มาเที่ยวโตเกียวทั้งที จะไปแค่แหล่งช้อปปิ้งหรือร้านอาหารอร่อยๆ มันก็จะคงจะซ้ำคนอื่นมากเกินไป ลองเปลี่ยนแนวมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์ โตเกียว ดูบ้างไหม เพราะพิพิธภัณฑ์ที่นี่เขารวมไว้ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ไว้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะสายอาร์ต สายถ่ายรูป หรือสายชอบเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โตเกียวก็มีพิพิธภัณฑ์ให้เลือกครบทุกสไตล์
บทความนี้ เราคัดมาให้แล้วกับ 20 พิพิธภัณฑ์ โตเกียว ที่ควรไปสักครั้งในชีวิต พร้อมบอกไฮไลต์และเหตุว่าทำไมถึงไม่ควรพลาด รับรองอ่านจบแล้วจะรีบเก็บกระเป๋ามาในทันที
1. teamLab Planets TOKYO

teamLab Planets TOKYO คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลแบบ immersive ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะที่มีชีวิตและโต้ตอบกับผู้ชมได้แบบเต็มรูปแบบ โดยผลงานแต่ละห้องถูกออกแบบให้ผู้เข้าชมได้เดินลุยน้ำ สัมผัสแสง สี เสียง และพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการชมงานศิลป์แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความล้ำสมัยเหนือจินตนาการ ตั้งแต่ห้องแสงไฟสะท้อนกระจกแบบอินฟินิตี้ ไปจนถึงห้องดอกไม้ลอยฟ้าที่เคลื่อนไหวตามผู้ชม ทุกก้าวเหมือนได้หลุดไปอีกโลกหนึ่ง ใครที่ชอบงานอาร์ต เป็นสายถ่ายรูป หรืออยากมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในโตเกียว แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่นี่เลย
ไฮไลต์ของ teamLab Planets TOKYO คือ การที่ผู้เข้าชมไม่ได้เป็นเพียงผู้ดู แต่ได้มีส่วนร่วมกับงานศิลปะผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานในพิพิธภัณฑ์ เช่น ห้องน้ำที่มีภาพปลาคาร์ฟว่ายรอบตัว หรือห้องดอกไม้ที่เบ่งบาน ทำให้ทุกการเข้าชมมีความไม่ซ้ำกันและน่าจดจำ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 22:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป): 3,800 – 4,400 เยน, นักเรียนมัธยม (13-17 ปี): 2,300 – 2,800 เยน, เด็ก (4-12 ปี): 1,300 – 1,500 เยน, เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี): เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงสถานี Shin-Toyosu ออกจากสถานีแล้วเดินประมาณ 1-2 นาที จะถึงทันที
ที่ตั้ง: 6 Chome-1-16 Toyosu, Koto City, Tokyo 135-0061 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FH7YJvMs97Qd2o7M8
2. National Museum of Nature and Science

National Museum of Nature and Science พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในย่านอุเอโนะ หนึ่งในโซนวัฒนธรรมที่สำคัญของโตเกียว เป็นสถานที่ที่รวมเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยีไว้แบบครบจบในที่เดียว ตัวอาคารแบ่งเป็นโซน Japan Gallery และ Global Gallery ที่พาผู้เข้าชมย้อนเวลาไปตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน บรรยากาศภายในทันสมัย เดินง่าย มีป้ายอธิบายทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ เหมาะทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือการจัดแสดงแบบ interactive ที่ช่วยให้การเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่น่าเบื่อ ทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ โมเดลสัตว์สมจริง หรือโซนทดลองวิทยาศาสตร์ที่สามารถมีส่วนร่วมได้จริง ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบที่กระตุ้นความอยากรู้ของผู้เข้าชมได้ดีมากๆ
ไฮไลต์ของ National Museum of Nature and Science คือ Global Gallery ที่โดดเด่นด้วยโถงจัดแสดงขนาดใหญ่และโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สมจริงสุดๆ รวมถึง Theater 360 อุโมงค์ทรงกลมที่ฉายภาพแบบรอบทิศทาง ให้กระสบการณ์เหมือนหลุดเข้าไปในโลกวิทยาศาสตร์และธรรมชาติจริง เหมาะมากสำหรับสายเที่ยวและสายครอบครัว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ทั่วไป 630-650 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีเข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Ueno ออกทางออก Park Exit เดินเข้าสู่ Ueno Park เดินตรงต่อประมาณ 5-10 นาที จะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางด้านขวา
ที่ตั้ง: 7-20 Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-8718 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wuEcZiYN89Jeo3dB8
3. Mori Art Museum

