้านบรรยากาศที่มักจะเป็นแบบญี่ปุ่นร่วมสมัย (Modern Japanese) พร้อมด้วยห้องส่วนตัว (Private Room) หรือพื้นที่กั้นเป็นสัดส่วน

Yakiniku Kokokara Sapporo Susukino Ten

ร้าน Yakiniku Kokokara Sapporo Susukino Ten เป็นร้านยากินิกุ เนื้อย่างชื่อดังที่ตั้งอยู่ในย่าน Susukino ของซัปโปโร และเป็นสาขาแห่งแรกในฮอกไกโด จุดเด่นที่ดึงดูดนักชิมคือการเสิร์ฟเนื้อที่หั่นแบบ หนาพิเศษ (Thick Cuts) ซึ่งให้รสชาติและสัมผัสที่เต็มคำราวกับสเต็ก โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ “Legendary Assorted” หรือ “Legendary Assorted Jr.” ที่รวมเนื้อชิ้นหนาจากส่วนสำคัญอย่างลิ้นวัว (Tongue), เนื้อฮารามิ (Harami – Outside Skirt) และเนื้อสันใน (Tenderloin) ซึ่งเป็นที่กล่าวขานเรื่องความนุ่มละมุนลิ้น นอกจากเนื้อส่วนต่างๆ ที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ทางร้านยังมีเมนูเครื่องใน (Horumon) ที่สดใหม่ และเมนูเสริมอื่นๆ เช่น Bibimbap และ Kimchi เรียกได้ว่าเป็น สวรรค์ของคนรักเนื้อย่างชิ้นหนาในซัปโปโร

จุดเด่นของร้าน Yakiniku Kokokara Sapporo Susukino Ten คือ การเลือกเนื้อและส่วนประกอบที่หลากหลาย ที่สามารถปรับระดับความสุกของเนื้อได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสันใน หรือ เนื้อส่วนลิ้นวัว ที่คัดสรรมาอย่างดี รวมถึงเมนูต่างๆ เช่น ซอสพิเศษ ที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานช่วยเสริมรสชาติของเนื้อย่างได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนู เครื่องดื่ม และ ข้าวเกาหลี ที่สามารถทานคู่กับยากินิกุได้อย่างเข้ากันดี เมนูของร้านมีความหลากหลายครอบคลุมทั้งเนื้อแดงต่าง ๆ เครื่องใน (Hormone) ไปจนถึงเมนูเครื่องเคียงและอาหารจานเดียวอื่น ๆ ที่ได้รับคำชมอย่างมาก เช่น “Namul” หรือ “ข้าวซุปสาหร่าย” สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า ร้านยังมีบริการชุดเมนูพร้อมเครื่องดื่มไม่อั้น (All-You-Can-Drink) 2 ชั่วโมงให้บริการ และที่สำคัญอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ห่างจากสถานีซุซุกิโนะเพียง 2 นาที

Tsukada Nojo Sapporo Station North Gate

ร้าน Tsukada Nojo Sapporo Station North Gate เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น สไตล์อิซากายะ (Izakaya) ยอดนิยมที่โดดเด่นในการนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นรสชาติดั้งเดิม โดยเฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นของฮอกไกโด ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายอย่างยิ่ง เพียงเดินไม่กี่นาทีจากทางออกทิศเหนือของสถานี JR ซัปโปโร ทำให้เป็นจุดแวะพักที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่หลังจากการเดินทางหรือวันทำงาน บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้มีความอบอุ่นและเป็นกันเองตามแบบฉบับอิซากายะญี่ปุ่น มีการใช้โคมไฟและของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกแบบชนบทญี่ปุ่นโบราณ (Rustic Japanese) พร้อมที่นั่งหลากหลายรูปแบบ เช่น โต๊ะทั่วไป ห้องเสื่อทาทามิ และที่นั่งแบบหลุม (Sunken Kotatsu) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้อย่างผ่อนคลาย

