วันนี้สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมาแนะนำในครั้งนี้จะแปลกตากว่าสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นทั่วๆไปเล็กน้อย แต่รับรองว่าสวยและประทับใจทุกๆ คนอย่างแน่นอน โดยที่นี่จะเป็นเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ในเขตของจังหวัดโอกินาว่า และมีชื่อเสียงในฐานะเกาะที่อยู่ทิศตะวันตกที่สุดในญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีมีธรรมชาติที่สวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ สถานที่แห่งนั้นก็คือ เกาะโยนากุนิ นั้นเอง
ทำความรู้จักกับ เกาะโยนากุนิ (Yonaguni)

อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับ เกาะโยนากุนิ แห่งนี้กันก่อน เกาะแห่งนี้เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะยาเอยามะของจังหวัดโอกินาว่า โดยเกาะนี้ถือเป็นเกาะที่อยู่ทางทิศตะวันตกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ห่างจากประเทศไต้หวันเพียงแค่ 107.4 กม.มีขนาดเพียงแค่ 28.88 ตร.กม. และมีประชากรเพียงแค่หนึ่งพันกว่าคนเท่านั้น แต่แม้จะดูเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลจากเกาะหลักของญี่ปุ่นและมีประชากรไม่มากนัก แต่เกาะแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่จัดเจน จนไม่แปลกเลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนจะทุกมุมโลกแวะมา
พบกับม้า Yonaguni ม้าสายพันธุ์หายากที่สูงแค่ 1 เมตร

อันดับแรกที่เราต้องพูดถึงเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็นน้องม้า Yonaguni ที่จะมาต้อนรับเราตั้งแต่ขึ้นเกาะ สำหรับน้องม้า Yonaguni พันธุ์นี้ เป็นม้าพื้นเมืองพันธุ์หายากของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีจุดเด่นตรงที่มีขนาดเล็กจิ๋วเพียงแค่ประมาณ 1 เมตรเท่านั้น แต่ก็เป็นจิ๋วแต่แจ๋ว เพราะม้า Yonaguni นี้ขึ้นชื่อว่าความแข็งแรงและอดทน ซึ่งในอดีตใช้ในการช่วยงานเกษตร รวมไปถึงใช้โดยสารไปมาในเกาะ ในปัจจุบัน ม้าเหล่านี้ได้ถูกปล่อยให้วิ่งอย่างอิสระในเขตเกาะ และสำหรับใครที่อยากลองขี่ม้า Yonaguni พันธุ์นี้ ก็สามารถลองขี่ได้ตามฟาร์มที่อยู่รอบๆ เกาะ โดยจะมีตั้งแต่คอร์ส 30 นาทีหรือคอร์ส 2.5 ชั่วโมงสำหรับนักขี่ม้าที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นม้าที่มีขนาดเล็ก การขี่ม้าพันธุ์นี้จึงเหมาะสำหรับเด็กๆ และมีข้อจำกัดเรื่องส่วนสูง-น้ำหนักในการขึ้นขี่ แต่ถ้าเรามาที่เกาะนี้ ก็อย่าพลาดไปทำความรู้จักกับน้องกันนะ
ชมพระอาทิตย์ตก และทิวทัศน์สุดงดงามบนเกาะ

ด้วยความที่เป็นเกาะที่อยู่ทิศตะวันตกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในกิจกรรมขึ้นชื่อของเกาะนี้ก็คือ “การชมพระอาทิตย์ตก” ณ จุดริมสุดทิศตะวันตกของเกาะ ซึ่งจุดชมวิวของเกาะนี้จะเป็นผา Kuburabari ที่นี่เราจะได้เห็นจุดเชื่อมระหว่างท้องฟ้าและทะเลบนเส้นขอบฟ้า และดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับไป ที่นี่เป็นจุดสุดท้ายของประเทศญี่ปุ่นที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ตก ซึ่งในวันที่อากาศดี เราก็อาจจะได้เห็นเงาของเกาะไต้หวันพาดตัดกับขอบฟ้าสีแดงสดขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกลงด้วยนะ

นอกจากผา Kuburabari แล้ว เนื่องจากเป็นเกาะที่อยู่ห่างแผ่นดินใหญ่และยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ที่นี่จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยๆ และวิวทิวทัศน์แปลกๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Rokutatami Beach หาดทรายเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลับๆ หลังโขดหิน ที่นี่เราจะได้เห็นน้ำใสๆ ตัดกับฟ้าสวยๆ ในหาดทรายที่ไร้ผู้คนและซ่อนตัวอยู่ในมุมลับของเกาะ คล้ายกับเป็นสถานที่ส่วนตัวของผู้มาเยือน, ประภาคาร Irizaki ประภาคารที่อยู่ริมตะวันตกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งข้างๆ จะมีหินอนุสรณ์ให้เราถ่ายรูปว่าเรามาเยือนทิศตะวันตกที่สุดของญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งจากมุมนี้ถ้าฟ้าโปร่งเป็นใจ เราก็สามารถเห็นได้ไกลถึง 100 กม. และเห็นเกาะไต้หวันอยู่ลิบๆ ด้วยนะ
ดำน้ำชมธรรมชาติ พบความลึกล้ำของเมืองโบราณ