Mori Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อดังแห่งโตเกียว ตั้งอยู่บนชั้นสูงของ Roppongi Hills Mori Tower โดดเด่นที่การนำเสนอผลงานศิลปะสมัยใหม่จากศิลปินทั้งในญี่ปุ่นและนานาชาติ นอกจากผลงานศิลปะแล้ว ที่นี่ยังมีแนวคิดด้านสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป
บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์มีความทันสมัย เรียบหรู และเปิดกว้าง เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลป์แนวใหม่ รวมถึงสายถ่ายรูปที่ต้องการมุมแปลกตา ยิ่งช่วงค่ำ คุณยังสามารถชมวิวเมืองโตเกียวแบบพาโนรามาได้จาก Tokyo City View ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกันได้ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ผสมผสานทั้งศิลปะและความสวยงามของเมืองไว้ได้ในที่เดียว
ไฮไลต์ของ Mori Art Museum คือ การจัดนิทรรศการหมุนเวียนที่มีความหลากหลายและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นศิลปะดิจิทัลอินสตอลเลชันขนาดใหญ่หรือผลงานจากศิลปินระดับโลก อีกทั้งยังเปิดให้เข้าชมจนถึงช่วงค่ำ ทำให้เป็นหนึ่งในไม่กี่พิพิธภัณฑ์ในโตเกียวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดกลางคืน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 22:00 น. และ วันอังคาร เวลา 10:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・วันธรรมดา: ผู้ใหญ่ 2,000 เยน, นักเรียน/นักศึกษา 1,400 เยน
・วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด: ผู้ใหญ่ 2,200 เยน, นักเรียน/นักศึกษา 1,500 เยน
・ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 1,700-1,900 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hibiya Line ลงสถานี Roppongi ทางออก 1C เดินเชื่อมเข้าสู่ Roppongi Hills ขึ้นลิฟต์ไปยัง Mori Tower ชั้น 53
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒106-6150 Tokyo, Minato City, Roppongi, 6 Chome−10−1 Roppongi Hills Mori Tower, 53階
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/E4o5cFJ5wDfBs4NZA
4. Tokyo National Museum

Tokyo National Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในสวนอุเอโนะ ภายในรวบรวมผลงานศิลปะและโบราณวัตถุกว่าแสนชิ้น ตั้งแต่ยุคโบราณไปจนถึงยุคเอโดะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผา ชุดเกราะซามูไร ดาบญี่ปุ่น ไปจนถึงภาพวาดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้ง
บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก เหมาะกับการเดินชมแบบสโลว์ไลฟ์ ตัวอาคารถูกออกแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมและตะวันตกอย่างลงตัว ด้านนอกมีสวนญี่ปุ่นที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือซากุระบาน จะยิ่งเพิ่มความโรแมนติกและประทับใจให้กับผู้มาเยือน
ไฮไลต์ของ Tokyo National Museum คือ โซน Honkan ที่จัดแสดงศิลปะญี่ปุ่นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ยุคโจมงจนถึงยุคเอโดะ ไฮไลต์สำคัญคือชุดเกราะซามูไรและดาบญี่ปุ่นแท้ รวมถึงงานศิลป์ระดับ National Treasure ที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีโซนอื่นๆ เช่น Toyokan และสวนญี่ปุ่นด้านหลังที่เปิดให้เข้าชมบางส่วน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี และ วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:00 น. และวันศุกร์ – วันเสาร์ เวลา 9:30 น. – 20:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ทั่วไป 1,000 เยน, นักศึกษามหาวิทยาลัย 500 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Ueno ออกทาง Park Exit เดินเข้าสู่ Ueno Park แล้วเดินตรงตามหลักมาประมาณ 10-15 นาที จะเห็นป้าย Tokyo National Museum อยู่ทางด้านขวามือ
ที่ตั้ง: 13-9 Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-8712 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2FiHJ2LHGDeVhqAS9
5. Ghibli Museum

Ghibli Museum โลกแห่งจินตนาการที่ถูกเนรมิตขึ้นจากผลงานของ Studio Ghibli สตูดิโอแอนิเมชันชื่อดังของญี่ปุ่นที่สร้างผลงานระดับตำนานไว้มากมาย เช่น My Neighbot Totoro, Spirited Away และ Howl’s Moving Castle ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่ออกแบบมาให้เหมือนเราเข้าไปในแอนิเมชันเรื่องนั้นจริงๆ ตั้งแต่ตัวอาคาร สีที่ใช้ รูปทรงแปลกตา ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกมุม
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุก และสร้างแรงบันดาลใจ เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ภายในจัดแสดงกระบวนการสร้างแอนิเมชัน ตั้งแต่สเก็ตซ์ภาพ การออกแบบตัวละคร ไปจนถึงฉากจำลองที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังของ Ghibli จริงๆ นอกจากนี้นยังมีโซนอินเทอร์แอคทีฟที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์แบบใกล้ชิด เป็นสถานที่ที่ทั้งแฟนพันธุ์แท้และนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ของ Ghibli Museum คือ หุ่นยนต์ทหารจาก Laputa บนดาดฟ้าที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต รวมถึงโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก Saturn Theater ที่ฉากแอนิเมชันสั้นพิเศษ ซึ่งสามารถชมได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ Straw Hat Cafe ที่ไม่ควรพลาดด้วยเมนูสุดน่ารักและบรรยากาศเสมือนอยู่ในโลกของแอนิเมชันเลย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และ วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ 1,000 เยน เด็กอายุ 13-18 ปี 700 เยน, 7-12 ปี 400 เยน, 4-6 ปี 100 เยน และต่ำกว่า 4 ปี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟ JR Chuo LINE มาลงที่สถานี Mitaka แล้วเดินประมาณ 15 นาทีมาที่นี่ หรือนั่งรถบัสของ Ghibli Museum ได้เช่นกัน ประมาณ 5 นาทีถึง
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-83 Shimorenjaku, Mitaka, Tokyo 181-0013 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UWePqaXwAbdkZFWe8
6. Edo-Tokyo Open Air Architectural Museum

