ฟุกุชิมะ (Fukushima) 

,

โทโฮคุ (Tohoku)

Aquamarine Fukushima กับฝูงปลาขนาดใหญ่ภายใต้แทงก์น้ำขนาดยักษ์

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมาแนะนำในครั้งนี้ ก็วนกลับมาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรืออควอเรียมกันอีกครั้ง ซึ่งสำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เราจะแนะนำครั้งนี้ก็อยู่ที่จังหวัดฟุกุชิมะอันมีจุดเด่นคือการออกแบบเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อสิ่งแวดล้อมที่จำลองมาทั้งทะเล แม่น้ำ และชายฝั่งให้ได้สมจริงมากที่สุด รวมไปถึงการสร้างกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะกับการเรียนรู้สำหรับน้องๆ หนูๆ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ว่าก็คือ Aquamarine Fukushima นั่นเอง

เกี่ยวกับ Aquamarine Fukushima

Aquamarine Fukushima

ก่อนที่เราจะพาไปชมความน่าสนใจด้านใน เรามาทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้กันสักเล็กน้อยก่อน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองอิวากิ จังหวัดฟุกุชิมะ โดยมีพื้นที่มากกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันตารางเมตร แม้หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่ความจริงแล้ว Aquamarine Fukushima นี้มีประวัติที่ยาวนาน เพราะที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี 2000 และถือเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในแถบโทโฮคุ แม้จะปิดตัวไปช่วงหนึ่งหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ที่จังหวัดฟุกุชิมะในปี 2011 แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นที่รักของชาวเมืองฟุกุชิม่าและมีเหล่านักท่องเที่ยวที่มากันอย่างคับคั่งตลอดปี

ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือการประกาศตัวว่าตัวเองเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากการสร้างโซนจัดแสดงของสัตว์ต่างๆ ให้เหมือนกับธรรมชาติมากที่สุดแล้ว ที่นี่ยังมีอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และไม่ใช่แค่สัตว์น้ำเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงระบบนิเวศโดยรอบเช่นชายฝั่ง แม่น้ำ และลำธาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นในโซนจัดแสดงต่างๆ ที่เราจะแนะนำในส่วนต่อๆ ไป

โซนต่างๆ ที่น่าสนใจ

ลำดับต่อไปเรามาดูด้านในกันบ้างดีกว่า สำหรับที่นี่จะมีการแบ่งโซนย่อยๆ มากถึง 19 โซน ไม่ว่าจะเป็นโซนจัดแสดงสัตว์น้ำ สัตว์บก โซนนิทรรศการ หรือโซนกิจกรรม ซึ่งเราก็ได้คัดเลือกโซนเด่นๆ น่าสนใจมาให้ทุกคนได้รู้จักกันเรียบร้อยแล้ว จะมีอะไรบ้าง เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

Evolution of the sea and life

Aquamarine Fukushima

โซนแรกที่คุณจะได้พบเลยเมื่อเข้ามาที่นี่ก็คือ Evolution of the sea and life หรือวิวัฒนาการของทะเลและสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะเล่าประวัติศาสตร์ของการถือกำเนิดสิ่งมีชีวิตและปลาปลาโบราณต่างๆ ที่มีอยู่ในทะเล โดยไฮไลท์ของที่นี่คือการจัดแสดงปลาซีลาแคนท์ ปลาโบราณอันโด่งดัง ซึ่งความพิเศษของที่นี่ก็คือการจัดแสดง 2 สายพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกอย่างซีลาแคนท์แอฟริกาและซีลาแคนท์อินโดนีเซีย ไว้ข้างๆ กัน ซึ่งที่นี่ก็เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกจัดแสดงแบบนี้ ซึ่งนอกจากปลาซีลาแคนท์แล้ว ที่นี่ยังมีปลาและสัตว์น้ำโบราณหายากอื่นๆ อย่างซาลาแมนเดอร์ยักษ์ญี่ปุ่นและ Spotted Ratfish อีกด้วยนะ

