ถ้าใครมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัวหรือเด็กๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนชอบไปก็คือ “สวนสัตว์” นั่นเอง เพราะนอกจากจะอากาศเย็นสบาย เดินชมง่ายเหงื่อไม่ออกแล้ว จุดชมสัตว์แต่ละอย่างก็ทำได้เป็นอย่างดี เดินทางสะดวกสบาย มีกิจกรรมหรือโชว์ต่างๆ ให้ดู ทำให้ไม่แปลกเลยว่าทำไมสวนสัตว์ถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับครอบครัวพ่อแม่ลูกในญี่ปุ่น ซึ่งในครั้งนี้ เราก็จะขอมาแนะนำสวนสัตว์ที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร อย่าง Maruyama Zoo ณ จังหวัดฮอกไกโดกันบ้าง จะมีอะไรเด่น อะไรพิเศษกว่าสวนสัตว์อื่นตรงไหนบ้าง เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
ทำความรู้จักกับ Maruyama Zoo

อันดับแรกสุด เราอยากให้ทุกคนรู้จักกับสวนสัตว์แห่งนี้กันก่อน สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่สวนมารุยามะเขตชูโอ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด โดยที่นี่มีพื้นที่มากกว่า 224,780 ตารางเมตร และเป็นที่อยู่ของสัตว์ราวๆ 200 สายพันธุ์ เกือบ 800 ตัว โดยประวัติของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะสามารถย้อนได้ไปถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1950 ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามและทั้งเมืองเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ทางตัวเมืองซัปโปโรได้มีการเชิญ “สวนสัตว์เคลื่อนที่” จากสวนสัตว์อุเอโนะ (กรุงโตเกียว) มาจัดแสดงที่บริเวณสวนมารุยามะ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนชาวเมืองซัปโปโรเรียกร้องขอสวนสัตว์จริงๆ เป็นของตัวเองในเมืองซัปโปโร ทำให้ในหนึ่งปีหลังจากนั้น สวนสัตว์แห่งนี้ก็ได้เปิดให้บริการในที่สุดใน 5 พฤษภาคม 1951 ซึ่งตรงกับวันเด็กของประเทศญี่ปุ่น
โดยในตอนแรกสุด สวนสัตว์แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเพียงแค่ “สวนเด็กเล่น” ที่มีสัตว์เพียงสามชนิด ได้แก่ หมีสีน้ำตาลหนึ่งคู่ กวางเอโซะ และนกอินทรีหางขาว รวมทั้งหมดสี่ตัวเท่านั้น แต่ที่นี่ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมีผู้เข้าชมมากถึง 1.24 ล้านคน ในปี 1974 ซึ่งเป็นหมุดหมายที่สำคัญเพราะเท่ากับจำนวนประชากรในซัปโปโร และในปัจจุบัน ก็มีโซนและสัตว์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโซนแอฟริกา โซนหมีขาว และช้างเอเชีย เรียกได้ว่าเป็นสวนสัตว์ประจำเมืองที่ชาวซัปโปโรภาคภูมิใจ
โซนสุดฮิตที่ทุกคนห้ามพลาด
เนื่องจากสวนสัตว์แห่งนี้มีขนาดที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้หลายคนที่มีเวลาไม่มากอาจจะเดินได้ไม่ทั่ว ดังนั้นในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำโซนไฮไลต์ที่ไม่อยากให้คุณพลาดของที่นี่ให้ทุกคนได้รู้จักกัน
โซนจัดแสดงลิงอุรังอุตังและป่าบอร์เนียว

เริ่มกันที่โซนใหม่ที่พึ่งเปิดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2024 โซนนี้กันก่อนดีกว่า กับโซนลิงอุรังอุตังที่ฉลาดและแสนรู้ สำหรับที่นี่ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับป่าบอร์เนียวบ้านเกิดของลิงอุรังอุตังมากที่สุด เพื่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยและตรงกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ที่นี่ยังถูกออกแบบมาให้อบอุ่นแม้จะอยู่ในฤดูหนาวของซัปโปโร และสำหรับคนที่มาเยี่ยมชม ที่นี่ก็มีไกด์มาคอยให้ความรู้ และเล่าเกี่ยวกับพฤติกรรมและชีวิตประจำวันของอุรังอุตังอีกด้วย
Polar Bear Pavilion

โซนจัดแสดงอันเป็นไฮไลต์และความภาคภูมิใจของ Maruyama Zoo เพราะที่นี่ถือเป็นจุดแสดงหมีขั้วโลกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ถูกสร้างมาอย่างดีเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นโซนกลางแจ้ง โซนในร่ม สระน้ำขนาดใหญ่ที่เราสามารถมองเห็นหมีขาวขั้วโลกแหวกว่ายผ่านอุโมงค์ใต้น้ำได้อย่างอิสระ และในขณะเดียวกัน โซนนี้ก็มีแมวน้ำสุดน่ารักจัดแสดงอยู่เคียงข้างกันอีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณโชคดี คุณก็อาจจะเห็นหมีขั้วโลกที่กำลังจ้องจะล่าแมวน้ำได้ด้วยนะ
โซนจัดแสดงช้างเอเชีย

