ถ้าพูดถึง “ฮอกไกโด” หลายๆ คนอาจจะนึกถึงเมืองซัปโปโร โอตารุ หรือเทศกาลหิมะซัปโปโรที่โด่งดัง แต่เราก็อยากจะบอกว่า ในฮอกไกโดนั้นยังมีที่เที่ยวสวยๆ น่าสนใจมาให้เที่ยวอีกเยอะ และไม่จำเป็นต้องในเฉพาะในช่วงหน้าหนาวอีกด้วย โดยสถานที่ท่องเที่ยวประจำภูมิภาคฮอกไกโดที่เราจะมาแนะนำกันในครั้งนี้ก็คือ ชิเรโตโกะ (Shiretoko) อุทยานแห่งชาติอันได้รับเลือกเป็นมรดกโลก ที่ตั้งอยู่ริมสุดทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโดนั้นเอง
ทำความรู้จักกับอุทยานแห่งชาติ ชิเรโตโกะ (Shiretoko)

อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ ตั้งอยู่ริมสุดทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโด มีเนื้อที่มากกว่า 386.36 ตารางกิโลเมตร โดยคำว่า “ชิเรโตโกะ” นั้น มีที่มาจากภาษาไอนุซึ่งมีความหมายว่า “จุดสิ้นสุดของผืนโลก” และ “สถานที่ที่ยื่นออกมา” ซึ่งก็สื่อถึงความเป็นชิเรโตโกะได้อย่างชัดเจน เพราะเนื่องจากที่นี่อยู่ริมสุดของเกาะฮอกไกโดและเป็นแหล่งที่ทุรกันดารมากในสมัยก่อน โดยแผ่นดินผืนนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าไอนุบางส่วนเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้ที่นี่ยังคงความเป็นธรรมชาติมากๆ และเต็มไปด้วยสัตว์ป่าท้องถิ่นจำนวนมาก และด้วยความงดงามและอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ ทำให้ชิเรโตโกะได้รับเลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1964 และต่อมาในปี 2005 ที่นี่ก็ได้รับเลือกจากยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอันเป็นความภาคภูมิใจของคนฮอกไกโดและคนญี่ปุ่นทั่วประเทศ
ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะมีความใหญ่โดมาก เรียกว่าเที่ยวทั้งวันก็ไม่หมด ทำให้เราแนะนำมาแค่ไฮไลท์เด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน จะมีอะไรกันบ้าง ไปลองดูกันเลยดีกว่า
ทะเลสาบทั้งห้าของ ชิเรโตโกะ (Shiretoko Goko Lakes)

เริ่มกันที่ทะเลสาบทั้งห้าของชิเรโตโกะหรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า Shiretoko Goko กันดีกว่า สำหรับทะเลสาบทั้งห้านี้ เป็นทะเลที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟอิโอะ จนทำให้น้ำพุใต้ดินไหลออกมาเป็นทะเลสาบจำนวน 5 แห่งอยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้งห้านี้ก็เรียกได้ว่าสวยงามมาก ๆ ราวกับเป็นภาพวาดเลยทีเดียว ซึ่งในการเดินชมวิวก็ไม่ยาก เพราะที่นี่จะมีสะพานไม้ยกสูงระยะทางยาวประมาณ 800 เมตรให้คุณเริ่มเดินตั้งแต่ลานจอดรถ ให้คุณได้ชมวิวทิวทัศน์สุดตระการตาและถ่ายรูปได้อย่างจุใจ หรือถ้าคุณเป็นสายลุยที่ชอบเดินป่า คุณก็สามารถเดินเลาะไปตามเส้นทางปกติ เพื่อเยี่ยมชมวิวสวยๆ และธรรมชาติที่งดงามแบบตามใจชอบก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ เราก็ต้องขอเตือนว่าเนื่องจากรอบทะเลสาบจุดเป็นอาณาเขตของหมีสีน้ำตาล เราจึงขอให้คุณศึกษาฤดูที่คุณจะมาเที่ยวและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
น้ำตกคามุยวักกะ (Kamuiwakka)

อีกหนึ่งไฮไลท์ขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ ก็คือน้ำตกคามุยวักกะแห่งนี้นั่นเอง คำว่า “คามุยวักกะ” นั้น มีที่มาจากภาษาของชาวไอนุ โดยมีความหมายว่า “น้ำของพระเจ้า” ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของน้ำตกแห่งนี้คือมันไม่ใช่น้ำตกธรรมดาๆ แต่เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากภูเขาไฟอิโอะ ผสมกับแม่น้ำในอุทยาน ทำให้มันกลายเป็นน้ำตกร้อนที่เป็นออนเซ็นธรรมชาติ รอให้คุณมาพบเจอและสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งนอกจากความแปลกตาแล้ว ด้วยความที่มันเป็นแหล่งน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ทำให้ธรรมชาติบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดและเต็มไปด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่มากมาย และสุดท้าย ถ้าคุณเดินเที่ยวจะเต็มอิ่ม เมื่อคุณเดินมาจนถึงสระน้ำอุ่นบริเวณฐานน้ำตก ที่นี่ก็อนุญาตให้คุณนำเท้ามาแช่น้ำร้อนเพื่อผ่อนคลาย หรือถ้าคุณน้ำเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เราก็สามารถมาเล่นน้ำตกที่เกิดจากน้ำพุร้อนกลางภูเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย
เส้นทาง ชิเรโตโกะ (Shiretoko Pass)

นอกจากไฮไลท์สองอย่างที่เรากล่าวไปด้านบนแล้ว อีกหนึ่งจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะแห่งนี้ก็คือเส้นทางชิเรโตโกะ หรือ Shiretoko Pass อันเป็นจุดชมวิวบนเส้นทางถนนหมายเลข 334 ที่เชื่อมระหว่างเมืองอุโทโระและราอุสุ ความพิเศษของถนนเส้นนี้ก็คือมันเป็นถนนที่อยู่สูงกว่า 738 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนเส้นทางนี้ คุณจะได้เห็นธรรมชาติที่งดงามตระการตามากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขาราอุสุ ภูเขาที่สูงที่สุดในคาบสมุทรชิเรโทโกะ (ความสูง 1,661 ม.) ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามดุจภาพฝัน ถ้าคุณหันไปทางฝั่งทะเล คุณก็จะได้ทั้งฝั่งทะเลโอค็อตสก์ และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และถ้าวันไหนอากาศดีๆ ละก็ คุณก็สามารถมองเห็นได้ถึงหมู่เกาะคูริลของฝั่งรัสเซียเลยทีเดียว

อีกหนึ่งความพิเศษของเส้นทางชิเรโตโกะแห่งนี้คือความสวยงามในหลากหลายฤดู ถ้าคุณมาในฤดูร้อน อากาศจะเย็นสบายกำลังดี ฟ้าจะเปิดให้คุณได้เห็นวิวทิวทัศน์ทุก ๆ อย่างเต็ม ๆ ตา หรือถ้าคุณมาในฤดูใบไม้ร่วง นี่ก็เป็นฤดูที่ดีมาก ๆ ในการท่องเที่ยวในเส้นทางชิเรโตโกะแห่งนี้ เพราะรอบข้างของถนนจะเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งมันจะเป็นวิวสุดพิเศษที่ทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
แตถ้าคุณมาที่นี่ในฤดูหนาว น่าเสียดายนิดหน่อยเพราะว่าเส้นทางแห่งนี้จะหยุดให้บริการเพราะเส้นทางเต็มไปด้วยหิมะ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะว่าในฤดูหนาว ก็มีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะอย่างปรากฏการณ์ Drift ice ที่เราจะแนะนำให้ลำดับถัดไป
ปรากฏการณ์ Drift ice (Ryuhyo)