Fukushima river and coast

Aquamarine Fukushima

สำหรับโซนต่อไป จะเป็นโซนที่พูดถึงสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศของชายฝั่งและแม่น้ำของจังหวัดฟุกุชิมะ ในโซนนี้จะมีการจัดแสดงปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ อย่างปลายาริทานาโกะ, ปลาอามิเมะฮากิ, ปูชิโกะกานิ อันเป็นสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังมีแมลงน้ำ รวมไปถึงพืชนานาชนิดที่อยู่บริเวณจังหวัดฟุกุชิมะ ทั้งหมดจัดเรียงระบบนิเวศอย่างดีราวกับอยู่ในธรรมชาติจริงๆ ซึ่งโซนนี้ไม่ใช่เพียงแค่จัดแสดงให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติของฟุกุชิมะให้อยู่ต่อไปด้วย

Sea of tide

Aquamarine Fukushima

และมาถึงไฮไลท์ของ Aquamarine Fukushima แห่งนี้ กับโซน Sea of tide ซึ่งจะเป็นแทงก์น้ำขนาดยักษ์ 2 ใบ รวมปริมาณน้ำมากกว่า 2,050  ตัน ให้เรารับชม โดยแทงก์น้ำทั้งสองนี้จะเป็นตัวแทนของกระแสน้ำคุโรชิโอะและโอยะชิโอะ สองสายน้ำสำคัญของทะเลญี่ปุ่นซึ่งมาบรรจบรวมที่จังหวัดฟุกุชิม่าพอดี โดยในแต่ละแทงค์น้ำก็จะมีปลาและสิ่งมีชีวิตตรงตามที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์ก็คือฝูงปลาซาร์ดีนญี่ปุ่นอย่างมะอิวาชิและปลาคัตสึโอะจำนวนมากที่แหวกว่ายอย่างเป็นอิสระในแทงก์น้ำ เรียกได้ว่าเป็นโซนที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์

Coral reef sea

Aquamarine Fukushima

สำหรับโซนถัดมาที่เราอยากจะจะแนะนำก็คือโซน Coral reef sea ที่จะจัดแสดงปลาและปะการังที่มีสีสันสดใสและสวยงามราวกับเรากำลังอยู่ในทะเลใต้จริงๆ ซึ่งนอกจากปะการัง, ดอกไม้ทะเลที่แสนสวยงามแล้ว โซนนี้ยังมีปลาสวยๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นฝูงปลาคินเมโมะโดคิ, ปลาฮานะโกอิ, ปลานกแก้วหรือปลาไหลจินอานาโกะ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโซนฮิตที่คนนิยมมาชมและถ่ายรูปกัน

Seabirds and seabirds in the North Sea

Aquamarine Fukushima
Aquamarine Fukushima

ไม่ใช่แค่ปลาเพียงอย่างเดียว แต่ที่นี่ยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่และนกทะเลจัดแสดงให้ทุกคนได้รับชมด้วย ในโซนนี้จะมีทั้งแมวน้ำลายจุด, สิงโตทะเล รวมไปถึงนกทะเลซึ่งสามารถจับเหยื่อใต้น้ำได้อย่าง Tufted puffin และนกกิลลิมอทอีกด้วย สำหรับไฮไลท์ของโซนนี้ก็คือการแสดงให้อาหารซึ่งจะมีวันละสองรอบได้แก่ 10:30 และ 15:30 ถ้าจังหวะเวลาเหมาะสม เราก็แนะนำให้มาในช่วงเวลานี้นะ

โซนเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ 

นอกจากโซนจัดแสดงด้านบนแล้ว ที่มียังมีโซนต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างประสบการณ์และเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยล่ะ จะมีอะไรบ้าง มาดูไปด้วยกันเลย

สัมผัสประสบการณ์ตกปลาเพื่อเรียนรู้คุณค่าของชีวิต

Aquamarine Fukushima

สำหรับ Aquamarine Fukushima แห่งนี้ จะมีโซนตกปลาที่ให้เด็กๆ และทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมตกปลาในบ่อ เพื่อนำปลาที่ตกได้มาทำอาหาร แม้อาจจะดูไม่คุ้นเคยสำหรับคนไทย แต่วัตถุประสงค์ของการทำแบบนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ ไดเรียนรู้ความสำคัญของธรรมชาติ, ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต, และคุณค่าของชีวิตที่กลายมาเป็นอาหารให้เราทานผ่านการลงมือทำจริงๆ ซึ่งภายในก็มีผู้ดูแลคอยให้คำแนะนำและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ถ้าใครมากับเด็กๆ ละก็ นี่ก็เป็นกิจกรรมที่เราอยากให้ลองสัมผัสดูสักครั้ง