อีกหนึ่งโซนที่มีความสำคัญมากกับ Maruyama Zoo เพราะที่นี่เปิดให้เข้าชมเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2019 เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศเมียนม่า โดยออกแบบเป็นโซนจัดแสดงในร่มเพื่อให้ช้างสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แม้จะเป็นฤดูหนาว มีบ่อน้ำซึ่งเป็นกระจกทำให้เราสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของช้างภายในน้ำ และโซนจัดแสดงความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับช้างเอเชียไว้อย่างครบครัน และที่พิเศษสุดๆ ก็คือเมื่อเดือนสิงหาคมของปี 2023 ที่ผ่านมา ที่สวนสัตว์แห่งนี้ก็มีข่าวดีคือมีลูกช้างตัวใหม่ถือกำเนิดขึ้นภายในศูนย์จัดแสดงแห่งนี้ ดังนั้นถ้ามาในช่วงนี้ละก็ เราก็จะได้เห็นลูกช้างตัวน้อยอยู่เคียงข้างกับแม่ของมันด้วยนะ
เสือดาวหิมะสุดน่ารักที่หาชมได้ยาก

เสือดาวหิมะ ก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์ใกล้สูญพันธุ์สุดหายากที่มีให้รับชมในสวนสัตว์แห่งนี้ นอกจากการได้ดูการใช้ชีวิตและพฤติกรรม ในแหล่งที่อยู่อันเป็นธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ที่นี่ยังมีไกด์ของสวนสัตว์มาคอยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ อาหารการกิน นิสัยของสัตว์ชนิดนี้อยู่เป็นรอบๆ มีการจัดโชว์ให้อาหารเสือดาวหิมะ และที่พิเศษไปกว่านั้น สวนสัตว์แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เสือดาวหิมะ เพื่อให้สัตว์สุดน่ารักและมีเสน่ห์แห่งนี้คอยอยู่คู่โลกต่อไปอีกด้วย
แก๊งเพนกวินแสนซน

และสำหรับไฮไลต์ที่หลายๆ คนจะต้องชอบแน่นอน ก็คือโซนจัดแสดงเพนกวินฮัมโบลต์สุดน่ารักขวัญใจทุกคนนั้นเอง เราจะได้เห็นแก๊งแพนกวินสุดน่ารักใช้ชีวิตและว่ายน้ำให้เราดูกันอย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

นอกจากไฮไลต์ต่างๆ ที่เราแนะนำไปด้านบนแล้ว ที่นี่ยังมีสัตว์ต่างๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงโต ยีราฟ นกกระจอกเทศ ฮิปโปโปเตมัส แพนด้าแดง หรือสัตว์ท้องถิ่นอย่างลิงญี่ปุ่นและนกกระเรียน เรียกได้ว่ามีสัตว์ให้ดูอีกเพียบ สำหรับใครที่สนใจ เราก็ได้แนบแผนที่สวนสัตว์มาให้ดูด้านล่างนี้

ค่าเข้าชมและการเดินทาง
สำหรับการเดินทางมาที่นี่ บอกเลยว่าง่ายดายมากๆ เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Tozai line Maruyama Koen จากนั้นเดินมาเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาทีก็ถึงที่หมายแล้ว ต่อมาในส่วนของเวลาเปิดปิด ค่าตั๋วเข้าชม และวันหยุดต่างๆ เราก็ได้รวบรวมมาให้ทุกคนแล้ว ตามข้อมูลด้านล่างนี้ได้เลย
ค่าตั๋วเข้าชม
- ผู้ใหญ่ : 800 เยน
- เด็กมัธยมปลาย : 400 เยน
- เด็กอายุต่ำกว่ามัธยมต้นลงมา : เข้าชมฟรี
- ตั๋วแบบกลุ่ม (30 คนขึ้นไป) : คนละ 720 เยน
Maruyama Zoo
ที่อยู่ : 3 Chome-1 Miyagaoka, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido 064-0959, Japan
เวลาเปิด-ปิด : หน้าร้อน (1 มีนาคม – 31 ตุลาคม) 9.30-16.30 น. (เข้าสวนสัตว์ได้ถึง 16.00 น. )
หน้าหนาว (1 พฤศจิกายน – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์) 9.30-16.00 น. (เข้าสวนสัตว์ได้ถึง 15.30 น. )
วันหยุด : วันพุธที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน (กรณีเดือนสิงหาคมจะเป็นวันพุธแรกและพุธที่ 4 ของเดือน), สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน, สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน, วันที่ 29-31 ธันวาคม
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/cQNMycTbU8NEH6829
สำหรับสวนสัตว์แห่งนี้ ความน่าสนใจไม่ใช่สัตว์หายากเพียงอย่างเดียว แต่คือการพยายามให้สัตว์จากเขตร้อนต่างๆ สามารถมาอยู่ในภูมิประเทศเมืองหนาวได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรียกได้ว่าด้านนอกเป็นหิมะสีขาว ด้านในเป็นป่าเขตร้อน เรียกได้ว่าเป็นทิวทัศน์สุดหายาก ที่คุณจะไม่ได้เห็นจากสวนสัตว์ทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน
















