ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาที่เกียวโตงดงามที่สุด เมื่อทั้งเมืองถูกแต้มด้วยสีชมพูของซากุระที่บานสะพรั่งตามวัด ศาลเจ้า สวนสาธารณะ และริมคลอง ไม่ว่าจะเป็นจุดยอดนิยมระดับตำนานหรือพิกัดลับที่คนยังไม่พลุกพล่าน ซากุระในเกียวโตมีเสน่ห์ต่างกันในทุกมุม บทความนี้ ได้คัด 20 พิกัด จุดชมซากุระ เกียวโต ที่ไม่ควรพลาด เหมาะทั้งสายเดินเล่น สายถ่ายรูป และสายวางแผนทริปฤดูใบไม้ผลิ ใครกำลังเตรียมเดินทางไปญี่ปุ่น ช่วงซากุระบาน นี่คือเช็กลิสต์ที่ช่วยให้ทริปเกียวโตของคุณฟิน ครบ และน่าจดจำที่สุด
1. ถนนสายนักปราชญ์ (Philosopher’s Path)

ถนนทางเดินนักปราชญ์ (Philosopher’s Path) คือหนึ่งในจุดชมซากุระที่โรแมนติกและสงบที่สุดของเกียวโต เส้นทางเดินยาวราว 2 กิโลเมตรเลียบคลองเล็กๆ ที่สองฝั่งเรียงรายด้วยต้นซากุระโซเมโยชิโนะ เมื่อถึงช่วงพีคของฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะบานเต็มต้น กลีบดอกสีชมพูอ่อนร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำ กลายเป็นภาพที่สวยละมุนเหมือนฉากในภาพวาด
บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความเงียบสงบ บ้านเรือนเก่า ร้านกาแฟเล็กๆ และวัดย่อยกระจายอยู่ตลอดเส้นทาง ทำให้ที่นี่เหมาะกับการเดินช้าๆ ถ่ายรูป พักใจ หรือแค่ปล่อยให้ตัวเองไหลไปกับฤดูใบไม้ผลิ แตกต่างจากจุดท่องเที่ยวใหญ่ที่คึกคัก ถนนสายนี้ให้ความรู้สึกเป็นเกียวโตในแบบดั้งเดิม ที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน
ไฮไลต์ของ ถนนทางเดินนักปราชญ์ คือ ช่วงที่ซากุระเต็มที่ ทางเดินทั้งสายจะกลายเป็นอุโมงค์สีชมพู โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่หรือใกล้เย็น แสงแดดอ่อนๆ สะท้อนกับผิวน้ำในคลอง เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมาก บรรยากาศดูโรแมนติก เหมาะทั้งการมาเดินเล่นกับคู่รัก หรือมาเดินชมวิวคนเดียวได้เช่นกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถบัสสาย 5, 17 หรือ 100 จากสถานี Kyoto ลงป้าย Ginkaku-ji Mae จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที จะถึงจุดเริ่มต้นของถนนทางเดินนักปราชญ์
ที่ตั้ง: Shishigatani Teranomaecho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8426 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dvBA7x8jCprxknf57
2. สวนมารุยามะ (Maruyama Park)

สวนมารุยามะ (Maruyama Park) คือสวนสาธารณะเก่าแก่ใจกลางเกียวโต หนึ่งในจุดชมซากุระ เกียวโตที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมือง ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระหลายร้อยต้นจะบานพร้อมกันทั่วสวน เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นทะเลสีชมพูอ่อน เดินไปมุมไหนก็เห็นดอกไม้เรียงราย เหมาะทั้งการเดินเล่นสบายๆ และถ่ายภาพบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิแบบญี่ปุ่นแท้
บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความคึกคัก มีทั้งชาวเกียวโตและนักท่องเที่ยวมานั่งปิกนิก ร้านอาหารและร้านแผงลอยเปิดเรียงรายในช่วงซากุระบาน โดยเฉพาะตอนเย็นถึงค่ำ สวนจะเปิดไฟประดับ ทำให้ซากุระดูโรแมนติกไปอีกแบบ เป็นจุดที่เราจะได้สัมผัสกับฤดูใบไม้ผลิของเกียวโตอย่างครบถ้วนทั้งกลางวันและกลางคืน
ไฮไลต์ของ สวนมารุยามะ คือ ต้นซากุระย้อยขนาดใหญ่กลางสวน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ พอตกค่ำจะมีการเปิดไฟส่องต้นซากุระ ทำให้กิ่งดอกที่ทอดย้อยลงมาดูโดดเด่นและงดงามเป็นพิเศษ ถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปซากุระตอนกลางคืนที่ดังที่สุดในเกียวโต
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Keihan Line ลงสถานี Gion-Shijo แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาทีจะถึงสวน
ที่ตั้ง: Maruyamacho, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0071 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VZ87UFWMj4WspCRs5
3. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple)