จุดเด่นของร้าน Tsukada Nojo Sapporo Station North Gate คือ “ไก่ท้องถิ่นชินโทคุย่างถ่าน” (Shintoku Chicken Charcoal Grill) ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อที่พลาดไม่ได้ เนื้อไก่ถูกย่างด้วยถ่านอย่างพิถีพิถันจนได้กลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากเมนูไก่แล้ว ทางร้านยังนำเสนออาหารสไตล์อิซากายะอื่น ๆ ที่ใช้ผักและชีสสดใหม่จากฮอกไกโด รวมถึงเนื้อวากิวคุณภาพเยี่ยม เช่น คอร์สชาบู-สุกี้ยากี้เนื้อดำ เป็นต้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์อาหารท้องถิ่นของภูมิภาคอย่างแทวนจริง นอกจากอาหารแล้ว ทางร้านยังมีตัวเลือกเครื่องดื่มที่หลากหลาย ตั้งแต่เบียร์ สาเก โชจู วิสกี้ ไปจนถึงไวน์และเหล้าบ๊วย รวมถึงแพ็กเกจ “ดื่มไม่อั้น” (All-You-Can-Drink) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

Donburi Chaya

ร้าน Donburi Chaya เป็นร้านข้าวหน้าอาหารทะเล หรือ Kaisendon ชื่อดังที่ตั้งอยู่ใจกลาง ตลาดนิโจ (Nijo Market) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ครัวของซัปโปโร” บนเกาะฮอกไกโด ร้านนี้มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอวัตถุดิบอาหารทะเลที่สดใหม่แบบวันต่อวันในราคาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโด เมนูของร้านมีความหลากหลายอย่างน่าประทับใจ มีข้าวหน้าทะเลสดให้เลือกมากกว่า 50 ชนิด ตั้งแต่เมนูมาตรฐานไปจนถึงเมนูพิเศษตามฤดูกาล บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและคึกคักในแบบฉบับตลาดปลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ร้านนี้เป็นจุดหมายที่คนรักอาหารทะเลไม่ควรพลาดเมื่อมาซัปโปโร

จุดเด่นของร้าน Donburi Chaya คือ คุณภาพและความอลังการของวัตถุดิบที่ใช้เสิร์ฟในชามข้าวหน้า โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “Ogon Kaiho Bowl (ข้าวหน้าขุมทรัพย์ทะเลสีทอง)” ซึ่งเป็นชุดข้าวหน้าขนาดเล็ก 7 ชาม ที่รวมเอาวัตถุดิบพรีเมียมอย่างไข่หอยเม่น (Uni) ไข่ปลาแซลมอน (Ikura) และเนื้อปูไว้ด้วยกัน หรือ “Kita no Zeitaku Bowl (ข้าวหน้าหรูหราแห่งแดนเหนือ)” ที่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบถึง 13 ชนิด นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูที่แตกต่างอย่าง “Gokujo Jukusei Kaisen Bowl (ข้าวหน้าทะเลหมักบ่มชั้นยอด)” ซึ่งแสดงถึงงานฝีมือของเชฟในการหมักบ่มปลาให้ได้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่หนึบหนับยิ่งขึ้น

Unagi Futaba

ร้าน Unagi Futaba うなぎ二葉 เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหล ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ ซึ่งมีสาขาตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น ซัปโปโร (Hokkaido) และโตเกียว (Kobuchi) โดยเฉพาะสาขาในซัปโปโรบริเวณ Higashi Honganji Mae นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะร้านที่เปิดดำเนินการมายาวนานกว่า 70 ปี โดดเด่นด้วยเมนูปลาไหลย่างที่ปรุงอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อปลาที่นุ่มฟูและมีกลิ่นหอมจากการย่างถ่านอย่างเป็นเอกลักษณ์ ร้านนี้มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นตัวเลือกที่อร่อยสำหรับการรับประทานปลาไหลในซัปโปโร

จุดเด่นของร้าน Unagi Futaba うなぎ二葉 คือ “ความพิถีพิถันในการย่าง” และ “ซอสสูตรลับที่สืบทอดมา” ปลาไหลที่ถูกย่างด้วยถ่านไม้บินโจตัน (Binchotan charcoal) ซึ่งให้ความร้อนอย่างนุ่มนวล ทำให้เนื้อปลาไหลย่างออกมานุ่ม ชุ่มฉ่ำ และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของถ่านไม้ และซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้านที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นก่อตั้งกว่า 60 ปี ซึ่งได้สะสมรสอูมามิของปลาไหลมาอย่างยาวนาน ทำให้มีรสชาติเข้มข้นลุ่มลึกและเข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากเมนู Unaju (ข้าวหน้าปลาไหลในกล่อง) แล้ว ร้านยังมีเมนูอื่นๆ ที่ให้ลิ้มลองรสชาติปลาไหลได้อย่างเต็มที่ เช่น Shirayaki (ปลาไหลย่างไม่ทาซอส) ซึ่งช่วยให้สามารถสัมผัสรสชาติแท้ๆ ของปลาไหลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเมนู Tanzaku (ปลาไหลย่างชิ้นใหญ่)

Sapporo Jingisukan Main Shop

ร้าน Sapporo Jingisukan Main Shop เป็นร้านบาร์บีคิวเนื้อแกะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Daruma Honten เป็นร้านในตำนานที่สืบทอดรสชาติของ “เจงกิสข่าน” (Jingisukan) ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของฮอกไกโดมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เปิดร้านในปี 1954 ร้านนี้เน้นการเสิร์ฟเนื้อแกะสด (Mutton) ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและเชฟจะหั่นเนื้อใหม่ก่อนเปิดร้านในแต่ละวัน จุดเด่นอยู่ที่การใช้เตาย่างเหล็กหล่อรูปทรงโดมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้ไขมันเนื้อแกะหยดลงไปคลุกเคล้ากับผักรอบๆ เตาย่าง ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและหอมเป็นพิเศษ เนื้อแกะของที่นี่มีความสดและรสชาติดีเยี่ยมจนแทบไม่มีกลิ่นสาบ ทำให้แม้แต่ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการทานเนื้อแกะก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่ายดาย

จุดเด่นของร้าน Sapporo Jingisukan Man Shop คือ ซอสสูตรลับเฉพาะของเจ้าของร้าน ที่ปรุงขึ้นเองด้วยมือมาตั้งแต่เปิดร้าน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อแกะย่างได้อย่างลงตัว ทำให้ลูกค้าจำนวนมากประทับใจและกลับมาทานซ้ำ นอกจากเมนูเจงกิสข่านพื้นฐานแล้ว ยังมีเมนูเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ข้าวโอชาซึเกะ (Ochazuke) ที่ราดด้วยน้ำซอสที่ซึมซับความอร่อยของไขมันเนื้อแกะ หรือกิมจิที่เป็นเครื่องเคียงที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อย่าง

175 DENO Tantanmen Sapporoekikitaguchiten

ร้าน 175 DENO Tantanmen Sapporoekikitaguchiten เป็นร้านทันทันเมน (บะหมี่รสเผ็ดแบบญี่ปุ่น) ชื่อดังที่ถือกำเนิดขึ้นในซัปโปโร และได้รับความนิยมอย่างสูงจนมีสาขาหลายแห่ง อยู่ห่างจากทางออกทิศเหนือของสถานี JR Sapporo เพียงเดิน 10 วินาที ทำให้เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายสำหรับนักเดินทางและคนในท้องถิ่นที่ต้องการลิ้มรสทันทันเมนรสชาติเข้มข้น ตัวร้านเป็นที่รู้จักจากรสชาติที่ เน้นความเผ็ดชา (麻辣) ของพริกไทยเสฉวน (Sichuan peppercorns หรือ huajiao) ซึ่งทางร้านนำเข้าและปรุงอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานกับน้ำมันพริกเผา (rayu) สูตรโฮมเมดที่ทำให้อุณหภูมิสูงถึง 175 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน โดยเสน่ห์ของเมนูอยู่ที่การปรับแต่งรสชาติได้ตามใจชอบ ทำให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถสร้าง “ทันทันเมน” ในแบบฉบับของตัวเอง