ปรากฏการณ์ Drift ice หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Ryuhyo เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเพียงไม่กี่แห่งในโลก โดยเป็นปรากฏการณ์ของท้องทะเลที่ทั้งทะเลเต็มไปด้วยธารน้ำแข็งที่ไหลมาตามแม่น้ำอามูร์ในรัสเซียจนเต็มไปทั่วทะเลโอค็อตสก์ ถ้าคุณมาทะเลในช่วงนี้ คุณจะเห็นทั้งทะเลเต็มไปด้วยน้ำแข็งจนสามารถไปเดินเล่นบนทะเลได้เลย ซึ่งนอกจากการชมวิวทิวทัศน์สุดหายากนี้หรือเดินในทะเลที่เต็มไปน้ำแข็งแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมกันก็คือการนั่งเรือตัดน้ำแข็ง ซึ่งเป็นการาล่องไปในท้องทะเลที่หนาแน่นไปด้วยน้ำแข็ง คุณจะได้เห็นธารน้ำแข็งที่ค่อยๆ แยกออกไปตามทางที่เรือผ่านไป ถ้าใครมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะในฤดูหนาว เราก็บอกได้ว่าไม่ควรพลาดการเยี่ยมชมปรากฏการณ์นี้เด็ดขาด
ชมธรรมชาติและสัตว์ป่าในอุทยาน

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวและไฮไลท์ต่างๆ ที่เราแนะนำไปข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พูดไม่ได้เลยของอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะแห่งนี้ก็คือธรรมชาติ และสัตว์ป่าในอุทยานแห่งนี้นั้นเอง ด้วยความที่ธรรมชาติในอุทยานแห่งชาตินี้ยังไม่ถูกรุกรานโดยมนุษย์และได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ทำให้ระบบนิเวศน์ของที่นี่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่มากมายจนเรียกได้ว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น บนบก คุณจะสามารถพบได้ทั้งหมีสีน้ำตาลชิเรโตโกะอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ กวางป่าเอโซะ หรือจิ้งจอกฮอกไกโด บนฟ้า คุณจะได้พบนกป่ามากกว่า 300 ชนิด หรือนกฮูก Blakiston’s Fish อันเป็นนกฮูกที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ และในทะเล มหาสมุทรในแถบนี้ก็เต็มไปด้วยปลาและสัตว์น้ำหายากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิงโตทะเล วาฬเพชฌฆาต ปลาแซลมอน หรือแม้กระทั่งอินทรีทะเลสเตลเลอร์ สัตว์ปีกหายากที่มักจะพบได้แค่ในบริเวณทะเลโอค็อตสก์หรือธารน้ำแข็ง Drift ice เท่านั้น ถ้าเป็นสายธรรมชาติหรือคนรักสัตว์ บอกได้เลยว่าคุณจะต้องหลงรักที่นี่แน่นอน
การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ ชิเรโตโกะ
ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะตั้งอยู่สุดขอบทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโด ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะอาจจะลำบากพอสมควร ถ้าเดินทางด้วยรถบัส เส้นทางที่สะดวกที่สุดจะเป็นการนั่งรถบัสของบริษัทที่ชื่อว่า Shari bus ซึ่งจะออกจากตัวเมืองซัปโปโรในช่วงกลางคืนและถึงเมืองอุโทโระอันเป็นทางเข้าอุทยานในช่วงเช้า และการเดินทางภายในอุทยานจะมีเพียงรถบัสไม่กี่สายเท่านั้นที่วิ่งด้านใน และยังมีเวลาที่จำกัด วิธีการเดินทางที่เราอยากจะแนะนำที่สุดจึงจะเป็นการเช่ารถขับจากซัปโปโรที่จะทำให้คุณสามารถมีอิสระในการเดินทางและดึ่มด่ำกับธรรมชาติในอุทยานได้อย่างเต็มที่ที่สุด
อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ (Shiretoko National Park)
เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dJe65YWmezRpqarNA
แม้หลายๆ คนที่ไปเที่ยวฮอกไกโดอาจจะมีภาพจำที่ว่าต้องไปเที่ยวฤดูหนาว หิมะสูงๆ แต่ต่อให้เป็นฤดูอื่นเช่นฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง ภูมิภาคฮอกไกโดก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ถ้าใครชอบธรรมชาติและกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ รับรองว่าอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะแห่งนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน