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera Temple) คือหนึ่งในภาพจำของเกียวโตยามฤดูใบไม้ผลิ เมื่อซากุระหลายพันต้นค่อยๆ แต่งแต้มพื้นที่รอบวัดให้กลายเป็นทะเลสีชมพูอ่อนตัดกับสถาปัตยกรรมไม้โบราณที่ตั้งตระหง่ายอยู่บนไหล่เขา ภาพของระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกไปเหนือหุบเขา พร้อมฉากหลังเป็นดอกซากรุะสะพรั่ง คือมุมคลาสสิกที่สวยงามราวภาพวาด
บรรยากาศรอบวัดเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบเกียวโตดั้งเดิม ตั้งแต่ถนนทางขึ้นที่เรียงรายด้วยร้านขนม ของฝาก และบ้านไม้เก่าๆ ไปจนถึงเสียงลมพักผ่านต้นซากุระที่ทำให้การเดินเที่ยวที่นี่รู้สึกช้าลงอย่างตั้งใจ ช่วงซากุระบานเต็มที่ วัดจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ยังคงความสงบและศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาอีกครั้ง
ไฮไลต์ของ วัดคิโยะมิซุ คือ ระเบียงไม้หลักของวัดที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว จากตรงนี้สามารถมองเห็นซากุระที่บานปกคลุมทั้งหุบเขาได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเช้าแสงอ่อนหรือช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ตกกระทบดอกไม้ จะให้ภาพที่งดงามและแตกต่างกันอย่างชัดเจน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 6:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: 400 เยน
วิธีไป: นั่งรถบัสเมืองเกียวโตสาย 100 หรือ 206 จากสถานี Kyoto ลงป้าย Gojozaka เดินขึ้นเนินผ่านถนนคนเดินประมาณ 10-15 นาที จะถึงตัววัด
ที่ตั้ง: 1 Chome-294 Kiyomizu, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0862 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UmhH8cGd6TkYZo1v8
4. ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) หนึ่งในสถานที่ที่ผสมผสานความยิ่งใหญ่ของประวัติศาตร์เข้ากับความละมุนของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างลงตัว ตัวปราสาทไม้เก่าแก่และกำแพงหินโบราณถูกโอบล้อมด้วยต้นซากุระหลายสายพันธุ์ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสง่างามแต่ไม่แข็งทื่อ เดินไปมุมไหนก็ได้ภาพที่มีทั้งสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมและดอกซากุระสีชมพูดเป็นฉากหลัง
ช่วงซากุระบาน บริเวณสวนรอบปราสาทจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาเดินเล่นถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศแบบช้าๆ ไม่เร่งรีบ ต่างจากวัดหรือศาลเจ้าบางแห่งที่คนแน่นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ๆ แสงอ่อนจะสะท้อนกับกลีบดอกซากุระ ทำให้ทั้งพื้นที่อบอุ่นและโรแมนติกแบบเกียวโตแท้ๆ
ไฮไลต์ของ ปราสาทนิโจ คือ ความหลากหลายของซากุระในพื้นที่เดียวที่มีทั้งซากุระบานต้น บานกลาง และบานปลายฤดู ทำให้สามารถมาเที่ยวได้ยาวกว่าหลายจุดในเมือง อีกหนึ่งจุดเด่นคือช่วงค่ำที่มีการจัดไฟประดับในบางปี ซากุระที่ส่องแสงท่ามกลางฉากปราสาทยามค่ำคืนให้บรรยากาศที่ต่างจากกลางวันอย่างสิ้นเชิง และถือเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:45 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 800 เยน
・นักเรียนมัธยมปลาย 400 เยน
・นักเรียนประถม/มัธยมต้น 300 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Tozai Line ลงสถานี Nijojo-mae ทางออก 1 เดินตรงจากสถานีประมาร 3-5 นาที จะถึงทางเข้าปราสาท
ที่ตั้ง: 541 Nijojocho, Nakagyo Ward, Kyoto, 604-8301 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/YAbVCra28g4hRbFn8
5. ศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano Shrine)

ศาลเจ้าฮิราโนะ (Hirano Shrine) จุดชมซากุระ เกียวโต ที่เก่าแก่และคลาสสิกที่สุดของเกียวโต บรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะถูกโอบล้อมด้วยซากุระหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ซากุระบานเร็วไปจนถึงบานช้า ทำให้ที่นี่มีช่วงเวลาสวยงามนยาวนานกว่าหลายพิกัด สีชมพูดอ่อนของดอกไม้ตัดกับเสาโทริอิสีแดงและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ให้ภาพที่ดูญี่ปุ่นแท้และละมุนสายตามาก
พื้นที่รอบศาลเจ้าค่อนข้างกว้าง เดินสบาย ไม่อึดอัด แม้จะเป็นจุดยอดนิยมแต่บรรยากาศยังคงความสงบแบบท้องถิ่น โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านเรือนซากุระ เหมาะทั้งการเดินเล่นถ่ายภาพ และนั่งพักซึมซับฤดูใบไม้ผลิแบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าฮิราโนะ คือ ซากุระมากกว่า 400 ต้น จากหลายสายพันธุ์ในพื้นที่เดียว ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของเกียวโตที่สามารถชมซากุระไล่ช่วงบานได้ นอกจากนี้ยังมีการประดับไฟยามค่ำคืนในบางช่วงของฤดูซากุระ เพิ่มบรรยากาศโรแมนติกและแตกต่างจากการชมในตอนกลางวันอย่างชัดเจน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 6:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 205 มุ่งหน้าไปทาง Kitaoji ลงป้าย Hirano jinja-mae เดินต่อประมาณ 2-3 นาที จะถึงศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 〒603-8322 Kyoto, Kita Ward, Hirano Miyamotocho, 1Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vC2x4uw2DETstimC7
6. สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต (Kyoto Botanical Gardens)

สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต (Kyoto Botanical Gardens) คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ซากุระไม่ได้มาแบบแค่สวย แต่มาแบบหลากหลาย ที่นี่รวบรวมซากุระหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่พันธุ์ที่บานเร็วไปจนถึงบานช้า ทำให้ช่วงชมซากุระยาวกว่าหลายจุดในเมือง เดินไปทางไหนก็เจอมุมดอกไม้เรียงรายเป็นฉากหลังธรรมชาติแบบไม่ต้องแย่งคนถ่ายรูป
บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และเป็นระเบียบ ต่างจากจุชมซากุระยอดนิยมที่มักคึกคัก สวนกว้าง ทางเดินสบาย มีทั้งสนามหญ้า ลำธารเล็กๆ และเรือนกระจกขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะทั้งการเดินเล่นช้าๆ นั่งพักชมดอกไม้ หรือถ่ายภาพซากุระ แบบเรื่อยๆ ไม่รีบ
ไฮไลต์ของ สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต คือ โซนซากุระหลากสายพันธุ์ที่บานสลับช่วงกันอย่างเป็นธรรมชาติ บางต้นทรงพุ่มเตี้ย บางต้นสูงโปร่ง ทำให้ภาพซากุระมีมิติและเลเยอร์สวยมาก ยิ่งช่วงปลายฤดูที่จุดอื่นเริ่มโรย ที่นี่ยังพอมีซากุระให้ชมต่อ ถือเป็นจุดยืดอายุฤดูใบไม้ผลิของเกียวโตได้ดีมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 200 – 500 เยน
・นักเรียนมัธยมปลาย 150 – 250 เยน
・เด็ก (มัธยมต้นลงมา) ฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line ลงสถานี Kitayama ออกทางออก 3 เดินตรงประมาณ 5 นาที จะเจอทางเข้าสวน
ที่ตั้ง: Shimogamo Hangicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-0823 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/PZypvwDwW1rVxWmCA
7. ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) จุดชมซากุระ เกียวโตที่งดงามและมีเอกลักษณ์ที่สุดของเกียวโต โดดเด่นด้วยอาคารศาลเจ้าสีแดงสดตัดกับท้องฟ้าและแนวต้นซากุระที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะซากุระสายพันธุ์ ชิดาเระซากุระ (ซากุระย้อย) ที่ทิ้งกิ่งโค้งอ่อนลงมาอย่างอ่อนช้อย สร้างบรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
รอบๆ ศาลเจ้าเป็นพื้นที่โล่งและสวนขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศไม่อึดอัด เดินชมดอกไม้ได้สบาย แม้ในช่วงซากุระบานที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เสียงลม เสียงน้ำ และฉากหลังของภูเขาเบาๆ ช่วยเติมความสงบ ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับการถ่ายภาพและการเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ของ ศาลเจ้าเฮอัน คือ สวนชินเอ็น ซึ่งเป็นสวนด้านในของศาลเจ้า เต็มไปด้วยซากุระย้อยที่บานเรียงรายเหนือสระน้ำ เมื่อดอกไม้สะท้อนเงาบนผิวน้ำ จะได้ภาพที่สวยละมุนและเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปซากุระที่ขึ้นชื่อที่สุดของเกียวโต
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 6:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: พื้นที่ศาลเจ้า เข้าชมฟรี, สวนชินเอ็น 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ลงสถานี Higashiyama จากนั้นเดินประมาณ 10 นาที
ที่ตั้ง: 97 Okazaki Nishitennocho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8341 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BtXJxSjRWH1yNSgu6
8. สะพานโทเก็ตสึเคียว (Arashiyama & Togetsukyo Bridge)

สะพานโทเก็ตสึเคียว (Arashiyama & Togetsukyo Bridge) คือภาพจำของฤดูใบไม้ผลิในเกียวโตอย่างแท้จริง เมื่อซากุระสีชมพูอ่อนเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำคัตสึระ ตัดกับฉากหลังของภูเขาอาราชิยามะที่เริ่มผิลใบสีเขียวอ่อน บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสงบและสบาย ต่างจากย่านเมืองเก่าที่คึกคัก เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ
ในช่วงซากุระบาน สะพานไม้ยาวแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาหยุดถ่ายภาพ วิวจากบนสะพานมองเห็นทั้งแม่น้ำ สวนริมฝั่ง และแนวต้นซากุระที่พาดยาวไปตามโค้งน้ำ ยิ่งถ้ำมาในช่วงเช้าหรือใกล้เย็น แสงธรรมชาติจะทำให้บรรยากาศโรแมนติกเป็นพิเศษ เหมาทั้งทางเดินชมวิวและถ่ายรูปเก็บความประทับใจ
ไฮไลต์ของ สะพานโทเก็ตสึเคียว คือ มุมมองแบบพาโนรามาที่รวมทุกองค์ประกอบของอารมชิยามะไว้ในภาพเดียว ทั้งสะพานไม้ แม่น้ำ ภูเขาและซากุระที่บานสะพรั่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าอากาศเย็นสบาย คนยังไม่แน่น จะได้ภาพสวยและสัมผัสเสน่ห์ของเกียวโตแบบคลาสสิกที่สุด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR สาย Sagano Line ไปลงสถานี Saga-Arashiyama ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 10-15 นาทีถึงสะพาน
ที่ตั้ง: 1-5 Sagatenryuji Susukinobabacho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8384 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/yMPVVQCyGdNUawqK8
9. อุโมงค์ซากุระรถไฟ Randen (Randen Sakura Tunnel)

อุโมงค์ซากุระรถไฟ Randen (Randen Sakura Tunnel) คือภาพจำของฤดูใบไม้ผลิในเกียวโตที่ทั้งหวานและคลาสสิก ต้นซากุระเรียงรายสองข้างทางรถไฟโบราณ จนกิ่งก้านโค้งเข้าหากันเป็นอุโมงค์สีชมพูอ่อน เมื่อรถไฟค่อยๆ แล่นผ่านกลีบดอกซากุระที่บานสะพรั่งจะตัดกับสีตัวรถ เกิดเป็นฉากที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคเก่า
บรรยากาศรอบๆ จุดนี้เงียบสงบ มีบ้านเรือนท้องถิ่นและถนนสายเล็กๆ ให้เดินเล่น ไม่พลุกพล่านเท่าจุดดังใจกลางเมือง ทำให้การถ่ายรูปหรือยืนชมซากุระเป็นไปอย่างสบายใจ ยิ่งช่วงเช้าหรือช่วงเย็น แสงธรรมชาติจะทำให้สีซากุระดูนุ่มละมุนเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ อุโมงค์ซากุระรถไฟ Randen คือ การได้เห็นรถไฟวิ่งลอดอุโมงค์ซากุระแบบใกล้ชิด ซึ่งหาได้ยากในเมืองใหญ่ ภาพรถไฟเก่าที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านแนวซากุระแน่นสองฝั่ง เป็นมุมถ่ายรูปที่ทั้งโรแมนติกและมีเอกลักษณ์เฉพาะของเกียวโต
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี Emmachi จากนั้นเดินประมาณ 5-10 นาที ไปขึ้นรถไฟ Randen สาย Kitano ลงสถานี Narutaki หรือ สถานี Utano แล้วเดินตามแนวรางรถไฟ จะพบจุดอุโมงค์ซากุระ
ที่ตั้ง: 1-4 Narutakinakamichicho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8233 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/novnXNV6xrA9mU43A
10. คลองโยโดะ (Yodo Suiro)

คลองโยโดะ (Yodo Suiro) คือหนึ่งในพิกัดชมซากุระที่ให้บรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากจุดยอดนิยมในตัวเมืองเกียวโต ริมคลองทอดยาวไปด้วยต้นซากุระที่เรียงรายเป็นแนว เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะบานสะพรั่งโค้งรับกับผิวน้ำ เกิดเป็นภาพสะท้อนสีชมพูอ่อนที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติสุดๆ
บรรยากาศรอบๆ คลองเหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ ถ่ายรูปหรือมานั่งพักผ่อนแบบสบายใจ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ทำให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของเกียวโตในมุมเรียบง่าย เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพและคนที่อยากพลีหนีความวุ่วนวายจากจุดฮิตอื่นๆ
ไฮไลต์ของ คลองโยโดะ คือ แนวซากุระที่ทอดยาวเลียบคลองเป็นเส้นตรง ทำให้ถ่ายภาพได้หลายมุม ทั้งมุมเดินริมทาง มุมสะพานเล็กๆ และมุมสะท้อนเงาดอกไม้บนผิวน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือใกล้พระอาทิตย์ตก แสงจะสวยเป็นพิเศษและบรรยากาศโรแมนติกมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ Keihan Main Line ลงสถานี Yodo จากนั้นเดินประมาณ 10-15 นาที จะถึงแนวคลองโยโดะ ที่เป็นจุดชมซากุระ
ที่ตั้ง: Yodoshinmachi, Fushimi Ward, Kyoto, 613-0906 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/5pNbGdPBHEyWkPnGA
11. เกียวโตริมคลอง Yamashina

