เกียวโต (Kyoto) 

,

คันไซ (Kansai)

Ichimonjiya Wasuke ร้านขนมเก่าแก่ในเกียวโต อยู่มานานกว่าหนึ่งพันปี

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีร้านเก่าแก่มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอายุร้อยปี ร้านขายของอายุสองร้อยปี ก็สามารถพบเจอได้ทั่วไป แต่ทุกคนเชื่อหรือไม่ว่ามีร้านขนมร้านหนึ่งในเกียวโตที่มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี หรือเรียกได้ว่าก่อตั้งมาก่อนยุคสุโขทัยซะอีก ร้านที่เราจะแนะนำก็คือ ร้าน Ichimonjiya Wasuke หรือ อิจิมงจิยะ วาสึเกะ นั่นเอง

ประวัติของร้าน Ichimonjiya Wasuke

ร้านโมจิ เกียวโต

อิจิมงจิยะ วาสึเกะ ถือเป็นร้านขนมเล็กๆ ที่ขายเฉพาะ “อะบุริโมจิ” หรือ “โมจิย่าง” ตั้งอยู่ในเขตคิตะ เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต ใกล้ๆ กับศาลเจ้าอิมามิยะ โดยร้านแห่งนี้ ถือเป็นร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เพราะก่อตั้งขึ้นในช่วงสมัยเฮอันตอนกลาง ปีโจโฮที่ 2 หรือถ้านับเป็นคริสศักราชก็จะปี ค.ศ. 1000 ถ้านับจนถึงปัจจุบันแล้ว ก็แปลว่าร้านแห่งนี้ มีอายุยืนยาวถึง 1,025 ปีมาแล้ว และเป็นหนึ่งในจำนวนไม่มากที่เข้าทำเนียบ “ร้านพันปี” ในญี่ปุ่น

Imamiya Shrine

ซึ่งถ้าพูดถึงประวัติของร้านนี้ก็ต้องพูดถึงศาลเจ้าอิมามิยะที่ตั้งอยู่ข้างๆ กัน โดยในตอนแรกสุด เจ้าของร้านได้เปิดร้านนี้ขึ้นมาเพื่อขายอะบุริโมจิมาเป็นของถวายแก่ศาลเจ้า เพื่อใช้บูชาเทพเจ้าและ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และะอธิษฐานขอความสงบสุขและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้มาสักการะ เพราะในเวลานั้นในญี่ปุ่นถือเป็นยุคที่เกิดความอดอยากและโรคระบาดกันทุกหย่อมหญ้า และหลังจากถวายโมจิเสร็จ โมจิดังกล่าวก็จะถูกนำมากินเพื่อถือเคล็ดความเป็นสิริมงคลและปัดเป่าโรคภัย ด้วยเหตุนี้เอง อะบุริโมจิของร้านอิจิมงจิยะ วาสึเกะแห่งนี้จึงมีอีกชื่อว่า “โมจิปัดเป่าโรค” 

การดำเนินธุรกิจที่ยาวนานกว่าพันปี

Ichimonjiya Wasuke

ร้านอิจิมงจิยะ วาสึเกะที่ดำเนินกิจการยาวนานต่อเนื่องมาจนถึงหนึ่งพันกว่าปีแห่งนี้ ปัจจุบันดำเนินกิจการโดยนาโอมิ ฮาเซกาวะ ทายาทรุ่นที่ 25 ของตระกูล ซึ่งการจะเปิดร้านให้อยู่รอดมาจนถึงพันปีนี้ก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยกตัวอย่างเช่นในตอนแรกสุด ร้านอิจิมงจิยะ วาสึเกะแห่งนี้ไม่ได้มีกำหนดราคาหน้าร้านที่ชัดเจน โดยให้ลูกค้าสามารถหยิบอาหารและเลือกชำระค่าอาหารได้ตามศรัทธา แต่เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทางร้านจึงก็ได้กำหนดราคาขายต่อชุดขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อช่วยในการนวดแป้ง แต่ก็ยังรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมของร้านด้วยการปั้นโมจิด้วยมือลูกต่อลูกอยู่ และล่าสุด ทางร้านก็ยังขยายช่องทางการขายด้วยการเพิ่มการขายแบบเดลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน Uber eats เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่และวัฒนธรรมดั้งเดิมร่วมกัน ทั้งหมดนี้เพื่อให้ร้าน และจิตวิญญาณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป

อาคารของร้าน Ichimonjiya Wasuke

Ichimonjiya Wasuke

นอกจากประวัติของร้านที่น่าสนใจแล้ว เรื่องราวของ “ตัวอาคาร” แห่งนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะสำหรับอาคารปัจจุบันของร้านอิจิมงจิยะ วาสึเกะนั้นเป็นกลุ่มเรือนไม้หลายหลัง โดยหลังที่เก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17 หรือสร้างมาตั้งแต่ยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และหลังที่ใหม่ที่สุดก็สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยไทโช (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20) หรือช่วงรัชกาลที่ 6 ของไทยเลยทีเดียว ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ในมีสวนเล็ก ๆ ด้านในร้าน ก็ที่มีบ่อน้ำที่มีอายุยืนยาวถึงยุคสมัยเฮอัน เรียกได้ว่าเป็นบ่อน้ำที่มีอายุยาวนานยิ่งกว่าสมัยสุโขทัย และในอดีต น้ำบาดาลจากบ่อนี้เคยถูกใช้ในการทำโมจิของร้านนี้อีกด้วย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะด้วยเหตุผลด้านกฎหมายสุขอนามัยในปัจจุบัน น้ำจากบ่อแห่งนี้จึงไม่ได้ใช้ทำโมจิอีกต่อไปแล้ว เหลือไว้เพียงประวัติศาสตร์และความทรงจำที่น่าตื่นตา 

อะบุริ โมจิ (โมจิย่าง)

Ichimonjiya Wasuke

มาถึงตัวเอกของร้านนี้ อย่าง “อะบุริโมจิ” เมนูเพียงอย่างเดียวที่ร้านนี้ขายกันบ้าง สำหรับร้านอิจิมงจิยะ วาสึเกะแห่งนี้ มีความพิเศษอยู่ที่ทั้งร้านมีอยู่แค่เมนูเดียวเท่านั้น คือเมนู “อะบุริ โมจิ” ที่เป็นการนำโมจิขนาดพอดีคำไปคลุกกับคินะโกะ (ผงถั่วเหลืองคั่ว) แล้วเสียบไม้ไผ่ นำไปย่างหน้าเต้าไฟด้วยเทคนิคประจำตระกูล เมื่อย่างจนโมจิมีสีสวยแล้วจะนำไปราดกับซอสมิโสะขาวที่หวานละมุนพร้อมเสิร์ฟ ซึ่งร้านนี้เขาจะไม่ขายแยกไม้เดียว แต่จะขายเป็นไม้เล็กๆ เซ็ตละ 11 ไม้ในราคา 600 เยน เรียกได้ว่ากินกำลังพอดี จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่การใช้ไฟย่างโมจิ ที่หล่อหลอมมาด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานและสืบทอดเคล็ดลับมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้แม้จะดูเป็นเมนูง่ายๆ ไม่มีอะไร แต่ก็อร่อยและมีเสน่ห์เฉพาะตัว จนไม่แปลกเลยที่ร้านจะสืบทอดยืนยาวมาได้จนถึงปัจจุบัน

การเดินทางและข้อมูลต่างๆ 

สำหรับคนที่สนใจที่จะมาเที่ยวที่นี่ ทุกท่านสามารถนั่งรถบัสสาย 205 หรือ 206 จากสถานีเกียวโตมาลงที่ป้าย Funaokayama จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 7 นาทีเพื่อมาที่ร้าน โดยจะอยู่ใกล้ๆ กับศาลเจ้าอิมามิยะ (Imamiya Shrine) หรือถ้าใครเชี่ยวชาญด้านการนั่งรถบัสในเมืองเกียวโต ก็สามารถนั่งรถบัสสาย 46 มาลงที่ป้าย Imamiya-jinja mae ก็ได้ สำหรับป้ายนี้จะเรียกได้ว่าใกล้สุดๆ เดินต่ออีกแค่ 2 นาที

หรือสำหรับคนไหนที่ไม่อยากนั่งรถบัส แต่อยากไปด้วยรถไฟ สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานี Kitaoji station ที่ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 25 นาทีถึงจะถึงร้าน แม้จะแอบไกลไปสักหน่อย แต่การเยี่ยมชมวิวทิศทัศน์และบรรยากาศเมืองเก่าอย่างเมืองเกียวโตก็ถือเป็นการเที่ยวแบบหนึ่ง

Ichimonjiya Wasuke

แม้เมนูอาจจะดูธรรมดาๆ และมีเพียงแค่เมนูเดียวให้เลือก แต่ให้ฐานะร้านที่เปิดมาได้ยาวนานขนาดนี้ ก็ถือเป็นตัวรับประกันได้เลยว่าขนมของร้านนี้อร่อย และควรค่าต่อการไปลองอย่างแน่นอน

Share :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

บทความล่าสุด