Edo-Tokyo Open Air Architectural Museum พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้อยู่ภายในสวน Koganei Park ในโตเกียว โดยรวบรวมอาคารโบราณและสิ่งปลูกสร้างสำคัญของยุคเอโดะไปจนถึงยุคโชวะมาจัดแสดงไว้ในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านเรือน ร้านค้า โรงอาบน้ำ และสถาปัตยกรรมที่ถูกย้ายมาบูรณะอย่างสมบูรณ์ ทำให้เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในอดีตแบบใกล้ชิด
ด้านในบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก เหมาะสำหรับการเดินเล่นชิลๆ ถ่ายรูป หรือศึกษาประวัติศาสตร์แบบไม่เร่งรีบ หลายอาคารสามารเข้าไปชมด้านในได้จริง ทำให้เข้าใจรายละเอียดการใช้ชีวิต เช่น การจัดห้อง เครื่องใช้ และโครงสร้างบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่หาได้ยากในปัจจุบัน
ไฮไลต์ของ Edo-Tokyo Open Air Architectural Museum คือ โซนถนนย้อนยุคที่จำลองบรรยากาศย่านการค้าในสมัยก่อน พร้อมร้านค้าเก่าแก่และโรงอาบน้ำสาธารณะ ที่มีความสวยงาม โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีบ้านของบุคคลสำคัญ เช่น บ้านของนักการเมืองและสถาปนิกชื่อดัง ซึ่งเปิดให้เข้าชมภายในอย่างละเอียด ถือเป็นจุดที่ทั้งสายถ่ายรูปและสายประวัติศาสตร์ต้องหลงรัก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 400 เยน, ผู้สูงอายุ 200 เยน, นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า เข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลงที่สถานี Musashi-Koganei ออกทางออก North Exit ต่อรถบัส Seibu Bus ลงป้าย Edo-Tokyo Open Air Architectural Museum Mae เดินต่อประมาณ 1-2 นาทีถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒184-0005 Tokyo, Koganei, Sakuracho, 3 Chome−7−1 内 都立小金井公園
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6yCabfy92ZHMXEVW8
7. Nezu Museum

พิพิธภัณฑ์เนซู (Nezu Museum) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีเสน่ห์มากที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ในย่าน Aoyama ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและความหรูหรา ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Kengo Kuma ซึ่งเน้นความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับธรมชาติได้อย่างลงตัว ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะญี่ปุ่นและเอเชียกว่า 7,000 ชิ้น รวมถึงโบราณวัตถุระดับชาติที่หาชมได้ยาก
นอกจากตัวอาคารแล้ว ที่นี่ยังมีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำ ทางเดินหิน และศาลาชงชา บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ธรรมชาติจะสวยงามเป็นพิเศษ ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นเหมือนโอเอซิสกลางเมืองโตเกียว
ไฮไลต์ของ พิพิธภัณฑ์เนซู คือ ทางเดินไม้ไผ่ที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ทางเข้า ให้ความรู้สึกสงบและตัดขาดจากความุ่นวายของเมือง ทันทีที่ก้าวเข้าไป รวมถึงสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน และคาเฟ่ภายในที่สามารถนั่งชมวิวสวนได้อย่างเพลิดเพลิน เป็นประสบการร์ที่ผสมผสานศิลปะ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดวันจันทร์
ค่าเข้า: นิทรรศการปกติ (Collection Exhibition): ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, นิทรรศการพิเศษ (Special Exhibition): ผู้ใหญ่ 1,200 – 1,600 เยน, นักเรียน (มัธยมปลาย/มหาวิทยาลัย): 800 – 1,300 เยน และ เด็ก (มัธยมต้นลงไป): ฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line ไปลงที่สถานี Omotesando ออกทางออก A5 จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ทางซ้ายมือ
ที่ตั้ง: 6 Chome-5-1 Minamiaoyama, Minato City, Tokyo 107-0062 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/PDrCp1eqQQW44WEE8
8. Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making Of Harry Potter

Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter คือสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่พาคุณดำดิ่งเข้าสู่โลกเวทมนต์ของแฮร์รี่พอตเตอร์แบบสมจริงที่สุดในเอเชีย ภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกเนรมิตให้เหมือนฉากจริงจากภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นห้องโถงใหญ่, ตรอกไดแอกอน หรือชานชาลา 9¾ ที่แฟนๆ สามารถถ่ายรูปและสัมผัสบรรยากาศได้แบบใกล้ชิด จุดเด่นคือการจัดแสดงเบื้องหลังการถ่ายทำทั้งเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก และเทคนิคพิเสษที่ใช้ในภาพยนตร์ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่ยังเป็นประสบการณ์เรียนรู้ระดับโลก
ทุกโซนของที่นี่ออกแบบมาให้เหมือนอยู่ในโลกเวทมนตร์จริงๆ มีทั้งโซนอินเตอร์แอคทีฟที่ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองร่ายคาถา ขี่ไม้กวาด หรือแม้แต่ชิมบัตเตอร์เบียร์ เครื่องดื่มชื่อดังจากเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ ไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ของ Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter คือ การได้เดินชมฉากจริงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่อย่าอลังการ พร้อมเปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค CG โมเดลจำลองของปราสาทฮอกวอตส์ หรือแม้แต่การได้ลองชิมบัตเตอร์เบียร์ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นตาและเต็มไปด้วยความทรงจำสุดพิเศษ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 น. – 19:00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 21:00 น
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 6,300 เยน, เด็ก 3,800 เยน, เด็กเล็ก 2,800 เยน
วิธีไป: จากสถานี Ikebukoro นั่งรถไฟสาย Seibu Ikebukuro ลงที่สถานี Toshimaen ออกจากสถานีแล้วเดินประมาณ 2-3 นาที จะถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-7 Kasugacho, Nerima City, Tokyo 179-0074 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6ZBT2uYrFXra1s3W6
9. National Art Center Tokyo

National Art Center Tokyo เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ โดดเด่นด้วยอาคารกระจกโค้งขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Kisho Kurokawa ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และทันสมัยตั้งแต่แรกเห็น ภายในพื้นที่กว้างขวางแบบ open space ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินชมงานศิลปะได้อย่างสบาย ไม่อึดอัดเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป
ที่นี่ไม่ได้มีนิทรรศการถาวร จะเป็นการหมุนเวียนจัดแสดงผลงานศิลปะจากทั้งศิลปินญี่ปุ่นและระดับโลกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารดีไซน์เก๋ภายในอาคาร ที่สามารถนั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวของที่นี่
ไฮไลต์ของ National Art Center Tokyo คือ การเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีนิทรรศการถาวร ทำให้มีนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี รวมถึงสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของอาคารกระจกโค้งและโถงกลางสูงโปร่งที่มีคาเฟ่ทรงกลวยลอยตัว เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาเยือนต้องไม่พลาด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ และวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลงสถานี Yotsuya เปลี่ยนสายเป็น Tokyo Metro Marunouchi Line นั่งไปลงสถานี Nogizaka ออกทาง Exit 6 จะเชื่อมเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ทันที
ที่ตั้ง: 7 Chome-22-2 Roppongi, Minato City, Tokyo 106-8558 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/JQKQ2zFTud4yTeBZ7
10. Yayoi Kusama Museum

Yayoi Kusama Museum แลนด์มาร์กสายอาร์ตที่สายถ่ายรูปและคนรักศิลปะร่วมสมัยไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในย่านที่เงียบสงบของชินจูกุ ตัวอาคารสีขาวดีไซน์มินิมอลโดดเด่นสะดุดตา ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง Yayoi Kusama โดยเฉพาะ ภายในเต็มไปด้วยผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายจุด และงานแนว Infinity ที่สร้างโลกเหนือจินตนาการได้อย่างน่าทึ่ง
ด้านในมีห้องจัดแสดงแบบ Infinity Room ที่ใช้กระจกและแสงไฟสร้างมิติไร้ขอบเขต ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ทุกโซนถูกจัดวางอย่างมีศิลปะ เหมาะทั้งสำหรับการเสพงานและถ่ายภาพแบบมีสไตล์ ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่อินที่สุดในโตเกียว
ไฮไลต์ของ Yayoi Kusama Museum คือ ห้อง Infinity Mirror Room ที่สร้างภาพลวงตาของพื้นที่ไร้ขอบเขต ผสมผสานแสง สี และเงาอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีผลงานลายจุดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Kusama ที่ปรากฏในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ประติมากรรมฟักทองไปจนถึงงานศิลป์ร่วมสมัยที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและจิตใจของศิลปินออกมาได้อย่างลึกซึ้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 11:30 น. – 17:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,100 เยน และ เด็ก (อายุต่ำกว่า 6 ปี) 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Waseda ออกทางออก Exit 3 เดินต่อประมาณ 7-10 นาที
ที่ตั้ง: 107 Bentencho, Shinjuku City, Tokyo 162-0851 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WkD8emyhcaT52C3d9
11. ART AQUARIUM MUSEUM