ให้เด็กๆ เรียนรู้และสัมผัสน้ำทะเลจริงๆ 

Aquamarine Fukushima

นอกจากโซนตกปลาแล้ว ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และเล่นสนุกของเด็กๆ ด้วยการมีโซนจำลองชายหาดที่เราสามารถลงน้ำเพื่อสังเกตสิ่งมีชีวิตริมทะเลได้อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่กว้างมากกว่า 4,500 ตรม. นี้ เราสามารถลงไปเล่นน้ำ, สัมผัสกับก้อนหินและทราย รวมไปถึงสัมผัสปลาดาวและปลิงทะเลได้อย่างใกลชิด เรียกได้ว่าเป็นโซนที่เหมาะให้เด็กๆ เล่นสนุกสุดๆ อย่างไรก็ตาม เราก็แนะนำให้เอาเสื้อผ้า, รองเท้า, และผ้าเช็ดตัวมาเปลี่ยนด้วยนะ เพราะมั่นใจได้เลยว่าถ้าน้องๆ หนูๆ มาเห็นแล้วละก็ จะต้องเล่นสนุกจนเลอะไปหมดอย่างแน่นอน

สำรวจป่าไม้ ทุ่งหญ้า และลำธาร

Aquamarine Fukushima

ไม่ใช่แค่ริมทะเล แต่ที่นี่ยังมีการจำลองพื้นที่ต่างๆ อย่างป่าไม้ ทุ่งหญ้า และลำธาร เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และสัมผัสธรรมชาติได้อย่างมีความสุข ในโซนที่เป็นลำธาร ก็จะมีกบและปลาน้ำจืดเล็กๆ ให้สังเกต โซนป่าก็จะมีลานกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ออกกำลังและเล่นสนุก รวมไปถึงมีกระรอก, นกฮูก รวมไปถึงสัตว์ตัวเล็กๆ ให้เราดู และสุดท้ายก็คือโซนลำธารที่ให้เราสามารถไปย่ำน้ำท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างอิสระ เท่านั้นยังไม่พอ โซนนี้ยังมีแรคคูนญี่ปุ่น, แบดเจอร์ญี่ปุ่น, ไก่ฟ้าและนกฮูกให้เราได้เห็นอีกด้วย บอกแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าที่นี้นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อธรรมชาติ ที่มีกิจกรรมให้น้องๆ หนูๆ เยอะจริงๆ 

ค่าเข้าชมและการเดินทาง

สำหรับการมาที่นี่นั้นสามารถมาได้โดยนั่งลงรถไฟที่สถานี JR Izumi Station (Joban Line) จากนั้นนั่งรถบัสท้องถิ่นคันที่มุ่งหน้าไปยัง Onahama/Ena (小名浜・江名方面) ประมาณ 15 นาที เพื่อมาลงป้าย AEON Mall Iwaki Onahama Bus Stop จากนั้นเดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงที่หมายแล้ว

ในส่วนของค่าเข้าชม ตั๋วของผู้ใหญ่จะอยู่ที่ราคา 1,850 เยน เด็กประถมจนถึงมัธยมจะอยู่ที่ราคา 900 เยน และเด็กอายุน้อยกว่านั้นจะสามารถเข้าได้ฟรี ทำให้เหมาะกับการมากับครอบครัวหรือเด็กๆ อย่างมาก ในส่วนข้อมูลอื่นๆ ดูตามด้านล่างนี้ได้เลย

แม้เราจะแนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกที่ก็มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง สำหรับที่นี่แน่นอนก็จะเป็นความใส่ใจในการออกแบบเพื่อธรรมชาติ และกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถให้เด็กมีส่วนร่วมด้วยได้ สำหรับครั้งถัดๆ ไป ถ้ามีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้น่าสนใจ เราจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันอีกแน่นอน

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด