สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนหลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้นก็คือ วัดเกียวโต ที่กระจายตัวอย่างทั่วเมือง ราวกับโอเอซิสแห่งความสงบท่ามกลางชีวิตที่ยังคงเคลื่อยไหวไม่หยุด วัดเกียวโตไม่ได้มีแค่ความงดงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังสะท้อนปรัชญาความเรียบง่ายแบบเซน ความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับสิ่งปลูกสร้างและจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ บทความนี้ได้รวบรวม 20 วัดเกียวโตที่ทั้งสวย สงบ เหมาะกับการหนีความวุ่นวายกลางเมือง ไม่ว่าคุณจะเดินทางเพื่อถ่ายภาพ ซึมซับวัฒนธรรม หรือเพียงอยากหามุมเงียบๆ ให้ใจได้พัก เกียวโตมีที่แบบนั้นรออยู่แน่นอน
1. วัดคิโยะมิซุเดระ / วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple)

วัดคิโยมิซุเดระ หรือ วัดน้ำใส คือหนึ่งในวัดเก่าแก่และโดดเด่นที่สุดของเกียวโต ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิงาชิยามะ ทำให้บริเวณวัดมองเห็นวิวเมืองได้แบบกว้างไกลสุดสายตา ตัวอาคารหลักสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งเป็นเทคนิคก่อสร้างแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่น่าทึ่งมาก เดินขึ้นมาถึงลานระเบียงไม้กว้างๆ แล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมมาเที่ยวโตเกียวแล้วต้องแวะมาที่นี่
วัดแห่งนี้ไม่ได้มีแค่วิวสวย แต่มีบรรยากาศที่ผสมความศักดิ์สิทธิ์กับความสงบได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาในฤดูซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศรอบวัดจะเปลี่ยนอารมณ์ไปตามฤดูกาล เดินต่อไปด้านล่างจะเจอน้ำตกโอโตวะที่ผู้คนต่อแถวรับน้ำศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าแต่ละสายให้อวบพรต่างกัน ทั้งเรื่องความรัก สุขภาพ และความสำเร็จมาที่นี่จึงไม่ใช่แค่เที่ยวชม แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่ได้หยุดใจช้าลงท่ามกลางความงามแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ไฮไลต์ของ วัดคิโยมิซุเดระ คือ ระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากตัววิหารหลัก สูงจากพื้นดินหลายเมตร มองเห็นวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วงหรือซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ภาพตรงนี้เหมือนโปสการ์ดมาๆ อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือน้ำตกโอโตวะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อคิโยมิซุ ที่แปลว่าน้ำใสบริสุทธิ์
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 06:00 น. – 18:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 400 เยน
・เด็กประถม-มัธยมต้น 200 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 206 หรือ 100 ไปลงป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเดินขึ้นเนินตามป้ายไปถึงตัววัดได้เลย
ที่ตั้ง: 1 Chome-294 Kiyomizu, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0862 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/72pdsP1ba8wBLY878
2. วัดคินคะคุจิ / วัดทอง (Kinkaku-ji)

วัดคินคะคุจิ (วัดทอง) วัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาอีกหนึ่งวัดของเกียวโต ศาลาสีทองอร่ามที่สะท้อนเงาลงบนสระน้ำกระจกใส ทำให้ทั้งพื้นที่ดูเหมือนฉากในความฝัน ตัวอาคารปิดทองคำเปลวแทบทั้งหลัง ตัดกับสีเขียวของสวนและท้องฟ้า เกิดเป็นภาพที่ไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็สวยคนละแบบ ฤดูใบไม้ผลิก็ละมุน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็อบอุ่น ฤดูหนาวก็มีหิมะปกคลุมก็ยิ่งเหมือนภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ
ที่นี่เป็นความสมดุลระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติ ตัววัดตั้งอยู่กลางสระน้ำล้อมด้วยสวนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เดินตามทางรอบๆ แล้วจะรู้สึกเหมือนค่อยๆ ถูกพาให้ช้าลงโดยไม่รู้ตัว หลายคนที่นี่มาเพื่อถ่ายรูป แต่สุดท้ายกลับได้ช่วงเวลาสวบๆ ที่ทำให้ใจนิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพยายามเลยสักนิด
ไฮไลต์ของ วัดคินคะคุจิ (วัดทอง) คือ ศาลาทองสามชั้นที่สะท้อนภาพลงในสระน้ำเคียวโกะจิอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ละชั้นออกแบบต่างสไตล์กัน ทั้งแบบชินเด็น ซามูไรและเซน รวมอยู่ในอาคารเดียว เป็นการรวมศิลปะหลายยุคสมัยไว้ในจุดเดียวแบบหาดูยาก และด้านบนสุดยังประดับรูปปั้นนกฟีนิกซ์สีทอง กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 500 เยน
・เด็ก 300 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถบัสสาย 101 หรือ 205 ไปลงป้าย Kinkakuji-michi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีจะถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: 1 Kinkakujicho, Kita Ward, Kyoto, 603-8361 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/WBE4jrHp3LYwycE96
3. วัดกินคะคุจิ / วัดเงิน (Ginkaku-ji)

วัดกินคะคุจิ (วัดเงิน) วัดที่มีความสวยเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ศาลาไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่ริมสระน้ำ สะท้อนเงานิ่งๆ ลงบนผิวน้ำ กลายเป็นภาพที่ดูสงบจนเหมือนเวลาเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศโดยรอบเงียบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ชวนให้ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ มอง
สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้น่ามาคือความละเมียดละไมของการจัดสวน ทั้งสวนทรายสีขาวที่ถูกคราดเป็นลวดลายอย่างประณีต และสวนมอสเขียวชอุ่มที่ปกคลุมพื้้นดินเหมือนพรมธรรมชาติ เส้นทางเดินไล่ระดับขึ้นเนินเล็กๆ เปิดมุมมองให้เห็นวัดจากหลายองศา ยิ่งถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูใบไม้ผลิ ภาพที่เห็นจะยิ่งละมุนเข้าไปอีก ใครที่อยากสัมผัสความสงบแบบไม่ต้องพยายาม ที่นี่คือคำตอบที่ชัดเจนมาก
ไฮไลต์ของ วัดกินคะคุจิ (วัดเงิน) คือ ศาลาเงินริมสระน้ำที่สะท้อนเงาสวยงามราวภาพวาด พร้อมสวนทรายโคเก็ตสึไดที่กองทรายถูกจัดเป็นทรงกรวยอย่างมีเอกลักษณ์ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขาฟูจิ ความเรียบง่ายขององค์ประกอบทั้งหมดนี่เองที่กลายเป็นต้นแบบของสุนทรียะแบบวาบิ-ซาบิ ซึ่งให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์แบบและความงามที่เงียบสงบ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 500 เยน
・เด็ก 300 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถบัสสาย 5 หรือสาย 17 มุ่งหน้าไปป้าย Ginkakuji-michi เมื่อลงเรียบร้อยเดินต่ออีก 10 นาทีตามป้ายจะเจอทางเข้าวัด
ที่ตั้ง: 2 Ginkakujicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8402 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/UvqcrpPoQhoo7MHC9
4. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)

วัดเรียวอันจิ วัดที่มีความนิ่งแบบเซนที่แท้จริงในเกียวโต วัดนี้โด่งดังระดับโลกจากสวนหินอันเรียบง่าย แต่ทรงพลังจนทำให้คนยืนมองได้เป็นสิบนาทีโดยไม่รู้ตัว พื้นกรวดสีขาวถูกคราดเป็นลวดลายคลื่นล้อมรอบก้อนหิน 15 ก้อนที่จัดวางอย่างตั้งใจ แต่ไม่ว่าจะยืนมุมไหย ก็มองเห็นได้ไม่ครบทั้ง 15 ก้อนในคราวเดียว ความไม่สมบูรณ์แบบที่ตั้งใจนี้เอง คือเสน่ห์ที่ชวนให้เราหยุดคิดและค่อยๆ มองดลกให้ลึกขึ้นอีกนิด
บรรยากาศรอบวัดเงียบสงบ มีสระน้ำเคียวโยจิที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้ที่นี่สวยคนละอารมณ์ในแต่ละฤดู ใบไม้เขียนสดในฤดูร้อน แดงส้มในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือความนิ่งสะอาดตาในฤดูหนาว การมาเยือนวัดเรียวอันจิจึงไม่ใช่แค่การมาถ่ายรูปสวนหิน แต่เป็นการให้เวลากับตัวเองสักช่วงหนึ่ง เหมือนได้พักจากเสียงเมือง แล้วปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่
ไฮไลต์ของ วัดเรียวอันจิ คือ สวนหินคาเระซันซุย อายุกว่า 500 ปี ถือเป็นหนึ่งในสวนหินที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การจัดวางหิน 15 ก้อนบนลานกรวดสีขาวที่ดูเรียบง่าย แต่ซ่อนแนวคิดเชิงปรัชญาเรื่องความไม่สมบูรณ์และมุมมองของมนุษย์ไว้ได้อย่างลึกซึ้ง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 500 เยน
・เด็ก-นักเรียนมัธยมต้น 300 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR สาย Sagano (JR Sanin Line) ไปลงที่สถานี Emmachi ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นต่อรถบัสเมืองสาย 59 ไปลงป้าย Ryoanji-mae แล้วเดินต่อไม่กี่ก้าวจะถึงทางเข้า
ที่ตั้ง: 13 Ryoanji Goryonoshitacho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8001 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wRD4TtwSFsjSeJTc6
5. วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple)

วัดนันเซ็นจิเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่และยิ่งใหญ่ของเกียวโตที่ให้บรรยากาศสงบแบบไม่ต้องพยายาม แค่ก้าวผ่านประตูไม้ขนาดมหึมาอย่างซันมง ก็เหมือนตัวเสียงเมืองด้านนอกออกไปทันที พื้นที่ของวัดกว้างมาก เดินแล้วไม่อึดอัด มีทั้งอาคารไม้โบราณ สวนหิน และทางเดินร่มรื่นที่ชวนให้ค่อยๆ ใช้เวลา วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของนิกายเซน จึงอบอวลไปด้วยความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เหมาะกับคนที่อยากมาสัมผัสจังหวะชีวิตที่ช้าลง
สิ่งที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักคือบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยละมุนเป็นพิเศษ แดง ส้ม เหลือง ตัดกับอาคารไม้เก่าแก่ได้อย่างลงตัว ส่วนฤดูใบไม้ผลิก็สดใสไม่แพ้กัน ใครที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่มีมุมสวยเยอะมาก แต่ถึงจะไม่หยิบกล้องขึ้นมา แค่ได้นั่งเงียบๆ มองแสงแดดลอดผ่านต้นไม้ก็รู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตพลังชีวิตแล้ว
ไฮไลต์ของ วัดนันเซ็นจิ คือ สะพานอควอดักต์อิฐแดงสไตล์ตะวันตกที่ตั้งอยู่ภายในวัด ซึ่งสร้างขึ้นในยุคเมจิ ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณกับโครงสร้างอิฐโค้งแบบยุโรปทำให้ที่นี่มีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนวัดอื่นในเกียวโต และกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ดูเท่แบบเนียบๆ ไม่ต้องปรุงแต่งมาก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:40 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: พื้นที่หลักเข้าชมฟรี
・ประตูซันมง 600 เยน
・สวนและอาคารด้านใน (โฮโจ) 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line มาลงสถานี Keage แล้วเดินต่อประมาณ 5-10 นาที ก็ถึงทางเข้าวัด
ที่ตั้ง: 86 Nanzenji Fukuchicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8435 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/tuTcBDmZUPtbWH127
6. วัดเอคันโด / เซ็นรินจิ (Eikando Temple / Zenrinji Temple)

วัดเอคันโด หรือ วัดเซ็นรินจิ เป็นหนึ่งใน วัดเกียวโต ที่สายรักความสงบต้องหลงรักตั้งแต่ก้าวแรก บรรยากาศของที่นี่ร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นเมเปิลจำนวนมาก ทำให้ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี วัดทั้งวัดจะกลายเป็นทะเลสีแดง ส้ม เหลือง สวยจนเหมือนฉากในภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ ตัวอาคารไม้เก่าแก่ สะท้อนเสน่ห์ความคลาสสิกแบบเฮอัน ผสมความเรียบง่ายตามแบบพุทธนิกายโจโดที่วัดนี้สังกัดอยู่ เดินไปตามทางไม้และสะพานเล็กๆ ข้ามสระน้ำ จะรู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงโดยอัตโนมัติ
วัดแห่งนี้ไม่วุ่นว่ายเท่าวัดที่เป็นวัดดังในเมืองใหญ่ พื้นที่วัดค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถเดินชมได้แบบสบายๆ ไม่อึดอัด ด้านบนยังมีเจดีย์ทาโฮโตะที่ต้องเดินขึ้นเนินเล็กน้อย แต่เมื่อถึงจุดชมวิวจะมองเห็นเมืองเกียวโตจากมุมสูง บรรยากาศเงียบ ลมพัดเบาๆ เป็นดมเมนต์ที่เหมาะกับการหยุดพักใจจริงๆ ถ้ามาเกียวโตแล้วอยากสัมผัสวัดที่ทั้งสวย โรแมนติก และสงบในที่เดียว
ไฮไลต์ของ วัดเอคันโด คือ พระพุทธรูปมิกาเอริ อมิดะหรือพระอมิดะที่หันพระพักตร์เหลียวมองด้านหลัง ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นตามความเชื่อเล่าขาน นอกจากนี้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสียังถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมเมเปิลที่สวยที่สุดในบรรดา วัดเกียวโต โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการประดับไฟ บรรยากาศจะยิ่งละมุนและโรแมนติกเป็นพิเศษ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น. (เข้าได้ถึงประมาณ 16:00 น.)
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 600 เยน
・เด็ก 400 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line ไปลงที่สถานี Karasuma Oike จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย Tozai Line ลงสถานี Keage แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที จะเจอวัด
ที่ตั้ง: 48 Eikandocho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8445 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CYDy2TcX5HKn5qgq9
7. วัดโฮเน็นอิน (Honen-in Temple)

วัดโฮเน็นอิน เป็นวัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่แถวทางเดินสายปรัชญา แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป จุดเด่นแรกที่สะดุดตาเลยคือซุ้มประตูไม้เรียบง่าย รายล้อมด้วยมอสสีเขียวที่ดูนุ่มราวกับพรมธรรมชาติ ความรู้สึกแรกที่ได้คือเบาทั้งสายตาและหัวใจ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหลบจากความคึกคักของจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในเกียวโต
ที่วัดแห่งนี้ทุกอย่างดูเรียบง่าย ทั้งทางเดินหินเล็กๆ เสียงใบไม้ไหว และสวนที่ปล่อยให้ธรรมชาติดูแลตัวเองตามฤดูกาล ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยเป็นพิเศษ โทนแดงส้มตัดกับสีเขียวของมอส ทำให้บรรยากาศโรแมนติกแบบเงียบๆ ถ้าอยากสัมผัสมุมสงบของ วัดเกียวโต ที่ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูปกับใคร วัดนี้น่าสนใจมากๆ
ไฮไลต์ของ วัดโฮเน็นอิน คือ กองทรายศักดิ์สิทธิ์สองกองที่ตั้งอยู่หน้าวิหารหลัก ทรายจะถูกจัดลวดลายใหม่เป็นระยะๆ สื่อถึงการชำระล้างจิตใจตามความเชื่อทางพุทธศาสนานิกายโจโดะ ความเรียบง่ายขององค์ประกอบทั้งหมดทำให้ที่นี่มีเสน่ห์แบบเซนแท้ๆ ยิ่งมาช่วงเช้า จะได้สัมผัสกับบรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 06:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ลงสถานี Keage แล้วเดินต่อผ่านเส้นทางเดินสายปรัชญา ก็จะถึง
ที่ตั้ง: 30 Shishigatani Goshonodancho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8422 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gkFDg3gRJZZ52mmn7
8. วัดกิโอจิ (Gioji Temple)

วัดกิโอจิ วัดเล็ดๆ กลางย่านอาราชิยามะ ให้คำจำกัดความของคำว่าสงบ แบบไม่ต้องพยายามเลยจริงๆ เป็นวัดนิกายเซนที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าไม้และสวนมอสสีเขียวละมุน บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านใบไม้ชัดเจน ตัววิหารหลังเล็กมุงหลังคาฟางดูเรียบง่าย แต่ยิ่งเรียบก็ยิ่งงดงามในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติมากกว่าความอลังการ
วัดแห่งนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง ทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลักของเกียวโต พอเดินพ้นประตูวัดเข้ามาความวุ่นวายจะค่อยๆ หายไป เหลือแค่พื้นมอสหนานุ่มที่ปกคลุมทั่วสวน สีเขียวหลายเฉดสลับกับต้นเมเปิลและไม้ใหญ่ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ที่สีแดงส้มตัดกับมอสสีเขียวเข้ม กลายเป็นภาพที่ทั้งอบอุ่นและสงบในเวลาเดียวกัน
ไฮไลต์ของ วัดกิโอจิ คือ สวนมอสที่ปกคลุมพื้นที่แทบทั้งหมดของวัด ให้ฟีลเหมือนพรมธรรมชาติผืนใหญ่ละเอียดนุ่มตา แสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบพื้นสีเขียวทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวลเหมือนฉากในภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปและรูปปั้นเล็กๆ ภายในวิหารที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และตำนวนของหญิงนักบวชในยุคเฮอัน เพิ่มมิติให้การมาเยือนไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังมีเรื่องเล่าให้ซึมซับด้วย
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 300 เยน
・เด็ก 100 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR สาย Sagano Line ไปลงสถานี saga-Arachiyama จาดนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที ก็จะถึง
ที่ตั้ง: 32 Sagatoriimoto Kozakacho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8435 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/dSHqnRDBiHnCbWd56
9. วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple)

วัดโทฟุคุจิ เป็นวัดเซนขนาดใหญ่ที่มีอาณาเขตกว้างมาก เดินได้เพลินแบบลืมเวลา จุดเด่นของที่นี่คือสะพานไม้สึเท็นเคียว ที่พาดผ่านหุบเขาเล็กๆ รายล้อมด้วยต้นเมเปิลนับพันต้น พอถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ภาพตรงหน้าจะกลายเป็นทะเลสีแดงส้มสดใสจนเหมือนหลุดเข้าไปในโปสการ์ด
ความน่ารักของที่นี่ไม่ได้มีแค่ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิก็เขียวสดสบายตา ส่วนหน้าร้อนและหน้าหนาวก็มีเสน่ห์คนละแบบ ตัววัดเองให้บรรยากาศสงบจริงจังแบบเซน เดินผ่านโถงไม้เก่าแก่ เสียงพื้นไม้ดังเบาๆ ใต้เท้า แล้วค่อยๆ เข้าสู่สวนหินที่จัดวางอย่างมีจังหวะ ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่ยิ่งมองยิ่งลึก เหมาะมากกับวันที่อยากหนีความวุ่นวายแล้วปล่อยใจให้ช้าลงสักนิด
ไฮไลต์ของ วัดโทฟุคุจิ คือ สะพานสึเท็นเคียวที่มองเห็นผืนเมเปิลเต็มหุบเขาแบบพาโนรามาและสวนโฮโจ ซึ่งเป็นสวนเซนสไตล์โมเดิร์นผสมดั้งเดิม แบ่งเป็น 4 สวนรอบอาคารหลัก แต่ละฝั่งออกแบบไม่เหมือนกัน เดินชมครบแล้วจะรู้เลยว่าความเรียบของสวนหินสามารถทรงพลังได้ขนาดไหน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: เข้าชมฟรี ยกเว้น โซนสวนโฮโจและสะพานสึเท็นเคียว ประมาณ 500–1,000 เยน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR สาย Nara หรือ Keihan สายหลัก มาลงที่สถานี Tofukuji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 2-5 นาที
ที่ตั้ง: 15 Chome-778 Honmachi, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0981 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/4hLVBgjVa3Fpbew68
10. วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangen-do Temple)

วัดซันจูซันเก็นโด หนึ่งใน วัดเกียวโต ที่ทำให้หลายคนต้องเผลออุทานในใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป เพราะภายในอาคารไม้ยาวกว่า 100 เมตรนั้น ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนนับพันองค์เรียงรายอย่างสง่างาม ภาพขององค์พระสีทองที่ยืนต่อเนื่องสุดสายตาให้ความรู้สึกทั้งยิ่งใหญ่และสงบในเวลาเดียวกัน บรรยากาศด้านในเงียบขรึมจนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองชัดขึ้น ราวกับทุกคนพร้อมใจกันลดเสียงลงโดยไม่มีป้ายเตือน
เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่จำนวน 1,001 องค์เท่านั้น แต่คือรายละเอียดแต่ละองค์ที่แตกต่างกัน ใบหน้าที่ไม่เหมือนกัน มือหลายกรที่สื่อถึงการช่วยเหลือสรรพชีวติและสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมที่ยังคงความเรียบง่ายตามแบบญี่ปุ่นโบราณ หากคุณอยากสัมผัส วัดเกียวโต ที่มีพลังทางศิลปะและจิตวิญญาณเข้มข้นแบบไม่ต้องปียเขาหรือเดินไกล ที่นี่คือจุดหมายที่ควรใส่ไว้ในลิสต์
ไฮไลต์ของ วัดซันจูซันเก็นโด คือ ห้องโถงไม้ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นและพระโพธิสัตว์พันกร จำนวน 1,001 องค์ ที่เรียงต่อกันอย่างอลังการ เป็นภาพที่ทั้งทรงพลังและชวนให้จิตใจนิ่งลงอย่างประหลาด ใครที่ชอบงานศิลป์เชิงพุทธศาสนาและความงามแบบคลาสสิกจะต้องประทับใจแน่นอน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 600 เยน
・เด็ก 300 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟ JR lาย Nara Line ลงสถานี Kyoto จากนั้นต่อรถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Hakubutsukan Sanjusangendo-mae ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แล้วเดินต่อไม่กี่ก้าวจะถึงหน้าวัด
ที่ตั้ง: 657 Sanjusangendomawari, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0941 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HgNYBvRYqUZ4vuRF8
11. วัดไดโกจิ (Daigoji Temple)

วัดไดโกจิ วัดใหญ่เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต โอบล้อมด้วยธรรมชาติและเชิงเขา ทำให้บรรยากาศที่นี่ต่างจากวัดใจกลางเมืองอย่างชัดเจน ความรู้สึกแรกเมื่อเดินเข้าไปคือความโปร่ง โล่ง และเงียบสงบแบบไม่ต้องพยายามหา ไฮไลต์ทางประวัติศาสตร์คือเจดีย์ไม้ห้าชั้นอายุกว่า 900 ปี ซึ่งถือเป็นสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโตและยังคงตั้งตระหง่านอย่างสง่างามท่ามกลางต้นไม้ใหญ่
ด้านในแบ่งเป็นโซนด้านล่างและด้านบน ใครที่ชอบเดินเล่นชมสวนญี่ปุ่นแบบประณีตต้องไม่พลาดสวนซันโบอินที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ส่วนสายธรรมชาติสามารถเดินขึ้นเขาไปยังโซนด้านบนเพื่อสัมผัสบรรยากาศสงบลึกกว่าเดิม ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงที่ที่นี่สวยมากเป็นพิเศษ เพราะซากุระหลายร้อยต้นจะบานสะพรั่งจนทั้งวัดกลายเป็นสีชมพูละมุน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็เต็มไปด้วยสีแดงส้มของใบเมเปิล เรียกได้ว่ามาเดือนไหนก็มีเสน่ห์คนละแบบ
ไฮไลต์ของ วัดไดโกจิ คือ การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมในพื้นที่กว้างขวางแบบไม่อึดอัด ที่นี่เคยเป็นสถานที่จัดงานชมซากุระของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิในยุคศตวรรษที่ 16 และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศวัดใหญ่ที่ยังคงความสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าแลนด์มาร์กดังๆ ในตัวเมือง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ช่วงปกติ: ประมาณ 800 เยน
ค่าเข้าแยกโซน (ช่วงปกติ)
・เข้าชม 1 ที่ (ซันโบอิน, การัน, หรือเรโฮคัง): ผู้ใหญ่ 600 เยน / มัธยม 300 เยน
・เข้าชม 2 ที่: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / มัธยม 500 เยน
・เข้าชม 3 ที่: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / มัธยม 750 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ไปลงสถานี Daigo จากสถานี Kyoto จาดนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที จะถึงทางเข้าวัด
ที่ตั้ง: 22 Daigohigashiojicho, Fushimi Ward, Kyoto, 601-1325 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3xF3imCK1v1HpN7W9
12. วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

วัดเบียวโดอิน หนึ่งในวัดที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่นจนถูกยกให้เป็นมรดกโลก ตัวอาคารหลักที่เรียกว่าหอแห่งฟีนิกส์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีแดงสดสะท้อนกับสระน้ำด้านหน้า ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนวัดลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับภาพวาดที่ถูกทำให้มีชีวิตจริงๆ
ที่นี่มีความสมดุลระหว่างศิลปะ พุทธศาสนา และธรรมชาติ ไม่ว่าจะมาในฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่งหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะเปลี่ยนอารมณ์ไปตามฤดูดาล แต่ความสงบยังคงเดิมเสมอ การได้เดินช้าๆ รอบสระน้ำ มองเงาสะท้อนของวิหาร แล้วปล่อยใจให้เงียบลงสักครู่ คือเหตุผลที่หลายคนบอกว่าที่นี่ต้องมาให้ได้สักครั้ง
ไฮไลต์ของ วัดเบียวโดอิน คือ Phoenix Hall อาคารไม้โบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1053 และเป็นภาพเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่น ด้านในประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะองค์ใหญ่ ส่วนด้านบนของหลังคามีรูปปั้นนกฟีนิกซ์อันเป็นสัญลักษณ์ของวัด เมื่อยืนมองจากมุมด้านหน้า คุณจะเห็นภาพสะท้อนในสระน้ำที่เกือบสมมาตรอย่างน่าทึ่ง เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมและเป็นภาพจำของเกียวโตเลยทีเดียว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:45 น. – 17:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 600-700 เยน
・นักเรียนมัธยม: 400 เยน
・นักเรียนประถม: 300 เยน
・ค่าเข้าชมภายในหอฟีนิกซ์ (Phoenix Hall): เพิ่มเติม 300 เยน (ต่อคน)
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย JR Nara Line จากสถานี Kyoto ไปลงสถานี Uji จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีตามป้ายบอกทาง
ที่ตั้ง: Renge-116 Uji, Kyoto 611-0021 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sH2JiuUzvit3emf46
13. วัดโชเร็นอิน (Shorenin Temple)

วัดโชเร็นอินเป็นวัดที่ให้ความรู้สึกเงียบแบบมีพลัง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนมอสเขียวละเอียดเหมือนพรมธรรมชาติและอากาศไม้ที่เปิดรับวิวสวนแบบเต็มตา ทำให้ที่นี่ต่างจากวัดดังใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านกว่าอย่างชัดเจน ความนิ่งของพื้นที่ช่วยให้เราชะลอจังหวะตัวเองลงโดยอัตโนมัติ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักสายตาและพักใจจากความวุ่นวายระหว่างทริปเกียวโต
วัดแห่งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกับป่าไผ่เล็กๆ ภายในวัด ซึ่งให้ความรู้สึกสงบแต่ไม่เรียบจนเกินไป โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงเปิดไฟยามค่ำคืน บรรยากาศจะยิ่งโรแมนติกและลึกลับขึ้นอีกระดับ แสงไฟที่ส่องกระทบต้นไม้และมอส ทำให้ทั้งพื้นที่ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์ ใครที่อยากได้มุมถ่ายรูปสวยๆ แบบไม่ต้องเบียดคน วัดนี้ตอบโจทย์มาก
ไฮไลต์ของ วัดโชเร็นอิน คือ สวนมอสและสวนหินที่ออกแบบอย่างประณีต สามารถนั่งชมวิวจากตัวอาคารไม้แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างเต็มอารมณ์ รวมถึงการจัดแสดงไฟกลางคืนในบางช่วงของปีที่เปลี่ยนวัดให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะแห่งแสงบและเงา บรรยากาศสงบ ลึก และละมุนแบบที่สัมผัสได้จริงเมื่อไปยืนอยู่ตรงนั้น
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ราคา 500-600 เยน
・นักเรียนมัธยม 400 เยน
・เด็กประถม 200 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ลงสถานี Higashiyama จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-10 นาทีจะถึงวัด
ที่ตั้ง: 69-1 Awadaguchi Sanjobocho, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0035 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/8NPCKg9MPSw3Ehtj7
14. วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple)

วัดเท็นริวจิ หนึ่งในวัดที่ให้ความรู้สึกนิ่งแต่ทรงพลังมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาราชิยามะ ตัววัดก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1339 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายในกลุ่มอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของเกียวโต แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักจริงๆ คือบรรยากาศที่ผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว แค่ก้าวเข้าไปในบริเวณวัดเสียงเมืองก็เหมือนค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลม เสียงน้ำและเงาสะท้อนของภูเขาอาราชิยามะบนผิวน้ำในสวนกลางวัด
ที่นี่มีความเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา สวนโซเก็นจิ ถูกออกแบบให้ใช้ภูเขาเป็นฉากธรรมชาติ ทำให้วิวดูใหญ่กว่าพื้นที่จริง ไม่ว่าจะมาในฤดูซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือแม้แต่วันธรรมดาที่ฟ้าครึ้ม สวนแห่งนี้ก็มีมู้ดเฉพาะตัวเสมอ ถ้าอยากหามุมสงบๆ นั่งมองสระน้ำแล้วปล่อยใจลอย ที่นี่น่าสนใจมากๆ
ไฮไลต์ของ วัดเท็นริวจิ คือ สวนโซเก็นจิที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ล้อมด้วยต้นไม้และหินจัดวางอย่างประณีต มองจากระเบียงไม้ของวิหารหลักจะเห็นภาพเหมือนเฟรมภาพวาดธรรมชาติขนาดยักษ์ ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือซากุระบาน บรรยากาศจะสวยละมุนจนแทบลืมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08:30 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 500 เยน
・เด็ก (ประถม-มัธยมต้น) 300 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟ JR สาย Sagano ไปลงสถานี Saga-Arachiyama จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที ก็จะถึงวัดเท็นริวจิ
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒616-8385 Kyoto, Ukyo Ward, Sagatenryuji Susukinobabacho, 68
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/4mcncbf3YM5tK6it8
15. วัดไซโฮจิ / วัดมอส (Saihoji Temple / Moss Temple)

วัดไซโฮจิ หรือที่หลายคนเรียกว่าวัดมอส เป็นหนึ่งในวัดเกียวโตที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป สิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างคือสวนมอสสีเขียวกำมะหยี่ที่ปกคลุมพื้นดินแทบทุกตารางเมตร มากกว่า 120 สายพันธุ์ ไล่เฉดตั้งแต่เขียวอ่อนจนถึงเขียวเข้มลึก บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดขึ้นเล็กน้อย เดินไปตามทางไม้รอบสระน้ำกลางสวนแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนรักความสงบถึงยกให้ที่นี่เป็นวัดในดวงใจ
ความพิเศษอีกอย่างคือการเข้าชมต้องจองล่วงหน้า ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่แออัด บรรยากาศจึงนิ่งและเป็นส่วนตัวมาก ก่อนเข้าสวน ผู้มาเยือนจะได้ร่วมคัดลอกพระสูตรหรือฟังคำสอนสั้นๆ ภายในวิหาร เป็นประสบการณ์ที่ทำให้การมาเยือนวัดไซโฮจิไม่ใช่แค่การถ่ายรูปสวยๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่ได้ชะลอจังหวะชีวิตจริงๆ
ไฮไลต์ของ วัดไซโฮจิ คือ สวนมอสสองระดับที่ออกแบบอย่างประณีตโดนพระภิกษุในยุคมุโรมาจิ ตัวสวนล้อมรอบสระน้ำรูปทรงคล้ายตัวอักษรจีน และในวันที่ฝนตกหรือหลังฝนพรำ มอสจะยิ่งเขียวสดราวกับเร่งความอิ่มสีขึ้นหนึ่งระดับ เป็นภาพที่ทั้งเรียบง่ายและทรงพลังในแบบเซนแท้ๆ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: ปกติช่วง ก.ค.-ก.ย. ประมาณ 10:00 น. และ ต.ค.-มิ.ย. ประมาณ 13:00 น. ทั้งนี้อยู่ที่เวลาจองของวัดอีกครั้ง
วันหยุด: ตามประกาศแต่ละครั้งของวัด
ค่าเข้า: ประมาณ 3,000 – 4,000 เยนต่อคน (ต้องชำระเมื่อจอง)
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR สาย Sagano Line ไปลงสถานี Yamazaki จากนั้นต่อรถบัส Kyoto City Bus สาย 73 ลงป้าย Kokedera ถึงวัดเลย
ที่ตั้ง: 56 Matsuojingatanicho, Nishikyo Ward, Kyoto, 615-8286 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9fMCr4WGNw314C8Y9
16. วัดโคไดจิ (Kodaiji Temple)

วัดโคไดจิ หนึ่งในวัดเกียวโตที่ให้บรรยากาศละมุนแบบไม่ต้องพยายามมาก ตั้งอยู่ย่านฮิกาชิยามะ เดินต่อจากถนนหินเก่าแก่ไม่ไกลก็ถึง บรรยากาศที่นี่ผสมความสงบกับความโรแมนติกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ตัววัดสร้างขึ้นในปี 1606 โดยคิตะโนะ มันโดโกะ เพื่ออุทิศให้สามี ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และกลิ่นอายยุคซามูไร
เสน่ห์ของวัดไคโดจิอยู่ที่สวนญี่ปุ่นที่ออกแบบอย่างประณีต มีทั้งสวนหินแบบเซน บ่อน้ำสะท้อนเงาอาคารไม้ และทางเดินผ่านป่าไผ่เล็กๆ ที่เงียบสงบกว่าป่าไผ่อาราชิยามะมาก เวลาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือซากุระบาน บรรยากาศจะสวนนุ่มลึกเป็นพิเศษ และช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟ ที่ทำให้สวนดูเหมือนภาพวาดมีชีวิตชีวา
ไฮไลต์ของ วัดโคไดจิ คือ สวนญี่ปุ่นที่สะท้อนแนวคิดความเรียบง่ายแบบเซน ผสานกับความหรูหราละเอียดอ่อนในรายละเอียดสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะช่วงจัดไฟกลางคืนที่บ่อน้ำจะสะท้อนสีสันราวกับกระจกธรรมชาติ บวกกับป่าไผ่เงียบๆ ด้านหลังวัดที่ให้ฟีลสงบกว่าแหล่งท่องเที่ยวดัง ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในวัดที่ทั้งโรแมนติกและสงบในเวลาเดียวกัน
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่ 600 เยน
・นักเรียนมัธยม 250 เยน
・เด็กเข้าฟรี
วิธีไป: นั่งรถบัสจากสถานี Kyoto สาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Higashiyama Yasui จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาทีตามป้ายบอกทาง
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒605-0825 Kyoto, Higashiyama Ward, 高台寺下河原町526
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hx15jb1qqqzya7rL9
17. วัดเคนนินจิ (Kenninji Temple)

วัดเคนนิจิ เป็นวัดเซนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1202 บรรยากาศเงียบสงบ เดินผ่านประตูไม้เข้าไปจะรู้สึกเหมือนเสียงของเมืองที่คึกคักค่อยๆ หายไป เหมาะกับการมาพักใจจากความวุ่นวาย
ที่นี่มีความเรียบง่ายแบบเซนแท้ๆ ทั้งสวนหินที่จัดวางอย่างมีจังหวะ ห้องเสื่อทาทามิที่เปิดรับแสงธรรมชาติและทางเดินไม้ที่พาเราสำรวจวัดทีละส่วน วัดนี้ไม่ได้ใหญ่มาก แต่มีพลังบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกช้าลงด้วยตัวเอง ใครที่อยากเห็นอีกมุมของ วัดเกียวโต ที่ไม่เน้นความคึกคัก ที่นี่คือจุดที่ควรแวะจริงๆ
ไฮไลต์ของ วัดเคนนิจิ คือ ภาพวาดมังกรคู่บนเพดานหอธรรมหรือที่เรียกว่า Twin Dragons ลวดลายมังกรขนาดใหญ่สองตัวที่ดูเหมือนกำลังลอยอยู่เหนือศีรษะ สร้างบรรยากาศขลังแต่สง่างามในเวลาเดียวกัน อีกจุดที่หลายคนชอบคือสวนหินสไตล์เซนที่มองแล้วเหมือนเรียบง่าย แต่ยิ่งมองยิ่งชวนให้คิด เหมือนงานศิลปะที่ตั้งใจเว้นที่ว่างไว้ให้จินตนาการของเราเติมเต็มเอง
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 500 เยน
・นักเรียน (มัธยมต้น/ปลาย): 300 เยน
・เด็ก (ประถมลงไป): ฟรี
วิธีไป: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟสาย Keihan Main Line ไปลงที่สถานี Gion-Shijo จากนั้นเดินต่อประมาณ 5-7 นาที ก็จะถึงวัดเคนนินจิ
ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒605-0811 Kyoto, Higashiyama Ward, Komatsucho, 584番地
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3rKLhq5ekF44W1ky5
18. วัดคุรามะเดระ (Kuramadera Temple)

วัดคุรามะเดระ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาคุรามะ ทางตอนเหนือของเมือง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยป่าสน ทางเดินหิน และโคมไฟเรียงรายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง ระหว่างทางขึ้นวัดคุณจะได้เดินผ่านธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม เหมือนได้ทั้งเที่ยววัดและเดินป่าในทริปเดียว
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความสงบ รู้สึกขลังตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าวัด วัดคุรามะเดระมีประวัติยาวนานกว่าพันปีและเชื่อมโยงกับตำนานนักรบมินาโมโตะ โนะ โยชิสึเนะ ที่เคยมาฝึกวิชาบนภูเขาแห่งนี้ ทำให้สถานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเรื่องเล่าและจิตวิญญาณ ใครที่ชอบสถานที่เงียบๆ ได้มองวิวภูเขา สูดอากาศสดชื่น และปล่อยใจนิ่งๆ ที่นี่ตอบโจทย์มาก
ไฮไลต์ของ วัดคุรามะเดระ คือ ลานหน้าอาคารหลักที่มีสัญลักษณ์ดาวหกแฉกขนาดใหญ่บนพื้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดพลังงานของภูเขาคุรามะ หลายคนชอบมายืนหลับตา สูดลมหายใจลึกๆ เหมือนรีเซ็ตพลังชีวิต อีกหนึ่งเสน่ห์คือเส้นทางเดินจากวัดต่อไปยังหมู่บ้านคิบูเนะ ใครมีเวลาแนะนำให้เดินเทรลต่อบรรยากาศสวยและเงียบมาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูใบไม้ผลิ
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ค่าเข้าวัด (ค่าธรรมเนียมไอซัน): 300 เยน
・ค่ากระเช้าลอยฟ้า (ไม่บังคับ): 200 เยนต่อเที่ยว
・ห้องเก็บสมบัติ (Reihoden): 200 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Eizan Railway จากสถานี Demachiyanagi ลงที่สถานี Kurama จากนั้นเดินประมาณ 10 นาที จะถึงทางเข้าวัด
ที่ตั้ง: 1074 Kuramahonmachi, Sakyo Ward, Kyoto, 601-1111 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/54fRpPimrepzeDDeA
19. วัดซันเซ็นอิน (Sanzen-in Temple)

วัดซันเซ็นอินตั้งอยู่ในย่านโออาระ ทางตอนเหนือของเกียวโต บรรยากาศต่างจากตัวเมืองอย่างชัดเจน แค่ก้าวเข้ามาก็เหมือนหลุดเข้าสู่โลกที่เงียบกว่า นุ่มกว่า และเขียวกว่าที่คิด สวนมอสที่ปกคลุมพื้นดินเป็นพรมธรรมชาติเขียวสด ตัดกับต้นไม้สูงและอาคารไม้เก่าแก่ ทำให้ทั้งพื้นที่ดูละมุนเหมือนภาพวาดญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ยิ่งถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูฝนที่มอสชุ่มน้ำ สีจะยิ่งลึกและสวยเป็นพิเศษ
ความเรียบง่ายของที่นี่ชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสบรรยากาศแบบช้าๆ ไม่มีความอลังการแบบวัดใหญ่ใจกลางเมือง แต่กลับมีรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกผูกพัน ทั้งพระพุทธรุปเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ตามสวน เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และแสงธรรมชาติที่ตกกระทบพื้นมอสเหมือนตั้งใจจัดฉากมาอย่างดี
ไฮไลต์ของ วัดซันเซ็นอิน คือ สวนมอสกว้างขวางที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาพระจิโซะตัวเล็กๆ แทรกตัวอยู่ตามพุ่มไม้และพื้นหญ้า ให้ความรู้สึกทั้งสงบและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีมุมให้นั่งชมสวนจากด้านในอาคารเสิร์ฟบรรยากาศแบบเซนแท้ๆ ที่ทำให้เวลาช้าลงโดยไม่รู้ตัว
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 17:00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า:
・ผู้ใหญ่: 700 เยน
・นักเรียนมัธยม (ต้น/ปลาย): 400 เยน
・นักเรียนประถม: 150 เยน
วิธีไป: จากสถานี Kyoto ต่อรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ไปลงสถานี Kokusaikaikan จากนั้นต่อรถบัส Kyoto Bus สาย 19 ไปลงป้าย Ohara จากป้ายรถบัสเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีตามทางจะถึงวัด
ที่ตั้ง: 540 Ohararaikoincho, Sakyo Ward, Kyoto, 601-1242 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ERTHV4A4zSAqwZco6
20. วัดมันชูอิน (Manshuin Temple)

วัดมันชูอินเป็นวัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต แถบย่านภูเขาเงียบสงบ ไม่คึกคักเหมือนวัดยอดฮิตในตัวเมือง บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักอากาศของชนชั้นสูงสมัยเอโดะมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป อาคารไม้เรียบง่าย ตกแต่งสไตล์โชอิน รายล้อมด้วยสวนญี่ปุ่นที่จัดวางอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบดูตั้งใจแต่ไม่โอ้อวด เหมือนศิลปะที่กระซิบเบา ๆ แทนที่จะตะโกนเรียกความสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นสวนหิน ต้นเมเปิลหรือวิวภูเขาด้านหลังวัด ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยมากเป็นพิเศษ เพราะผู้คนไม่แน่น ทำให้คุณมีพื้นที่เงียบๆ สำหรับนั่งมองสีแดงส้มของใบไม้โดยไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูป ถ้าอยากสัมผัส วัดเกียวโต ในมุมสงบ ละเอียด และเป็นส่วนตัวมากขึ้น แนะนำที่นี่เลย
ไฮไลต์ของ วัดมันชูอิน คือ สวนญี่ปุ่นที่ออกแบบอย่างสมดุลระหว่างพื้นที่ว่างกับองค์ประกอบธรรมชาติ มองจากระเบียงไม้จะเห็นลายเส้นของสวนที่เหมือนภาพวาดแนวนิ่ง และภายในอาคารยังมีงานศิลปะบานเลื่อนโบราณ รวมถึงบรรยากาศแบบวัดตระกูลชั้นสูงที่เคยมีเชื้อสายราชวงศ์ดูแล ทำให้ทั้งสถานที่มีกลิ่นอายสงบ เรียบหรู และมีประวัติศาสตร์แฝงอยู่ทุกมุม
วันและเวลาที่เปิดให้บริการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. – 16:30 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้า: ประมาณ 600 เยน
วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Eizan Electric Railway จากสถานี Demachiyanagi ไปลงสถานี Shugakuin แล้วเดินต่อประมาณ 15-20 นาทีขึ้นเนินเล็กน้อยไปยังวัด
ที่ตั้ง: 42 Ichijoji Takenouchicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8134 ญี่ปุ่น
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1CV2xWLn45njGFCg6
20 วัดเกียวโต ที่เราได้พาไปสำรวจ อาจทำให้คุณเห็นว่าเมืองนี้ไม่ได้มีแค่ความคึกคักของนักท่องเที่ยว แต่ยังเต็มไปด้วยมุมสงบที่ซ่อนอยู่ทุกทิศทาง วัดเกียวโตแต่ละแห่งมีเสน่ห์ต่างกัน ทั้งสวนหินเงียบ ๆ ทางเดินใต้ร่มไม้ และสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ที่ชวนให้ใจนิ่งลง บางครั้งแค่ก้าวผ่านประตูวัด ก็เหมือนก้าวออกจากความวุ่นวายชั่วคราว ถ้าได้ไปเยือนเกียวโตครั้งหน้า ลองเผื่อเวลาให้ความสงบเหล่านี้ดูสักนิด แล้วคุณอาจค้นพบว่าการเดินทางที่ดีที่สุด คือการได้หยุดพักอย่างแท้จริง