Art Aquarium Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานศิลปะและพิพิธภัณฑ์สัตว์ไว้อย่างลงตัว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนที่ไหนในโลก โดยใช้ปลาทองญี่ปุ่นหลากหลายสายพันธุ์เป็นตัวเอกของการจัดแสดง พร้อมการออกแบบแสง สี เสียง และเทคนิค Projector Mapping ที่เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีสุดตระการตา ภายในจัดเป็นโซนๆ แต่ละห้องมีธีมแตกต่างกัน เช่นโคมไฟญี่ปุ่น อ่างน้ำทรงศิลป์ หรือห้องมืดที่เล่นแสงสะท้อนกับตู้ปลา เป็นต้น
ด้านในมีความลึกลับและชวนหลงใหล เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายอาร์ต และคนที่อยากหาประสบการณ์แปลกใหม่ในโตเกียว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือกลางคืน แสงไฟจะยิ่งทำให้ปลาทองดูโดดเด่นราวกับลอยอยู่ในอากาศ สร้างภาพที่ทั้งโรแมนติกและเหนือจริงแบบที่หาไม่ได้จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
ไฮไลต์ของ Art Aquarium Museum คือ การจัดแสดงปลาทองในตู้ศิลปะ รูปทรงแปลกตา เช่น ตู้ทรงโคม ตู้ทรงกล่องลวดลายญี่ปุ่นและ installation ขนาดใหญ่ที่ใช้แสง สี และเสียงสร้างอารมณ์เหมือนโชว์ศิลปะเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนธีมตามฤดูกาล ทำให้แต่ละช่วงเวลาที่ไปเยือนจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ถือเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและสาย Instagram
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: 2,700 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟlาย Tokyo Metro Ginza Line มาลงสถานี Mitsukoshimae ใช้ทางออก A6 เดินเข้าตึก COREDO Muromachi 1 ขึ้นไปยังชั้นที่พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒104-8212 Tokyo, Chuo City, Ginza, 4 Chome−6−16 三越新館 9階 9階入場口
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6bfKxeJNturVefPw8
12. National Museum of Western Art

National Museum of Western Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ ตั้งอยู่ในสวนอุเอโนะ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านศิลปะตะวันตกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง Le Corbusier ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่จัดแสดงศิลปะ แต่ยังเป็นงานศิลป์ทางสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าอีกด้วย
เหมาะสำหรับการมาเดินชมงานศิลป์อย่างเต็มที่ โดยมีทั้งผลงานภาพวาด ประติมากรรม และงานศิลป์จากศิลปินระดับโลก เช่น Monet, Renoir และ Van Gogh รวมถึงโซนกลางแจ้งที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมของ Rodin ที่โดดเด่นและเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ไฮไลต์ของ National Museum of Western Art คือ ผลงานประติมากรรมของ Auguste Rodin โดยเฉพาะ The Thinker ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ รวมถึงคอลเลกชันภาพวาดอิมเพรสชันนิสม์จากศิลปินชื่อดังระดับโลก และตัวอาคารที่ออกแบบตามแนวคิด “Museum of Unlimited Growth” ของ Le Corbusier ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและหาชมได้ยาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันพุธ และ วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:30 น. และ วันเสาร์ เวลา 9:30 น. – 20:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์, วันพฤหัสบดี และวันศุกร์
ค่าเข้า: 500 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Ueno ออกทางออก Park Exit เดินเข้ามาภายใน Ueno Park เดินประมาณ 1-3 นาที จะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางซ้ายมือ
ที่ตั้ง: 7-7 Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-0007 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oHVfk5ymxxAGoGwt9
13. Sumida Hokusai Museum

Sumida Hokusai Museum หนึ่งในแลนด์มาร์กด้านศิลปะที่โดดเด่นในย่านสุมิดะ สร้างขึ้นเพื่อยกย่องผลงานของ คัตสึชิกะ โฮคุไซ ศิลปินอุกิโยะเอะระดับโลก เจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง “The Freat Eave off Kanagawa” ตัวอาคารมีดีไซน์ล้ำสมัย สีเงินเมทัลลิกสะดุดตา ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Kazuyo Sejima ทำให้ตัวพิพิธภัณฑ์เองก็เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่น่าถ่ายรูปไม่แพ้ผลงานภายใน
ภายในจัดแสดงผลงานของโฮคุไซทั้งภาพพิมพ์ ภาพวาด และเรื่องราวชีวิตของศิลปินอย่างละเอียด นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้พัฒนาการของศิลปะญี่ปุ่นยุคเอโดะ พร้อมชมผลงานระดับมาสเตอร์พัซแบบใกล้ชิด บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะกับการเดินชมแบบสบายๆ ไม่แออัด ทำให้สามารถเสพงานศิลป์ได้อย่างเต็มที่
ไฮไลต์ของ Sumida Hokusai Museum คือ การจัดแสดงผลงานต้นฉบับและนิทรรศการหมุนเวียนที่เปลี่ยนธีมอยู่ตลอดเวลา รวมถึงโซนอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยให้เข้าใจเทคนิคการสร้างภาพพิมพ์อุกิโยะเอะได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีการจำลองบรรยากาศยุคเอโดะ ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยุคนั้นจริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: นิทรรศการถาวร 400 เยน, นิทรรศการพิเศษ: ราคาแตกต่างตามช่วง (ประมาณ 1,000 เยน)
วิธีไป: นั่งรถไฟไปลงสถานี Ryogoku ออกจากสถานีแล้วเลือกทางออก A3 เดินต่อประมาณ 5 นาที ตามป้าย Sumida Hokusai Museum จะเจอ
ที่ตั้ง: 2 Chome-7-2 Kamezawa, Sumida City, Tokyo 130-0014 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/DXrL7YY1YZUybuWa9
14. Tokyo Water Science Museum

Tokyo Water Science Museum เป็นพิพิธภัณฑ์เชิงวิทยาศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะ ของกรุงโตเกียว โดดเด่นด้วยการนำเสนอเรื่องน้ำในมุมที่เข้าใจง่ายและสนุก ผ่านนิทรรศการแบบอินเตอร์แอคทีฟที่เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ภายในอาคารถูกออกแบบให้ทันสมัย โปร่งโล่ง และเต็มไปด้วยโซนกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่กระบวนการผลิตน้ำประปาไปจนถึงการจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน
ด้านในเปรียบเสมือนศูนย์การเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา มีทั้งโซนทดลองเล่นน้ำ เกมจำลอง และสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยให้เรื่องวิทยาศาสตร์ที่ดูยาก กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจได้ง่าย เหมาะสำหรับครอบครัวที่พาเด็กๆ มาเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือใครที่อยากหาที่เที่ยวในโตเกียวแบบไม่แออัดและได้ความรู้ไปพร้อมกัน
ไฮไลต์ของ Tokyo Water Science Museum คือ โซนจำลองระบบน้ำแบบครบวงจร ที่ให้ผู้เข้าชมได้เห็นตั้งแต่ต้นทางของน้ำจนถึงปลายทางผ่านกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เช่น การทดลองกรองน้ำ การควบคุมระบบน้ำผ่านเกม และการเรียนรู้โครงสร้างระบบน้ำของเมืองโตเกียวแบบ 3D ทำให้เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและสนุกไปพร้อมกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงสถานี Kokusai-Tenjijo Seimon เดินต่อประมาณ 8-10 นาที จะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 3 Chome-1-8 Ariake, Koto City, Tokyo 135-0063 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/59YpbxiCHEy5rz2E8
15. Shitamachi Museum

Shitamachi Museum ตั้งอยู่ใกล้สวนอุเอโนะ เป็นสถานที่ที่พาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนโตเกียวในยุคโชวะตอนต้นอย่างใกล้ชิด ภายในจัดแสดงบ้านเรือน ร้านค้า และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิมที่ถูกจำลองขึ้นอย่างสมจริง ทำให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจวัฒนธรรมชิตะมาจิหรือย่านเมืองเก่าของโตเกียวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความเรียบง่าย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้ความอบอุ่นเป็นกันเอง แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ทั่วไป เพราะเปิดโอาสให้ผู้เข้าชมสามารถเดินเข้าไปสำรวจบ้านหรือร้านค้าจำลองได้เลย เหมือนได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคนั้นจริงๆ เหมาะทั้งสำหรับสายประวัติศาสตร์ คนรักวัฒนธรรมญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสโตเกียวในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ของ Shitamachi Museum คือ การจำลองชีวิตจริงของคนโตเกียวยุคก่อน ไม่ใช่แค่การจัดแสดงสิ่งของ แต่เป็นการเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ เช่น บ้านไม้ ร้านขายของชำ และตรอกซอกซยที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในชุมชนเก่าแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครคอยให้ข้อมูล ทำให้ประสบการณ์การเข้าชมลึกและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09:30 น. – 16:30 น.
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 300 เยน, เด็ก/นักเรียน 100 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Ueno ออกทางออก Park Exit เดินเข้าสู่สวนอุเอโนะ เดินตรงไปประมาณ 5-10 นาที ไปทางสระ shinobazu พิพิธภัณฑ์จะอยู่บริเวณริมสระ
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒110-0007 Tokyo, Taito City, Uenokoen, 2−1 下町風俗資料館
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WYDZuscKG8sxFduS8
16. Tokyo Trick Art Museum

Tokyo Trick Art Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะลวงตาที่ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะของ Tokyo โดดเด่นด้วยผลงานศิลปะแบบ 3 มิติและภาพวาดที่ใช้เทคนิค trick art หรือภาพลวงตา ที่ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพได้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปเหมือนกำลังหนีฉลาม เดินบนสะพานที่ดูเหมือนจะพัง หรือปีนหน้าผาสุดหวาดเสียว ทุกมุมถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดภาพถ่ายที่ดูสมจริงและสร้างสรรรค์
ที่นี่เหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รักที่อยากหากิจกรรมทำร่วมกัน ตัวพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นโซนต่างๆ เช่น ธีมญี่ปุ่นย้อนยุค โซนผจญภัย และโซนแฟนตาซี ทำให้การเดินชมไม่น่าเบื่อและสามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมงแบบเพลินๆ โดยเฉพาะสายคอนเทนต์หรือสายถ่ายรูปรับรองว่าได้ภาพเก๋ๆ กลับไปเพียบ
ไฮไลต์ของ Tokyo Trick Art Museum คือ อินเทอร์แอคทีฟที่ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับผลงานได้จริง ไม่ใช่แค่ยืนดูเฉยๆ แต่สามารถโพสต์ท่าตามจุดที่กำหนดเพื่อให้เกิดภาพลวงตาที่สมบูรณ์ เช่น ภาพที่ดูเหมือนคุณกำลังถูกสัตว์ยักษ์ไล่ล่าหรือกำลังลอยอยู่กลางอากาศ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่หรือป้ายแนะนำมุมถ่ายภาพ ทำให้แม้ไม่ใช่ช่างภาพมือโปรก็สามารถได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11:00 น. – 19:00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11:00 น. – 20:00 น
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,200 เยน, เด็ก 800 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย JR ไปลงที่สถานี Shimbushi เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Yurikamome Line ลงที่สถานี Odaibu-kaihinkoen เดินต่อประมาณ 5 นาที ไปยัง Decks Tokyo Beach พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ในอาคารแห่งนี้
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒135-0091 Tokyo, Minato City, Daiba, 1 Chome-6-1 デックス東京ビーチシーサイドモール 4F
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dGr3eDr5nNPJX8216
17. SNOOPY MUSEUM TOKYO

SNOOPY MUSEUM TOKYO เป็นพิพิธภัณฑ์สุดน่ารักที่เอาใจแฟนการ์ตูนเรื่อง Peanuts โดยเฉพาะ ที่นี่ตั้งอยู่ในย่านมาจิดะ ภายในรวบรวมผลงานต้นฉบับของ Charles M. Schulz ผู้ให้กำเนิด Anoopy และ Charlie Brown เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดสเก็ตช์ การ์ตูนช่องต้นฉบับ ไปจนถึงนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดแสดงในธีมต่างๆ ทำให้แต่ละครั้งที่มาเยือนได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับไปเสมอ
บรรยากาศด้านในถูกออกแบบมาให้ดูอบอุ่นและมีความ playful ตามสไตล์ของ Snoopy เดินชมเพลินๆ ได้ทั้งครอบครัวหรือสายคอนเทนต์ก็ถูกใจ เพราะมีมุมถ่ายรูปน่ารักเพียบ ทั้งโซนจำลองฉากจากการ์ตูนโซน interactive และคาเฟ่ธีม Snoopy ที่เสิร์ฟเมนูสุดคิ้วท์ ถ่ายรูปออกมายังไงก็ดูละมุน นอกจากนี้ยังมี Shop ที่ขายของที่ระลึกลิขสิทธิ์แท้หายากไว้เพียบ ใครเป็นแฟน Snoopy ไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ของ SNOOPY MUSEUM TOKYO คือ การจัดแสดงงานต้นฉบับของการ์ตูณ Peanuts mี่หาดูได้ยาก รวมถึงโซนถ่ายรูปสุดคิ้วท์ที่จัดธีมแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่เป็นไฮไลท์ เพราะมีเมนูน่ารักที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละคร และร้านขายของที่ระลึกที่ขายสินค้าเฉพาะที่นี่เท่านั้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น. และ วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 19:00 น
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,800 เยน, นักเรียนมัธยม 800 เยน, เด็ก 4 ขวบ-ประถม 400 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Odokyu Line ลงที่สถานี Machida จากนั้นเดินต่อประมาณ 10-15 นาที
ที่ตั้ง: 3 Chome-1-4 Tsuruma, Machida, Tokyo 194-0004 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Ybx2ZYnGTzJ1sFEF7
18. Fukagawa Edo Museum

Fukagawa Edo Museum เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในย่านฟุกางาวะของโตเกียว ที่พาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปสัมผัสชีวิตของผู้คนในยุคเอโดะได้อย่างสมจริง ภายในถูกออกแบบให้เป็นเมืองจำลองขนาดใหญ่ มีทั้งบ้านเรือน ร้านค้า ถนน และแม้บรรยากาศแสงไฟที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในญี่ปุ่นสมัยโบราณจริงๆ
ที่นี่เหมาะมากสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนที่อยากหามุมถ่ายรูปสวยๆ แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปสำรวจภายในบ้าน ดูข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวเอโดะได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นพิพิภัณฑ์ที่ให้ทั้งความรู้และประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟในที่เดียว
ไฮไลต์ของ Fukagawa Edo Museum คือ เมืองเอโดะจำลองแบบเต็มสเกลที่ไม่ได้เป็นแค่ฉากตั้งโชว์ แต่สามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้จริง อีกทั้งยังมีการจำลองแสงและเสียง เช่น เสียงฝนตก เสียงชีวิตประจำวัน และการเปลี่ยนแปลงจากกลางวันเป็นกลางคืน เพิ่มความสมจริงแบบสุดๆ ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตในยุคนั้นจริงๆ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:30 น. – 17:00 น
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 400 เยน, เด็ก 50 เยน
วิธีไป: จาก Tozai Line นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ลงสถานี Monzen-Nakacho ออกทางออก Exit 1 เดินประมาณ 15 นาที ไปยังพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: 1 Chome-3-28 Shirakawa, Koto City, Tokyo 135-0021 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/i2R2piHy8tEAE3ME6
19. Gotoh Museum

Gotoh Museum หนึ่งในสถานที่เงียบสงบที่ซ่อนตัวในย่านฟุตาโกะทามากาวะ โดดเด่นด้วยการจัดแสดงศิลปะเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะผลงานโบราณของญี่ปุ่นและจีนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง ภายในอาคารตัดแสดงมีบรรยากาศเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความคลาสสิก เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสศิลปะแบบไม่วุ่นวาย
นอกจากโซนจัดแสดงแล้ว ไฮไลต์ที่หลายคนหลงรักคือสวยญี่ปุ่นด้านหลังพิพิธภัณฑ์ ที่ออกแบบอย่างประณีตตามสไตล์ดั้งเดิม มีทั้งสระน้ำ ทางเดินหิน และศาลาน้ำชา บรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วงหรือความเขียนชอุ่มในฤดูร้อน ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสเล็กๆ กลางเมืองใหญ่
ไฮไลต์ของ Gotoh Museum คือ คอลเลกชันศิลปะระดับชาติ โดยเฉพาะม้วนภาพโบราณและงานเขียนพู่กันที่หาชมได้ยาก รวมถึงผลงานบางชิ้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการหมุนเวียนนิทรรศการตามฤดูกาล ทำให้มาเยือนกี่ครั้งก็ได้ประสบการณ์ใหม่เสมอ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,100 เยน, เด็ก (มหาวิทยาลัยและมัธยมปลาย) 800 เยน, เด็กมัธยมต้นลงมา เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Tokyo Den-en-toshi Line ลงสถานี Futako-Tamagawa ออกทาง West Exit เดินต่อประมาณ 15 นาทีถึงที่หมาย
ที่ตั้ง: 3 Chome-9-25 Kaminoge, Setagaya City, Tokyo 158-0093 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ayyFruVXumsRgSt88
20. Hanzomon Museum

Hanzomon Museum หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ค่อนข้างใหม่ในโตเกียว ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังอิมพิเรียล โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การจัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธรูปและประติมากรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากหลากหลายประเทศในเอเชีย ภายในอาคารออกแบบอย่างทันสมัย โปร่ง โล่ง และใช้แสงธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบ เหมาะแก่การเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักมาเสพงานศิลปะอย่างมีสมาธิ ผู้เข้าชมสามารถใช้เวลาไตร่ตรองความงดงามของงานแต่ละชิ้นได้อย่างเต็มที่ โดยมีการจัดแสดงหมุนเวียนเป็นระยะ ทำให้แท้จะเคยมาแล้วก็ยังสามารถกลับมาเยี่ยมชมได้อีก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดแสดงที่อธิบายเรื่องราวทางศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างเข้าใจง่าย เหมาะทั้งสำหรับสายอาร์ตและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์
ไฮไลต์ของ Hanzomon Museum คือ คอลเลกชันพระพุทธรูปและศิลปะพุทธศาสนาที่หาชมได้ยาก ซึ่งบางชิ้นมีอายุนับร้อยปี ถูกจัดแสดงอย่างพิถีพิถันในพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อขับเน้นรายละเอียดของงานศิลป์โดยเฉพาะ อีกทั้งการจัดแสงและการวางองค์ประกอบภายในห้องจัดแสดงยังช่วยเพิ่มมิติความงดงาม ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้สัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางจิตใจของงานศิลปะเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 17:30 น
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Hanzomon Line ลงสถานี Hanzoman ใช้ทางออก eXit 5 เดินประมาณ 1-3 นาทีจะถึงพิพิธภัณฑ์
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒102-0082 Tokyo, Chiyoda City, Ichibancho, 25−14 友心院ビル
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fTeeMVn8Sk83XMcR9
โตเกียว ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีเสียงสีหรือแหล่งช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมพาคุณไปเปิดโลกทั้งศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์ในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้น การได้ชมแต่ละแห่งไม่ใช่แค่การไปเดินเล่นๆ เท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราว เบื้องหลัง และแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย ถ้ามีโอกาสได้ไปโตเกียวครั้งหน้า ลองเลือกสัก 2-3 ที่ใส่ในแพลน แล้วคุณจะพบว่า พิพิธภัณฑ์ โตเกียว อาจกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ทริปที่คุณประทับใจที่สุดก็ได้

