เกียวโตริมคลอง Yamashina คือหนึ่งในพิกัดชมซากุระที่ให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นกันเองกว่าจุดดังใจกลางเมือง ซากุระเรียงรายตลอดแนวคลองยาว เมื่อถึงช่วงบานเต็มที่ กลีบสีชมพูจะโค้งรับกับผิวน้ำใส เกิดเป็นภาพสะท้อนที่ดูละมุนและโรแมนติก เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นช้าๆ หรือถ่ายภาพแนวสตรีท-ธรรมชาติ
บรรยากาศรอบๆ คลองยังคงความเป็นย่านท้องถิ่น ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือนจุดฮิต ทำให้ได้สัมผัสเกียวโตในอีกมุมหนึ่ง เสียงย้ำไหลเบาๆ ผสานกับลมฤดูใบไม้ผลิและกลีบซากุระที่ปลิวตก เป็นเสน่ห์เรียบง่ายที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว
ไฮไลต์ของ เกียวโตริมคลอง Yamashina คือ แนวซากุระที่ทอดยาวคู่กับคลองประวัติศาสตร์สายเดียวกับระบบส่งน้ำจากทะเลสาบบิวะ ให้ภาพถ่ายที่ดูโล่ง สงบ และเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีฝูงชน แต่ยังได้ชมซากุระแบบเต็มอารมณ์
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR ฺBiwako Line หรือ JR Takaido Line มาลงสถานี Yamashina จากสถานีเดินประมาณ 10-15 นาที ไปตามเส้นทางเลียบคลอง
ที่ตั้ง: 8006 607 Anshubabanohigashicho, Yamashina Ward, Kyoto, 607-8006 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CAbbvL3QhYh5MHMy8
12. วัดโคไดจิ (Kodai-ji Temple)

วัดโคไดจิ (Kodai-ji Temple) หนึ่งในจุดชมซากุระ เกียวโต ที่ให้บรรยากาศเกียวโตแบบละเมียดอย่างแท้จริง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระจะบานแซมไปกับอาคารไม้เก่า สวนหิน และทางเดินหิน ทำให้ภาพรวมของวัดดูอ่อนโยน สงบ และมีมิติ เหมาะกับการเดินชมช้าๆ มากกว่าการีบเก็บครบทุกมุม
รอบๆ วัดเงียบสงบกว่าวัดชื่อดังหลายแห่งในย่านฮิกาชิยามะ เสียงผู้คนไม่ดังรบกวนมากนัก ทำให้สามารถซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงธรรมชาติค่อยๆ เปลี่ยนโทน ซากุระจะดูละมุนและเข้ากับฉากหลังของวัดอย่างลงตัว
ไฮไลต์ของ วัดโคไดจิ คือ การประดับไฟยามค่ำคืนในฤดูซากุระ ที่ทำให้ดอกซากุระ สวนหิน และอาคารวัดสะท้อนเงาบนผิวน้ำอย่างงดงาม บรรยากาศโรแมนติก เงียบขรึม และแตกต่างจากการชมซากุระตอนกลางวัน เหมาะมากสำหรับสายถ่ายภาพและคนที่อยากเห็นอีกมุมหนึ่งของเกียวโต
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 600 เยน
・เด็ก (อายุ 12-18 ปี) 250 เยน
・เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) ฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 206 ลงป้าย Higashiyama Yasui เดินต่อประมาณ 7-10 นาที ผ่านย่านฮิกาชิยามะ จะถึงวัดโคไดจิ
ที่ตั้ง: 〒605-0825 Kyoto, Higashiyama Ward, Kodaiji Shimokawaramachi 526
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/6xZJnNgG73zCaLes7
13. เท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple)

เท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) เป็นวัดเซนเก่าแก่ใจกลางย่านอาราชิยามะ และเป็นหนึ่งในวัดที่ซากุระเข้ากับภูมิทัศน์ได้อย่างพอดิบพอดี ฤดูใบไม้ผลิจะเห็นดอกซากุระบานเรียงรายรอบสวน สะท้อนกับสระน้ำและภูเขาด้านหลัง ทำให้บรรยากาศดูสงบ ละมุน และมีมิติ เหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
รอบวัดเต็มไปด้วยความร่มรื่นของธรรมชาติอาราชิยามะ ทั้งภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำคัตสึระ เมื่อซากุระบานพร้อมฉากหลังสีเขียวของภูเขา จะได้ภาพที่ต่างจากจุดชมซากุระในเมือง ให้ความรู้สึกใกล้ธรรมชาติและผ่อนควายอย่างชัดเจน
ไฮไลต์ของ เท็นริวจิ คือ สวนโซเก็นจิ ที่เป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมที่ยังคงผังดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ชมซากุระในสวนจะบานล้อมสระน้ำ โดนมีภูเขาอาราชิยามะเป็นฉากหลัง เป็นมุมถ่ายรูปคลาสสิกที่แสดงความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้ครบทั้งน้ำ ภูเจา และดอกไม้
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: 500 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Sagano Line จากสถานี Kyoto ไปลงสถานี Saga-Arashiyama ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เดินต่อประมาณ 10-15 นาที ก็ถึงวัด
ที่ตั้ง: 〒616-8385 Kyoto, Ukyo Ward, Sagatenryuji Susukinobabacho, 68Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/mei3sYyhiz7DMr719
14. วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple)

วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple) จุดชมซากุระ เกียวโต ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของเกียวโต ด้วยภาพซากุระสีชมพูอ่อนเรียงรายอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมวัดโบราณและเจดีย์ห้าชั้น บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเกียวโตดั้งเดิม เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินชมซากุระแบบไม่เร่งรีบ
ซากุระของที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง ทำให้เดินถ่ายรูปได้สบาย ไม่อึดอัด แม้ในช่วงพีคจองฤดูใบไม้ผลิ รอบวัดรายล้อมด้วยภูเขาเตี้ยๆ และสวนแบบญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพซากุระดูละมุน และให้ความรู้สึกผ่อนคลายต่างจากจุดยอดนิยมที่คนหนาแน่นกว่า
ไฮไลต์ของ วัดนินนาจิ คือ โอมัวโระซากุระ ซากุระสายพันธุ์พิเศษที่มีลำต้นไม่สูงมาก ทำให้ดอกบานอยู่ในระดับสายตาและบานช้ากว่าซากุระทั่วไปเล็กน้อย ใครที่มาเกียวโตช่วงปลายฤดูซากุระ ที่นี่คือหนึ่งในไม่กี่จุดที่มียังมีดอกไม้ให้ชมแบบสวนเต็มตา
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: พื้นที่วัดด้านนอกฟรี / โซนสวนและอาคารบางส่วนมีค่าเข้า 500 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Sagano ลงสถานี Hanazono แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที
ที่ตั้ง: 33 Omuroouchi, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8092 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZHdhKeVGg787tZNf9
15. คลองโอกาซากิ (Okazaki Canal)

คลองโอกาซากิ (Okazaki Canal) จุดชมซากุระที่สวยงามและมีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดของเกียวโต ซากุระจะเรียงรายตลอดสองฝั่งคลองเป็นแนวยาว เมื่อถึงช่วงดอกบานเต็มที่ กลีบสีชมพูจะสะท้อนกับผิวน้ำ เกิดเป็นภาพที่ดูอ่อนโยนและละมุน เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ หรือหยุดถ่ายภาพแบบไม่ต้องเร่งรีบ
รอบๆ คลองเป็นย่านศิลปะและวัฒนธรรม ใกล้พิพิธภัณฑ์ วัด และศาลเจ้าสำคัญ ทำให้บรรยากาศโดยรวมสงบ แต่ยังมีชีวิตชีวาในแบบเกียวโต ฤดูใบไม้ผลิจะมีทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นมานั่งพักผ่อน ปิกนิกและถ่ายรูป ทำให้พื้นที่นี้ดูอบอุ่นและมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของ คลองโอกาซากิ คือ มุมถ่ายภาพที่เห็นแนวซากุระยาวต่อเนื่องไปตามคลองยางช่วงสามารถเก็บภาพซากุระพากผ่านสะพานเล็กๆ หรือถ่ายให้ดอกไม้สะท้อนในน้ำได้แบบเต็มเฟรม หากมาในช่วงเย็น แสงอาทิตย์อ่อนๆ จะช่วยเพิ่มโทนภาพให้นุ่มและโรแมนติก เหมาะมากสำหรับสายถ่ายภาพและคอนเทนต์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line มาลงสถานี Keage จากนั้นเดินประมาณ 10-15 นาที จะถึงบริเวณคลองโอกาซากิ หรือสามารถนั่งรถบัสเมืองเกียวโตมาลงป้าย Okazaki Koen Bijutsukan แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อยจะถึง
ที่ตั้ง: 19-2 Shogoin Rengezocho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8357 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/QbsQT3aCGEjLEqYu8
16. สวนริมแม่น้ำโยโดกาวะ (Yodogawa Kasen Park Sewari Area)

สวนริมแม่น้ำโยโดกาวะ (Yodogawa Kasen Park Sewari Area) จุดชมซากุระที่ให้บรรยากาศโล่ง โปร่ง และสบายตา แตกต่างจากโซนท่องเที่ยวยอดนิยมใจกลางเมือง ซากุระจะเรียงรายเป็นแนวยาวตามริมแม่น้ำ เมื่อบานเต็มที่สีชมพูดจะตัดกับสายน้ำและท้องฟ้า เกิดเป็นภาพฤดูใบไม้ผลิที่เรียบง่ายแต่สวยมาก เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพมุมกว้าง และชมวิวแบบไม่ต้องเร่งรีบ
รอบๆ สวนกับพื้นที่สีเขียวและทางเดินริมแม่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบ มีทั้งคนท้องถิ่นมาปิกนิก วิ่งออกกำลังกาย หรือพาครอบครัวมาเดินเล่น ทำให้ที่นี่ให้ฟีลเกียวโตแบบชีวิตจริง มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เป็นอีกมุมที่เหมาะกับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวานและซึมซับซากุระอย่างช้าๆ
ไฮไลต์ของ สวนริมแม่น้ำโยโดกาวะ คือ แนวซากุระยาวต่อเนื่องหลายร้อยเมตรริมแม่น้ำ คือจุดเด่นที่สุดของที่นี่ช่วงซากุระบานเต็มที่สามารถเดินถ่ายรูปได้ยาวๆ โดยไม่มีสิ่งปลุกสร้าง บังสายตา แถมยังมีพื้นที่กว้างให้เลือกมุมถ่ายภาพทั้งใกล้และไกล เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูปธรรมชาติและคนที่อยากชมซากุระแบบไม่แออัด
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR หรือ Keihan มาลงสถานีใกล้แม่น้ำโยโดกาวะ อย่างสถานี Yodo จากนั้นเดินต่อประมาณ 10-20 นาทีเข้าสู่โซนสวนริมแม่น้ำ
ที่ตั้ง: Yawata, Kyoto 614-8312 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/myQjQz8bo2bJswJy8
17. วัดโชอันจิ (Choanji Temple)

วัดโชอันจิ (Choanji Temple) วัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบสงบในเกียวโต โอบล้อมด้วยธรรมชาติและบรรยากาศแบบวัดท้องถิ่นแท้ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระภายในวัดจะผลิบานอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่สวยงามในแบบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย กลีบดอกสีชมพูอ่อนตัดกับอาคารไม้เก่าแก่และสวนหิน สร้างภาพที่ดูละมุนและอบอุ่นเป็นพิเศษ
สิ่งที่ทำให้วัดโชอันจิแตกต่างจากจุดดังดื่นๆ คือความสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน สามารถเดินชมซากุระ ฟังเสียงลมพัดใบไม้ และใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศรอบตัวได้อย่างช้าๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสเกียวโตในมุมเงียบ เรียบ และใกล้ชิดธรรมชาติ
ไฮไลต์ของ วัดโชอันจิ คือ ซากุระที่บานคู่กับสวนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เมื่อดอกไม้ร่วงหล่นลงบนทางเดินหิน จะเกิดเป็นพรมสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยแบบไม่ต้องจัดฉาก และให้ความรู้สึกเกียวโตแท้ที่หาจากแหล่งท่องเที่ยวหลักได้ยาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR Sagano Line จากสถานี Jyoto ลงที่สถานี Emmachi จากนั้นต่อรถบัส Kyoto City Bus สาย 204 หรือ 205 ลงป้ายใกล้วัด แล้วเดินต่อประมาณ 10-15 นาที
ที่ตั้ง: 577 Okunobe, Fukuchiyama, Kyoto 620-0928 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UdMAcWirA6BCDtff7
18. ศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine)

ศาลเจ้าคามิกาโมะ (Kamigamo Shrine) หนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกสงบ แตกต่างจากจุดชมซากุระชื่อดังอื่นๆ ที่มักคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระจะเริ่มผลิบานแทรกตัวอยู่ท่ามกลางลานหญ้า ลำธาร และอาคารศาลเจ้าแบบดั้งเดิม ทำให้ภาพรวมดูละมุนและเป็นธรรมชาติอย่างมาก
ซากรุะที่นี่ไม่ได้บานแน่นเป็นอุโมงค์ แต่สวยแบบมีจังหวะ มีช่องว่างให้สายตาได้พัก ช่วยขับให้สถาปัตยกรรมไม้สีอ่อนและฉากหลังของภูเขาดูโดดเด่นขึ้น เหมาะกับคนที่อยากชมซากุระในบรรยากาศเรียบ สงบ และยังคงกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ของเกียวโตดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน
ไฮไลต์ของ พื้นที่ศาลเจ้าคามิกาโมะ คือ ซากุระย้อยที่ตั้งอยู่ใกล้ลำธารและลานพิธี เมื่อดอกบานเต็มที่ กิ่งซากุระจะทอดตัวโค้งลงมอย่างอ่อนช้อย สะท้อนกับผิวน้ำเบาๆ เป็นมุมถ่ายภาพที่สวยสงบและดูญี่ปุ่นแท้มาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่แสงนุ่มและคนไม่เยอะ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 4 หรือ 205 ลงป้าย Kamigamo Jinja-mae เดินต่อประมาณ 2-3 นาที ถึงบริเวณศาลเจ้า
ที่ตั้ง: 339 Kamigamo Motoyama, Kita Ward, Kyoto, 603-8047 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/R8LBkYaisgSznWBA7
19. เส้นทาง Yawaragi Road (Yawaragi no Michi)

เส้นทาง Yawaragi Road (Yawaragi no Michi) คือ ถนนเล็กๆ ริมแม่น้ำในเมืองคาเมโอกะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องซากุระเรียงรายยาวเป็นแนว เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระสีชมพูจะบานโค้งเข้าหากันจนเกิดเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ดูอ่อนโยนสมชื่อ Yawaragi ที่แปลว่าความนุ่มนวลและสงบงาม ภาพซากุระสะท้อนผิวน้ำกับฉากหลังของภูเขาทำให้ที่นี่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ
บรรยากาศรอบๆ เส้นทางเงียบสงบ เป็นธรรมชาติแบบชุมชนท้องถิ่น ไม่มีร้านค้าหรือฝูงนักท่องเที่ยวหนาแน่น เหมาะกับการเดินเช่นช้าๆ ถ่ายรูป ฟังเสียงลม เสียงน้ำ และดื่มด่ำซากุระแบบไม่เร่งรีบ ใครที่อยากเห็นเกียวโตในมุมเรียบง่าย อบอุ่น และเป็นชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น จริงๆ จุดนี้ตอบโจทย์มาก
ไฮไลต์ของ เส้นทาง Yawaragi Road คือ อุโมงค์ซากุระยาวต่อเนื่องตลอดแนวถนน ซึ่งสวยมากในช่วงซากุระบานเต็มที่ และยังเป็นจุดที่แสงแดดลอดผ่านกลีบดอกไม้ได้อย่างพอดี เหมาะกับการถ่ายภาพโทนละมุน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่แสงนุ่มและคนยังไม่เยอะ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR Sagano Line ไปลง Kameoka Station ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
ที่ตั้ง: 〒621-0003 Kyoto, Kameoka, Chitosecho Chitose, Yokoi−19
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jsiUkkCu28djbhPr8
20. วัดไดโกจิ (Daigo-ji Temple)

วัดไดโกจิ (Daigo-ji Temple) เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ยิ่งใหญ่และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของเกียวโต ช่วงฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่วัดทั้งโซนด้านล่างและด้านบนจะถูกโอบล้อมด้วยซากุระหลากหลายสายพันธุ์ ไล่เฉดตั้งแต่ชมพูอ่อนไปจนถึงชมพูเข้ม ตัดกับอาคารไม้เก่าแก่และเจดีย์โบราณได้อย่างงดงาม ให้ความรู้สึกสงบ อลังการ และคลาสสิกในแบบญี่ปุ่นแท้
บรรยากาศโดยรอบวัดกว้างขวาง โปร่งสบาย เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ ถ่ายรูป และซึมซับฤดูใบไม้ผลิแบบไม่เร่งรีบ ต่างจากจุดฮิตใจกลางเมืองที่มักแน่นคน วัดไดโกจิยังให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวมากกว่า โดยเฉพาะช่วงเช้าและวันธรรมดา เป็นพิกัดที่เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ สายประวัติศาสตร์ และคนที่อยากเห็นซากุระในมุมที่ยิ่งใหญ่ครบองค์ประกอบ
ไฮไลต์ของ วัดไดโกจิ คือ สถานที่จัดงานฮานามิของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิในอดีตและจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องซากุระกว่า 700 ต้นที่บานไล่ช่วง ทำให้สามารถชมดอกไม้ได้ยาวกว่าหลายพิกัดในเกียวโต อีกทั้งโซน Reihokan ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม เพราะซากุระจะบานแน่นล้อมอาคารพิมพิธภัณฑ์ สวยแบบเต็มเฟรมแทบทุกมุม
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 9:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 600- 1,000 เยน
・นักเรียนมัธยม 400 – 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ลงสถานี Daigo ออกทางออกหลัก แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที จะถึงทางเข้าวัด
ที่ตั้ง: 22 Daigohigashiojicho, Fushimi Ward, Kyoto, 601-1325 Japan
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/SQ6XzPWm4HvgYLCV7
ไม่ว่าคุณจะเกียวโตครั้งแรกหรือกลับมาอีกครั้งในฤดูซากุระ การวางแผนล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาและจัดเส้นทางให้เหมาะสม จะทำให้การไป จุดชมซากุระ เกียวโต ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ เกียวโตในฤดูใบไม้ผลิไม่เคยเหมือนเดิมในแต่ละปี และซากุระก็ไม่เคยบานเหมือนเดิมซ้ำๆ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ หากได้มากเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง ความทรงจำดีๆ ครั้งนี้ จะอยู่กับคุณไปอีกนาน