ลำดับถัดไปจะเป็นจุดขายที่แท้จริงของเกาะ Yonaguni ซึ่งก็คือการดำน้ำ เพราะความจริงแล้วเกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงมาจากการดำน้ำและถือเป็นเป้าหมายที่นักดำน้ำทั่วโลกทุกคนต้องการมา จุดเด่นของการดำน้ำที่นี่จะเป็นการดำน้ำเพื่อชมสัตว์น้ำขนาดใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉลามหัวค้อน, ปลากระเบนแมนตา, ปลากระโทงสีน้ำเงิน หรือแม้กระทั่งฉลามวาฬ เพราะทะเลแถบนี้ในช่วงหน้าหนาว (เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน) จะเป็นเส้นทางอพยพของฉลามหัวค้อน ดังนั้นถ้าคุณโชคดี คุณก็อาจจะได้มีโอกาสดำน้ำเคียงข้างกับฝูงฉลามหัวค้อนมากกว่าหนึ่งร้อยตัว อันเป็นทิวทัศน์ในฝันของนักดำน้ำทุกคน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถมีโอกาสพบเห็นฉลามวาฬ ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีปะการังสวยๆ หรือมีโอกาสได้เห็นปลาบาราคูด้าหรือปลาสากใหญ่ตลอดทั้งปี เรียกได้ว่าเป็นท้องทะเลที่ยังบริสุทธิ์อยู่มากๆ และให้ความรู้สึกแตกต่างจากทะเลในจุดดำน้ำยอดนิยมอย่างสิ้นเชิง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจและต้องมาให้ได้ถ้ามาดำน้ำที่เกาะ Yonaguni แห่งนี้ ก็คือการเยี่ยมชม “พีระมิดโยนากุนิ” หรือ “Yonaguni Monument” โบราณสถานใต้น้ำอันลึกลับ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพีระมิดขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ โดยแหล่งโบราณสถานใต้น้ำแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1987 และแม้กระทั่งในปัจจุบัน เราก็ยังไม่ทราบที่มาของมันอย่างชัดเจน บ้างก็ว่าเป็นหินที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของคลื่นน้ำตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากบางเหลี่ยมบางมุมมันดูใกล้เคียงกับสถาปัตยกรรมของมนุษย์มาก หลายคนจึงเชื่อว่านี่เป็นสถาปัตยกรรมที่มนุษย์เป็นผู้สร้างและเป็น “อารยธรรมของมนุษย์ที่สาบสูญ” เนื่องจากเมื่อวัดอายุของเนื้อหินแล้ว พีระมิดโยนากุนิมีอายุมายาวนานมากกว่า12,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่อารยธรรมของมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก
แม้ว่าในปัจจุบัน เราจะยังไม่ทราบว่าความจริงแล้วสถานที่แห่งนี้คืออะไรและใครเป็นคนสร้างขึ้น แต่ด้วยเสน่ห์และความลึกลับของมัน ทำให้ในปัจจุบัน “พีระมิดโยนากุนิ” หรือ “Yonaguni Monument” แห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญที่นักประดาน้ำต้องมาชมด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต
วิธีเดินทางไปยัง เกาะโยนากุนิ และการเดินทางภายในเกาะ
ต่อไปจะเป็นวิธีการเดินทางมายังเกาะ Yonaguni แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาที่นี่จะสามารถมาได้ 2 วิธี ก็คือ “ทางทะเล” และ “ทางอากาศ” สำหรับทางอากาศแน่นอนว่าจะเป็นเครื่องบิน สำหรับคนที่อยากมาเกาะแห่งนี้ด้วยเครื่องบิน ที่นี่จะมีเที่ยวบิน 2 เที่ยวบินได้แก่ Naha International Airport และ Ishigaki Airport เที่ยวบินที่มาจาก Naha International Airport อันเป็นสนามบินหลักของโอกินาว่านั้นจะมีเพียงรอบละ 1 ครั้งต่อวันและใช้เวลาประมาณ 90 นาที ส่วนเที่ยวบินจาก Ishigaki Airport ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะยาเอยามะนั้นจะมีเที่ยวบินบ่อยกว่าคือ 3 ครั้งต่อวัน และใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อเที่ยว
สำหรับการมาจากทางทะเลจะเป็นการนั่งเรือเฟอร์รี่มาจากเกาะ Ishigaki ซึ่งจะเดินทางมาลำบากกว่ามาก เพราะแต่ละเที่ยวเรือจะไว้เวลาถึงประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางแต่ละครั้ง แถมเที่ยวเรือก็มีเพียงแค่อาทิตย์ละ 2 วัน (แบ่งเป็นขาไปและขากลับ) อีกด้วย ถ้าใครอยากจะมาด้วยเรือ เราก็อยากจะแนะนำให้วางแผนการเดินทางและคำนวณเวลาให้ดีๆ ล่ะ
และสุดท้ายก็คือการเดินทางภายในเกาะ เกาะ Yonaguni แห่งนี้มีถนนเพียงเส้นเดียวที่เชื่อมสนามบิน, หมู่บ้านทั้งสามแห่ง และสถานที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน วิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุดคือขึ้นรถบัสฟรีของชุมชนที่จะวิ่งทุกๆ 2 ชั่วโมง เชื่อมระหว่างหมู่บ้านแต่ละแห่ง แต่สำหรับใครที่อยากเดินทางแบบสะดวกๆ ที่นี่ก็มีทั้งรถยนต์ขนาดเล็กและมอเตอร์ไซต์ให้เช่าด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเกาะขนาดเล็ก ที่นี่จึงมีสำรองยานพาหนะเอาไว้ไม่มาก เราจึงแนะนำให้คนที่อยากเช่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์จองเอาไว้ก่อนมานะ
เกาะนี้เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อมากๆ ในหมู่นักดำน้ำ ใครที่มีการดำน้ำเป็นงานอดิเรกและมาเที่ยวโอกินาว่า เราก็อยากให้แบ่งเวลามาเที่ยวเกาะแห่งนี้ด้วย เพราะมั่นใจเราว่าทริปนั้นจะเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ในโลกอย่างแน่นอน
พิกัดเกาะโยนากุนิ: https://maps.app.goo.gl/2k63AtMxsCSzgR6m9