จุดเด่นของร้าน 175 DENO Tantanmen Sapporoekikitaguchiten คือ ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง ทันทันเมนแบบมีน้ำซุป (Soup) หรือ แบบไม่มีน้ำซุป (Soupless/Mazesoba) รวมถึงเลือกฐานซุปได้สองแบบคือ งาขาว (White Sesame) รสชาติหวานมัน หรือ งาดำ (Black Sesame) รสชาติเข้มข้นขมเล็กน้อย นอกจากนี้ยังสามารถ ปรับระดับความเผ็ดชา (shibire) ของพริกไทยเสฉวนได้ตั้งแต่ ชาน้อย ชาปานกลาง ชามาก และยังมีน้ำมันพริกไว้ให้เติมที่โต๊ะเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนได้อีกด้วย เส้นบะหมี่ทำจากข้าวสาลี Yumechikara ที่ปลูกในฮอกไกโด มีความเหนียวนุ่มหนึบ เข้ากันได้ดีกับเครื่องปรุงรสอันหอมกรุ่นและเผ็ดชา ทำให้เป็นเมนูที่น่าลิ้มลองและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้ที่ชื่นชอบรสชาติที่จัดจ้านและมีมิติ

Oguma shoten

ร้าน Oguma shoten เป็นร้านอาหารทะเล ขนาดเล็กที่โดดเด่นในเรื่อง ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisen-don) ตั้งอยู่ภายใน ตลาดนิโจ (Nijo Market) ตลาดเก่าแก่และมีชื่อเสียงของเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด ร้านนี้ขึ้นชื่อในด้านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยมีเชฟผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี เป็นผู้ดูแลการจัดซื้ออาหารทะเลสดใหม่เกือบทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลตามฤดูกาลที่ดีที่สุดของฮอกไกโด เช่น ไข่หอยเม่น (Uni), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura), และปู (Crab) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในภูมิภาคนี้ นอกจากเมนูมาตรฐานแล้ว ทางร้านยังมีเมนูพิเศษที่มีวัตถุดิบหลากหลายให้เลือก เช่น “Premium 10” ที่รวมอาหารทะเล 10 ชนิด หรือ “Special 8” ที่เน้นความคุ้มค่าและคุณภาพในระดับพรีเมียม

จุดเด่นของร้าน Oguma shoten คือ ร้านเน้นจำหน่าย ข้าวหน้าปลาดิบ (Kaisen-don) คุณภาพพรีเมียมของฮอกไกโดเท่านั้น และไม่มีเมนูซูชิแบบทั่วไปให้เลือก จุดเด่นสำคัญคือการเป็น ร้านอาหารทะเลขนาดเล็กที่สุดในซัปโปโร ด้วยที่นั่งเคาน์เตอร์เพียง 7 ที่นั่ง ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ใกล้ชิดและเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้เห็นเชฟผู้มีประสบการณ์กว่า 40 ปี จัดเตรียมวัตถุดิบที่คัดสรรมาใหม่เกือบทุกวันต่อหน้า ด้วยการเน้นไปที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ร้านเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ (07:00 น. ถึง 14:00 น.) ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับยมื้อเช้า หรือมื้อกลางวันด้วยข้าวหน้าทะเลอร่อยๆ ในตลาดนิโจ

WAKAMUSHA Sapporo

ร้าน WAKAMUSHA Sapporo เป็นร้านอิซากายะ (Izakaya) ยอดนิยมในซัปโปโร โดยเฉพาะในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ที่นักชิมต้องแวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยของเมนูขึ้นชื่ออย่าง ยากิโทริ (Yakitori) หรือไก่ย่างเสียบไม้ ด้วยความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ ร้านจะใช้เฉพาะวัตถุดิบที่จัดซื้อมาใหม่ในตอนเช้าเท่านั้น และนำมาเสียบไม้และปรุงรสอย่างใส่ใจด้วยมือทีละชิ้นก่อนนำไปย่าง ไฮไลต์ ที่ทำให้ยากิโทริของ WAKAMUSHA แตกต่างคือการย่างบน ถ่านบินโชทัน (Bincho Charcoal) ซึ่งเป็นถ่านคุณภาพสูงที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้ได้ยากิโทริที่มีผิวกรอบนอกฉ่ำใน น้ำเนื้อไหลเยิ้มเมื่อกัดเข้าไป การันตีความอร่อยที่ทำให้หลายคนอยากกลับมากินซ้ำ

จุดเด่นของร้าน WAKAMUSHA Sapporo คือ นอกจากเมนูยากิโทริที่ทำสดใหม่ทุกไม้แล้ว จุดเด่น ที่เป็นที่กล่าวขานและได้รับความนิยมอย่างสูงคือเมนู “ตับไก่ (Liver)” ที่ปรุงอย่างดีจนมีความนุ่มละมุนและไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถือเป็นเมนูเด็ดที่นักวิจารณ์ยกย่อง นอกจากนี้ WAKAMUSHA ยังเป็นร้านที่ใส่ใจในการทำอาหารแบบทำมือ (Handmade) และการปรุงรสที่เน้นดึงรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด ทำให้เมนูอื่น ๆ ทั้งเมนูปลาและเมนูตามฤดูกาลก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Kitano Gurume

ร้าน Kitano Gurume เป็นร้านอาหารทะเล ชื่อดังตั้งอยู่บริเวณตลาดนอก (Jogai Market) ใกล้กับตลาดค้าส่งกลางเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองความสดใหม่ของอาหารทะเลประจำฤดูกาลจากทั่วทั้งฮอกไกโด ไฮไลต์ของที่นี่คือ “ตลาดอาหารทะเล Kita-No-Gourmet” ที่เน้นย้ำเรื่องคุณภาพของสินค้ามาตั้งแต่ก่อตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปู (เช่น ปูทาราบะและปูขน), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura) ที่หมักในซอสลับจนมีรสชาติเข้มข้น และ หอยเม่นทะเล (Uni) ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีบริการจัดส่งสินค้าคุณภาพสูงไปยังลูกค้าทั่วประเทศญี่ปุ่นและเป็นของฝากยอดนิยมอีกด้วย

จุดเด่นของร้าน Kitano Gurume คือ มีร้านอาหาร “Kaisen-Shokudo Kitano Gourmet-tei” ตั้งอยู่ติดกัน ซึ่งเชฟจะนำวัตถุดิบสดๆ ที่เพิ่งคัดสรรมาจากตลาดมาปรุงอาหาร ทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบได้โดยตรง เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ Kaisen-don (ข้าวหน้าอาหารทะเลรวม) ที่อัดแน่นไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่กว่า 15 ชนิดจนเกือบจะล้นชาม รวมถึงเมนูปูต่างๆ และปลาฮอกเกะย่างด้วยถ่านบินโจตัน (Binchotan) นอกจากนี้ Kitano Gurume ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย บริการรถรับ-ส่งฟรี จากโรงแรมในพื้นที่ซัปโปโรและสถานีซัปโปโร

Menya Saimi

ร้าน Menya Saimi เป็นร้านราเมง ชื่อดังของเมืองซัปโปโร (Sapporo) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้าน มิโซะราเมง (Miso Ramen) และมักได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของร้านราเมงยอดเยี่ยมทั้งในฮอกไกโดและทั่วประเทศญี่ปุ่น ไฮไลต์คือ มิโซะราเมง ของที่นี่พัฒนามาจากสูตรของร้าน Sumire ซึ่งเป็นตำนานของซัปโปโร แต่ Menya Saimi ได้ปรับปรุงรสชาติให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำซุปทำจากกระดูกหมู (Pork Bone) เป็นหลัก ผสมกับสมุนไพร เห็ดหอม และสาหร่ายทะเล เคี่ยวตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่มีสัมผัสหลังดื่มที่ สะอาดและกลมกล่อม ไม่หนักจนเกินไป ทำให้แตกต่างจากมิโซะราเมงสไตล์ดั้งเดิมอื่น ๆ

จุดเด่นของร้าน Menya Saimi คือ การใช้เส้นราเมงหยิกหนาปานกลาง มีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับซุปที่เข้มข้น และการเติม ขิงบดสีเหลือง คุณภาพดีจากจังหวัดโคจิ (Kochi) ไว้บนหน้าหมูชาชู (Chashu) การผสมขิงบดลงในน้ำซุปขณะรับประทานจะช่วยปรับสมดุลรสชาติที่หนักแน่นของมิโซะและไขมัน ให้มีความสดชื่น และมีกลิ่นหอมเพิ่มขึ้น ทำให้รสชาติราเมงสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เครื่องเคียงอย่างถั่วงอกผัดก็ถูกผัดในกระทะด้วยความร้อนสูงจนมีกลิ่นหอมไหม้นิด ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน

NANDA Seafood Buffet

ร้าน NANDA Seafood Buffet เป็นร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลชื่อดัง ตั้งอยู่ในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวไทย ไฮไลต์สำคัญคือคุณภาพและมีไลน์อาหารทะเลที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะตระกูลปูญี่ปุ่น ทั้งขาปูยักษ์ (King Crab) ปูขน (Hairy Crab) และปูซูไว (Snow Crab) ที่จัดเตรียมไว้ให้รับประทานแบบไม่อั้น นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลสดอื่นๆ สำหรับย่างบนเตา เช่น กุ้ง หอยเชลล์ หอยนางรม รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เช่น ซูชิ ซาชิมิ (บางช่วงอาจมีโอโทโร่หรืออูนิ) และเมนูเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อวัวและเนื้อแกะ ทำให้ร้านนี้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองวัตถุดิบพรีเมียมของฮอกไกโดในราคาบุฟเฟต์

จุดเด่นของร้าน NANDA Seafood Buffet คือ นอกเหนือจากเมนูปูอันเป็นพระเอกกับอาหารทะเลนานาชนิดแล้ว ทางร้านยังเอาใจคนรักเนื้อด้วยการเสิร์ฟเมนูเนื้อย่างพรีเมียม เช่น เนื้อวากิวญี่ปุ่น (Japanese KUROGE Wagyu) และเนื้อแกะ ที่สามารถนำไปปิ้งย่างบนเตาของตัวเองได้ตามใจชอบ ทำให้รองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่ต้องการทานหลายๆ อย่างได้อย่างครบถ้วนในที่เดียว ปิดท้ายด้วยของหวานและผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะ เมลอนฮอกไกโด ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานฉ่ำก็มีให้บริการ

38. Tokachi Butadon Ippin (Stellar Place -Sapporo Station)

Tokachi Butadon Ippin

ร้าน Tokachi Butadon Ippin (Stellar Place -Sapporo Station) เป็นร้านข้าวหน้าหมูย่างถ่าน (Butadon) ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างสูงในฮอกไกโด ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของ Stellar Place ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟ Sapporo ทำให้เดินทางสะดวกสบายอย่างยิ่งสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ไฮไลต์สำคัญของร้านคือ “บูตะด้ง” (Butadon) หรือ ข้าวหน้าหมูย่างถ่านสไตล์โทคาจิ ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพดีจากฮอกไกโด โดยเฉพาะส่วนสันใน (Loin) และนำเนื้อหมูไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟแรงจนได้ความหอมรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อหมูจะถูกเคลือบด้วยซอสสูตรลับเฉพาะที่มีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ซึ่งเป็นสูตรของ “Hokkaido no Tareya Sorachi” ที่มีชื่อเสียงด้านน้ำจิ้มยากินิคุและเจงกิสข่านมายาวนานกว่า 70 ปี

จุดเด่นของร้าน Tokachi Butadon Ippin (Stellar Place -Sapporo Station) คือ “ข้าวหน้าหมูย่าง” ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณข้าว จำนวนหมู ความหนาของเนื้อหมู และ ปริมาณซอสที่ราด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน ความพิเศษเพิ่มเติม คือมีตัวเลือกของเนื้อหมูให้เลือกทั้งแบบสันนอกสำหรับผู้ที่ชอบเนื้อแน่นไม่ติดมัน หรือจะเป็นแบบ Assorted ที่รวมทั้งสันนอกและส่วนท้องที่มีมันแทรกเพื่อความชุ่มฉ่ำก็มีให้บริการ

39. Aji No Hitsujigaoka

ร้าน Aji No Hitsujigaoka เป็นร้านบาร์บีคิวเนื้อแกะ เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 30 ปี ในย่านซูซูกิโนะ (Susukino) เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เชี่ยวชาญในการเสิร์ฟเมนูท้องถิ่นยอดนิยมอย่าง “เจงกิสข่าน” (Genghis Khan) หรือ เนื้อแกะย่างบนกระทะเหล็กทรงหมวก บริเวณใกล้สถานีซูซูกิโนะ ทำให้เดินทางสะดวกสบาย โดยเจ้าของร้านจะคัดสรรเนื้อแกะคุณภาพด้วยตัวเอง ทำให้เนื้อมีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และที่สำคัญคือมีกลิ่นสาบน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แม้กระทั่งผู้ที่ไม่ถนัดเนื้อแกะก็สามารถลิ้มลองได้อย่างเอร็ดอร่อย เมนูแนะนำคือเนื้อส่วนไหล่ (Lamb Shoulder) และเนื้อสะโพก (Lamb Round) ซึ่งเป็นส่วนหายากและมีไขมันต่ำ ทานคู่กับผักสดหลากหลายชนิดที่ย่างไปพร้อมกันบนกระทะร้อนๆ

จุดเด่นของร้าน Aji No Hitsujigaoka คือ น้ำจิ้มสูตรลับเฉพาะของร้าน ที่ทำจากแอปเปิ้ล หัวหอม และผักอื่นๆ กว่า 10 ชนิด หมักบ่มไว้นานกว่าหนึ่งเดือน เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้น หวานอมเปรี้ยว ทำให้ได้ซอสที่มีรสชาติกลมกล่อมลึกซึ้ง และมีความสดชื่นเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับเนื้อแกะย่าง โดยร้านตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ห่างจากสถานีซูซูกิโนะเพียง 2 นาทีเท่านั้น

40. Mikakuen Minami 3-jo

Mikakuen Minami 3-jo

ร้าน Mikakuen Minami 3-jo เป็นร้านยากินิกุ ปิ้งย่างสไตล์เตาย่างถ่านที่โดดเด่นด้วยการบริหารงานโดยตรงจากร้านขายเนื้อ (Kitami Sakaguchi Butcher Shop) ในเมือง Kitami จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองแห่งยากินิกุ” โดยร้านจะเน้นการใช้เนื้อที่สดใหม่ รวมถึงการใช้ตู้บ่มเนื้อโดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้ลิ้มรสเนื้อที่ทั้งสดใหม่และผ่านการบ่มจนได้รสชาติที่นุ่มนวลและเข้มข้นถึงขีดสุด โดยเฉพาะเนื้อวากิวระดับพรีเมียมและส่วนที่หาได้ยาก (Rare Cuts) ที่ทางร้านเลือกสรรมาเป็นพิเศษ ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ห่างจากสถานี Susukino เพียง 1 นาที

จุดเด่นของร้าน Mikakuen Minami 3-jo คือ การที่ร้านนี้ดำเนินการโดยร้านขายเนื้อโดยตรง ทำให้สามารถรับประกันคุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ในระดับสูงสุด ทางร้านมีตู้บ่มเนื้อโดยเฉพาะ เพื่อควบคุมการบ่มเนื้อให้ได้รสชาติเข้มข้นและสัมผัสที่นุ่มละมุนที่สุดก่อนนำมาเสิร์ฟบนเตาย่าง นอกจากเนื้อวากิวชั้นดีแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูเครื่องใน และเจงกิสข่าน (เนื้อแกะย่าง) ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้เลือกรับประทาน นอกจากนั้นยังมี All you can eat and drink ให้บริการอีกด้วยสำหรับคนที่ต้องการทานแบบจุใจ

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด